อยากรู้ว่า รูปสวยๆรูปนั้นถ่ายด้วยกล้องอะไร เลนส์อะไร เรามีตัวช่วย

หลายๆครั้งที่เราเห็นภาพสวยๆบนเว็บไซต์ต่างๆ ก็อยากจะรู้ขั้นตอนการได้มาซึ่งภาพสวยๆอันนั้น สิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้เราเข้าใจการทำงานของช่างภาพได้บ้าง นั้นคือเขาใช้อุปกรณ์อะไรในการถ่ายภาพนั้น(Camera Model, Flash) เลนส์อะไร(Lens Model) ความยาวโฟกัสเท่าไหร่(Focal Length) ความเร็วชัตเตอร์เท่าไหร่(Exposure Time) เปิดรูรับแสงยังไง(F Number) ISO เท่าไหร่ ถ่ายที่ไหน(GPS) เมื่อไหร่(Date, Time) ทำให้เราเข้าใจภาพนั้นมากขึ้น

ค่าต่างๆเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่อยากเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านทางผลงานของช่างภาพที่เราชื่นชอบ ซึ่งค่าต่างๆเหล่านี้จะถูกฝังไว้ในไฟล์ภาพนั้นๆตั้งแต่ที่กดถ่ายภาพอยู่แล้ว รายละเอียดเหล่านี้เรียกกันว่า Exchangeable image file format หรือ EXIF รายละเอียดดูได้ตามลิงค์

โดยปกติในโปรแกรมจัดการกับรูปภาพสามารถแสดงรายละเอียดของ EXIF ได้อยู่แล้ว แม้แต่ในบริการฝากรูป Flickr, Google+Photo ก็แสดงรายละเอียดของ EXIF โดยละเอียดได้ หรือใน OS X เวลากด file info ก็แสดงรายละเอียดได้เช่นกัน

แต่ภาพที่เราจะดูเอามาเป็นแรงบันดาลใจ เอาไว้เรียนรู้ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่บนเว็บไซต์ การใช้งานแบบ offline จึงดูไม่ค่อยสะดวกมากนักเป็นการทำงานหลายขั้นตอนกว่าจะได้เห็นข้อมูล การกดดูแบบออนไลน์ทันที จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า จึงเอา Extension สำหรับ Google Chrome ที่สามารถคลิกดูรายละเอียดของภาพได้โดยละเอียดมาแนะนำครับ ส่วนตัวก็ใช้โดยปกติอยู่แล้ว

Exif viewer extension for Google Chrome

Exif Viewer Extension สำหรับ Google Chrome

สามารถดาวน์โหลด EXIF Viewer สำหรับ Google Chrome มาใช้ได้ตามลิงค์ เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เวลาจะใช้งานเพียงแค่คลิกขวาบนรูปภาพที่ต้องการดูรายละเอียดของ EXIF จะมีเมนู Show EXIF data อยูในรายการ ให้คลิกเมนูนี่เลย

ตัวอย่างภาพจาก https://pantip.com/topic/32715141 รูปสวยดีครับ เลยอยากรู้ว่าถ่ายด้วยกล้องอะไร

คลิกขวาที่ภาพ จะมีเมนู Show Exif Data

เมื่อคลิกเมนูดังกล่าว รายละเอียดต่างๆของ EXIF ก็จะแสดงที่ด้านขวาของจอ บอกรายละเอียดอย่างครบถ้วน

รายละเอียดของ EXIF data ก็จะปรากฏที่ด้านขวาของจอทันที

นับว่ามีประโยชน์สำหรับมือใหม่ มือสมัครเล่น ที่หัดเรียนรู้ว่ามืออาชีพอย่างมาก อย่างไรก็ตามบางทีรูปก็จะไม่มีรายละเอียด EXIF เหมือนกัน ถ้าหากคนถ่ายภาพจะลบข้อมูลตรงนี้ออกไปซึ่งก็ทำได้เหมือนกัน

EXIF Viewer ตัวนี้ช่วยให้ได้เรียนรู้วิธีถ่ายภาพผ่านทางผลงานของมืออาชีพได้เยอะมากครับ นำเอามาประยุกต์ใช้และฝึกฝนตัวเองได้ดีเลยทีเดียว ขอแนะนำให้เพื่อนๆที่อยากฝึกฝนตนเองได้ลองติดตั้งลงเครื่องไว้ใช้งานครับ

ปล. ถ้าไม่อยากกดคลิกเข้าไปในเมนู ขอแนะนำอีกตัว EXIF Reader ตัวนี้เป็น Extension เหมือนกัน แค่วางเมาส์ไว้บนภาพ รายละเอียดเบื้องต้นก็โชว์ออกมาให้เห็นแล้ว แต่รายละเอียดจะน้อยกว่า EXIF Viewer Extension

LastPass เพราะเราขี้เกียจจำ User และ Password

LastPass

อยู่ๆก็อยากพูดถึง LastPass ขึ้นมาครับ น่าจะเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ในคอมของเราจะขาดไม่ได้เอาเสียเลย

LastPass เป็นอีกหนึ่งบริการช่วยจำรหัสล็อกอินเว็บไซต์ต่างๆของเรา รวมถึงการช่วยสร้างรหัสที่มีความปลอดภัยสูง ใช้งานมาได้พักหนึ่งแล้วและตอนนี้ก็ยังใช้อยู่ ไปเจอบริการตัวนี้ครั้งแรกจาก TIME’s 50 Best Websites 2012 แล้วก็ทดลองใช้ตั้งแต่ตอนนั้น ลองค้นดูพบว่ามีบริการในลักษณะนี้อยู่สองสามเจ้าในตลาดที่แข่งขันกันอยู่ ได้แก่ LastPass, 1Password, mSecure แต่มีแค่ LastPass ที่มีเวอร์ชั่นฟรี

ความสามารถหลักๆของ LastPass ที่ใช้อยู่คือ ให้ช่วยจำรหัส จำข้อมูลส่วนตัว(ชื่อ,ที่อยู่) ตอนที่จะเราจะล็อกอินเข้าใช้งานเว็บไซต์ หรือต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดต่างๆของเราเอง LastPass ช่วยอำนวยความสะดวกให้ได้อย่างดี

ตอนนี้มีเว็บไซต์ต่างๆประมาณ 200 กว่าเว็บไซต์ที่เราเป็นสมาชิก มีรหัสเข้าใช้งานอยู่ประมาณ 10 แบบที่แตกต่างกัน แต่ละชุดค่อนข้างยาว ตัวที่ยาวสุดคือมีอักขระเกือบ 30 ตัว แต่ก่อนเว็บไซต์ที่นานๆครั้งจะได้เข้าใช้งานจะซุ่มรหัสใน 10 แบบที่เรามีไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอ หรือแม้แต่จำได้ถ้าจะให้พิมพ์รหัสยาวๆเองทุกครั้งก็ไม่สะดวกเอามากๆเลยล่ะ ส่วนใน Google Chrome ก็มีระบบช่วยจำให้เหมือนกัน แต่การบริหารจัดการนั้นไม่สะดวกเอาซะเลย ใช้ LastPass ลงตัวกว่ามาก จะจัดหมวดหมู่ แก้ไข คัดลอก ทำได้ง่ายกว่ามาก ตอนนี้เลยจำแค่รหัสล็อกอินเข้า LastPass เพียงตัวเดียวที่เหลือก็ให้โปรแกรมช่วยจำ ช่วยจัดการให้

แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างเหมือนกัน นั้นคือตัวแอพ LastPass ที่ใช้งานในมือถือหรือแท็ปเล็ตต้องจ่ายตังค์แบบรายปีซึ่งถือว่าหลายตังค์เหมือนกัน(24$/Y) ทำให้อาจจะใช้งานได้ไม่เต็มที่ แต่เราใช้เฉพาะในคอมก็ยังสะดวกกว่าไม่ได้ใช้อยู่ดี อีกข้อหนึ่งที่น่าห่วงเหมือนกันคือความปลอดภัยถ้าเราทำรหัสของ LastPass แค่อันเดียวหลุดไป คนที่ได้ไปก็อาจจะได้รหัสอื่นๆไปด้วย อันนี้ต้องระวังมากๆด้วย ซึ่งเราเองก็ต้องชั่งใจอยู่นานเหมือนกันว่าระบบของเขาปลอดภัยแค่ไหน ซึ่งเท่าที่ศึกษาข้อมูลจากหลายๆที่ก่อนตัดสินใจใช้ ก็พอตอบได้ว่าไว้ใจได้ แต่ก็มีรหัสบางตัวที่สำคัญมากๆ เช่นเกี่ยวกับการเงิน ก็จะไม่เอาเข้าไปเก็บไว้ใน LastPass เลย

สรุปว่า LastPass ช่วยให้การท่องโลกอินเทอร์เน็ตของเราสะดวกขึ้นมากๆ ***แนะนำให้ใช้กับเครื่องคอมของตัวเองเท่านั้นนะครับ

LastPass: https://lastpass.com/

มาเล่นตัวต่อ LEGO บนเว็บกันดีกว่า [3D]

LEGO กับ Google ร่วมกันทำเว็บไซต์ Buid with Chrome (buildwithchrome.com) โดยมีตารางบนแผนที่ของออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เราสามารถกดเข้าไปสร้างอะไรก็ได้บนพื้นที่แปลงหนึ่ง ด้วยตัวต่อ  LEGO 1 พันชิ้น จากนั้นก็แชร์สิ่งก่อสร้างของคุณต่อไป มีข้อจำกัดอีกนิดหน่อย เช่น พื้นที่มีจำกัดใครมาก่อนได้สร้างก่อน หมดแล้วหมดเลย เมื่อเริ่มสร้างแล้วต้องทำให้เสร็จในคราวเดียว และต้องแน่ใจว่าเสร็จสมบูรณ์แล้วค่อยเผยแพร่ หากปิดเว็บไปมันไม่บันทึกให้นะ และยังมีข้อแนะนำอีกนิดหน่อยลองอ่านดูที่ลิงค์ https://www.buildwithchrome.com/static/legal

ส่วนใครไม่อยากอ่านข้อกำหนดต่างๆให้วุ่นวาย ก็ขอให้ตั้งใจสร้างให้สุดฝีมือ แล้วค่อยกดแชร์

LEGO Build with Chrome (ฝีมือห่วยๆของผมเอง)

การเข้าใช้งานเว็บไซต์ต้องใช้บราวเซอร์ที่รองรับ HTML5 ใช้งานได้ดีกับ Google Chrome

พอเล่นไปเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าตัวต่อไม่กี่แบบมันจะทำอะไรได้เยอะแยะขนาดนี้ เป็นการตลาดที่ดีเลยละ เพราะเล่นไปสักพักผมก็อยากได้ LEGO ของจริงขึ้นมาเลยทีเดียว

เริ่มเล่น LEGO กันได้เลยที่ https://www.buildwithchrome.com/

via: https://www.howtogeek.com

วิธีโพสที่ Google+ ไปโผล่ที่ Facebook และ Twitter ในครั้งเดียว

Start G+ extension for Chrome

Start G+ เป็นส่วนเสริมสำหรับ Google Chrome ที่จะช่วยให้เราโพสที่ Google+ ที่เดียว แต่ให้ไปแสดงข้อความที่ Facebook และ Twitter ในทีเดียวพร้อมกันแบบอัตโนมัติ นอกจากนั้นมันยังเพิ่มส่วนของ Gmail notification มาให้ด้วย

วิธีใช้งาน เข้าไปดาวน์โหลดและติดตั้ง Start G+ extension ก่อนตามลิงค์

ล็อกอิน

คลิกเพื่อล็อกอิน Twitter หรือ Facebook แล้วแต่ต้องการให้แชร์อัตโนมัติไปที่ไหนบ้าง

ทดลองโพสที่ Google+

จากนั้นก็โพสข้อความที่ Google+ แล้วติ๊กเลือกด้านล่างว่าจะให้แชร์ไปที่ไหนบ้าง แล้วคลิก Share ได้เลย

นอกจากนี้แล้ว ตัว extension ตัวนี้ ยังนำ Timeline (twitter) กับ status update (facebook)ของเรามาแสดงใน Stream ของ Google+ อีกด้วย

ปล.Extension สำหรับ Google+ ตัวอื่นๆดูได้ที่ รวมส่วนเสริม เล่น Google+ ให้สนุกขึ้น

ขอให้สนุกครับ

รวมส่วนเสริม เล่น Google+ ให้สนุกขึ้น

Google+ โซเชียลเน็ตเวิร์คของ Google เปิดตัวให้ใช้ในวงจำกัดอยู่ในขณะนี้ ดูแนวโน้มแล้วถ้าจะรุ่ง คงเพราะเตรียมตัวมาอย่างดี เปิดตัวยังไม่ทันไรตอนนี้ส่วนเสริมต่างๆออกมาเยอะมาก มีหลายตัวน่าใช้ หลายตัวลงไปก็ลบออก ทาง Google plus blog ทำลิสต์ส่วนเสริมของ Google Chrome ไว้ได้น่าสนใจ เลยนำมาฝากครับ

หากใครที่อยากลองเล่น Google+ แต่ยังเข้าไม่ได้ ส่งอีเมล gmail มาให้ผมครับ แล้วจะส่ง invite ไปให้ จะได้มีเพื่อนเล่นเยอะๆ (เขาว่าใช้อีเมลของอันอื่นก็ได้นะ แต่เอาชัวร์ใช้ gmail ดีกว่า)

Chrome Extensions สำหรับ Google Plus

  1. Replies and more for Google+
    Replies and more for Google+

    ตัวนี้เมื่อติดตั้งแล้วจะเพิ่มลิงค์ Reply to Author ถ้านึกไม่ออกว่ามันคืออะไร มันเหมือน Mention ใน Twitter ครับ และยังเพิ่มส่วน share ให้สามารถแชร์เนื้อหานั้นไปที่ Twitter, Facebook และ Email ได้ด้วย

  2. Surplus
    surplus

    ส่วนเสริมนี้เป็น Notification บน bar ของ Chrome เมื่อคลิกก็จะเหมือนเล่นที่หน้า Google+ คือตอบกลับได้เลย ที่จริงแล้วที่ favicon ของ Google+ ก็มีเตือนนะแต่เล็กไป

  3. Extended Share
    Extended Share for Google Plus

    ตัวนี้คล้ายกับตัว Replies and more for Google+ คือเพิ่ม share to  ไปที่ Twitter, Linked-In, Facebook

  4.  Notification Count
    Notification Count

    ตัวนี้จะช่วยเช็ค notification ให้คล้ายกับตัว Surplus ต่างตรงที่เมื่อคลิกที่ icon มันจะลิงค์ไปที่ Notifications all ที่เดียวกับตอนที่คลิกลิงค์ใต้เมนูลิสต์ของ Stream

  5. Photo Zoom
    Photo Zoom for Google+

    แต่ก่อนเล่น Facebook ก็มี Photo Zoom เหมือนกัน ของ Google+ จะขาดไปได้ยังไง ความสามารถของมันคือเมื่อเอาเมาส์ไปวางไว้ที่รูปใน Stream มันจะขยายใหญ่ขึ้น

  6. +Comment Toggle
    +Comment Toggle

    ตัวช่วยซ่อนคอมเม้นต์ ถ้าใครเจอ Post ที่มีคนเขียนคอมเม้นต์เยอะคงเลื่อนลงข้างล่างลำบาก ตัวนี้ช่วยซ่อนไว้ให้ แต่ก็คลิกเปิดออกมาดูได้นะ อันที่จริง Google+ มันก็ซ่อนให้อยู่แล้วส่วนหนึ่งนะ แต่ตัวนี้ซ่อนหมดเลย

  7. Color Bar Changer
    Color Plus for Google+

    ปกติบาร์ของ Google แบบใหม่จะเป็นสีดำ แต่เราใช้ส่วนเสริมตัวนี้เปลี่ยนสีใหม่ให้บาร์ด้านบนได้ มีให้เลือก 3 สี คือ ชมพู ฟ้า หรือ เขียว

  8. Google+Facebook
    Google+Facebook

    ตัวนี้จะเอา News feed ของ Facebook มาแสดงใน Google+ แล้วยังสามารถโพสในหน้านี้ได้เลย พูดง่ายๆคือเล่น Facebook ในหน้า Google+

  9. Google+Tweet
    Google+Tweet

    ตัวนี้จะดึง Time line ของ Twitter มาแสดงใน Google+ สรุปว่าเอามาแสดงได้ทั้ง Facebook และ Twitter ถ้างั้นเราเปิิดแค่ Google+ ก็พอ

  10. Gplus.to
    Gplus.to ย่อ url ให้ Google+

    ตัวนี้ไม่ใช่ Extension ครับ แต่เป็นบริการย่อลิงค์ที่อยู่ Google+ ของเรา ซึ่งตอนนี้ยังเป็นตัวเลขยาวๆ จำยาก ใช้งานง่ายๆกรอกชื่อที่ต้องการ เอาตัวเลขในหน้า Google+ Profile มาวาง แล้วกด add จากนั้น URL สั้นของเราจะเป็น https://gplus.to/ชื่อ เช่นของผมจะเป็น https://gplus.to/sarapuk

ตัวเสริม ลูกเล่นสำหรับ Google+ ก็ทยอยออกมาเรื่อยๆ เป็นแนวโน้มที่ดี บอกได้ว่ามันกำลังได้รับความนิยม หวังว่าตัว Extension เหล่านี้จะทำให้คุณเล่น Google+ ได้สนุกมากขึ้นนะครับ

ไอ้เจ้าโซเชียลเน็ตเวิร์คตัวใหม่ที่ชื่อ Google+ จะบอกให้ว่า ผมชอบและเชียร์มันมากเลยล่ะ!

Google Dictionary สำหรับ Google Chrome มีปุ่มออกเสียงให้ด้วย

Google Dictionary Extension สำหรับ Google Chrome

เคยแนะนำตัว Dictionary Extension for Google Chrome ไว้แล้ว ไปดูอันเก่าได้ วันนี้เพิ่งสังเกตเห็นว่าตัว Google Dictionary มันเพิ่มปุ่มออกเสียงต่อท้ายคำศัพท์นั้นให้ด้วย กดฟังดูเสียงชัดเจนดีเลยทีเดียว ถือว่ามันมีประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย ส่วนการค้นหาในช่องเมื่อคลิกที่ icon ที่ extension bar นั้นยังใช้ได้ดี แต่ไม่มีปุ่มอ่านออกเสียงมาให้ด้วย ปุ่มอ่านออกเสียงใช้ได้แค่ในหน้าเว็บไซต์เมื่อดับเบิ้ลคลิกที่คำศัพท์ที่เราต้องการแปล วันนี้เลยมาบันทึกแนะนำคนอื่นได้ลองใช้บ้าง แต่ตอนนี้ได้ใช้แค่ อังกฤษ-อังกฤษ อยากให้เวอร์ชั่นต่อไปมี อังกฤษ<->ไทยบ้าง

ดาวน์โหลดตัว Google Dictionary extension สำหรับ Google Chrome

การใช้งาน Google dictionary extension

Read Later Fast บันทึกหน้าเว็บไว้อ่านทีหลัง

ช่วงที่เดินทางไปต่างจังหวัด ในจุดที่อินเทอร์เน็ตช้า หรือไม่มีให้ใช้เลย ทำให้เห็นประโยชน์ของ Web app สำหรับ Google Chrome ตัวหนึ่งที่ชื่อ Read Later Fast ขึ้นมาทันที แต่ก่อนก็ลงไปงั้นๆ ไม่ได้ใช้งานเลย แต่ช่วงที่เดินทางไปต่างจังหวัดมีบทความที่เราอ่านค้างไว้อยากอ่านต่อ จะก๊อปปี้หน้าเว็บไว้ Word หรือ Save webpage ก็เกะกะ วันก่อนเดินทางเลยลองใช้งาน Read Later Fast ตัวนี้ดู พบว่าตอนที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ สามารถเอาบทความที่อ่านค้างไว้มาอ่านในแบบออฟไลน์ได้เลย มันทำงานได้ดีเกินคาด ทั้งพวกภาพ รูปแบบเว็บไซต์มาครบ เลือกดูแบบเฉพาะข้อความก็ได้ ที่สำคัญมันเก็บข้อมูลให้เราด้วยว่าบันทึกอันไหนไว้ อันไหนอ่านแล้ว โดยใช้ Account ของ Google แถมยังใช้เพื่อ Sync ไปที่คอมตัวอื่นได้ด้วย

ลองดูการใช้งานกันครับ

ขั้นตอนการใช้งาน Read Later Fast

  1. ติดตั้ง web app ชื่อ Read Later Fast ก่อน ตามลิงค์
  2. เมื่อเปิดหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการบันทึกไว้อ่านที่หลัง ให้คลิกขวาที่ว่างในหน้านั้นแล้วเลือก Read later

    วิธีบันทึกหน้าเว็บ

  3. เปิด Read Later Fast ที่หน้า New Tab

    เปิด web app ขึ้นมาใช้งาน

  4. จะเจอรายการหน้าเว็บที่บันทึกไว้

    รายการที่บันทึกไว้อ่านทีหลัง

น่าจะมีประโยชน์และนำไปประยุกต์ใช้กับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้นะครับ

เปิดใช้ Google Instant Search ใน Chrome

Google Instant Search คือการค้นแบบแสดงข้อมูลทันทีตั้งพิมพ์อักษรตัวแรก และจะเดาคำศัพท์ให้ด้วย เคยเขียนถึงเหมือนกัน “Google instant ค้นหาเร็วขึ้น ถูกใจมากขึ้น” ใน Google ต่างประเทศเปิดใช้มานานแล้ว คิดว่าหลายคนคงได้ลองใช้กันบ้างแล้ว ถ้าใครยังไม่ได้ลองใช้ก็เข้าไปใช้ที่ https://www.Google.com (.com ไม่ใช่ .co.th) ซึ่งใน Google Chrome ก็ถูกยัดฟีเจอร์นี้เข้ามาด้วยใน Omnibox เรียกภาษาชาวบ้านมันก็คือช่อง URL+Search ของ Google Chrome นั้นเอง แต่ Google Instant Search ใน Google Chrome จะยังตั้งเป็น Disable ไว้ แต่เราก็เปิดให้มันทำงานได้

แม้จะเปิดให้ทำงานได้แต่ก็ยังใช้ได้ไม่สมบูรณ์นัก ทำงานได้แค่ส่วนที่เป็น URL ของเว็บ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราจะพิมพ์ www.facebook.com หน้าเว็บจะแสดงตั้งแต่คำว่า www.fa แล้ว ทำให้เปิดเว็บต่างๆได้เร็วขึ้นเยอะเลย ส่วนการพิมพ์คีย์เวิร์ดยังแสดงเป็นแค่หน้าขาว คงต้องรอให้บ้านเราใช้ Instant Search ได้ก่อนมันจึงจะทำงานได้

การที่มันเดาเว็บที่เราจะเข้าแล้วเปิดให้ดูเลย แค่นี้ก็เพียงพอที่จะเปิดใช้งานมันแล้ว

ขั้นตอนการเปิด Google Instant Search ใน Google Chrome

  1. เปิดใช้ Google Chrome เข้าไปที่ Options

    Google Chrome Options

  2. เลือก Basics >>ติ๊กเลือก Enable Instant for faster searching and browsing

    Enable instant search

  3. เรียบร้อยทดลองใช้งานได้เลย ลองเปิดบล็อกตัวเอง www.amphur.in.th มันก็แสดงผลตั้งแต่คำว่า amp แล้ว

    Amphur.in.th with Chrome instant search

ใครที่อยากรู้จัก Google Instant มากกว่านี้เข้าไปดูได้ที่ https://www.Google.com/instant/

วิธีสั่งพิมพ์ด้วย Google Cloud Print

การทำงานของ Google Cloud Print

จากตอนที่แล้วที่เขียนถึงวิธีการติดตั้ง Google Cloud Print ตอนนี้จึงมาต่อในเรื่องของการสั่งพิมพ์จากคนละเครื่อง คนละอุปกรณ์ ผ่านทาง Smart phone, tablet ในการสั่งพิมพ์จากอุปกรณ์พวกนี้สามารถใช้งานได้เลย เมื่อเข้าไปใช้งาน Gmail, Google Docs ต้องการพิมพ์เอกสารที่แนบมากับอีเมล หรือเอกสารที่อยู่ใน Google Docs ก็คลิกที่เมนูพิมพ์ได้เลย

iOS

อันนี้ไม่ใช้เรื่องยากเลย เมื่อกดที่ Print รายชื่อของเครื่องพิมพ์ที่เราแอดไว้ก็จะโชว์ขึ้นมา เราก็สั่งพิมพ์ข้ามโลกได้เลย

แล้วถ้าเป็น PC , Notebook ทั่วไปจะมีปัญหานิดหน่อย เพราะถ้าจะสั่งพิมพ์มันจะเรียกเครื่องพิมพ์ในระบบ Windows ขึ้นมา ไม่ใช่เครื่องพิมพ์ที่เป็น Cloud Print วิธีแก้ไขง่ายๆคือ ถ้าจะสั่งพิมพ์ก็ให้แปลงเครื่องเราให้เป็น iPad หรือ iPhone ก่อน เมนูพิมพ์ที่ทำสำหรับอุปกรณ์นั้นๆจึงจะโผล่ขึ้นมา เพราะเครื่องของเราไม่ใช่ Chrome OS แต่เป็นแค่ Chrome Browser

วิธีเปลี่ยนคือใช้ User Agent Switcher ที่เป็น Add-on ของ firefox ของ Chrome ก็มีแต่ไม่ค่อยเวิร์ค พอติดตั้งเสร็จก็ เลือกใช้ User Agent เป็น iPhone หรือ iPad

เปลี่ยน PC ให้เป็น iPhone หรือ iPad

จากนั้นเข้าใช้งาน Gmail หรือ Google Docs ก็สั่งพิมพ์งานได้แล้ว

สรุปว่าจะสั่งพิมพ์ผ่านทาง Google Cloud Print ในคอมพิวเตอร์ ต้องใช้ Firefox กับ User Agent Switcher ช่วย

จบ

วิธีติดตั้ง Google Cloud Print

Google Cloud Print มันตามมาพร้อมกับ Chrome OS เพราะว่าถ้าเครื่องมันมีแต่ browser อย่างเดียวแล้วจะพิมพ์เอกสารยังไง ซึ่งแสดงว่า ณ ตอนนี้กระดาษยังมีความจำเป็น แต่คิดว่าต่อไปอันใกล้กระดาษจะต้องถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ และจะถูกแทนที่ด้วยสื่อดิจิตอลเกือบหมด(แต่จะไม่หมดไป) ตอนแรกก็คิดว่ามันจะแก้ปัญหายังไง และแล้ว Cloud Print ก็คือการแก้ปัญหานั้น

Google Cloud Print

Google Cloud Print แบ่งเครื่องพิมพ์เป็นสองกลุ่มย่อย คือเครื่องพิมพ์ที่เสียบอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เรียกว่า “Classic printer” กับเครื่องพิมพ์ที่รองรับ Cloud Print แบบเต็มตัวคือสั่งงานผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้เลย เรียกว่า “Cloud Ready Printers” โดยแอดที่อยู่ของเครื่องพิมพ์เข้าไปก็ใช้ได้แล้ว ตอนนี้มียี่ห้อ HP เท่านั้นที่รองรับ

วันนี้ได้ลองเล่น Google Cloud Print รู้สึกว่ามันทำงานได้จริง แชร์เครื่องพิมพ์ให้เพื่อนผ่านอินเทอร์เน็ตได้ แต่ข้อเสียก็ต้องมีแน่นอน นั้นคือ คุณต้องต่ออินเทอร์เน็ตจึงจะสั่งพิมพ์ได้ ขอเริ่มวิธีการติดตั้ง Google Cloud Print ณ บัดนี้ครับ (เรียกว่าเปิดการทำงานน่าจะถูกมากกว่า)

วิธีติดตั้ง Google Cloud Print

  1. เปิด Google Chrome ขึ้นมา
  2. คลิกที่ไอคอนประแจ เข้าสู่เมนู Customize and control

    Setting

  3. เลือก Options

    Options

  4. เลือก Under the hood

    Under the Hood

  5. เลือนลงไปข้างล่าง ในส่วนของ Google Cloud Print เลือก Sign in to Google Cloud Print

    เลือก Google Cloud Print

  6. ล็อกอินบัญชีของ Gmail

    Sign in

  7. เลือก “OK” เสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือว่าอยากจะลองกด “Print a Test Page” เพื่อลองพิมพ์ดูก่อนก็ได้

    success

  8. ลองเข้าไปจัดการเครื่องพิมพ์ เลือก “Manage Print Settings…” (อยู่ที่เดียวกับข้อ 5 นั้นแหละ)

    Manage Print Settings

  9. รายชื่อของเครื่องพิมพ์ที่เชื่อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ถูกเพิ่มเข้าไปใน Google Cloud Print ของบัญชีเรา และถ้าต้องการจะแชร์เครื่องพิมพ์ของเราให้เพื่อน ก็คลิกที่เครื่องพิมพ์นั้น เลือก Actions>>Share การแชร์เครื่องพิมพ์จะทำหรือไม่ อันนี้แล้วแต่ลักษณะการใช้งานของแต่ละคนนะครับ ถ้าจะใช้คนเดียว ขั้นตอนติดตั้ง Google Cloud Print เสร็จตั้งแต่ข้อที่ 7 แล้ว

    Printers on Cloud

  10. เพิ่มอีเมลของเพื่อนที่เราต้องการแชร์เครื่องพิมพ์ให้ลงไปได้เลย

    เพิ่มอีเมลของเพื่อน

  11. เสร็จสิ้นตอนนี้ เพื่อนของเราก็สั่งพิมพ์ผ่าน Google Cloud Print บัญชีของเราได้เช่นกัน

ตอนนี้เราสามารถสั่งพิมพ์งานจากที่ไหนก็ได้ เช่นสั่งพิมพ์จาก smart phone, tablet, PC ตราบใดที่มีอินเทอร์เน็ต และเครื่องที่ต่อกับเครื่องพิมพ์ต้องต่ออินเทอร์เน็ตด้วยนะ แต่ไม่จำเป็นต้องเปิด Google Chrome ค้างไว้

ส่วนเรื่องวิธีการสั่งพิมพ์ เทคนิคการสั่งพิมพ์จากคนละเครื่อง จะเขียนในตอนหน้าแล้วกัน

-ตอนที่ 2 วิธีสั่งพิมพ์ด้วย Google Cloud Print