แกะกล่อง Leica Sofort : Instant Film Camera

Leica Sofort (Sofort เป็นภาษาเยอรมัน ความหมาย คือ immediately, instantly)

Leica เปิดตัวกล้อง Leica Sofort กล้อง instant film camera ในงาน Photokina 2016 ประมาณเดือนสิงหาคม 2016 ในการเปิดตัวบอกว่ากล้องจะพร้อมขายในเดือนพฤศจิกายน แต่จากที่ติดตามข่าว มีกล้องซื้อได้ในร้านในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2016 แต่ก็มีของน้อยมาก มีแค่บางร้าน ในบ้างเมืองเท่านั้น ตัวที่ได้มาซื้อมาจากร้านกล้องที่ Köln และเป็นตัวสุดท้ายในร้านด้วย

Leica Sofort มีสามสีให้เลือก สีขาว สีมิ้นต์ สีส้ม ที่ได้มาคือ สีส้ม

วันนี้ก็เอา Leica Sofort มาแกะกล่องให้ดูว่าภายในมีอะไรบ้าง

กล่อง Leica Sofort

กล่องของกล้องตัวสีส้ม

กล่อง Leica Sofort ด้านหลัง

ด้านหลังมีรูปเหมือนกล้องจริง พร้อมแสดงฟังก์ชั่นต่างๆ

กล่อง Leica Sofort มีกล่องดำภายในอีกชั้น

เฉพาะกล้องข้างนอกที่ต่างกัน กล่องสีดำคงเหมือนกัน

แกะกล่อง Leica Sofort

ภายในกล่องมีของดังนี้ คู่มือ 5 เล่ม(หลายภาษา), ที่ชาร์ตแบต พร้อมตัวแปลงปลั๊กโซนยุโรปและเอเชีย, แบตเตอรี่, สายคล้องคอ, ตัวกล้อง

(ทุกชิ้นมีพลาสติกหุ้มอย่างดีนะ แต่แกะออกแล้ว)

กล้อง Leica Sofort ด้านหน้า

ด้านหน้ามีกระจกสะท้อน สามารถถ่ายเซลฟี่ได้ และตัวริงที่เลนส์สามารถหมุนปรับระยะโฟกัสได้ 2 ระยะ คือ 0.6-3 เมตร และ 3 เมตร-∞

กล้อง Leica Sofort ด้านหลัง (Designed by Leica Germany)

มีที่ใส่แบตเตอรี่ ช่องโหลดฟิล์ม ปุ่มเปิด ปุ่มเปลี่ยนโหมด ปุ่มควบคุมแฟลช ปุ่มตั้งเวลาถ่าย ปุ่มความสว่าง

Leica Sofort ด้านบน

ปุ่มกดวัตเตอร์ ทางด้านขวา

Leica Sofort ด้านข้างที่ฟิล์มออกมา

ช่องปรินต์ฟิล์มและหูใส่สายคล้อง

Leica Sofort ด้านข้าง

อีกด้านมีแค่หูใส่ที่คล้องสาย

Leica Sofort ด้านล่าง มีที่ติดกับข้างตั้งกล้อง

ด้านล่างมีช่องสกรูมาตรฐานให้ติดกับขาตั้งกล้องได้

กล้อง Leica Sofort และฟิล์ม

ฟิล์มในกล่องหนึ่งมี 10 ภาพ มีให้เลือกแบบสี และแบบขาวดำ

กล้อง Leica Sofort ใส่สายคล้องคอ

พอใส่สายแล้วก็ดูดี Leica มีสายที่สีเข้ากับตัวกล้องขายแยกต่างหากด้วย แต่ของยังไม่มี

Leica Sofort ด้านบน ตอนเปิดกล้องถ่าย

ตัวเลนส์จะยื่นออกมายาวพอสมควร

กล้อง Leica Sofort

หลังจากถ่ายใช้เวลาประมาณ 30-40 วินาที ภาพถึงจะชัด แต่เท่าที่ลองใช้งานพบว่าที่อากาศเย็นมากๆ ภาพปรากฏช้ากว่าเดิมมาก

ในโพสนี้ขอจบการแกะกล่องเพียงเท่านี้ครับ ส่วนการใช้งานจะมาเล่าในครั้งต่อไปครับ

(รีวิว) ชอบ ไม่ชอบ Fujifilm X70 ตามใจคนใช้งาน

จุดที่ชอบ ไม่ชอบ ในกล้อง Fujifilm X70

หลังจากใช้ Fujifilm X70 มาได้ราวๆสัปดาห์หนึ่ง มาอัพเดตว่าจุดไหนที่ชอบและจุดไหนที่ไม่ชอบ แต่โดยรวมชอบมากๆ มีจุดขัดใจนิดหน่อยที่คิดว่ามันน่าจะดีกว่านี้ได้อีกอยู่บ้าง กล้องนี้เป็นกล้องใหม่หลังจากใช้ Canon มานาน น่าจะ 4-5 ปีได้แล้ว การคอนโทรลกล้องแรกๆก็งง ต้องเอาคู่มือมาเปิดอ่าน ต้องทำความเข้าใจกับวิธีการตั้งค่าต่างๆที่ไม่มีในกล้องเดิม เช่น Dynamic range, Highlight tone, Shadow tone, Auto ISO และอื่นๆ ความจริงก็พอรู้ความหมายของมันอยู่บ้าง แต่การตั้งค่าและการใช้งานในกล้องยังไม่เคยใช้มาก่อน จะถ่ายเป็น RAW ไว้เลยก็ได้นะ แต่พอมันเป็น Compact camera ก็อยากจะจบหลังกล้องไปเลย ถ่ายเสร็จแชร์เลยไม่ต้อง Process อีกแล้ว อันไหนพิเศษก็ค่อยเปลี่ยนเป็น RAW ตามโอกาสแล้วกัน ไม่อยากเปลืองพื้นที่เก็บไฟล์ในคอมพิวเตอร์มากนัก (เพราะถ่ายเยอะอยู่แล้ว) อันที่สรุปข้างล่างนี้ คือว่าพอใช้ไปเจออะไรก็จดบันทึกมาเรื่อยๆ เอามารวมกันได้ราวๆนี้ ถ้าเจออีกจะเอามารวมไว้ที่บล็อกนี้แล้วกัน

จุดที่ชอบ

  • ไฟล์คุณภาพเยี่ยม ภาพเก็บรายละเอียดได้ดี คม จัดการ Noise ได้ดีมาก ไม่เคยคิดในชีวิตจะถ่ายภาพ ISO เกิน 400 ได้
  • ขนาดภาพ 16MP พอดี อัพโหลดฟรีใน Google Photo (ที่เป็นตัวหลักของผมในการเก็บภาพ) แบบไม่ต้องกินพื้นที่และไม่ต้องย่อ คืออัพได้เลย แมทกับชีวิตประจำวัน
  • ขนาดเล็กเบา ห้อยคอได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเมื่อย
  • เร็วทั้งการปิดและเปิดแล้วพร้อมถ่าย โฟกัสก็เร็ว เทียบกับกล้องตัวเก่าที่ใช้อยู่ ถ้าถ่ายแบบ live view เร็วคนละเรื่องเลย
  • ระบบการวัดแสง และการทำงานอัตโนมัติฉลาด ทำให้ภาพที่ถ่ายไม่เสีย ส่วนหนึ่งเพราะมันตั้งความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติต่ำสุดได้, ISO Auto ไม่เกินที่กำหนดได้ เลยทำให้ภาพออกมาดีที่สุดในสภาพแสงนั้นได้
  • เสียงชัตเตอร์เงียบ ไม่รบกวนแบบ ถ่ายในห้องสมุดได้เลย
  • เอารูปโหลดเข้ามือถือได้ง่าย พร้อมอัพขึ้นโซเซียลในทันที
  • การควบคุมการใช้งานง่ายดีปุ่ม Q สะดวกสุดๆ และมีปุ่มลัดเยอะดี (Fn) เข้าถึงการ setting ต่างๆได้ง่าย
  • ชอบ film simulation มาก เหมือนได้ย้อนกลับไปใช้ Film อีกครั้ง
  • มี Digital Tele-converter to 35, 50 mm หรือเรียกอีกอย่างว่าซูมดิจิตอลก็คงได้ แต่ไฟล์ออกมาดีกว่าซูมดิจิตอลทั่วไปนะ

จุดที่ไม่ชอบ

ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการ setting ต่างๆในกล้องที่ยังไม่ชินนัก

  • ปิดเสียงอยู่ใช้ flash ไม่ได้ งงมากว่าทำไม (ให้เดาคงคิดแทนเราว่า ไม่ต้องการรบกวนคนอื่น แล้วจะเปิด flash ทำไม มั้ง) ทำได้แล้วครับ มันมีเมนูตั้งแค่เสียงแยกต่างหาก เพื่อนที่ X series club แนะนำมา
  • เปิด face detector ใช้ AE-L/-AF-L ไม่ได้นะ ล็อกโฟกัสไม่ได้เพราะกล้องต้องวิ่งหาหน้าของแบบ อันนี้พอเข้าใจได้ แต่ทำไมล็อคแสงไม่ได้
  • ปุ่ม video record กดยากมากกกก นิ้วใหญ่ หมดสิทธิ์มันชิดกับตัวปรับชดเชยแสงมากเกินไปและปุ่มมันเล็กและตื้นมาก
  • ปุ่มรอบวงกลม OK ฝั่งซ้ายกดยากเหมือนกัน ติดกับจอที่นูนออกมา ถ้านิ้วใหญ่หมดสิทธิ์ หรือต้องวางนิ้วแบบยื่นมาจากด้านข้างแทน
  • ปิดหน้าจอ LCD ไม่ได้ แต่ 2 นาทีมันถึงจะปิดเอง(sleep) แต่ไม่อยากเปิดปิดเครื่องบ่อยๆ ปกติแล้ว DSLR ไม่เคยปิดกล้องระหว่างทริปเลยนะ อยากได้แบบนั้น ชินกับ 600D ที่มีปุ่มกดปิดจอ LCD
  • ใช้ Digital Tele-converter to 35 and 50 mm ในโหมด P S T M ไม่ได้ ถ้าตั้งบันทึกภาพเป็น RAW อันนี้พอเข้าใจได้เพราะกล้องต้อง Process ภาพออกมาเป็น JPEG แต่ไม่บอกในคู่มือ หาสาเหตุนานมากว่าทำไมใช้ไม่ได้ กว่าจะหาเจอว่าเพราะเราตั้งเป็น RAW ไว้เสียเวลาเป็นชั่วโมงเลย
  • กลัวที่ปิดเลนส์หาย ความจริงมันก็ปิดแน่นดีนะแต่ก็กลัวหาย เพราะต้องเปิดปิดตลอด
  • กลัวเลนส์เป็นรอย กำลังหาฟิวเตอร์มาใส่ แต่มันต้องมีตัวแปลงใส่เพิ่มก่อน
  • มันไม่มี view finder ต้องซื้อเพิ่มเอง

โดยรวมแล้ว Fujifilm X70 ตัวใหม่ของเรา ทำให้ถ่ายรูปสนุกขึ้น ช่วยให้ชีวิตถ่ายภาพได้ง่ายและได้ภาพ(ที่ดี)ง่ายขึ้น กล้องตัวเก่าทำงานในโหมดอัตโนมัติต่างๆได้แย่มาก ทำให้เราชินกับโหมด M มากกว่า ไม่ใช่ไม่อยากใช้โหมดอื่นๆแต่มันทำงานได้ไม่ดี ทำให้ภาพเสียเยอะและไม่ได้ดังใจนึกเลยไม่อยากใช้ แต่ถึงจะใช้โหมด M จนชินและคล่องแค่ไหนยังไงก็เร็วเท่าโหมดอัตโนมัติ P S T ในกล้องไม่ได้ มันเก่งขึ้นมาก คิดว่าในกล้องรุ่นใหม่อื่นๆก็น่าจะดีขึ้นมากๆ เหมือนกัน ไอ้เรามันใช้กล้องรุ่นเก่ามันเลยตามเทคโนโลยีเขาไม่ทัน เลยทำเป็นตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่งจะได้ใช้กับเขาเท่านั้นเอง

แกะกล่อง Fujifilm X70 (วิดีโอ)

ผมเป็นคนชอบถ่ายรูปครับ ชอบแนว Street photography มากๆครับ (ปู่ Elliot Erwitt เนี้ย ไอดอลผมเลย) อยากจะพกกล้องไปด้วยทุกที่ แต่ DSLR มันไม่ค่อยสะดวก และไม่ค่อยเป็นมิตรกับการขอถ่ายรูปคนอื่นเท่าไหร่ นานๆถึงจะได้ออกทริป แต่ก็ถือว่ายังจำเป็นอยู่นะ เราก็ถ่ายรูปมาขายจากกล้องนี้ได้ ส่วนกล้องมือถือติดตัวตลอดแต่คุณภาพไม่ได้เรื่อง เอาง่ายๆคืออยากได้คุณภาพแบบ DSLR แต่ อยากหิ้วกล้องเล็ก ยัดเข้ากระเป๋ากางเกงได้ ที่ผ่านมายังไม่มีอะไรถูกใจเลย จนมาเห็น Fujifilm X70 เซนเซอร์ APS-C ขนาดเล็กกระทัดรัด เลนส์ได้ระยะ 28 mm F2.8 แปลงเป็น 35 mm หรือ 50 mm ก็ได้ มี film simutation มาให้ด้วย แม้จะไม่มี View finder ให้ ก็พอจะมองข้ามได้ มีงบค่อยไปซื้อมาใส่เพิ่มได้ สรุปว่าค่อนข้างลงตัวมาก

แกะกล่อง Fujifilm X70

วันนี้ได้กล้องมาก็เลยมาแกะกล่องให้ดูครับ ไม่มีเวลามานั่งเขียนรายละเอียดเหมือนครั้งก่อนๆ อัดวิดีโอก็ดีเหมือนกัน อัดกันสดๆ เทคเดียว มีพูดผิด พูดถูก ก็มองข้ามๆไปแล้วกันนะครับ

ขอเวลาใช้งานสักพักก่อนแล้วค่อยมาเล่าว่ามันดีไม่ดีอย่างไงนะครับ เท่าที่ดูในคู่มือ มีหลายอย่างต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยครับ

เอาพื้นที่จาก Google Photos กลับมาใช้งาน

Google Photos ให้พื้นที่ในการเก็บภาพฟรีแบบ Unlimited ถ้าภาพขนาดไม่เกิน 16 megapixels (MP) สำหรับภาพนิ่งและ 1080p สำหรับวิดีโอ แต่ถ้าอัพโหลดภาพเกินกว่าข้อกำหนดดังกล่าวก็จะใช้พื้นที่ Google storage ของเรา

ก่อนที่ Google จะเปิดให้ผู้ใช้เก็บภาพแบบ Unlimited ผมได้อัพโหลดภาพไว้เยอะพอสมควร เลยอยากจะได้พื้นที่ส่วนนั้นกลับมา เพราะ 16 MP ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานแล้ว จะโหลดออกมาอัดเป็นอัลบั้มก็ยังคงคมชัดใช้ได้ แต่จะให้ตามไปเปลี่ยนภาพขนาด 21MP ให้เป็น 16MP ทุกภาพก็คงจะไม่ไหว เลยต้องปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นเรื่อยมา วันนี้เลยเอาวิธีมาบอก

Google Photos ให้พื้นที่คืนกลับมาเยอะเลย

เมื่อวานค้นไปค้นมาไปเจอว่า Google photos มีเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถลดขนาดภาพในพื้นที่ของเราได้ โดยการเปลี่ยน(Converting) ภาพที่ขนาดใหญ่ของเราให้เป็นภาพ High quality ที่ 16 MP แล้วให้พื้นที่ส่วนนั้นกลับมาให้เราได้ใช้งาน แล้วทำง่ายมากแค่คลิกเดียว ขั้นตอนดังนี้ครับ

  1. เข้าไปที่ลิงค์ photos.google.com/settings
  2. คลิก RECOVER STORAGE

แล้วก็รอผล ใช้เวลาในการ converting ตามปริมาณภาพที่มีครับ

Reduce the size of your photos & videos

ขายภาพบน Shutterstock แล้วนะ

www-shutterstock-com

Portfolio: https://www.shutterstock.com/g/sarapuk?rid=3759287

ไม่ได้อัพเดตบล็อกมานานมาก นานจนเพื่อนบางคนคิดว่าเลิกเขียนไปแล้วแน่ๆ ช่วงเวลาที่หายไปมีหลายอย่างเปลี่ยนไปเยอะมาก มีทั้งดีและร้าย ดีใจมากและเสียใจมาก ปนๆกันไป ชีวิตมันก็คงเป็นแบบนี้แหละ

ขอเขียนตามหัวข้อด้านบนดีกว่าจะได้จะได้ไม่ออกนอกเรื่องมากเกินไป

เรื่องการขายภาพดิจิตอลผ่านทางเว็บไซต์นั้นพอจะรู้เรื่องนี้มานานแล้ว ดูจากที่ปีที่สมัครเป็นสมาชิกครั้งแรกใน iStockphoto.com ของตัวเองนั้นมันตั้งแต่ปี 2009 แล้ว ช่วงปีนั้น iStock น่าจะเป็นเจ้าตลาดอยู่ ตอนน้ันส่งรูปเข้าไปสอบแต่ไม่ผ่านเลยคิดว่าตัวเองน่าจะยังถ่ายรูปได้ห่วย เอากล้องของมหาลัยมาถ่ายด้วย เลยเลิกล้มความคิดไป เวลาผ่านไป 7 ปี (ใช้เวลาในการฝึกนานนะ) กว่าจะกลับมาสอบผ่านและขายได้

ส่วนของ Shutterstock.com ตัวเองเป็นสมาชิกเมื่อไม่นานมานี้ คือตอนปี 2015 คิดว่าตอนนี้เจ้านี้ น่าจะเป็นผู้นำในตลาดอยู่นะ อันนี้ดูมาจากสัดส่วนรายได้ของช่างภาพที่อัพโหลดขายหลายที่ แล้วเขาได้รับรายได้จาก Shutterstock เยอะที่สุด ยังมีอีกหลายเจ้าที่เขานิยม เช่น Fotolia, Depositphotos, Dreamstime, 123rf, 500px etc. แต่ก็เลือกอันที่น่าจะทำรายได้ได้เยอะสุดก่อน

แล้วทำไมกลับมาสนใจถ่ายภาพขายอีกครั้งหลังจากทิ้งความสนใจนี้ไปนานมากแล้ว ก็ต้องตอบว่าตอนนี้อยู่ยุโรป ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ต่างๆเยอะ เราก็ถ่ายรูปมานานแล้วทั้งถ่ายเล่น ถ่ายจริงจัง มันก็ควรจะมีประสบการณ์มากขึ้นบ้าง หลังจากไปเที่ยวกลับมานำรูปไปแชร์ในที่ต่างๆ เช่น Facebook หรือแม้แต่ใน 500px ก็มีติด Popular กับเขาอยู่บ้าง เพื่อนฝรั่งก็บอกว่ารูปที่คุณถ่ายคุณภาพใช้ได้เลยนะ ไม่ลองขายมันเลยล่ะ จึงได้กลับมาลองส่งภาพไปสอบอีกรอบ ปรากฏว่าผ่าน สามารถขายใน Shutterstock ได้ แล้วก็ทยอยอัพโหลดรูปที่มีในเครื่องให้เขาตรวจสอบ ก็มีทั้งผ่านและไม่ผ่าน เดี๋ยวเล่าต่อว่าหลังจากส่งไปแล้ว อันที่ผ่านก็โอเคไป ส่วนอันที่ไม่ผ่านมีอะไรบ้าง

หลังจาก 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานั่งขุดรูปที่ยังเหลืออยู่ในคอมมาปรับและส่งไปตรวจ ได้ไปราวๆร้อยกว่ารูป สรุปว่าผ่านประมาณ  70% ของรูปทั้งหมดที่ส่ง ส่วนที่ไม่ผ่านมีปัญหา เรียงจากที่เจอบ่อยสุดไปน้อยสุดได้ดังนี้

Kyoto มองชัดแต่ขยาย 100% ระยะไกลจะหลุดโฟกัส

Focus, ถูก rejected ไปราว 10% เป็นภาพชุดของการถ่าย Cityscape ตอนถ่ายไม่ได้คำนึงถึงความชัดมากนัก ภาพที่ได้จากรูรับแสง f5.6 นี้คือหมดสิทธิเลย f8 ผ่านบ้าง ตอนถ่ายเราคิดว่ามันน่าจะชัดตลอดแนวแล้ว แต่ภาพเมื่อดูแบบ 100% กับมีเบลอเล็กน้อยที่ไกลๆ แต่มีคนแนะนำว่าให้เพิ่ม Sharpen ให้ภาพและลดขนาดของภาพลง แล้วลองส่งใหม่ ลองทำดูราว 10 ภาพเมื่อวาน ปรากฏว่าผ่านครับ คิดว่าภาพในชุดนี้น่าจะเอามาแก้ไขใหม่แล้วลองส่งใหม่อีกที อีกอย่างถ้าใช้ขาตั้งกล้องน่าจะช่วยได้เยอะให้ภาพไม่สั่นไหว แล้วเกิดอาการเบลอในระยะไกล หรือใช้ shutter speed สูงขึ้นหน่อย

ในพื้นที่บางแห่งต้องมีเอกสารประกอบ

-Propety Release, ถูก rejected ไปราว 5% เป็นชุดภาพที่ไปถ่ายในวัง Kyoto imperial palace โดนทั้งชุด อันนี้ไม่รู้จะแก้ไขยังไง ครั้งหน้าต้องดูให้ดีว่าถ้าเป็นพื้นที่เฉพาะ หรืออาจจะต้องเขียนคำอธิบายให้ดีกว่านี้ แต่บางคนแนะนำว่าให้เปลี่ยนเป็น Editorial อาจจะผ่านได้ เลยจะลองส่งใหม่ดูอีกที

ภาพที่โดน rejeted จากปัญหาเรื่องแสง

-Poor lighting, ถูก rejected ไปราว 5% เป็นภาพชุดของ Golden temple โดนทั้งชุดเหมือนกัน ต้องบอกว่าถ่ายมาไม่ดีเอง เพราะตอนนั้นวัดซึ่งเป็นสีทองอยู่แล้ว โดนแสงจากพระอาทิตย์ช่วงราวๆบ่าย 3-4 ยิงใส่ตรงๆเลย สะท้อนเข้ากล้องพอดีถ้าวัดแสงที่บรรยากาศรอบๆ พอถ่ายออกมาจะทำให้ตัวปราสาทแสงหลุดไปเลย แต่ถ้าวัดแสงที่ตัวปราสาทบรรยากาศรอบๆก็มืดจมดินเลย ห่างกันราว 3-4 stop เลย ตอนนั้นถ้าหยิบตัว CPL ขึ้นมาใส่อาจจะช่วยลดแสงสะท้อนได้บ้าง หรือไม่ก็เลี่ยงสถานการณ์อะไรแบบนี้

อันนี้ composition ไม่ผ่าน

-Composition, ถูก rejected ไปราว 5% เหมือนกับปัญหาที่แล้ว อันนี้บางทีเรามองว่าเราจัดดีแล้ว คิดถึงกฏต่างๆดีแล้ว แต่บางทีก็ไม่พอ ต้องจัดมุมมอง และซ้อมให้เยอะขึ้น

ภาพ Cityscape ต้องระวังเรื่องโลโก้ Trademark

-Trademark, ถูก rejected ไปราว 3% ตอนถ่าย City view ต้องเช็คให้ดีว่ามีโลโก้บริษัทอะไรโผล่มาหรือไม่ ถ้ามีควรรีทัชออกก่อน แต่เอาให้เนียนๆนะ

Noise เยอะถ้าดูที่ส่วนของเงามืด

-Noise, มีหลุดไปบ้าง ต้องพยายามเช็คให้ละเอียด และใช้ noise reduction นิดหน่อยได้ หรือไม่ก็ย่อรูปลงแล้วส่งใหม่ ตามคำแนะนำของคนที่มีประสบการณ์บอก หรือแนะนำให้ซื้อกล้องใหม่ระดับ Full fram หรือพวก High end จะจัดการสัญญาณรบกวนได้ดีมาก ถ้าอยากแก้เบื้องต้นใช้ iso ต่ำสุดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ภาพที่ถ่ายจาก Canon 600D iso เกิน 400 คือแย่มาก (อยากได้กล้องใหม่)

สรุปว่า หลังจากส่งภาพไป ทำให้เราได้ feedback กลับมา ทำให้รู้ว่าภาพแบบไหนที่จะผ่านหรือไม่ผ่านมากขึ้น และนำมาคิดก่อนตั้งแต่จะกดชัตเตอร์ สิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำมากขึ้น คิดว่าในการออกไปถ่ายรูปในครั้งต่อไปน่าจะทำให้ถ่ายอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น และรู้ว่าควรถ่ายยังไงบ้าง เช่น ควรเลี่ยงคนที่เข้ามาในภาพ ตรวจสอบแสงให้ดี ตรวจดูความคมชัด ดูการจัดองค์ประกอบ ฯลฯ น่าจะถ่ายรูปแบบคำนึงภาพหลัง Process มากขึ้น

ตามไปดู Portfolio: https://www.shutterstock.com/g/sarapuk

อยากขายเองบ้าง: https://submit.shutterstock.com

อยากรู้ว่า รูปสวยๆรูปนั้นถ่ายด้วยกล้องอะไร เลนส์อะไร เรามีตัวช่วย

หลายๆครั้งที่เราเห็นภาพสวยๆบนเว็บไซต์ต่างๆ ก็อยากจะรู้ขั้นตอนการได้มาซึ่งภาพสวยๆอันนั้น สิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้เราเข้าใจการทำงานของช่างภาพได้บ้าง นั้นคือเขาใช้อุปกรณ์อะไรในการถ่ายภาพนั้น(Camera Model, Flash) เลนส์อะไร(Lens Model) ความยาวโฟกัสเท่าไหร่(Focal Length) ความเร็วชัตเตอร์เท่าไหร่(Exposure Time) เปิดรูรับแสงยังไง(F Number) ISO เท่าไหร่ ถ่ายที่ไหน(GPS) เมื่อไหร่(Date, Time) ทำให้เราเข้าใจภาพนั้นมากขึ้น

ค่าต่างๆเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่อยากเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านทางผลงานของช่างภาพที่เราชื่นชอบ ซึ่งค่าต่างๆเหล่านี้จะถูกฝังไว้ในไฟล์ภาพนั้นๆตั้งแต่ที่กดถ่ายภาพอยู่แล้ว รายละเอียดเหล่านี้เรียกกันว่า Exchangeable image file format หรือ EXIF รายละเอียดดูได้ตามลิงค์

โดยปกติในโปรแกรมจัดการกับรูปภาพสามารถแสดงรายละเอียดของ EXIF ได้อยู่แล้ว แม้แต่ในบริการฝากรูป Flickr, Google+Photo ก็แสดงรายละเอียดของ EXIF โดยละเอียดได้ หรือใน OS X เวลากด file info ก็แสดงรายละเอียดได้เช่นกัน

แต่ภาพที่เราจะดูเอามาเป็นแรงบันดาลใจ เอาไว้เรียนรู้ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่บนเว็บไซต์ การใช้งานแบบ offline จึงดูไม่ค่อยสะดวกมากนักเป็นการทำงานหลายขั้นตอนกว่าจะได้เห็นข้อมูล การกดดูแบบออนไลน์ทันที จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า จึงเอา Extension สำหรับ Google Chrome ที่สามารถคลิกดูรายละเอียดของภาพได้โดยละเอียดมาแนะนำครับ ส่วนตัวก็ใช้โดยปกติอยู่แล้ว

Exif viewer extension for Google Chrome

Exif Viewer Extension สำหรับ Google Chrome

สามารถดาวน์โหลด EXIF Viewer สำหรับ Google Chrome มาใช้ได้ตามลิงค์ เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เวลาจะใช้งานเพียงแค่คลิกขวาบนรูปภาพที่ต้องการดูรายละเอียดของ EXIF จะมีเมนู Show EXIF data อยูในรายการ ให้คลิกเมนูนี่เลย

ตัวอย่างภาพจาก https://pantip.com/topic/32715141 รูปสวยดีครับ เลยอยากรู้ว่าถ่ายด้วยกล้องอะไร

คลิกขวาที่ภาพ จะมีเมนู Show Exif Data

เมื่อคลิกเมนูดังกล่าว รายละเอียดต่างๆของ EXIF ก็จะแสดงที่ด้านขวาของจอ บอกรายละเอียดอย่างครบถ้วน

รายละเอียดของ EXIF data ก็จะปรากฏที่ด้านขวาของจอทันที

นับว่ามีประโยชน์สำหรับมือใหม่ มือสมัครเล่น ที่หัดเรียนรู้ว่ามืออาชีพอย่างมาก อย่างไรก็ตามบางทีรูปก็จะไม่มีรายละเอียด EXIF เหมือนกัน ถ้าหากคนถ่ายภาพจะลบข้อมูลตรงนี้ออกไปซึ่งก็ทำได้เหมือนกัน

EXIF Viewer ตัวนี้ช่วยให้ได้เรียนรู้วิธีถ่ายภาพผ่านทางผลงานของมืออาชีพได้เยอะมากครับ นำเอามาประยุกต์ใช้และฝึกฝนตัวเองได้ดีเลยทีเดียว ขอแนะนำให้เพื่อนๆที่อยากฝึกฝนตนเองได้ลองติดตั้งลงเครื่องไว้ใช้งานครับ

ปล. ถ้าไม่อยากกดคลิกเข้าไปในเมนู ขอแนะนำอีกตัว EXIF Reader ตัวนี้เป็น Extension เหมือนกัน แค่วางเมาส์ไว้บนภาพ รายละเอียดเบื้องต้นก็โชว์ออกมาให้เห็นแล้ว แต่รายละเอียดจะน้อยกว่า EXIF Viewer Extension

Slideshow Extension for Google Chrome

Slideshow Extension for Google Chrome

วันนี้แวะมาแนะนำ Extension สำหรับ Google Chrome ที่ใช้งานมาแล้วสักพัก แล้วรู้สึกประทับใจกับการทำงานของมัน นั้นคือ Slideshow เมื่อติดตั้งแล้ว เวลาเปิดเข้าเว็บที่เป็นอัลบั้มรูป เช่น Flickr, Picasa, Facebook มันจะแสดง Slideshow ด้านล่างให้เราเลือกดูเล่นๆก่อน ว่ามีอะไรบ้าง แล้วถ้าคลิกก็จะแสดงเป็น Light box ขึ้นมา ใช้ลูกศรเลือนซ้ายขวา ผมเอาไว้ดูอัลบั้มสวยๆงามๆใน facebook เป็นหลัก ในกรณีที่อยากดูทั้งหมด ดูบางอันเอาเมาส์วางมันจะใหญ่ขึ้นเพราะ Photo Zoom แต่ถ้าเปิดแล้วมันไม่ขึ้น ให้ลอง Reload หน้านั้นดูอีกครั้ง เดี๋ยวมันจะขึ้นเอง ขณะที่ดูไปชอบรูปไหนก็คลิกแชรได้เลย(ไม่ค่อยแชร์เดี๋ยวชาวบ้านรู้ว่าดูอะไร)

Slide Show

น้องหมาน่ารัก ไอ้กูเกิล กับเฉาก๊วย กัดกัน

รูปกลูเกิลตอนกลับบ้าน

ไอ้กูเกิล ตัวสีขาว เฉาก๊วย สีดำ กลับไปอยู่บ้านตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ นี้รูปกูเกิลตอนกลับบ้าน ตอนนั้นยังตัวเล็กๆอยู่เลยตอนนี้ตัวโตขึ้นเยอะเลย เดี๋ยวช่วงต้นเดือนกรกฎาคมจะเดินทางกลับบ้านไม่รู้มันจะยังจำเราได้หรือป่าว เดี๋ยวจะหากระดูกหมูให้แทะเล่น เฉาก๊วยตอนที่เอากลับไปมันยังเดินไม่ตรงเลย ตอนนี้วิ่งเล่นสนุก ในวีดีโอจะเห็นว่า เมื่อบอกให้มันไปนอนมันจะเดินไปนอนใต้เตียงอย่างว่าง่าย  เหมือนเด็กที่เล่นสนุก พอเจอแม่ดุให้ไปนอนก็รีบเข้านอนทันที แม่บอกว่าบางวันบอกให้ไปนอน แต่มันไม่อย่างนอนมีแอบหลับ ถ้าดูมันมันจะหลับตา ถ้าเผลอหน่อยก็จะลืมตาขึ้นมาดู แล้วมองมันอีกมันก็จะหลับตาอีก เหมือนเราตอนเด็กๆเลย

BEN 10 ภาพวาดการ์ตูนสุดสวย

Four Arms

Ben 10 เป็นการ์ตูนทางช่อง Cartoon Network ที่สนุกมาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับ เด็กสิบขวบที่ชื่อเบ็น เท็นนีย์สัน บังเอิญได้ Omnitrix มาจากยานอวกาศลึกลับที่ตกลงมา ใกล้ๆกับที่ตั้งแคมป์ของ เบ็น ปู่แม็ก และเกวน ลูกพี่ลูกน้องของเบ็น Omnitrix สามารถทำให้เบ็นแปลงร่างเป็นเอเลี่ยนได้ 10 ตัวแต่ตอนหลังๆเอเลี่ยนจะเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ซึ่งมีอยู่ตอนหนึ่งที่เบ็นเดินทางไปอนาคต แล้วพบว่าตัวเองตอนเป็นหนุ่มสามารถแปลงร่างได้ถึงหมื่นตัว ความสนุกของการ์ตูนเรื่องนี้อยู่ที่ความสามารถของเอเลี่ยนแต่ละตัวที่แตกต่างกัน และเหมาะกับสถานะการณ์ต่างๆที่แตกต่างกัน ตอนนี้ได้มี Ben10 ที่ช่วงที่เป็นหนุ่มในชื่อใหม่ว่า Ben 10 Alien force ตามสไลด์มีเอเลี่ยนให้เลือกกว่า 60 ตัวเลยเลยทีเดียว