ชุด kit วาดภาพสีน้ำ วาดเมื่อไหร่ ที่ไหน ก็ได้ตามใจฉัน

ช่วงเดือนที่ผ่านมาเราสนุกกับการวาดรูปใน iPad ด้วยแอพพลิเคชั่น Paper by 53 และสไตลัส Pencil มาก มันทำให้วาดสนุกขึ้นมาก แต่อย่างไรก็ตามการวาดในจออิเล็กทรอนิกส์ก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่ได้อารมณ์ของการวาดจริงๆ ความรู้สึกวาด เขียนลงกระดาษตอนจับปากกา ดินสอ หรือพู่กันตอนลงสี ยังสู้ของจริงไม่ได้อย่างที่ใจอยากได้

แต่เพราะ iPad มันตอบโจทย์อย่างหนึ่งนั้นคือมันพกไปไหนมาได้ สะดวก เราหยิบขึ้นมาวาดได้ทันทีที่อยากวาด ซึ่งมันก็ทำหน้าที่ตรงนั้นได้อย่างดี แต่จะให้พกกระดาษ ชุดสีน้ำ น้ำ พู่กัน ไปไหนมาไหนก็ดูไม่สะดวกสักเท่าไหร่นัก

จนกระทั้ง…ด้วยความบังเอิญ วันหนึ่งอยากได้หมึกให้ปากกา ปากกาหมึกซึม Parker เพราะตัวที่ใช้อยู่มันมีกลิ่นที่ไม่ชอบเอาเสียเลย และโดนน้ำหรือความชื่นก็เลอะ ก็เข้าไปค้นใน Google ตามปกติ ทำให้ไปเจอบล็อกนี้ https://www.bbblogr.com ซึ่งเขียนรีวิวพวกปากกา สมุดสเก็ต หมึก ไว้ดีมากๆ ได้ความรู้เยอะมาก ต้องขอบคุณเจ้าของบล็อกจากใจจริง และในนั้นก็ทำให้รู้ว่ากลุ่ม Sketcher จะออกไปวาดรูปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเขาก็จะมีชุด kit แบบพกพาสำหรับออกไปวาดรูปที่ไหนก็ได้ ไปเที่ยว ไปกินกาแฟ กินข้าว เดินเล่น วาดที่ไหนก็ได้ตามใจ มันดูสะดวกมากๆ (มีสิ่งมหัศจรรย์แบบนี้อยู่บนโลกด้วย) เป็นที่มาของบล็อกนี้ที่อยากเขียนถึง “ชุด kit วาดสีน้ำ” เอาพอสังเขปตามที่ได้สัมผัส ได้ใช้งานครับ

อุปกรณ์ชุดวาดภาพสีน้ำ

  1. สมุดสเก็ตภาพ (Canson 120gsm, 110 บาท)
  2. ปากกาหมึกซึมแบบกันน้ำ (Unipin, 35 บาท)
  3. ชุดสีน้ำ (Koi Water Colors Pocket Field Sketch Box 18 colors, 425 บาท)
สมุด ปากกา สี มีอุปกรณืเท่านี้ก็พร้อมลุยออกไปวาดรูปแล้ว

มีแค่ 3 ชิ้นนี้ก็พร้อมออกไปวาดรูปนอกบ้านแล้วครับ ซึ่งที่ผ่านมาเกือบเดือนก็รู้สึกชอบและพอใจกับชุด kit นี้มาก เอาติดกระเป๋าไปไหนมาไหนตลอด นอกจากนี้ใครที่คิดว่ามันราคาแพงไปหน่อย ก็มี Sketcher หลายๆคนก็มีการทำชุด kit ด้วยตัวเองด้วยนะ โดยใช้พวกฝาขวดมาทำเป็นหลุมสี เอาฝาติดกับกล่องพลาสติกเล็กๆก็เท่และก็ใช้ได้จริงอีกด้วย https://www.sketchlandyard.com/1660/

ชุดวาดสีน้ำ Koi Water Colors Pocket Field Sketch Box

เปิดกล่องดูข้างในของกล่องชุดสีน้ำก้อน

ข้างในจะมีสีน้ำแบบเป็นก้อน และตัวพู่กันแบบมีแท็งน้ำอยู่ตรงด้ามจับ มีถาดสี (ใช้ไปได้สักพักแล้ว ของใหม่ไม่เละนะ) สิ่งที่สุดยอดน่าจะเป็นตัวสีน้ำที่เป็นก้อนแห้ง และพู่กันที่มีแท็งเก็บน้ำไว้ได้ ทำให้คิดอยากวาดเมื่อไหร่ก็ได้ มีน้ำให้ใช้ตลอดตราบใดที่ไม่ลืมเติมน้ำเข้าไปนะ

สีก้อนแบบ 18 สี

สีน้ำของ Sakura Koi จะมีให้เลือกแบบ 12, 18, 24 สี ราคาก็แตกต่างกัน ของผมเป็นกล่อง 18 สี ซื้อมาจากร้าน siam-market ที่ central world ครับ

พู่กันมีแท็งน้ำ

พู่กันที่มีแท็งน้ำ แท็งน้ำมีจุกปิดแน่น ตอนจะใช้ก็เปิดจุกออกแล้วหมุนหัวพู่กันเข้าไป เมื่อเราบีบเบาๆน้ำที่อยู่ในแท็งก็จะไหลออกมาที่ปลายพู่กัน แล้วเราก็ป้ายลงสีน้ำก้อน แล้วก็สนุกกับการระบายสีลงรูปวาดของเราได้เลยครับ สะดวกจริงๆนะเออ

อีกอย่างที่ทำให้ผมลุกขึ้นวาดรูป มองหาอุปกรณ์อะไรแบบนี้ ส่วนหนึ่งเพราะได้เห็นสมาชิกและกิจกรรมของกลุ่ม BANGKOK SKETCHERS GROUP ที่เอารูปสวยๆ มาแชร์ให้ดู ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากออกไปวาดรูปบ้าง

สรุปว่าตอนนี้ก็สนุกกับการได้วาดแบบนี้มากครับ สวยไม่สวยอีกเรื่อง สนุกไว้ก่อน เข้าไปดูตัวอย่างรูปที่วาดได้ที่นี้ครับ https://sarapuk.tumblr.com

เล่าถึง Pencil by 53 ปากกาวาดรูปใน iPad

Pencil by 53 เป็น stylus สำหรับใช้งานกับ iPad ออกแบบมาให้ใช้งานกับแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ Paper by 53 แต่ก็ใช้กับแอพพลิเคชั่นอื่นๆได้เช่นกันแต่จะใช้งานบางฟีเจอร์ไม่ได้ และต้องเป็นรุ่น iPads with a Retina display และ iPad mini ขึ้นมา เหตุที่เลือกซื้อ stylus ตัวนี้มาเพราะชอบที่จะวาดรูปเล่นใน iPad ด้วยแอพพลิเคชั่น Paper by 53 มากกว่าตัวอื่นๆ การที่ 53 ออกตัว stylus ที่เพิ่มความสามารถ ความสะดวกและลูกเล่นให้แอพพลิเคชั่นของตัวเองได้มากขึ้น จึงไม่ลังเลที่จะซื้อตัวนี้ อีกทั้งการออกแบบนั้นดูดีมากๆ ได้ลองวาดรูปด้วย Pencil มาได้สักพักหนึ่งแล้ว จึงนำมาแนะนำและเขียนถึงสักเล็กน้อย ผมชอบมันมากครับ

PENCIL by FiftyThree

Pencil by 53 มีให้เลือกสองแบบคือ ด้ามเป็นไม้ Wallnut มีแม่เหล็กที่ด้ามทำให้วางติดกับเคสของ iPad ได้ กับอีกแบบที่ด้ามเป็นอลูมิเนียม ราคาก็ต่างกันเล็กน้อย 59.95 USD(1,936 บาท)สำหรับด้ามไม้(Wallnut) และ 49.95 USD(1,613 บาท)สำหรับด้ามอลูมิเนียม(Graphite)

Pencil model

ตอนสั่งซื้อยังเป็นแบบพรีออเดอร์ต้องรอเกือบเดือนกว่าๆ ล่าสุดตอนนี้มีของพร้อมส่งแล้ว แต่ยังจำกัดการสั่งซื้อเฉพาะอเมริกาและแคนนาดาเท่านั้น ตอนที่สั่งฝากให้เพื่อนที่อเมริกาหิ้วเข้ามาให้ครับ โดยเลือกตัวที่ด้ามเป็นไม้

แกะกล่อง Pencil by 53

Packaging ของ Pencil by 53

Pencil ถูกบรรจุมาในกล่องกระดาษทรงกระบอกสวยงาม กระทัดรัด เปิดออกก็จะเจอ stylus เสียบอยู่ข้างในพร้อมกับ คู่มือและหัวสำรองของปากกาหัวท้ายอย่างละอัน

อุปกรณ์ที่มาให้มาในกล่อง Pencil

Pencil เวลาใช้งานจะเชื่อมต่อกับ iPad ผ่านทาง Bluetooth การเชื่อมต่อก็ง่ายมากแค่จิ้มลงปุ่ม Pencil ใน Paper app ไม่ต้องเข้าไป setting ให้วุ่นวาย (ต้องเปิด Bluetooth ใน iPad ก่อนนะ) และต้องมีการชาร์ตไฟให้ Pencil ด้วย ซึ่งสามารถใช้งานได้ราว 1 เดือนต่อการชาร์ตหนึ่งครั้ง ถึงแบตเตอรี่หมดก็ยังใช้งานเป็น stylus เขียนแบบธรรมดาได้ แต่จะใช้งานฟีเจอร์พิเศษไม่ได้เท่านั้นเอง

วิดีโอแนะนำการเชื่อมต่อ Pencil กับ iPad

ถอดส่วนหัวออกมาเพื่อนำไปชาร์ต
เสียบชาร์ตไฟกับช่องเสียบ usb

เมื่อไฟเต็มไฟ LED จะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว ดูวิดีโอแนะนำวิธีชาร์ตได้ที่ https://vimeo.com/79440652

เชื่อมต่อกับ iPad

การใช้งาน นอกจากจะเป็น stylus แบบธรรมดาใช้เขียน ใช้วาดแทนมือได้แล้ว เมื่อเชื่อมต่อกับ iPad และใช้แอพพลิเคชั่น Paper by 53 แล้วมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นมาดังนี้

ฟีเจอร์เด่นของ Pencil

1. Palm Rejection คือ สามารถว่ามือลงบนจอ iPad ได้เวลาเขียน โดยแอพพลิเคชั่นจะรู้ได้ว่าส่วนไหนเป็น Pencil ส่วนไหนเป็นมือ ทำให้ได้ความรู้สึกเหมือนเขียนลงกระดาษจริงๆ อันนี้ต้องบอกว่ามีประโยชน์มากเพราะเวลาเขียนหรือวาดเลี่ยงยากที่มือเราจะไม่โดนจอเลย ทำให้เขียนได้ถนัดมากขึ้น

Palm rejection

2. Erase ด้านท้ายของ Pencil จะมียางที่เป็นวัสดุเป็นยางเหมือนกับด้านหัว มันคือยางลบ(เหมือนกับดินสอจริงๆเลย) ที่ตรงท้ายของด้ามจะเป็นยางลบเมื่อหมุนกลับด้านมาก็ลบได้เลย ความจริงที่แอพก็มียางลบให้แต่เมื่อมียางลบตรงท้ายมาให้ ทำให้สะดวกขึ้น ไม่ต้องสลับไม่มา การวาด การเขียนก็ไม่สะดุด ราบลื่นต่อเนื่อง

Erase

3. Blend นอกจากตรงท้ายมันจะเป็นยางลบแล้ว เมื่อเราถือ Pencil ไว้แล้วเอานิ้วลงไปถูที่จอ จะเป็นเหมือนเราเอานิ้วลงไปถูสีน้ำที่อยู่บนกระดาษจริงๆเลย เหมือนกับการเกลี่ยสี (Blend) ตรงนี้สามารถตั้งค่าให้รูปแบบการใช้งานแบบนี้เป็นอย่างอื่นได้นะ เลือกได้ 3 แบบคือ Blend, Draw และ Nothing

Blend

วิดีโอแนะนำ Pencil by 53

ความรู้สึกหลังใช้งาน

หัวของ Pencil เป็นยางอ่อนๆเวลาวาดเขียนให้ความรู้สึกเหมือนใช้พู่กันเลยทีเดียว ซึ่งมันดีมากถ้าใช้หัว brush แบบพู่กัน แต่จะคุมยากนิดหนึ่งเมื่อเลือก brush เป็นปากกา หรืออาจเพราะเราใช้ iPad mini จอธรรมดา ทำให้การวาดไม่ค่อยเต็มประสิทธิภาพเท่าไหร่ ถ้าเป็น iPad ตัวใหญ่น่าจะวาดสนุกกว่านี้แน่นอน อีกอย่างตัว Blend บางทีการใช้งาน Draw ด้วย Pencil มันก็โผล่มา จึงเลือกปิดไป แล้วเมื่อรูปไหนจะใช้ค่อยเปิดใช้งานซึ่งก็ให้ภาพที่น่าประทับใจ กินแบตน้อยตั้งแต่ได้มาเพิ่งชาร์ตไปสองครั้ง โดยรวมแล้วชอบมากครับ สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงคือฟีเจอร์ Blend ที่บางครั้งแยกไม่ได้ว่าเป็นนิ้วหรือปากกา รออัพเดตแล้วกัน

ผลงานที่ทดลองวาดด้วย Pencil 

FiftyThree blog

สิ่งหนึ่งที่ภูมิใจเล็กๆคือผลงานชิ้นหนึ่งของเราได้ลงใน tumblr ของ FiftyThree ด้วย ตัวลอยได้ไปหลายวันเลย เข้าไปกดไลค์ได้ที่นี้ครับ https://madewithpaper.fiftythree.com/post/79458033978/bright-light-little-lamp-made

เข้าไปดูผลงานอื่นๆได้ที่ https://sarapuk.tumblr.com

โคมเหงา

 

ทดสอบการใช้ Blend

 

ซูชิ

 

เรือใบในม่านหมอก

 

กล้องแพง

วิธีสั่งซื้อ iPad mini ออนไลน์ พร้อมสลักชื่อไว้ด้านหลัง

วิธีสั่งซื้อ iPad mini ออนไลน์ พร้อมสลักชื่อไว้ด้านหลัง มีสิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนสั่งซื้อ ได้แก่ บัตรเครดิต และ ที่อยู่ของผู้รับ ส่วนขั้นตอนนั้นไม่ยาก Apple Store ออกแบบขั้นตอนการสั่งซื้อไว้ค่อนข้างง่ายไม่สับสน คลิกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว รอรับของที่บ้านได้เลย

ขั้นตอนการสั่งซื้อ iPad mini

  1. เข้าไปที่หน้าสั่งซื้อ iPad mini ของ Apple Store ของประเทศไทย https://store.apple.com/th/buy/home/shop_ipad/family/ipad_mini

    iPad mini ใน Online Store ของ Apple

  2. เลือกสี เลือกโมเดล ตามต้องการ (ผมเลือก iPad mini สีขาว รุ่น Wifi ความจุ 16GB ) เลือกแล้วกด Continue ต่อไป

    เลือกสี เลือกความจุ ของ iPad mini ตามความต้องการ

  3. ขั้นตอนนี้จะเป็นการสั่งให้สลักคำไว้ด้านหลังของเครื่อง ใส่ตัวอักษรได้ประมาณ 30 ตัวอักษรต่อแถว มีสองแถวให้ใส่ จะใส่คำอวยพร ใส่ชื่อตัวเอง หรือคำคมอะไรก็ได้ ตามใจเรา จะทำให้ iPad mini เครืองนี้พิเศษมีเครื่องเดียวในโลก! ตรวจสอบคำถูกต้องให้ดีแล้วกด Add engraving (หากไม่อยากใส่สลักคำไว้ด้านหลังก็กด continue ใต้คำว่า Skip engraving ได้เลยเช่นกัน)

    ใส่ชื่อหรือข้อความตามต้องการ

  4. ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการเลือกอุปกรณ์เสริม หากไม่ต้องการ ก็กด Add to Cart ได้เลย (ค่าเริ่มต้นของการซื้ออุปกรณ์เสริมจะเป็น none อยู่แล้ว)

    เลือก Accessary เพิ่มเติมได้

  5. ตรวจสอบการสั่งซื้ออีกครั้ง เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว กด Check Out Now

    ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

  6. ขั้นตอนต่อไป สังเกตุให้ดีว่าตอนนี้อยู่ในโหมด secure ที่ URL ต้องเป็น https:// ล็อกอิน Apple ID หรือจะเลือกเป็น Guess checkout ก็ได้ ผมมี Apple ID อยู่แล้ว ก็เลยล็อกอินบัญชีของตัวเอง

    ถ้าใครมี Apple ID อยู่แล้วก็ล็อกอินได้เลย

  7. ใส่ที่อยู่ผู้รับ และรายละเอียดส่วนของ Payment (บัตรเครดิต)

    รายละเอียดที่อยู่ของผู้รับ

  8. เสร็จแล้วตรวจสอบ Order รอ iPad mini ที่บ้าน

    เรียบร้อยแล้ว

ในระหว่างรอของเราสามารถเข้าไปแก้ไขรายการได้จนกว่าของจะถูกส่ง เช่น เปลี่ยนคำสลักคำด้านหลัง หรือยกเลิกการสั่งซื้อ และในระหว่างที่ iPad mini ถูกส่งแล้วจะมีอีกอีเมลมาแจ้งเตือน พร้อมทั้งหมายเลข tracking ติดตามดูสถานะได้ตลอด

ตัดข้ามมาอีก 2 สัปดาห์ <–เวลาตรงนี้จะขึ้นอยู่กับสถานะของสิ้นค้าที่เราสั่ง และค่อนข้างตรงเวลาทีเดียว (ของผม 13 วัน) ถ้าของมาส่งแต่ไม่มีผู้รับโดยตรง เขาจะส่งใบแจ้งไว้ให้ ว่าจะให้มาส่งใหม่อีกทีเมื่อไหร่ ภายใน 7 วัน หรือจะไปรับของเองก็ได้ ผมเลือกไปรับของมาเองเพราะไม่ได้ไกลจากที่อยู่มากนัก

กล่องเล็กแต่แข็งแรง

กล่องส่งของมา

แกะดูข้างใน

iPad mini นอนอยู่ในกล่อง
เปิดกล่องออกมา

นี้ไงคำสลักติดอยู่ด้านหลัง ไม่เหมือนใคร

คำสลักติดอยู่ด้านหลัง

เป็นอันจบการรีวิว เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับใครที่อยากซื้อเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษครับ

ใช้ iPad เพื่อการศึกษา ความรู้อยู่ที่เนื้อหาและสิ่งแวดล้อม

iPad เพื่อการศึกษา

ถ้าจะพูดถึงเครื่องมือหรืออุปกรณ์เพื่อการศึกษาที่จะมาช่วยเสริมสร้าง พัฒนาการเรียนรู้ ของผู้ที่เป็นนักเรียนรู้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง นักเรียน นักศึกษา อย่างเดียวนะครับ รวมถึงทุกคนที่มีใจไฝ่เรียนรู้ อุปกรณ์ที่จะช่วยให้การเรียนรู้นั้นทำได้ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ณ ตอนนี้ น่าจะเป็น iPad ของ Apple  เพราะถือว่ามีองค์ประกอบที่สมบูรณ์ที่สุด ทั้งหนังสือดิจิตอล(ebook) แอพพลิเคชั่น(Apps Store) คลังความรู้(iTunes U) นอกจากนั้นยังมีตัว Textbook ที่มีชุดโปรแกรมที่จะช่วยให้การสร้างหนังสือแบบที่มีการโต้ตอบกับผู้ใช้ได้อย่างน่าตื่นเต้น นับว่า iPad นำหน้าคู่แข่ง Android, Windows 8 ในเรื่องของการสนับสนุนทางการศึกษาไปหลายช่วงตัว

iPad in Education

Apple ได้วางให้ iPad เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ผลิตมาเพื่อสนับสนุนการศึกษาอย่างเต็มที่ เห็นได้จากงาน Education Event เมื่อ 19 มกราคา 2012 ในงานมีการเปิดตัวหนังสือเรียนแบบที่มี interactive โต้ตอบกับผู้อ่านได้อย่างดี พร้อมโปรแกรมสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับ iPad โดยเฉพาะ และยังแจกให้ทุกคนใช้โปรแกรมนี้ได้ฟรีอีกด้วย ยิ่งทำให้ iPad เหมาะกับงานทางด้านการศึกษามากขึ้น

ลำดับต่อไปอยากนำส่วนต่างๆที่เป็นองค์ประกอบทำให้ iPad เหมาะกับการศึกษามาแจกแจงทีละข้อ ดังนี้ครับ

1. Textbooks หนังสือที่โต้ตอบกับผู้อ่านได้

หนังสือที่มาพร้อมภาพนิ่ง ภาพ 3 มิติ วีดีโอ เสียง ฯลฯ

คุณสมบัติของตัว Textbook ที่จะทำให้การเรียนรู้นั้นมีประสิทธิภาพ มีดังนี้

  • Textbooks ของสำนักพิมพ์ใหญ่ๆอย่าง McGraw-Hill, Person Education, Houghon Mifflin Harcourt ผู้ผลิตหนังสือมีคุณภาพ ทั้งรายวิชา เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ภูมิศาสตร์ มีให้ดาวน์โหลดแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • เราสามารถพกหนังสือเล่มใหญ่หลายๆเล่ม ด้วยมือข้างเดียวได้ คงไม่ต้องแบกใส่เป้ให้เมื่อยหลังกันแล้ว โดยเฉพาะหนังสือพวก Textbook ถ้าถือเล่มจริงได้ 2 เล่มก็ถือว่าสุดยอดแล้ว แต่เมื่อเป็นแบบดิจิตอลทำให้เราง่ายต่อการพกพา และสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น
  • Textbooks ใน iPad เป็นหนังสือแบบมัลติทัช สามารถหมุนมุมมอง ซูมได้ มีภาพ ไดอะแกรม วีดีโอ ภาพสามมิติที่สามารถใช้นิ้วหมุนโมเดลได้รอบด้าน จดบันทึกลงหนังสือ ขีดเขียนลงหนังสือ เขียนโน๊ตสั้นๆ หรือใส่สีให้ตัวอักษรได้
  • ชมวีดีโอแนะนำ iBooks Textbooks

2. iPad Apps เพื่อการศึกษา

แอฟพิเคชั่น ที่เสริมการเรียนรู้มีมากมาย

ตัวแอพพลิเคชั่นของ iPad เฉพาะกลุ่มทางด้านการศึกษามีมากกว่า 20,000 แอพพลิเคชั่น น่าจะถือว่าเป็นจุดที่ได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆ อีกทั้งแอพพลิเคชั่นที่ออกแบบมาสำหรับงานทางด้านการศึกษาถูกออกแบบมาอย่างดี แม้จะมีราคาแพงอยู่บ้าง ก็นับว่ามีความคุ้มค่าเมื่อแลกกับการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่าง แอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษาที่น่าสนใจ โดยแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆได้ดังนี้

iWork กลุ่มของแอพพลิเคชั่นที่ช่วยทำงานทางด้านเอกสาร พรีเซนเตชั่น เอกสารตารางคำนวณ

English Language Arts กลุ่มแอพพลิเคชั่นที่ช่วยสอนภาษาอังกฤษให้เด็กด้วยภาพศิลปะ

Mathematics กลุ่มแอพลิเคชั่นช่วยเรียนคณิตศาสตร์

Science กลุ่มแอพพลิเคชั่นช่วยเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์

History and Geography กลุ่มแอพลิเคชั่นช่วยเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และภูมิประเทศ

Language Development เรียนภาษาอื่นๆ เช่น ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งพูด ฟัง อ่าน เขียน หรือท่องคำศัพท์

Art, Music, and Creativity กลุ่มแอพพลิเคชั่นส่งเสริมศิลปะ วาดภาพ ดนตรี และงานสร้างสรรค์

Reference, Productivity, and Collaboration กลุ่มแอพพลิเคชั่น เอกสารอ้างอิง ดิกชั่นนารี จดบันทึก

Accessibility กลุ่มแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อมูลต่างๆหลากหลายวิธี

นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับการศึกษาอีกมากมาย เข้าไปดูได้ใน Apps Store ในหมวด iPad Education

3. iTunes U เรียนหนังสือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกผ่านทาง iPad

iTunes U for iPad

iTunes U เป็นศูนย์รวมข้อมูลทางด้านการศึกษาแบบออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งในแต่ละหลักสูตรมีทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการเรียนในรายวิชานั้นๆ ทั้งวิดีโอบรรยาย เอกสารประกอบการเรียน เสียง พรีเซนเทชั่น ซึ่งมีอยู่มากกว่า 500,000 รายการ หลักสูตรครอบคุมทุกรายวิชา ทั้งวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ ภาษา วัฒนธรรม การแพทย์ ศิลปะ ฯลฯ ซึ่งมีทั้งวิทยาลัย มหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วโลก เช่น Stanford, Yale, MIT, Oxford, UC Berkeley เป็นต้น มหาวิทยาลัยต่างๆทั่วโลกเข้ามาเปิดห้องเรียนออนไลน์ให้ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนได้ฟรี ถือว่าเป็นคลังความรู้ที่ใหญ่และมีประโยชน์มาก เป็นอีกช่องทางและโอกาสอันดีที่เราสามารถเข้าไปเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยต่างๆได้อย่างใกล้ชิด เหมือนนั่งอยู่ในห้องเรียนนั้นๆเหมือนนักเรียนคนอื่นๆเลยทีเดียว

4. ใช้ iPad สอนในห้องเรียน

ต่อ iPad ออกจอภาพขนาดใหญ่

เราสามารถที่จะใช้ iPad ประกอบการสอนได้อย่างง่าย ผ่านทางการแสดงผลด้วยจอภาพขนาดใหญ่ เช่น HDTV หรือ จอโปรเจคเตอร์ ช่วยให้นักเรียนได้เห็นสิ่งที่คุณเห็นไปพร้อมๆกัน หรือใช้แสดงสไลด์พรีเซนเตชั่นแทนคอมพิวเตอร์ก็ได้ ทำให้การอธิบายหรือการเรียนรู้ไปพร้อมกันนั้นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้วยปัจจัยต่างๆเหล่านี้ช่วยให้ระบบและสภาพแวดล้อม(เนื้อหา) ของ iPad นั้น ถือเป็นเครื่องมือที่สนับสนุนทางการศึกษาได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าพร้อมกว่า tablet เพื่อการศึกษาของคู่แข่งรายอื่นๆอย่างมาก อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะนักเรียน นักศึกษา เท่านั้น ผู้ที่ไฝ่เรียนรู้ก็สามารถที่จะใช้ iPad เพื่อเสริมความรู้ให้ตัวเองได้ตลอดเวลาผ่านทางช่องทางอื่นๆได้อีกมากมาย เช่น ข่าวสาร เนื้อหาเว็บไซต์ ฐานข้อมูลทางห้องสมุด หรือสื่อบันเทิงต่างๆ เช่น ภาพยนต์ เพลง เกม ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนมีความรู้แทรกอยู่เสมอๆ เพียงเรามีเครื่องมือที่ดีสนับสนุนการเรียนรู้และความใฝ่รู้ของผู้ใช้งานร่วมกัน

ข้อมูลอ้างอิง: https://www.apple.com/education/ipad/

ฟรีอีบุ๊ค Best of Smashing Magazine ฉลองอายุ 5 ปี ePub(iPad), PDF, Mobi(Kindle)

free “Best of Smashing Magazine” Anniversary eBook.

Smashing Magazine เป็นบล็อกที่เขียนเกี่ยวกับการออกแบบ งานด้านกราฟิก เว็บไซต์ ฟอนต์ และอื่นๆอีกมากมาย เริ่มออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2006 เนื้อหาแน่น มีคุณภาพมาก เขียนในแบบมืออาชีพ แต่ละโพสเข้าขั้นรวมเล่มทำเป็นหนังสือได้เลย หลายๆครั้งที่คิดอะไรไม่ออก หรือหา reference ไอคอน ธีมเว็บไซต์สวยๆ ที่แรกที่คิดถึงคือที่นี้  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา(8 Sep 2011) เป็นวันครบรอบ 5 ปี ของเว็บไซต์ ทีมงานได้ฉลองวันครบรอบด้วย แจกอีบุ๊คฟรี!

“Best of Smashing Magazine” To Five Smashing Years: An Anniversary eBook เป็นอีบุ๊คแจกฟรี โดยเนื้อหาภายในเป็นโพสที่ได้รับความนิยม น่าสนใจ สร้างแรงบันดาลใจได้ดีที่สุด ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คู่ควรเก็บไว้ในเครื่องอย่างยิ่ง ไฟล์อีบุ๊คมีหลายเวอร์ชั่น รองรับ e-book reader ตัวหลักๆหมด ได้แก่ ePub(iPad), PDF, Mobi(Kindle)

ดาวน์โหลดอีบุ๊คฟรีได้ที่
Free download on iTunes
Free download on Smashing Magazine (.zip, 55 Mb) 409 หน้า

เนื้อหา 

  • “Thirty Usability Issues to Be Aware Of”  —  Vitaly Friedman
  • “Ten Principles of Effective Web Design”  —  Vitaly Friedman
  • “Clever JPEG Optimization Techniques”  —  Sergey Chikuyonok
  • “Typographic Design Patterns and Best Practices”  —  Smashing Editorial team
  • “Ten Useful Usability Findings and Guidelines”  —  Dmitry Fadeyev
  • “Setting Up Photoshop for Web and iPhone Development”  —  Marc Edwards
  • “The Ails of Typographic Anti-Aliasing”  —  Tom Giannattasio
  • “Mastering Photoshop: Noise, Textures and Gradients”  —  Marc Edwards
  • “Better User Experience With Storytelling”  —  Francisco Inchauste
  • “The Beauty of Typography, Writing Systems and Calligraphy”  —  Jessica Bordeau
  • “Web Designers, Don’t Do It Alone”  —  Paul Boag
  • “Making Your Mark on the Web Is Easier Than You Think”  —  Christian Heilmann
  • “Responsive Web Design: What It Is and How to Use It”  —  Kayla Knight
  • “I Want to Be a Web Designer When I Grow Up”  —  Michael Aleo
  • “Persuasion Triggers in Web Design”  —  David Travis
  • “What Font Should I Use?”  —  Dan Mayer
  • “The Design Matrix: A Powerful Tool for Guiding Client Input”  —  Bridget Fahrland
  • “Why User Experience Cannot Be Designed”  —  Helge Fredheim
  • “Dear Web Design Community, Where Have You Gone?”  —  Vitaly Friedman
  • “Make Your Content Make a Difference”  —  Colleen Jones
  • “Two Cats in a Sack: Designer-Developer Discord”  —  Cassie McDaniel
  • “Print Loves Web”  —  Mark Cossey

ที่มา: https://www.smashingmagazine.com

คู่มือสอนการใช้งาน iPad 2

คู่มือสอนการใช้งาน iPad 2

Apple เปิดขาย iPad 2 ไปเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 (ตอนนี้ที่มาบุญครองก็มีขายบ้างแล้ว ราคาสูงกว่าราคาจริงอยู่มาก) และได้ทำคู่มือการใช้งาน iPad 2 ในรูปแบบวีดีโอให้คนที่สนใจได้ศึกษาการใช้งาน มีตั้งแต่การใช้งานเบื้องต้น ไปจนถึงการใช้งานโปรแกรมพิเศษ อย่างเช่น GarageBand และ iMovie ส่วน iPad เวอร์ชั่นแรก ก็คงใช้งานได้เช่นกัน ยกเว้นบางอันเช่น FaceTime

คู่มือการใช้งาน iPad 2

มีอยู่ทั้งหมด 14 อัน ดังนี้

  1. FaceTime การใช้งาน Video call สนทนาแบบเห็นหน้า
  2. Mail การใช้งานอีเมล
  3. Safari การเปิดเว็บไซต์
  4. iBooks การใช้งานร้านขายหนังสือ
  5. Videos การเปิดหนังและวิดีโอ
  6. Photos การใช้งานดูภาพ
  7. Find My iPad บริการหา iPad เมื่อถูกขโมย
  8. iPod การใช้งานโปรแกรมเล่นเพลง
  9. iTunes การใช้งาน iTunes โหลดเพลง โหลดวีอีโอ
  10. App Store การใช้งานโหลด Application เพิ่มเติม
  11. Maps การใช้แผนที่
  12. AirPlay การใช้งานการเชื่อม iPad กับอุปกรณ์อื่น
  13. GarageBand การใช้งานโปรแกรมทำเพลง
  14. iMovie การใช้โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ

ดูข้อมูลได้ที่ https://www.Apple.com/ipad/guided-tours/

5 เหตุผล ซื้อหรือไม่ซื้อ iPad 2

iPad 2 ซื้อหรือไม่ซื้อ

ไปเจอบทความของ Cnet เขียนถึง 5 เหตุผลที่จะซื้อ iPad 2 กับ 5 เหตุผลที่จะไม่ซื้อ iPad 2 เลยเอามารวมไว้เป็นอันเดียว อ่านแล้วจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะซื้อ iPad 2 ที่เพิ่งเปิดตัวไปดีหรือไม่ ที่จริงมีหลายสำนักข่าวเขียนไว้เหมือนกัน แต่พบว่าที่นี้เขียนถูกใจสุดแล้ว อาจจะย่อลงบ้าง ใครอยากอ่านเต็มๆ ไปอ่านได้ที่ต้นฉบับ และอีกอย่างต้นฉบับเป็นเหตุผลของชาวออสเตรเลียแต่ผมคิดว่ามันปรับเข้ากับคนไทยได้เช่นกัน

5 เหตุผลที่ควรซื้อ iPad 2

  1. iPad 2 แตกต่างจาก iPad
    สเปคของ iPad 2 ได้รับการอัพเกรดเยอะพอควร ทั้งน้ำหนักที่เบาขึ้น บางลง เมื่อเทียบกับ iPad และยังเพิ่มประสิทธิภาพของ Processor เป็น A5 dual-core และเพิ่มความสามารถการประมวลผลทางด้านกราฟิกด้วย ผู้ใช้จะเห็นความแตกต่างชัดเจนเมื่อดูหนังที่มีความละเอียดสูง หรือเล่นเกม 3D อีกทั้งยังเพิ่มกล้องด้านหน้า-หลัง เพิ่มเข้ามาด้วยทำให้สามารถใช้ FaceTime ร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ด้วย
  2. HDMI Port
    การต่อ iPad 2 กับจอแสดงผลอื่นๆเช่น TV จะทำให้เพิ่มประโยชน์การใช้งานได้กว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งใน iPad รุ่นแรกแม้จะมี VGA port แต่สามารถแสดงผลได้แค่บางโปรแกรมเช่นแสดงภาพ หรือวีดีโอ ไม่ใช่ mirror display จะเห็นประโยชน์ชัดเจนกับกลุ่มที่ใช้ iPad ในการนำเสนอผลงาน หรือใช้ในการเรียนการสอน
  3. App เยอะกว่า
    หลังจาก iPad ตัวแรกเปิดตัวไปได้ 1 ปี ขณะนี้มี App ที่ได้ทำขึ้นมาเฉพาะ iPad ประมาณ 65,000 ตัว ในขณะคู่แข่งอย่าง Android มี App สำหรับ Tablet โดยเฉพาะเพียง 100 App แม้ปัจจุบันนี้นักพัมนาจะมุ่งไปที่ Android แต่ระยะห่างจะยังคงเป็นแบบนี้ไปอีกนาน โดยเฉพาะ App ที่ได้รับการเปิดตัวพร้อมกับ iPad 2 อย่าง Garageband กับ iMovie ถือว่าทำให้ iPad ทำอะไรได้มากกว่าคู่แข่งรายอื่นอย่างชัดเจน
  4. iPad 2 ราคาถูกกว่า
    iPad มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าผู้ผลิตรายอื่นทำให้สามารถปรับราคาให้ต่ำกว่าได้ เมื่อเทียบกับ Motorola Xoom หรือ Galaxy Tab 10.1 จนผู้ผลิตรายอื่นที่ประกาศราคาออกไปแล้วต้องกลับมาพิจาณาราคาของสิ้นค้าตัวเองใหม่ ราคาของ iPad รุ่น Wifi ราคาเริ่มต้นที่ $499 ส่วนตัว Motorola Xoom ราคา $799 เมื่อเทียบกับรุ่นที่สเปคใกล้เคียงกันกับ iPad 2 มีราคาแพงกว่า iPad 2 ถึง $70
  5. จะถูกนำเข้ามาขายก่อน
    ในบทความเขาเขียนว่าจะถูกนำเข้ามาขายในออสเตรเลียก่อนรายอื่น ผมคิดว่าจะในประเทศไทยก็น่าจะเป้นแบบนั้นเช่นกัน ข้อดีของสินค้า Apple มักจะเปิดตัวเมื่อสินค้าพร้อมจะขายแล้ว ต่างจากผู้ผลิตรายอื่น เช่น PlayBook ของ RIM เปิดตัวก่อนมานาน กำหนดขายยังไม่แน่นอน และ Motorola Xoom หรือ Galaxy Tab 10.1 ยังไม่รู้จะเข้าไทยเมื่อไหร่

5 เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ iPad 2

ชม iPad 2 ไปแล้ว คราวนี้มาดูว่า มีเหตุผลใดบ้างที่ต้องชั่งใจว่าจะไม่ซื้อ

  1. เหมือนกับ iPad ตัวเดิม
    iPad 2 ไม่มีความแตกต่างชัดเจนกับ iPad รุ่นแรก ในแง่ของฟีเจอร์ ตัวที่เห็นชัดเจนคือ FaceTime นั้นอาจจะไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจซื้อ อีกทั้ง iPad เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2010 นี้เอง การซื้อของใหม่ในขณะที่ใช้อันเดิมยังไม่คุ้มเงินนั้นถือว่าไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่
  2. คุณไม่ต้องการมัน
    iPad 2 ถูกมองว่าเป็นส่วนเกิน ความสามารถของมันถูกแทนด้วยอุปกรณ์ตัวอื่นได้อยู่แล้ว ปกติการใช้งาน iPad โดยทั่วไปคือ อ่านหนังสือพิมพ์ แมกกาซีน อีบุ๊ค เล่นเน็ตเปิดเว็บไซต์ เล่นเกมส์ และดูหนังฟังเพลง ซึ่งพบว่า content ต่างๆเหล่านี้ที่เป็นใช้งานได้ในไทยยังมีน้อย โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์หรือแมกกาซีน ถ้าจะอ่านอีบุ๊คใช้ Amazon’Kindle ดูจะราคาถูกกว่าและมีหนังสือเยอะกว่ามากเมื่อเทียบกับ iBookstore หรือถ้าจะใช้อินเทอร์เน็ตเปิดเว็บไซต์ ฟังเพลง ดูหนัง ทำไมไม่ใช้มืออย่างเช่น iPhone, BB ซึ่งสะดวกในการพกพาและมีกันอยู่แล้ว
  3. ตัวอื่นก็มี
    อย่างเช่น Motorola, HTC, Samsung และ LG ที่เปิดตัว Tablet ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียง หรือเหนือกว่า iPad ก็มีเหมือนกัน ถ้าไม่รีบจนเกินไปในกลางปีน่าจะเปิดตัวขาย โดยเฉพาะคู่แข่งระบบปฎิบัติการอย่าง Android (Honeycomb) ที่ได้รับคำชมจากสื่อมากมายถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม และมีหลายฟีเจอร์ที่ iPad ไม่มี เช่นการใช้งาน Flash บนเว็บไซต์ กล้องถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงกว่า
  4. ราคามันแพง
    ถ้าตัดสินใจจะใช้ tablet แล้ว การเลือกใช้ iPad 2 นั้นถือว่าคุ้มค่าจริงหรือ ราคาของ iPad 2 รุ่นราคาต่ำสุดคือ iPad 2 wifi ราคา $449 ซึ่งได้ความจุ 16 GB ไม่สามารถใช้ 3G ได้ ในขณะเลือกจ่ายแค่ $269 เพื่อซื้อ Optus My Tab (ในไทยไม่รู้มีขายหรือปล่าว?)ซึ่งมีฟังชั่นการใช้งานเหมือน iPad 2 เช่น อ่านอีเมล อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง คุณสามารถให้ลูกหิ้วไปโรงเรียนหรือนำไปเล่นในช่วงวันหยุดได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องพังจนเกินไป แล้วทำไมต้องจ่ายสองเท่าเพื่อ iPad 2
  5. คุณจะกลายเป็นสาวก
    อันนี้อ่านแล้วตลกนิดๆคือ ถ้าคุณใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple คุณจะถูกกล่อมจาก Steve Jobs ให้ซื้อของใหม่ในทุกๆปี และจะถูกดูดให้ใช้ระบบปิดของเขาตลอดไป จะถูกบิดเบือนข้อมูลบางอย่างเพื่อผลิตภัณฑ์ของตนเอง ในตลาดของ Mobile Device บริษัท Apple กำลังจะเป็นเหมือนกับ Microsoft เมื่อปลายปี 90s ที่เคยควบคุมตลาดของ PC ของโลกอย่างเบ็ดเสร็จ ตลาดขาดการแข่งขัน คุณอยากให้เป็นแบบนั้นจริงหรือ?

ที่มา-five reasons to buy an ipad 2five reasons not to buy an Apple ipad 2

CSS Trick ตัวอย่างเว็บไซต์ใช้ CSS สุดเจ๋ง

เมื่อวานเปิดดู WordCamp TV ของ Sara Cannon พูดเรื่อง CSS Trick ตอนแรกเห็นเธอน่ารักสดใสเลยขอดูนิดหนึ่ง แต่สุดท้ายดูจบก็ได้อะไรมาเหมือนกัน มีตัวอย่าง Showcase ของ CSS ที่เธอเอามาโชว์ประกอบการนำเสนอ พบว่ามันเจ๋งดี เลยคัดเอาส่วนที่น่าสนใจมาบันทึกเก็บไว้

อันแรกเป็นการออกแบบเกี่ยวกับ Scrolling  ลิงค์เว็บไซต์ https://lostworldsfairs.com/atlantis ทดลองเลื่อนหน้าเว็บไซต์ลงไปข้างล่างเรื่อยๆ จะพบว่าคนในท่อจะวิ่งตามลงไปด้วย ระดับความลึกก็เปลี่ยนตาม

Atlantis

เว็บที่สองเป็นการโชว์ความสามารถการใส่พื้นหลังหลายภาพ (ซ้อนกัน) เว็บเหล่านี้จะพบว่าพื้นหลังของเว็บมันมีความน่าสนใจมากขึ้นเยอะเลย ตัวอย่าง https://silverbackapp.com มีพื้นหลังอยู่ถึง 4 ภาพ ย่อขยายหน้าเว็บจะเห็นว่ามีเลเยอร์ของ ด้านหลังซ้อนกันอยู่

https://silverbackapp.com

และอีกตัวที่ผมเห็นแล้ว พบว่ามันเท่มากคือ เว็บ https://www.nikebetterworld.com ลอง Scrolling ลงไปข้างล่างจะเห็นการนำเสนอที่เจ๋งจริงๆ พื้นหลังจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

https://www.nikebetterworld.com/

และส่วนที่น่าสนใจที่สุดคือ เป็นความสามารถของการใช้ CSS Grids ควบคุมการแสดงผลแตกต่างกัน ตามขนาดของหน้าจอ เช่นหน้าจอของ PC, iPad, Mobile ขนาด ตำแหน่งของเมนู เปลี่ยนแปลงตามขนาดของหน้าจอที่เรียกใช้งาน ลองเปิดดูที่ https://hicksdesign.co.uk/ และ https://colly.com แล้วลองย่อขนาดของเว็บไซต์ดูครับ

hicksdesign.co.uk ขนาดจอ PC
https://hicksdesign.co.uk ขนาดจอมือถิอ
https://colly.com แสดงหน้าจอ PC
https://colly.com แสดงหน้าจอมือถือ

ยังมี resource และเว็บไซต์ที่น่าสนใจอื่นๆอีก ตามดูการนำเสนอของ Sara Cannon ในหัวข้อ CSS Tricks ได้ที่ https://WordPress.tv ความยาวประมาณ 34 นาที ครับ

Apple แจก Ebook 6 เล่ม สำหรับนักพัฒนาโปรแกรมบน MAC และ iOS

Ebook for Mac and iOS developer

ช่วงคริสต์มาสนี้ Apple ใจดีแจก EBook 6 เล่มฟรี สำหรับนักพัฒนาทั้ง MAC และ iOS ดังนี้ครับ

  • Cocoa Fundamental’s Guide
  • The Objective-C Programming Language
  • iOS Application Programming Guide
  • Object Oriented Programming With Objective-C
  • iOS Technology Overview
  • iOS Human Interface Guidelines

สามารถดาวน์โหลด EBook เหล่านี้ได้แล้ว ด้วย iPhone, iPod touch หรือ iPad ผ่านทาง iBookstore ครับ ที่จริงมันไม่ใช่ของใหม่อะไร เพียงแต่มันเพิ่งถูกเอาขึ้น iBookstore เท่านั้นเอง สามารถหาอ่านแบบออนไลน์หรือดาวน์โหลด PDF ได้จาก https://developer.Apple.com/ ได้เช่นกัน

via: https://www.cultofmac.com

เปิดตัวแล้ว iPad ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Apple

Apple iPad

Apple จัดงานวันที่ 27 มกราคม 2010 เปิดตัว iPad มีข่าวลือต่างๆนานาว่าจะชื่อ iSlate ,iTablet สุดท้ายชื่อของมันคือ iPad ความสามารถโดยรวม ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม อ่าน E-Book เล่นเน็ต ใช้ iPhone OS 3.2 รัน iPhone Apps ได้ทุกตัวใน App Store  มาดู spec ของ iPad กัน

  • หนา 0.5 นิ้ว หนัก 1.5 ปอนด์
  • จอ 9.7 นิ้ว ISP display ความละเอียด 1024×768
  • Full Capacitive Muti-touch
  • ความจุ 16 GB-64 GB Flash storage
  • CPU1 GHz Apple A4 chip
  • Bluetooth 2.1 +EDR
  • รองรับ 3G ของ AT&T
  • Wireless 802.11n
  • Speaker,Microphone,30-pin connector
  • Accelerometer &Digital Compass
  • Battery ใช้ได้ 10 ชั่วโมง ถ้าในโหมด standby อยู่ได้นาน 1 เดือน (ขอชมว่าทำจุดนี้ได้ดีมาก)
  • ใช้ iPhone apps ได้ทุกตัว
  • เล่นเกมได้ จอเล็ก หรือเต็มจอก็ได้
iPad Wifi+3G
iPad

เปิดขาย e-book แข่งกับ Amazon

iBooks

เปิดตัว iBooks Store ที่จะขายสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับ iPad  มียักษ์ใหญ่ด้านสื่อสิ่งพิมพ์เป็นพันธมิตรแล้ว 5 เจ้า

iWork for iPad

เปิดตัว iWork สำหรับ iPad ซึ่งมีราคา $9.99 ต่อตัว หมายถึง Page ,Keynote ขายแยกกัน ซื้อได้ที่ App Store

ราคาของ iPad ไม่แพงมากนัก

iPad cost

แบบ wifi         16 GB= $499 (16,487 บาท) ,32G= $599(19,791 บาท) ,64GB = $699(23,095 บาท)

แบบ wifi+3G  16 GB= $629(20,782 บาท)  ,32G= $729(24,086 บาท) ,64GB = $829(27,390 บาท)

ราคาของ Data transfer กับ AT&T  แบบ 250 MB ราคา $14.99 ต่อเดือน , แบบ unlimited  $29.99 ต่อเดือน
สรุปคือมันไม่ได้ขายพ่วงสัญญา

อีก 60 วัน จะเปิดขาย iPad แบบ Wifi  และอีก  90 วันสำหรับแบบ Wifi+3G

iPad keyboard

มันจะมีคีย์บอร์ดมาด้วยด้วย ต้องซื้อเพิ่ม

iTunes Apps Store iBooks

ตอนนี้ Apple ก็มีร้านค่าออนไลน์ 3 ตัวแล้ว iTones Store ,App Store ,iBookstore

New York Times

อ่านหนังสือพิมพ์ของ New York Times ในเวอร์ชั่นเฉพาะสำหรับ iPad

ดูหนัง

ดูหนังได้ แต่จอไม่ใช้ wide-screen เป็น 4:3

iPad

เป็น tablet ก็ต้องระบายสี วาดรูปได้

Game 3D in iPad

เล่นเกมได้ จอใหญ่  หรือจอเล็กขนาดเท่า iPhone ก็ได้

ไปดูวิดีโอโฆษณาได้ที่ https://www.Apple.com/ipad/#video

คำพูดที่บอกว่า iPad จะปฎิวัติสื่อสิ่งพิมพ์ และวิถีชีวิตของเรา อาจจะเป็นจริงก็ได้ ถ้ามองดูแบบผ่านๆ มันก็คือ iPod touch จอใหญ่ดีๆนี้เอง แต่สิ่งที่ถือได้ว่าเป็นจุดแข็งของตัวมันคือ iBookstore ,iTunes ,App Store ที่จะคอยหนุนหลังให้แข็งแกร่ง แถมราคาไม่แพง ดึงดูดความสนใจได้ดีมาก ราคาสูงกว่า iPod Touch เพียงเล็กน้อยเท่านั้น Apple คงมองไปที่การขาย content มากกว่าการทำกำไรสูงจากการขายเครื่อง  iPad ตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก อย่างเช่น Netbook และกลุ่มที่ต้องการ E-Book Reader ที่มีความสามารถด้าน multimedia ด้วย นอกจากนั้นเสริมทัพอีกตัวด้วย iWork สามารถทำงานเอกสารได้ในระดับหนึ่ง และอีกอย่างที่คิดว่าทำได้ดีคือความอึดของแบตเตอรี่ที่เล่นได้ถึง 10 ชั่วโมง  คิดว่ามันจะได้รับการตอบรับอย่างดีจากคนทั่วโลก

ที่มา : https://i.engadget.com , https://live.gizmodo.com , https://www.Apple.com/ipad