อยากรู้ว่า รูปสวยๆรูปนั้นถ่ายด้วยกล้องอะไร เลนส์อะไร เรามีตัวช่วย

หลายๆครั้งที่เราเห็นภาพสวยๆบนเว็บไซต์ต่างๆ ก็อยากจะรู้ขั้นตอนการได้มาซึ่งภาพสวยๆอันนั้น สิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้เราเข้าใจการทำงานของช่างภาพได้บ้าง นั้นคือเขาใช้อุปกรณ์อะไรในการถ่ายภาพนั้น(Camera Model, Flash) เลนส์อะไร(Lens Model) ความยาวโฟกัสเท่าไหร่(Focal Length) ความเร็วชัตเตอร์เท่าไหร่(Exposure Time) เปิดรูรับแสงยังไง(F Number) ISO เท่าไหร่ ถ่ายที่ไหน(GPS) เมื่อไหร่(Date, Time) ทำให้เราเข้าใจภาพนั้นมากขึ้น

ค่าต่างๆเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่อยากเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านทางผลงานของช่างภาพที่เราชื่นชอบ ซึ่งค่าต่างๆเหล่านี้จะถูกฝังไว้ในไฟล์ภาพนั้นๆตั้งแต่ที่กดถ่ายภาพอยู่แล้ว รายละเอียดเหล่านี้เรียกกันว่า Exchangeable image file format หรือ EXIF รายละเอียดดูได้ตามลิงค์

โดยปกติในโปรแกรมจัดการกับรูปภาพสามารถแสดงรายละเอียดของ EXIF ได้อยู่แล้ว แม้แต่ในบริการฝากรูป Flickr, Google+Photo ก็แสดงรายละเอียดของ EXIF โดยละเอียดได้ หรือใน OS X เวลากด file info ก็แสดงรายละเอียดได้เช่นกัน

แต่ภาพที่เราจะดูเอามาเป็นแรงบันดาลใจ เอาไว้เรียนรู้ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่บนเว็บไซต์ การใช้งานแบบ offline จึงดูไม่ค่อยสะดวกมากนักเป็นการทำงานหลายขั้นตอนกว่าจะได้เห็นข้อมูล การกดดูแบบออนไลน์ทันที จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า จึงเอา Extension สำหรับ Google Chrome ที่สามารถคลิกดูรายละเอียดของภาพได้โดยละเอียดมาแนะนำครับ ส่วนตัวก็ใช้โดยปกติอยู่แล้ว

Exif viewer extension for Google Chrome

Exif Viewer Extension สำหรับ Google Chrome

สามารถดาวน์โหลด EXIF Viewer สำหรับ Google Chrome มาใช้ได้ตามลิงค์ เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เวลาจะใช้งานเพียงแค่คลิกขวาบนรูปภาพที่ต้องการดูรายละเอียดของ EXIF จะมีเมนู Show EXIF data อยูในรายการ ให้คลิกเมนูนี่เลย

ตัวอย่างภาพจาก https://pantip.com/topic/32715141 รูปสวยดีครับ เลยอยากรู้ว่าถ่ายด้วยกล้องอะไร

คลิกขวาที่ภาพ จะมีเมนู Show Exif Data

เมื่อคลิกเมนูดังกล่าว รายละเอียดต่างๆของ EXIF ก็จะแสดงที่ด้านขวาของจอ บอกรายละเอียดอย่างครบถ้วน

รายละเอียดของ EXIF data ก็จะปรากฏที่ด้านขวาของจอทันที

นับว่ามีประโยชน์สำหรับมือใหม่ มือสมัครเล่น ที่หัดเรียนรู้ว่ามืออาชีพอย่างมาก อย่างไรก็ตามบางทีรูปก็จะไม่มีรายละเอียด EXIF เหมือนกัน ถ้าหากคนถ่ายภาพจะลบข้อมูลตรงนี้ออกไปซึ่งก็ทำได้เหมือนกัน

EXIF Viewer ตัวนี้ช่วยให้ได้เรียนรู้วิธีถ่ายภาพผ่านทางผลงานของมืออาชีพได้เยอะมากครับ นำเอามาประยุกต์ใช้และฝึกฝนตัวเองได้ดีเลยทีเดียว ขอแนะนำให้เพื่อนๆที่อยากฝึกฝนตนเองได้ลองติดตั้งลงเครื่องไว้ใช้งานครับ

ปล. ถ้าไม่อยากกดคลิกเข้าไปในเมนู ขอแนะนำอีกตัว EXIF Reader ตัวนี้เป็น Extension เหมือนกัน แค่วางเมาส์ไว้บนภาพ รายละเอียดเบื้องต้นก็โชว์ออกมาให้เห็นแล้ว แต่รายละเอียดจะน้อยกว่า EXIF Viewer Extension

รีวิวรีโมทไร้สายสำหรับกล้องแคนนอน Wireless Remote Control RC-6 for Canon

ได้ลองเล่นรีโมทซัตเตอร์แบบไร้สายสำหรับกล้อง Canon DSLR เป็นของเทียบราคา 250 บาท ถ้าเป็นของจริงจากค่ายราคาอยู่ที่ประมาณ 800-900 บาท เห็นฟังก์ชั่นการใช้งานกับราคาไม่แพงมากนักเลยซื้อมาลองใช้ดู คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับการตั้งถ่าย หรือ ลดการสั่นของกล้องเวลาใช้ชัตเตอร์สปีดต่ำๆ หรือแม้แต่โหมดชัตเตอร์ B ก็ใช้งานได้เช่นกัน ลองเล่นดูแล้วถือว่าคุ้มค่าตัวจึงอยากเอามาแนะนำให้เพื่อนๆมือสมัครเล่นเหมือนอย่างผมได้ลองหามาใช้กันดูครับ

ตัวรีโมทมีแค่ปุ่มเดียว หัวส่งสัญญาณอยู่ด้านบน ใช้หลักการเหมือนรีโมททีวี คือส่งสัญญาณผ่าน infrared

วิธีสังเกตว่าเป็นของแท้หรือของเทียบ ดูง่ายๆที่ตัวอักษรถ้าของจริงจะเขียนแค่ Canon เฉยๆ ของเทียบจะเขียนว่า For Canon (อันนี้ของเทียบ)

รีโมทไร้สายกล้อง Canon RC-6 ด้านหน้า

ส่วนด้านหลังมีปุ่มเลือนขึ้นลงแบบกดชัตเตอร์ใช้ทันทีกับแบบดีเลย์ 2 วินาที ด้านล่างเป็นช่องใส่ถ่านกลมขนาด 3 โวลต์

รีโมทไร้สายกล้อง Canon RC-6 ด้านหลัง

ขนาดเล็กและเบามาก อยู่ในมือก็เล็กนิดเดียว

รีโมทไร้สายกล้อง Canon RC-6

วิธีการใช้งานรีโมทไร้สายกับกล้องแคนนอน

ใส่ถ่านกลมขนาด 3 โวลต์เข้าไป ถ้าซื้อมาครั้งแรกจะมีถ่านมาให้อยู่แล้วดึงแผ่านพาสติกออกก็ใช้งานได้เลย ส่วนวิธีสังเกตด้านที่ถูกต้องของถ่านเพราะเคยใส่สลับไปมาเหมือนกัน ให้เอาด้านบวกขึ้นมา ดูตามรูป แล้วเสียบเข้าไปให้สนิท

ใส่ถ่านกลม 3 โวลต์

ที่ตัวกล้องมีการตั้งค่านิดหน่อย ที่เมนู Drive mode ให้เลือกเป็น Self-timer: 10sec/Remote control

ตั้งค่าที่กล้องให้ใช้งานรีโมทไร้สาย

เวลาใช้งานเพียงแค่กดปุ่มสีขาวที่รีโมทและให้จุดส่งสัญญาณที่หัวของรีโมทชี้ไปที่จุดรับสัญญาณที่ตัวกล้อง ตำแหน่งรับสัญญาณที่ตัวกล้องจะอยู่ตรงมือจับเท่านี้ก็สั่งถ่ายภาพได้แล้ว

ระยะห่างระหว่างตัวกล้องกับรีโมทที่ยังใช้งานได้ จากที่ลองดูด้วยตัวเองพบว่าได้ถึง 4-5 เมตรเลยทีเดียว ทำระยะได้ไกลใช้ได้เลย หรือเวลาจะกดจากด้านหลังกล้องยกสูงๆชี้หัวลงหน่อยก็รับสัญญาณได้แล้วเช่นกัน

จุดรับสัญญาณรีโมทไร้สายกล้อง Canon

ถ้าจะสั่งกดชัตเตอร์ B ให้เลือกโหมดถ่ายภาพไปที่โหมด M ปรับความเร็วชัตเตอร์เป็น Bulb เวลาใช้กดหนึ่งครั้งจะเป็นการสั่งให้เปิดชัตเตอร์และกดอีกครั้งจะปิดชัตเตอร์ เหมาะกับการถ่ายภาพที่ต้องใช้เวลาเก็บแสงนานๆ เช่น ถ่ายพลุ ถ่ายดาว เป็นต้น

รีโมทกล้อง canon ในมือเล็กนิดเดียว ยืนห่างเป็น 4-5 เมตรก็ถ่ายภาพได้

โดยรวมแล้วถือว่าได้ประโยชน์คุ้มค่ากับราคาแค่ไม่กี่ร้อยบาท ส่วนความทนทานอาจจะสู้ของแท้ไม่ได้ แต่ก็ต้องลองดูอีกสักพักว่าจะมีอายุการใช้งานยาวแค่ไหน ส่วนขนาดก็เล็กพกพาสะดวก ระยะที่สามารถสั่งกดชัตเตอร์ได้ไกลถึง 4-5 เมตรถือว่าได้ระยะไกลพอสมควรเลย สะดวกมากกว่าการตั้งเวลาแล้ววิ่งเข้าแฟรมแน่นอน ลองหามาใช้งานกันได้เลย ขอแนะนำครับ

ตามสเปคใช้ได้กับกล้อง Canon รุ่นต่างๆเหล่านี้ 5DM3, 5DM2, 6D, 7D, 60D, 60Da, 700d, 650D, 600D, 550D, 500D, 450D, 400D, 350D, 300D, EOS M (น่าจะใช้ได้กับทุกรุ่นที่มีวางขายในปัจจุบัน)

QuizUp เกมแข่งตอบคำถามสำหรับแฟนพันธุ์แท้ (ดาวน์โหลดฟรี)

เกม QuizUp

QuizUp เป็นเกมเล่นตอบคำถามแข่งกันแบบ 1-1 ในหัวข้อเรื่องที่สนใจ ล่าสุดมีคำถามมากว่า 400,000 คำถาม ตามหัวข้อมากกว่า 620 เรื่อง มีระบบ Social network สามารถแชทกันได้ คะแนนจากการแข่งขันจะสะสมเป็น exp แล้วจัดอันดับคะแนนตามหัวข้อเรื่องนั้นๆโดยจัดอันดับตามระดับคะแนนจากผู้เล่นทั่วโลกหรือเลือกจัดอันดับภายในประเทศก็ได้ ประกาศให้ชาวโลกรู้ว่าฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้เรื่องนี้

สามารถที่จะทำ Challenge กับเพื่อนตามหัวข้อที่เลือกได้ ทำให้เแข่งกันในกลุ่มเพื่อนๆที่ชอบเรื่องเดียวกันได้ ในหนึ่งเกมการแข่งขัน จะมีทั้งหมด 7 คำถาม แต่ละคำถามมีตัวเลือก 4 ตัวเลือก มีตอบคำถามเวลา 10 วินาทีต่อหนึ่งข้อ คะแนนเต็มข้อละ 20 คะแนน ถ้าตอบช้าคะแนนจะลดลงเรื่อยๆ ข้อสุดท้ายจะเป็นคะแนนคูณสอง(นำมาดีสุดท้ายคู่แข็งพลิกกลับมาชนะเพราะข้อสุดท้ายซะงั้น) ดังนั้นคะแนนเต็มคือ 160 คะแนน (6×20)+(1×40)

ขอบอกว่าคำถามแต่ละคำถามไม่ง่ายเลยนะ ถ้าไม่ใช่แฟนพันธ์แท้ในเรื่องนั้นจริงๆ เดาได้ยากเลยล่ะ ในการแข่งขันกันตอบคำถาม มีเวลาบีบให้ตอบเร็วๆทำให้เกมตื่นเต้นและสนุกมากขึ้นเยอะเลย และเราก็จะเห็นคะแนนของคู่แข่งที่ตอบปัญหาในข้อเดียวกันนั้นตลอดการแข่งขันด้วย เมื่อจบการแข่งขันจะมีการสรุปผลการแข่งขัน การตอบคำถามแต่ละข้อเป็นอย่างไร คะแนนที่ได้ ค่าคะแนนประสบการณ์ถ้าชนะคู่แข่งจะได้รับโบนัสคูณคะแนนที่ได้จากการตอบคำถามเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ยกตัวอย่างหัวข้อในการแข่งขันที่น่าสนใจ

หัวข้อใน QuizUP
  • Business/ Android/ Apple/ Google/ Microsoft/ Tech
  • Sport/ Soccer/ Man Utd/ Liverpool/ Chelsea/ Arsenal/ Real Madrid/ Bayern Munich/ FC Barcelona
  • Games/ DotA/ Final Fantasy/ Halo/ PlayStation Games/ World of Warcraft
  • Music/ The Beatle/ Coldplay/ Eminem/ Grammys/ Michael Jackson/ Pop/ Kpop
  • Geography/ Asia/ US/ UK
  • Movies/ Batman/ Harry Potter/ LOTR/ James Bond/ Marvel / Pixar/ Oscar/ Star Wars
  • Science/ Biology/ Chemistry/ Computer Science/ Medical
  • Educational/ Math/ Words/ Grammar/ Spelling
  • Nature/ Cats/ Dogs/ Birds

วิธีการเล่น

วิธีการเล่นเกม QuizUP เลือกหัวข้อ>>เลือกเพื่อนที่จะแข่งด้วยหรือสุ่มเอง>>เล่นเกม
  1. ดาวน์โหลดและติดตั้งเกม QuizUP ลงสมาร์ทโฟนมีทั้ง Android และ iOS (ลิงค์โหลดด้านล่าง)
  2. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ล็อกอินเข้าระบบ ใช้บัญชีของ Facebook, Twitter หรือ Google ก็ได้ในการสมัครเล่นเกม
  3. เลือกหัวข้อที่จะเล่นเกมตามความชอบ ความถนัด
  4. เลือกเล่นเกมเลยก็ได้ ระบบจะสุ่มหาเพื่อนที่อยู่ในเกมมาแข่งกับเราโดยอัตโนมัติห รือจะ Challenge กับเพื่อนในเกมก็ได้เช่นกัน
  5. เริ่มเล่นเกม อ่านโจทย์และกดตัวเลือกที่ถูกต้องในเวลาที่กำหนด

บทสรุป

ต้องมีบางเรื่องที่เราสนใจมากๆจนเป็นแฟนตัวยงหรือแฟนพันธุ์แท้อยู่อย่างแน่นอน ลองเลือกดูในหัวข้อนั้นขึ้นมาแล้วให้ระบบสุ่มหาเพื่อนมาแข่งขันกับเรา พยายามเก็บคะแนนให้เราเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องนั้นๆให้ได้ ให้รู้ไปเลยว่าเรื่องนี้ฉันจะเป็นที่หนึ่ง เป็นเกมที่สนุกมากเลยทีเดียว อยากให้ได้ลองเล่นกัน

หัวข้อที่เป็นอันดับหนึ่งในไทย เกม QuizUP

ล่าสุดตอนนี้ผมได้ไปจองตำแหน่งอันดับหนึ่งในเมืองไทยของหัวข้อต่างๆเหล่านี้ไว้แล้ว ใครอยากล้มแชมป์กดเข้าไปเล่นในหัวข้อเหล่านี้ได้เลยครับ

  • Action-Advanture Movies
  • Apple
  • Google
  • Android
  • Microsoft
  • Tech
  • The Internet
  • Batman Movies

ดาวน์โหลดเกม QuizUP

   

Evernote เปิดตัว Web Client ตัวใหม่ มันโล่งมาก มีภาพเปรียบเทียบ

The New Evernote web client

ผมใช้งาน Evernote มานานมากและต่อเนื่องมาตลอด ดูจากบล็อกเก่าที่เคยเขียนถึงครั้งแรกตั้งแต่ 2009 “ตอนนี้ใช้ Evernote จนติดงอมแงม” มีหลายอย่างที่ชอบ Evernote เช่น การค้นหาในบันทึกทำได้ง่าย ใช้กับอุปกรณ์ไหนก็ได้ข้อมูล Sync ถึงกันหมดและเร็ว ค่อนข้างใช้ง่าย ทำงานได้เร็ว พื้นที่ที่ให้แบบฟรีต่อเดือนถือว่าเพียงพอ ไม่ต้องสมัครแบบพรีเมี่ยมก็ยังไม่กระทบกับชีวิตมาก มีบ้างเหมือนกันที่ใกล้สิ้นเดือนแล้วพื้นที่จะเต็ม ต้องรอให้มันรีเซ็ตใหม่ในเดือนหน้า แต่เกิดนับครั้งได้

นอกจากความประทับใจด้านบนที่กล่าวมาแล้ว มีอีกอย่างหนึ่งที่ประทับใจใน Evernote คือการปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้งเราสัมผัสได้ว่ามันดีขึ้นทุกครั้ง รวมถึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆที่ออกมาก็ทำให้เราตามติดไปใช้งานด้วย  เช่น Evernote Food, Skitch, Penultimate

วันนี้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ Evernote อีกครั้ง โดย Phil Libin CEO ของ Evernote ได้ออกมาเปิดตัว Web client ตัวใหม่ในงาน EC4 conference ซึ่งมันเปลี่ยนจากเดิมไปเยอะเลยทีเดียว Phil Libin บอกว่า Evernote ที่ใช้งานผ่านเว็บตัวเก่ามันอุ้ยอ้าย “cluncy” เหลือเกิน ตัวใหม่ทุกอย่างจะละลายหายไป “melt away” เหลือแต่พื้นที่ให้คุณเขียนบันทึก อยากรู้แล้วซิมันจะหายไปยังไง?

การออกแบบเป็นแนวแบนๆ เรียบหรู ตามยุคสมัยนี้ หน้าเขียนบันทึกทำให้มีสีขาวสะอาดและโล่งมากๆ ทุกอย่างถูกซ่อนไว้เกือบหมด แต่เครื่องมือที่จำเป็นจะปรากฏออกมาเมื่อเราจะเอาเมาส์ไปวางบนไอคอน ทำให้พื้นที่ในการจดบันทึกโล่ง ให้รู้สึกความคิดได้เปิดกว้างไม่ถูกปิดกั้น ดีขึ้นจริงๆนะ

ตอนนี้ Evernote เวอร์ชั่นใช้งานบนเว็บตัวใหม่ได้ปล่อย beta ออกมาให้ได้ทดลองใช้งานกันแล้ว เข้าไปตอนนี้ระบบจะถามเลยว่าจะทดลองใช้ตัวใหม่หรือไม่ ถ้าเลือกทดลองใช้ตัวใหม่แล้วอยากกลับไปใช้ตัวเก่าเข้าไปตั้งค่ากลับเป็นแบบเดิมได้ที่ Setting

ดูภาพเปรียบเทียบ Evernote เวอร์ชั่นเก่ากับใหม่

Evernote เวอร์ชั่นเก่า

เวอร์ชั่นใหม่

Evernote เวอร์ชั่นใหม่ หน้าแรก
Evernote เวอร์ชั่นใหม่ หน้าเขียนบันทึก โล่งมาก
Evernote เวอร์ชั่นใหม่ หน้าเขียนบันทึก ทดลองเขียนบันทึก

via: techcrunchengadget.com

รวม 10 ร้านอาหารโปรดของผม กินแล้วต้องกลับไปกินอีก

บล็อกที่แล้วเขียนถึง “10 เรื่อง และหนังสือ 10 เล่มในดวง” เลยคิดว่าน่าจะเขียนถึงร้านอาหารบ้างดีกว่า ปกติเวลาไปกินข้าวที่ร้านที่ไม่เคยไปก็จะถ่ายรูปไว้ ไม่ได้ถ่ายรูปแชร์นะ แต่ทำเป็นบันทึกไว้ เคยเขียนถึงแล้วใน “Evernote Food แอพช่วยบันทึกเมนูและร้านอาหารที่เคยไปกินมาแล้ว” ต้ังแต่บันทึกมาก็ปีกว่าๆแล้ว ทำให้มีข้อมูลของร้านอาหารเยอะพอสมควรเลย บางทีว่างๆก็เปิดมาดูว่าร้านนี้อยู่ไหน ไปกินกันตอนไหน สนุกดีเหมือนกัน การจะนำรายชื่อ 10 ร้านอาหารที่ชอบมาแชร์เลยไม่ยากนัก ในบันทึกมีทั้งที่ต่างจังหวัดและในกรุงเทพฯ แต่ขอคัดเลือกมาเฉพาะร้านในกรุงเทพฯเป็นหลักครับ ส่วนใหญ่ก็จะเน้นที่ตัวเองกินแล้วอร่อยและคุ้มค่า ราคาประหยัด เริ่มเลยแล้วกัน

10 ร้านอาหารโปรดที่กินแล้วต้องกลับไปกินอีก

Kozo Sushi (โคโซ ซูชิ)

1. ร้าน Kozo Sushi (โคโซ ซูชิ) เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น อยู่ที่ชั้น 3 ตึกธนิยะ สีลม แผนที่ ตอนกลางวันมีบุฟเฟ่ต์ซูชิสายพาน เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไปกินค่อยข้างบ่อย กินบุฟเฟ่ต์ไม่กี่ครั้งนะ ส่วนใหญ่ไปชอบกินชุด ข้าวหน้าปลาดิบ ร้านนี้วัตถุดิบดีเยี่ยม ไม่แพงมาก ป้าพนักงานคุยกับลูกค้าดี บริการเยี่ยม เป็นร้านโปรดอีกหนึ่งร้านที่กลับไปกินบ่อยมาก ยกให้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นอันดับหนึ่งในดวงใจ

เฮง เฮง ข้าวมันไก่ตอน-ไก่ต้ม

2. ร้าน เฮง เฮง ข้าวมันไก่ตอน-ไก่ทอด ร้านอยู่ตรงหน้าห้างเอ็มโพเรียม สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ แผนที่ ร้านนี้รู้จักครั้งแรกตอนไปเล่นเกม ingress ที่สวนเบญจศิริ ในกลุ่มก็จะเรียกกันว่า “ข้าวมันไก่ ingress” ยิงเสาในสวนเสร็จก็จะต้องออกมากินข้าวมันไก่ที่นี้ เนื้อนุ่ม น้ำซุปอร่อย ชอบมากๆ แม้ว่าตอนนี้จะไม่ได้ไปเล่นเกมแล้ว แต่ก็หาเวลาแวะไปกินอยู่เรื่อยๆ ยกให้เป็นร้านข้าวมันไก่ที่อร่อยที่สุดของ กทม.

อัลปาก้า วิว (Alpaca View)

3. ร้าน Alpaca View (อัลปาก้า วิว) ร้านอยู่ที่ ซ.ลาดพร้าว-วังหิน 71 แผนที่ ถือว่าไกลจากที่ทำงานมากแต่ก็ไปกัน ร้านอาหารแนวคาวบอย สไตล์คันทรี่ มีวงดนตรีเล่นเพลงสดให้ฟัง แต่ที่เราไปที่นี่มักจะอยู่ในห้องคาราโอเกะกันเป็นส่วนใหญ่ อาหารถือว่ายอดเยี่ยมเลยครับ ชอบเมนูแนะนำของทางร้าน “ซอลมอนแซ่บเวอร์” แต่ที่ชอบมากคงเป็นบรรยากาศ และเพลงในคาราโอเกะก็มีให้เลือกเยอะ ออกมานั่งข้างนอกชมวิว แล้วกลับเข้าไปร้องเพลงต่อ เป็นอีกร้านที่กลับไปบ่อย ยกให้เป็นร้านอาหารคาราโอเกะอันดับหนึ่ง

Eat Am Are (อีทแอมอาร์)

4. ร้าน Eat Am Are (อีท แอม อาร์ สเต็ก) ร้านสเต็ก ที่ซอยรางน้ำ ตรงข้ามเซ็นจูรี่ แผนที่ ความจริงมีหลายสาขาอยู่รอบๆอนุเสาวรีย์ แต่จะไปตรงสาขาซอยรางน้ำเป็นหลัก เมนูที่อยากแนะนำคือ “สเต็กหมูพริกไทยดำ” หมูนุ่มมาก อร่อยมากๆ กินกับส้มตำอร่อยเลย เพื่อนบอกว่าคนอะไรกินสเต็กกับส้มตำ ขอบอกว่าอร่อยครับต้องลอง แต่มาร้านนี้ต้องระวังคนรอคิวเยอะมาก ต้องเผื่อเวลาหรือเลี่ยงช่วงคนเยอะตอนค่ำๆ ร้านนี้ก็เป็นอีกร้านที่ไปกินบ่อยเพราะอร่อยและราคาก็ไม่แพง ยกให้เป็นร้านสเต็กอร่อยราคาประหยัดอันดับหนึ่ง

Inaho (อินาโฮ)

5.ร้าน Inaho (อินาโฮ) ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟ่ต์ ราคาประหยัด อยู่ที่ชั้น 2 ตึก Space one ถนนพระราม 4 ตรงข้ามสวนลุม แผนที่ ไปร้านนี้กันมีจุดประสงค์หลักคือ ไปกินปลาดิบเลยครับ คุ้มมากๆ สั่งปลาดิบไปหลายๆจานเลยครับ เขาจะรวมมาเสิร์ฟทีเดียว ส่วนเมนูของทอดก็อร่อยเหมือนกันครับ ถ้าใครที่ชอบแซลมอนรับรองว่าร้านนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ ยกให้เป็นร้านบุฟเฟ่ต์แซลมอนอันดับหนึ่ง

สมศักดิ์ ปูอบวุ้นเส้น

6.ร้าน สมศักดิ์ ปูอบ ร้านปู-กุ้งอบวุ่นเส้น ที่อร่อยมาก อยู่ที่ซอยเจริญรัถ 1 ขึ้นไป BTS ลงที่สถานีวงเวียนใหญ่ แล้วค่อยลงเดินไปที่ร้าน แผนที่ ปกติแล้วก็เฉยๆกับพวกปู กุ้งอบวุ้นเส้น แต่พอมาเจอร้านนี้เข้า ต้องบอกว่าอร่อยมาก ปูสด เนื้อแน่นๆ กุ้งตัวโต เนื้อแน่นอร่อย วุ้นเส้นก็อร่อย ราคาก็สุดจะคุ้มค่า พอกินเสร็จบอกเลยว่ามีโอกาสต้องกลับไปกินอีก ร้านนี้คนเยอะเหมือนกัน มาแล้วอาจจะต้องรอคิว ยกให้เป็นร้านปูอบวุ้นเส้นอันดับหนึ่ง

ร้านอาหาร MAiSEN (ไมเซน)

7. ร้าน MAiSEN (ไมเซน) ร้านทงคัตสึ ร้านอยู่ที่ ชั้น B สีลมคอมเพล็ค แผนที่ เป็นร้านขายข้าวทงคัตสึเป็นหลัก มีเมนูอื่นๆอยู่บ้าง ปกติเป็นคนที่มีประสบการณ์ที่ไม่ได้ดีกับข้าวหมูทอดกรอบๆแบบนี้เลย แต่ที่ร้านไมเซนทำให้เราชอบทงคัตสึขึ้นมาได้เลย มีกระหล่ำมาเสริมเรียกน้ำย่อยก่อน เมนูที่นี้จะจัดเป็นชุดน่ารักๆ “ข้าวทงคัตสึ(สันนอก)หน้าไข่มัน” มันอร่อยมาก ข้าวก็นุ่ม อร่อยสุดๆไปเลย ใครที่ไม่ชอบทงคัตสึแบบผมต้องลองไปกินดู แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจมาชอบมันได้เหมือนผม ยกให้เป็นร้านทงคัสสึกลับใจ(จากไม่ชอบเป็นรักเลย)

Road Q House

8. ร้าน Roadhouse Barbecue (โรดเฮ้าส์บาร์บีคิว) ร้านนี้อยู่ที่แยกถนนสุรวงค์กับถนนพระราม 4 ตรงมุมตรงข้ามสภากาชาด แผนที่ เป็นร้านที่เราไปนั่งดื่มเบียร์กันครับ มีดนตรีให้ฟัง อาหารไม่ได้หวือหวามาก พวกไส้กรอกกินแกล้มอร่อย แต่มีเบียร์หลากหลายยี่ห้อให้เลือกลองลิ้มรส บรรยากาศดี ที่สำคัญใกล้ที่ทำงาน เดินแป้ปเดียวถึง ยกให้เป็นร้านเบียร์บรรยากาศเยี่ยม

Sushi Masa

9. ร้าน Sushi Masa (ซูชิ มาสะ) ร้านอาหารญี่ปุ่นอีกแล้ว ร้านอยู่ในซอยพญานาค ลง BTS สถานีราชเทวี เดินเข้าซอยแป้บเดียวถึง แผนที่ ร้านนี้ทำซูซิได้เยี่ยมยอดมาก วัตถุดิบปลาดิบก็สุดยอด ร้านนี้ราคาพอสมควรนานๆไปที และคนจะเยอะแทบจะตลอดเวลา แถมไม่รับจองด้วยนะ ต้องไปต่อคิว ยกให้เป็นร้านซูชิอันดับหนึ่ง

เจียง ลูกชิ้นปลา

10. ร้านเจียง ลูกชิ้นปลา ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา อยู่ที่ชั้น 2 ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต แผนที่ ปรกติเป็นคนเกลียดลูกชิ้นปลามาก จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แม้ตอนสั่งลูกชิ้นปิ้งกิน ลูกชิ้นปลาไม่เคยถูกเรียกชื่อเลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่จำความได้ มันไม่อร่อยเอาเสียเลย วันนั้นไปกินกับเพื่อนๆพี่ๆที่ทำงาน ลองกินดูไม่ได้คิดอะไรเลย อร่อยซะงั้น เกิดมาเพิ่งจะกินลูกชิ้นปลาอร่อยก็วันนั้นแหละ งง ตัวเองมาก ร้านเจียง ลูกชิ้นปลา น่าจะมีหลายสาขาอยู่ตามห้างทั่วไป ลองไปชิมดูได้ครับ ยกให้เป็นร้านลูกชิ้นปลาร้านเดียวที่กินอร่อย

รวม 10 ร้านอาหารโปรดของผมเป็นไงบ้างครับ ต้องบอกว่าเลือกยากเหมือนกันนะครับ คัดมาตอนแรกเกือบ 20 ร้านเลยนะ แล้วก็พยายามตัดออกเรื่อยๆจนออกมาได้ดังที่เห็น ลองไปแวะชิมตามร้านต่างๆกันตามสะดวกเลยนะครับ อร่อยหรือไม่อร่อยค่อยมาแชร์กันได้ครับ

หวังว่าจะมีร้านที่ถูกใจ และกลับไปกินอีกบ่อยๆเหมือนผม

Wordmark.it เว็บนี้ช่วยคุณเลือกฟอนต์มาใช้งานได้ง่ายขึ้น

Wordmark.it เว็บเลือกฟอนต์ที่ชอบ

Wordmark.it เชื่อว่านักออกแบบต้องชอบเว็บนี้แน่เลย เป็นเว็บที่จะช่วยให้เราเลือกฟอนต์ที่จะนำมาใช้ในงานออกแบบของเราได้ง่ายขึ้นมาก เพียงพิมพ์ข้อความลงไปบนช่องด้านบนของเว็บไซต์ และกดโหลดฟอนต์ “load font” แล้วฟอนต์ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องเราก็จะถูกนำมาแสดงบนเว็บไซต์ ให้เราได้พรีวิวดูก่อนว่าฟอนต์ไหนจะเหมาะกับข้อความที่เราออกแบบไว้

ยังสามารถปรับแต่งข้อความเพิ่มเติมได้จาก เมนูด้านบน ได้แก่ แบบพื้นหลังสีดำตัวอักษรสีขาว พื้นหลังสีขาวตัวอักษรสีดำ รูปแบบตัวอักษร(ตัวเขียน เล็ก ใหญ่) ขนาดของฟอนต์ เป็นต้น เว็บทำงานได้ค่อนข้างเร็วเลย จะโหลดฟอนต์มาบางส่วนถ้าเลื่อนจนสุดแต่ยังไม่ถูกใจก็คลิกโหลดฟอนต์มาแสดงผลเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ

นอกจากนั้นมันใช้กับภาษาไทยได้ด้วยนะครับ ลองพิมพ์ภาษาไทยเข้าไปก็ใช้งานได้ดีเลย

ทดสอบใช้งานภาษาไทยใน Wordmark.it

นับว่าช่วยให้การเลือกฟอนต์ทำได้ง่ายขึ้นมากๆ น่าจะเป็นประโยชน์กับมือใหม่ที่ทำงานด้านออกแบบ ทำเว็บไซต์ ทำสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่แน่ใจว่ามืออาชีพเขามีเครื่องมืออะไรในการเลือกฟอนต์ แต่สำหรับมือสมัครเล่นอย่างเรา เว็บนี้มีประโยชน์มากครับ Bookmark ไว้เลยล่ะ

เข้าไปใช้งานได้ที่ https://wordmark.it

via: https://twitter.com/AdobeMuse/status/514512039788560384

เล่าถึงประสบการณ์การใช้ PAYSBUY MasterCard

PAYSBUY MasterCard

เป็นคนไม่มีบัตรเครดิตใช้ครับ ถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆจะยืมของพี่มาใช้ครับ พอเห็นข่าวที่ PAYSBUY ออกมาเปิดตัวบริการบัตรเครดิตจำลอง Visual MasterCard ก็เลยลองสมัครดู และได้ใช้งานอยู่สองสามครั้ง เลยมาเล่าให้ฟังครับ

ข้อดีอย่างหนึ่งของบัตรเครดิตจำลอง Visual MasterCard ของ PAYSBUY คือ อยากใช้ยอดเท่าไหร่ก็เติมเงินเข้าไปเท่านั้น ช่องทางการเติมเงินก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ ที่ผมใช้ก็กดเข้าไปว่าจะเติมเท่าไหร่ แล้วก็ไปจ่ายที่ 7-11 จะใช้วิธีนี้ได้ต้องส่งไฟล์บัตรประชาชนเข้าไปในระบบด้วย ต่อไปมีประสบการณ์มาเล่าให้ฟังดังนี้ครับ

  1. การจ่ายครั้งแรกกับ PAYSBUY MasterCard ผมใช้จ่ายค่า Coin ใน Line ที่เอามาซื้อ Sticker ครับ ราคา $1.99 คิดเป็นเงินไทย 63.66 บาท ตอนแรกทำเอางงมากเพราะแค่เข้าไปกรอกหมายเลขบัตรใน Google wallet มันก็หักตังค์เราไปแล้ว 40 บาท แต่สักพักมันก็ตัดกลับมาให้ แต่มันดันหักไป 2 ครั้ง แต่คืนกลับมาให้แค่ครั้งเดียว ทำเอางง ตอนแรกคิดว่ามันอาจจะดีเลย์แต่ผ่านไปอีกวันก็ยังไม่คืน เลยอีเมลไปคุยกับ Support ได้ความว่าปกติแล้วระบบของ Google จะเช็คว่าบัตรเครดิตใช้งานได้หรือปล่าวโดยการเรียกหักเงิน 40 บาท และจะคืนมาให้ภายหลัง อันนี้เราเข้าใจ แต่อันที่หักไป 2 ครั้ง แต่คืนมา 1 ครั้ง อันนี้ไม่ถูกต้อง ก็คุยกับ Support ไปมาสุดท้ายเขาให้เรากรอกข้อมูลในไฟล์ PDF แล้วส่งกลับเพื่อยืนยันว่าเราไม่ได้รับบริการใดๆจากเงิน 40 บาท ที่ถูกหักไป T_T ผ่านไป 4 วันเราก็ได้เงิน 40 บาทเราคืนมา ฮาเลย ต่อสู้เพื่อเงิน 40 บาท แต่อย่างไรก็ตาม Support เขาก็บริการดีนะ ตอบคำถามที่เราสงสัยและก็ดำเนินการจนเราได้เงินคืนมา และอีกอย่างเราก็ซื้อ Sticker “คนอะไรเป็นแฟนหมี” ได้ด้วยบัตรนี้ล่ะ
  2. พอผ่านอันแรกมาได้ เราค่อนข้างมั่นใจระดับหนึ่งแล้วว่ามันก็โอเครดีนะ ใช้แทนบัตรเครดิตได้จริงๆ ก็เลยเล็งที่จะซื้อสมุดเสก็ตรูปของ Moleskine ที่อยากได้มานานแล้ว อันที่อยากได้หาซื้อในไทยไม่ได้ด้วย แหล่งที่จะซื้อคือ bookdepository.com ครับ เคยเห็นเพื่อนเคยสั่งซื้อมาแล้ว จัดการเข้าไปหยิบอันที่อยากได้ไว้ในตะกร้าก่อนคลิกดูราคา แล้วก็ไปเติมเงินให้ PAYSBUY MasterCard เอาแบบเกินไปเยอะเกือบเท่าตัวเลย เผื่อมีค่าอื่นๆที่ไม่คาดคิด แล้วก็กลับมาดำเนินการขั้นตอนจ่ายเงินต่อ ปรากฏว่าระบบของ bookdepository.com ใส่หมายบัตร รหัส CVC เข้าไปยังไงก็ไม่ผ่าน ใส่หลายครั้งก็ไม่ผ่าน ทำวันหลังก็ไม่ผ่าน อีเมลไปคุยกับ Support ของ bookdepository ก็แก้ไขตามข้อแนะนำ เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนบราวเซอร์ สรุปคือใช้ไม่ได้กับ bookdepository.com ครับ อันนี้เศร้าเลยครับ
  3. จากเหตุการณ์ด้านบนทำเอาผิดหวังนิดๆ แสดงว่าไม่ใช่จะทุกเว็บไซต์ที่บอกว่าใช้ MasterCard ได้แล้ว PAYSBUY MasterCard จะใช้ได้ด้วย เลยคิดตัดใจไม่เป็นไรเอาตังค์ไว้ซื้อ App ก็ได้ เพราะเงินที่เติมเข้าไปมันถอนไม่ได้นะครับ เลยจะเอาหมายบัตรไปใส่ไว้ในระบบของ Apple เผื่อซื้อเพลง ซื้อ App เข้าไปกรอกหมายเลขบัตร รหัส ปรากฏว่าใช้ไม่ได้เหมือนกันครับ

สรุปดังนี้ครับ ระบบมันก็สะดวกดีครับ Support ก็โอเครในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่เว็บช้อปปิ้งออนไลน์ทุกที่ที่บอกว่ารองรับ MasterCard แล้ว PAYSBUY MasterCard จะใช้งานได้

ถ้ามีใครเคยใช้แล้วเป็นยังไงบ้างเอาแชร์กันบ้างนะครับ อยากรู้ว่าเว็บไหนใช้ได้ไม่ได้บ้าง ผมก็จะเอามาอัพเดตเรื่อยๆ

รายชื่อแหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใช้กับ PAYSBUY MasterCard ได้/ไม่ได้

  1. Google Play ใช้ได้
  2. Bookdepository.com ใช้ไม่ได้
  3. Apple App Store ใช้ไม่ได้
  4. Lazada.co.th ใช้ได้

เล่าถึงการใช้งาน LibreOffice แทน Microsoft Office

LibreOffice

ที่ทำงานมีนโยบายให้ใช้โปรแกรมทำเอกสารที่ถูกลิขสิทธิ์ ตอนแรกก็ใช้ OpenOffice แต่ภายหลังก็ย้ายมาเป็น LibreOffice ที่มีการพัฒนาต่อเนื่องมากกว่า ตอนแรกยังติดอยู่กับ Microsoft Office เพราะจะเปลี่ยนไปใช้ LibreOffice เลยมันดูไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย อีกทั้งคนอื่นๆก็ยังทำด้วยเอกสารด้วยไฟล์ .doc หรือ docx ที่สร้างด้วย MS Office เป็นหลัก การส่งไฟล์แก้ไขระหว่างกันดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ

ถ้าเป็นแบบนี้เราจะเปลี่ยนไปใช้แบบถูกลิขสิทธิ์ได้อย่างไร จะเลือก LibreOffice ที่ใช้งานได้ฟรีหรือจะยอมจ่ายตังค์ MS Office ไปตลอด ซึ่งหน่วยงานที่ทำงานอยู่เลือกให้แล้ว กึ่งบังคับด้วยว่าต้องใช้แบบฟรีและถูกลิขสิทธิ์ นั้นคือ LibreOffice และใช้ไฟล์ .odt เป็นหลัก ถ้าจะเป็นไปใช้ LibreOffice อย่างจริงจัง ต้องเริ่มยังไง?

เริ่มต้นต้องหาความรู้ ต้องเรียนรู้วิธีใช้งาน ที่หน่วยงานมีจัดอบรมทุกปีต้องหาเวลาเข้าไปเรียนให้ได้สักครั้ง ถ้าที่ทำงานคุณไม่มีจัดอบรม อินเทอร์เน็ตช่วยได้ครับ ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายนัก ถ้าใช้ MS Office เป็นอยู่แล้ว LibreOffice ก็ไม่ได้ต่างกันมาก เมนูต่างๆก็จัดว่าคล้ายคลึงกัน เพียงแต่หน้าตาเท่านั้นที่จะทำให้ตัวเราเองไม่คุ้นเคยแล้วส่งผลให้ไม่อยากใช้งาน ก็ต้องบอกว่าใช้ไปสักพักจะคุ้นเคยเอง

ต้องขอยอมรับเลยครับว่าการเข้าอบรมแค่ครั้งเดียว จะทำให้รู้ว่า LibreOffice สามารถแทน MS Office ได้อย่างสมบูรณ์สำหรับการทำงานทางด้านเอกสาร ในระดับที่เราๆท่านๆใช้กันอยู่ในตอนนี้ แถมตอนเรียนได้รู้ว่ามีฟีเจอร์ต่างๆมากมายของ LibreOffice ที่ช่วยให้เราทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้นมาก คิดว่าใน MS Office ก็น่าจะมี แต่เราไม่ได้เรียนรู้เท่านั้นเอง ก็ใช้งานแค่พื้นฐานอยู่เท่านั้น

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเข้าอบรมการใช้งาน LibreOffice แล้วเอามาใช้ได้อย่างดีมากๆ มีหลักๆอยู่ ดังนี้

  1. การเลือกใช้ Style ของระบบอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. สร้างสารบัญเรื่อง, ภาพ, ตาราง แบบอัตโนมัติได้ง่ายมาก ตรงนี้ทำให้ประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดได้อย่างมาก
  3. การสร้างไฟล์ PDF ทำได้ง่ายและดีขึ้น สามารถแนบไฟล์ที่แก้ไขได้เข้าอยู่ใน PDF ได้ด้วย
  4. ตารางในเอกสาร Document ใส่สูตรคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้

สรุปว่าตอนนี้ผ่านมาเกือบปีแล้ว เอกสารที่เราทำเอง ส่งออกเอง ทำเบ็ดเสร็จด้วย LibreOffice ได้แล้ว และยังทำได้เร็วกว่าเดิมมาก หากต้องทำงานร่วมกับคนอื่นๆที่ยังใช้ MS Office ยังมีปัญหาอยู่บ้างเกี่ยวกับรูปแบบเพี้ยน แต่เราแก้ไขปัญหาโดยแก้ไขเนื้อหาด้วยโปรแกรมอะไรก็ได้จะ MS Office หรือ LibreOffice ตามแต่ใครจะสะดวก แล้วค่อยมาจัดหน้ากันอีกทีในตอนท้าย ก่อนจะแปลงเป็น PDF อีกทีเพื่อส่งงาน

ถ้าเป็นไปได้จะมาแนะนำการทำงานเอกสารด้วย LibreOffice ที่น่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆครับ คอยติดตามแล้วกันนะครับ

MyPermissions ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของเราถูกใครดึงไปใช้งานบ้าง

MyPermissions เว็บไซต์ช่วยตรวจสอบบริการต่างๆดึงข้อมูลอะไรที่เป็นส่วนตัวของเราไปใช้บ้าง

หลายๆครั้งที่เราสมัครเข้าใช้งานเว็บไซต์ เกมส์ หรือบริการออนไลน์ตัวใหม่ๆ ด้วยบัญชีของ Facebook หรือ Twitter ตามแต่เจ้าของบริการจะเปิดให้เราเข้าใช้งานโดยการดึงข้อมูลของเราจาก social network ของเราเองมาใช้ ทำให้คนใช้งานก็สะดวก คนให้บริการก็ได้สมาชิกมากขึ้นจากความสะดวกนั้น จนหลายๆครั้งเราคนใช้งานไม่ได้ตรวจสอบดูเลยว่าในแต่ละครั้งบริการเหล่านั้นขอข้อมูลส่วนตัวอะไรของเราบ้าง และบางอันที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ก็ควรหยุดให้เขาเข้ามาดึงข้อมูลของเราไปใช้ (ข้อมูลส่วนตัวของฉันนะ)

ความเป็นส่วนตัว(permission) ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือผู้ให้บริการจะแนะนำบริการต่างๆได้ตรงตามความต้องการของเราเพราะเราให้ข้อมูลที่ละเอียด ส่วนข้อเสียก็คือบางเรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆเราก็ไม่อยากให้ใครได้ข้อมูลเหล่านั้นไป มันอาจจะหมายถึงความปลอดภัยทั้งทรัพย์สินและร่างกายของเรา ต้องระวังในการเปิดเผย ควรให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ถ้าเป็นคนที่ชอบท่องโลกอินเตอร์เน็ต ลองเล่นโน่นนี้นั้นไปเรื่อย ยากที่จะตามไปดูว่าให้ข้อมูลส่วนตัวของเราที่อยู่ใน social network ให้ใครไปบ้างและเขาได้ข้อมูลอะไรไปบ้าง ก็เป็นเรื่องน่ากังวลอยู่ไม่น้อย แล้วก็มาเจอเว็บไซต์นี้ครับ ตัวช่วยตรวจสอบ permission ให้เรา

เว็บไซต์ MyPermissions จะช่วยตรวจสอบให้เราว่าข้อมูลของเราใน social network เช่น Facebook, Twitter, Google+,Instagram ฯลฯ ถูกนำไปใช้ที่ไหนบ้าง และขอใช้ข้อมูลอะไรบ้าง เช่น location, contact list, photo เป็นต้น เยี่ยมมากๆ

ตัวอย่าง เข้าไปดูรายละเอียดการอนุญาติให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว สามารถเพิกถอนการเข้าถึงได้

เมื่อตรวจดูแล้วบ้างอันที่เราไม่ได้ใช้งานแล้วก็ควรหยุดการให้เข้าถึงข้อมูลของเรา ซึ่งเราสามารถเข้าไปแก้ไขและเพิกถอนสิทธิ์(revoke)การเข้าถึงข้อมูลของแต่ละเว็บไซต์หรือบริการต่างๆที่ดึงไปใช้งานได้ ถ้าเราติดตั้งเป็น extension ของ MyPermission ใน browser ของเราก็จะมีการแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการขอใช้ข้อมูลส่วนตัวของเรา ถือว่ามีประโยชน์มากๆครับ

เข้าไปใช้งาน MyPermissions ได้ที่เว็บไซต์ https://mypermissions.com

ชุด kit วาดภาพสีน้ำ วาดเมื่อไหร่ ที่ไหน ก็ได้ตามใจฉัน

ช่วงเดือนที่ผ่านมาเราสนุกกับการวาดรูปใน iPad ด้วยแอพพลิเคชั่น Paper by 53 และสไตลัส Pencil มาก มันทำให้วาดสนุกขึ้นมาก แต่อย่างไรก็ตามการวาดในจออิเล็กทรอนิกส์ก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่ได้อารมณ์ของการวาดจริงๆ ความรู้สึกวาด เขียนลงกระดาษตอนจับปากกา ดินสอ หรือพู่กันตอนลงสี ยังสู้ของจริงไม่ได้อย่างที่ใจอยากได้

แต่เพราะ iPad มันตอบโจทย์อย่างหนึ่งนั้นคือมันพกไปไหนมาได้ สะดวก เราหยิบขึ้นมาวาดได้ทันทีที่อยากวาด ซึ่งมันก็ทำหน้าที่ตรงนั้นได้อย่างดี แต่จะให้พกกระดาษ ชุดสีน้ำ น้ำ พู่กัน ไปไหนมาไหนก็ดูไม่สะดวกสักเท่าไหร่นัก

จนกระทั้ง…ด้วยความบังเอิญ วันหนึ่งอยากได้หมึกให้ปากกา ปากกาหมึกซึม Parker เพราะตัวที่ใช้อยู่มันมีกลิ่นที่ไม่ชอบเอาเสียเลย และโดนน้ำหรือความชื่นก็เลอะ ก็เข้าไปค้นใน Google ตามปกติ ทำให้ไปเจอบล็อกนี้ https://www.bbblogr.com ซึ่งเขียนรีวิวพวกปากกา สมุดสเก็ต หมึก ไว้ดีมากๆ ได้ความรู้เยอะมาก ต้องขอบคุณเจ้าของบล็อกจากใจจริง และในนั้นก็ทำให้รู้ว่ากลุ่ม Sketcher จะออกไปวาดรูปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเขาก็จะมีชุด kit แบบพกพาสำหรับออกไปวาดรูปที่ไหนก็ได้ ไปเที่ยว ไปกินกาแฟ กินข้าว เดินเล่น วาดที่ไหนก็ได้ตามใจ มันดูสะดวกมากๆ (มีสิ่งมหัศจรรย์แบบนี้อยู่บนโลกด้วย) เป็นที่มาของบล็อกนี้ที่อยากเขียนถึง “ชุด kit วาดสีน้ำ” เอาพอสังเขปตามที่ได้สัมผัส ได้ใช้งานครับ

อุปกรณ์ชุดวาดภาพสีน้ำ

  1. สมุดสเก็ตภาพ (Canson 120gsm, 110 บาท)
  2. ปากกาหมึกซึมแบบกันน้ำ (Unipin, 35 บาท)
  3. ชุดสีน้ำ (Koi Water Colors Pocket Field Sketch Box 18 colors, 425 บาท)
สมุด ปากกา สี มีอุปกรณืเท่านี้ก็พร้อมลุยออกไปวาดรูปแล้ว

มีแค่ 3 ชิ้นนี้ก็พร้อมออกไปวาดรูปนอกบ้านแล้วครับ ซึ่งที่ผ่านมาเกือบเดือนก็รู้สึกชอบและพอใจกับชุด kit นี้มาก เอาติดกระเป๋าไปไหนมาไหนตลอด นอกจากนี้ใครที่คิดว่ามันราคาแพงไปหน่อย ก็มี Sketcher หลายๆคนก็มีการทำชุด kit ด้วยตัวเองด้วยนะ โดยใช้พวกฝาขวดมาทำเป็นหลุมสี เอาฝาติดกับกล่องพลาสติกเล็กๆก็เท่และก็ใช้ได้จริงอีกด้วย https://www.sketchlandyard.com/1660/

ชุดวาดสีน้ำ Koi Water Colors Pocket Field Sketch Box

เปิดกล่องดูข้างในของกล่องชุดสีน้ำก้อน

ข้างในจะมีสีน้ำแบบเป็นก้อน และตัวพู่กันแบบมีแท็งน้ำอยู่ตรงด้ามจับ มีถาดสี (ใช้ไปได้สักพักแล้ว ของใหม่ไม่เละนะ) สิ่งที่สุดยอดน่าจะเป็นตัวสีน้ำที่เป็นก้อนแห้ง และพู่กันที่มีแท็งเก็บน้ำไว้ได้ ทำให้คิดอยากวาดเมื่อไหร่ก็ได้ มีน้ำให้ใช้ตลอดตราบใดที่ไม่ลืมเติมน้ำเข้าไปนะ

สีก้อนแบบ 18 สี

สีน้ำของ Sakura Koi จะมีให้เลือกแบบ 12, 18, 24 สี ราคาก็แตกต่างกัน ของผมเป็นกล่อง 18 สี ซื้อมาจากร้าน siam-market ที่ central world ครับ

พู่กันมีแท็งน้ำ

พู่กันที่มีแท็งน้ำ แท็งน้ำมีจุกปิดแน่น ตอนจะใช้ก็เปิดจุกออกแล้วหมุนหัวพู่กันเข้าไป เมื่อเราบีบเบาๆน้ำที่อยู่ในแท็งก็จะไหลออกมาที่ปลายพู่กัน แล้วเราก็ป้ายลงสีน้ำก้อน แล้วก็สนุกกับการระบายสีลงรูปวาดของเราได้เลยครับ สะดวกจริงๆนะเออ

อีกอย่างที่ทำให้ผมลุกขึ้นวาดรูป มองหาอุปกรณ์อะไรแบบนี้ ส่วนหนึ่งเพราะได้เห็นสมาชิกและกิจกรรมของกลุ่ม BANGKOK SKETCHERS GROUP ที่เอารูปสวยๆ มาแชร์ให้ดู ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากออกไปวาดรูปบ้าง

สรุปว่าตอนนี้ก็สนุกกับการได้วาดแบบนี้มากครับ สวยไม่สวยอีกเรื่อง สนุกไว้ก่อน เข้าไปดูตัวอย่างรูปที่วาดได้ที่นี้ครับ https://sarapuk.tumblr.com

Exit mobile version