อ่านเขียนไดรว์ NTFS ใน MacOS ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม

external HDD ที่ใช้เป็น NTFS ไดรว์ แต่ก่อน Macbook ติดตั้งโปรแกรม NTFS-3G ไว้ จึงสมารถเขียนอ่านได้ปกติ ตอนเปลี่ยนไดรว์ให้คอมใหม่ก็ไม่ได้ใส่ใจติดตั้งใหม่ และก็ไม่ได้มีโอกาสได้ใช้ external HDD นานมากแล้ว แต่วันนี้ต้องเอารูปที่เป็น RAW file เกือบ 200 GB ออกจากเครื่องโดยจะ back up ไว้ใน ext HDD เพราะเพิ่งไปเที่ยวมา ไม่งั้นก็เอารูปใหม่ลงเครื่องไม่ได้

ไม่อยากติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องแล้ว ลองค้นดูวิธีอื่นๆดู พบว่าสามารถใช้ terminal enable การอ่านเขียน NTFS ได้

ทดลองทำดูแล้วง่ายและสะดวกดี เลยเอามาบันทึกเก็บไว้

  1. เปิดใช้ Terminal (Applications > Utilities > Terminal)
  2. พิมพ์ sudo nano /etc/fstab ใส่ Password

    terminal

  3. พิมพ์ LABEL=NAME(ใส่ชื่อไดรว์) none ntfs rw,auto,nobrowse

    fstab editor

  4. กด Control + O enter เพื่อ save กด Control-X ออกจาก fstab editor
  5. ระบบอ่านเขียนไดรว์ NTFS ของเราได้แล้ว
  6. เปิดไดรว์ผ่าน Finder เข้า Go to Folder… ใส่ /Volumes

เรียบร้อยง่ายมาก

via: macdrug

เล่าถึงการใช้งาน LibreOffice แทน Microsoft Office

LibreOffice

ที่ทำงานมีนโยบายให้ใช้โปรแกรมทำเอกสารที่ถูกลิขสิทธิ์ ตอนแรกก็ใช้ OpenOffice แต่ภายหลังก็ย้ายมาเป็น LibreOffice ที่มีการพัฒนาต่อเนื่องมากกว่า ตอนแรกยังติดอยู่กับ Microsoft Office เพราะจะเปลี่ยนไปใช้ LibreOffice เลยมันดูไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย อีกทั้งคนอื่นๆก็ยังทำด้วยเอกสารด้วยไฟล์ .doc หรือ docx ที่สร้างด้วย MS Office เป็นหลัก การส่งไฟล์แก้ไขระหว่างกันดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ

ถ้าเป็นแบบนี้เราจะเปลี่ยนไปใช้แบบถูกลิขสิทธิ์ได้อย่างไร จะเลือก LibreOffice ที่ใช้งานได้ฟรีหรือจะยอมจ่ายตังค์ MS Office ไปตลอด ซึ่งหน่วยงานที่ทำงานอยู่เลือกให้แล้ว กึ่งบังคับด้วยว่าต้องใช้แบบฟรีและถูกลิขสิทธิ์ นั้นคือ LibreOffice และใช้ไฟล์ .odt เป็นหลัก ถ้าจะเป็นไปใช้ LibreOffice อย่างจริงจัง ต้องเริ่มยังไง?

เริ่มต้นต้องหาความรู้ ต้องเรียนรู้วิธีใช้งาน ที่หน่วยงานมีจัดอบรมทุกปีต้องหาเวลาเข้าไปเรียนให้ได้สักครั้ง ถ้าที่ทำงานคุณไม่มีจัดอบรม อินเทอร์เน็ตช่วยได้ครับ ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายนัก ถ้าใช้ MS Office เป็นอยู่แล้ว LibreOffice ก็ไม่ได้ต่างกันมาก เมนูต่างๆก็จัดว่าคล้ายคลึงกัน เพียงแต่หน้าตาเท่านั้นที่จะทำให้ตัวเราเองไม่คุ้นเคยแล้วส่งผลให้ไม่อยากใช้งาน ก็ต้องบอกว่าใช้ไปสักพักจะคุ้นเคยเอง

ต้องขอยอมรับเลยครับว่าการเข้าอบรมแค่ครั้งเดียว จะทำให้รู้ว่า LibreOffice สามารถแทน MS Office ได้อย่างสมบูรณ์สำหรับการทำงานทางด้านเอกสาร ในระดับที่เราๆท่านๆใช้กันอยู่ในตอนนี้ แถมตอนเรียนได้รู้ว่ามีฟีเจอร์ต่างๆมากมายของ LibreOffice ที่ช่วยให้เราทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้นมาก คิดว่าใน MS Office ก็น่าจะมี แต่เราไม่ได้เรียนรู้เท่านั้นเอง ก็ใช้งานแค่พื้นฐานอยู่เท่านั้น

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเข้าอบรมการใช้งาน LibreOffice แล้วเอามาใช้ได้อย่างดีมากๆ มีหลักๆอยู่ ดังนี้

  1. การเลือกใช้ Style ของระบบอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. สร้างสารบัญเรื่อง, ภาพ, ตาราง แบบอัตโนมัติได้ง่ายมาก ตรงนี้ทำให้ประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดได้อย่างมาก
  3. การสร้างไฟล์ PDF ทำได้ง่ายและดีขึ้น สามารถแนบไฟล์ที่แก้ไขได้เข้าอยู่ใน PDF ได้ด้วย
  4. ตารางในเอกสาร Document ใส่สูตรคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้

สรุปว่าตอนนี้ผ่านมาเกือบปีแล้ว เอกสารที่เราทำเอง ส่งออกเอง ทำเบ็ดเสร็จด้วย LibreOffice ได้แล้ว และยังทำได้เร็วกว่าเดิมมาก หากต้องทำงานร่วมกับคนอื่นๆที่ยังใช้ MS Office ยังมีปัญหาอยู่บ้างเกี่ยวกับรูปแบบเพี้ยน แต่เราแก้ไขปัญหาโดยแก้ไขเนื้อหาด้วยโปรแกรมอะไรก็ได้จะ MS Office หรือ LibreOffice ตามแต่ใครจะสะดวก แล้วค่อยมาจัดหน้ากันอีกทีในตอนท้าย ก่อนจะแปลงเป็น PDF อีกทีเพื่อส่งงาน

ถ้าเป็นไปได้จะมาแนะนำการทำงานเอกสารด้วย LibreOffice ที่น่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆครับ คอยติดตามแล้วกันนะครับ

รูปถ่ายจากกล้องของ Nokia Lumia 920

ได้ Nokia Lumia 920 มาเล่นอยู่สองสามวัน จากกิจกรรม Test Drive เป็นการลองเล่น Windows Phone 8 ครั้งแรก แม้จะไม่กี่วันก็อยากจะบันทึกประสบการณ์ไว้เหมือนกัน จริงๆแล้วเล่นไปนานแล้ว เขียนเป็น draft ไว้นานมาก กว่าจะเสร็จและเอามาโชว์ให้คนอื่นได้เห็นในตอนนี้

ส่วนใหญ่คงเน้นที่ถ่ายรูป เพราะเขาก็ใช้จุดนี้เป็นจุดขายว่ามันยอดเยี่ยมกว่าสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่น ก่อนอื่นมาดูรูปลักษณะทั่วไป สเปคของเครื่องคิดว่าหาอ่านได้ทั่วไป Nokia Lumia 920

Nokia Lumia 920 สีแดง
ด้านหลัง มีกล้องกับแฟลช
ด้านข้างมีปุ่มเพิ่มลดเสียง ปุ่มเปิด-ปิด และปุ่มกดถ่ายภาพ
ด้านข้างอีกด้านไม่มีปุ่ม
ด้านล่างมีช่องเสียบ usb สำหรับชาร์ตและเชื่อมต่อกับคอมพิวเอตร์ แล้วก็ลำโพง
ด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง กับถาดใส่ซิม ใช้ micro Sim
หน้าตาตอนเปิดเครื่อง
แอพพลิเคชั่น

สิ่งที่อยากบันทึกไว้

  • ภาพถ่ายไม่ค่อยรู้สึกว่ามันเยี่ยมยอดแบบทิ้งห่างตัวอื่นๆมากนัก
  • แอพพลิเคชั่นที่เราใช้ประจำส่วนใหญ่มีครบเกือบหมดแล้ว มีบางตัวจริงๆที่ยังไม่มี เช่น Instagram, Food
  • ชอบคีย์บอร์ดของ Windows Phone 8 นะครับ รู้สึกว่าพิมพ์ง่ายกว่าของ iOS และ Android
  • ทำงานร่วมกับ Cloud Service ของ Microsoft ได้ดี Sync ข้อมูลกับ SkyDrive ได้ง่าย ถือว่าโอเคเลย
  • แอพพลิเคชั่น Nokia City Lens พอมีประโยชน์อยู่บ้างนะ ตอนไม่รู้จะหาข้าวกินที่ไหนดี ส่วนแอพถ่ายภาพหลายช็อตแล้วมาเลือกหน้าที่ดีที่สุดที่หลัง อันนี้เฉยๆ โอกาสที่จะใช้มีน้อย

สุดท้าย รวมรูปถ่ายจากกล้องของ Nokia Lumia 920 เป็นภาพที่ Sync เข้า SkyDrive มาอีกที ตอนแรกคิดว่าเป็นไฟล์เต็ม แต่พอมาเปิดดู พบว่ามันถูกย่อลงมาแล้ว แต่ก็ช่างมันเถอะ พอดูได้ (มีภาพถ่ายแบบพาโนรามาปนอยู่ด้วยนะ)

BEST OF APPS แนะนำโปรแกรมที่สุดยอดของทุกแพลตฟอร์ม

BEST OF APPS

ในเว็บไซต์ makeuseof จะมีอยู่หัวข้อหนึ่งชื่อ BEST OF APPS เป็นหน้ารวมโปรแกรมที่ยอดเยี่ยมในหมวดต่างๆของแต่ละแพลตฟอร์มที่ใช้ๆกันอยู่ปัจจุบัน รู้สึกว่าทำได้ดีจังเลย เขาจัดทำมานานแล้วล่ะ หลายโปรแกรม หลายเว็บไซต์เราก็เจอจากหัวข้อนี้ ลองดูว่าเขาจัด BEST OF APPS ของอะไรไว้บ้าง

  • BEST WEBSITE
  • BEST WINDOWS SOFTWARE
  • BEST LINUX SOFTWARE
  • BEST MAC APPS
  • BEST ANDROID APPS
  • BEST IPHONE APPS
  • BEST IPAD APPS
  • BEST CHROME EXTENSIONS
  • BEST FIREFOX ADDONS
  • BEST WORDPRESS PLUGINS
  • BEST PORTABLE APPS
  • BEST LINUX DISTROS

เรียกได้ครบทุกแพลตฟอร์มที่สามารถติดตั้งโปรแกรมหรือส่วนเสริมลงไปได้เลยทีเดียว เมื่อคลิกเข้าไปเราจะพบรายการของ Apps ที่แยกเป็นหมวด เช่น เกี่ยวกับ ภาพ เพลง หนัง เอกสาร ป้องกันไวรัส เป็นต้น ในแต่ละ Apps มีคำอธิบายสั้นๆไว้ให้พร้อมกับลิงค์ไปดูรีวิวแบบเต็มและลิงค์ดาวน์โหลดโปรแกรม ถ้าเพื่อน ได้คอมพิวเตอร์หรือมือถือเครื่องใหม่มา แล้วถามว่า “จะลงโปรแกรมอะไรบ้าง” สามารถแนะนำหน้านี้ให้ได้เลยครับ

ลิงค์ไปที่หน้า BEST OF APPS

วิธีลบ Windows Applications ออกจาก Spotlight

เครื่องผมลง Parallels desktop ไว้ด้วย หลักๆใช้งานทางด้านเอกสารพวก MS Office ภาษาไทย ส่วนภาษาอังกฤษนั้นทำใน MS Office for Mac พอได้ สิ่งที่น่ารำคาญอย่างหนึ่งคือ Windows Applications มันจะเข้ามาอยู่ใน Spotlight ด้วย

จึงค้นหาวิธีซ่อน Windows Applications ออกจาก Spotlight ไปเจอที่นี้ ลองทำตามแล้วก็ได้ผลตามที่หวัง

ตัวอย่างการค้นหาที่มี Windows Applications เข้ามาด้วย โดยเฉพาะจะเปิด terminal ใน OSX ตัวที่อยากเปิดดันไม่อยู่ในลิตส์ซะนี้

ผลการค้นหาที่มี Windows Applications

จะเอา Applications พวกนี้ออกก็คลิกไปที่ Spotlight Preferences อยู่ด้านล่าง หรือจะเข้าผ่านทาง System Preferences ก็ได้

พอเข้าไปแล้วจะตั้งให้ Spotlight ค้นหาเฉพาะไฟล์อะไรบ้างก็กำหนดจากส่วนี้ แต่ถ้าอยากจะเอา Windows Applications ออกให้เข้าไปที่ Privacy

Spotlight setting

เมื่อเข้าไปที่ Privacy  คลิกที่ปุ่มบวก คือเราจะเพิ่มส่วนที่ไม่ต้องการให้แสดงผลเพิ่มเข้าไป

เพิ่มส่วนที่ไม่ต้องการให้แสดงผลใน Spotlight

จากนั้นเลือกโฟล์เดอร์ที่เราไม่ต้องการให้แสดงผลใน Spotlight ในที่นี้เราไม่ต้อง Windows Applications ก็เลือกเพิ่มเข้ามา

เลือกโฟล์เดอร์ที่ไม่ต้องการให้แสดงผลใน Spotlight

ตัว Windows Applications อยู่ในโฟว์เดอร์ชื่อ Application(Parallels)

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ ลองค้นหาดูอีกครั้ง

ค้นหา terminal

ผลการค้นหาไม่มี Windows Applications มากวนใจอีกแล้วครับ ที่จริงทิปนี้มันง่ายและสั้นมาก เป็นการอธิบายจากประโยคแค่สองบรรทัดของคนตอบคำถามจากที่มาที่ใส่ลิงค์ไว้ข้างบน แต่ผมอยากอธิบายแบบละเอียดและเห็นภาพ คนอื่นที่ทำตามจะได้ทำได้ง่ายๆ

สวัสดีครับ

วิธีติดตั้ง iCloud ในเครื่อง Mac และ Windows

iCloud เปิดให้ใช้งานวันนี้แล้ว 12 ต.ค. 2011 นิยามง่ายๆของมันคือ “เก็บทุกอย่างไว้บนเมฆ เรียกใช้งานได้ทุกที่” เช่น ถ่ายรูปด้วย iPhone แล้วไปเปิดดูที่ iPad หรือ Mac ได้เลย มันอัพโหลดขึ้นเองอัตโนมัติ รวมทั้งปฎิทิน แอพพลิเคชั่น เพลง หนังสือ อีเมล เบอร์โทร Bookmark หน้าเว็บ จะเพิ่มลดข้อมูลที่ไหน ระบบจะทำให้ข้อมูลทุกที่ถูกอัพเดตให้เหมือนกัน การจะเริ่มใช้งานจะต้องตั้งค่านิดหน่อย ซึ่งรองรับอุปกรณ์หลัก 3 ตัว คือ กลุ่มของ iOS, OSX, Windows แบบฟรีมีพื้นที่ให้ 5 GB

วิธีติดตั้ง iCloud

วิธีติดตั้ง iCloud ใน Mac OSX Lion

  1. อัพเดต Mac OSX Lion ล่าสุดก่อน
  2. เข้าไปที่ System Preferences ในส่วนของ Internet & Wireless เลือก iCloud (ถ้ายังไม่อัพเดตจะไม่มีนะ)

    ติดตั้ง iCloud ใน Mac OSX

  3. ล็อกอินด้วย Apple ID

วิธีติดตั้ง iCloud ใน Windows

  1. ดาวน์โหลด iCloud Control Panel for Windows มาติดตั้ง

    การติดตั้ง iCloud ใน Windows

  2. ล็อกอินใช้งานด้วย Apple ID

วิธีติดตั้ง iCloud ใน iPhone & iPad & iPod touch

  1. อัพเดตให้เป็น iOS 5
  2. เปิดเครื่องครั้งแรก เครื่องจะให้ตั้งค่า หรือถ้าเข้าไปตั้งที่ setting ใน Tab iCloud

    การติดตั้ง iCloud ใน iOS devices

เมื่อเราติดตั้งผ่านทางอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งแล้ว เราจะสามารถเข้าใช้งานผ่านทางหน้าเว็บได้ที่ www.iCloud.com

iCloud.com

ข้อมูลจาก: https://www.apple.com/icloud/setup/

ควบคุมคอมพิวเตอร์ของคนอื่นด้วย Chrome Remote Desktop

Chrome Remote Desktop

แต่ก่อนผมจะใช้บริการของ LogMeIn ในการควบคุมคอมพิวเตอร์อีกเครื่องในระยะไกลผ่านทางอินเทอร์เน็ต มันทำงานได้ค่อนข้างช้า และภาพไม่ค่อยชัด การป้อนข้อมูลเข้ามีผิดพลาดบ้าง แต่พอแก้ขัดได้ ส่วนใหญ่เอาไว้ควบคุมเครื่องวินโดว์เวลาเครื่องเราทำงานไม่ได้ หรือแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์เล็กๆน้อยๆให้เพื่อน

เมื่อหลายวันก่อน Google เปิดตัวส่วนเสริมของ Google Chrome ชื่อ Chrome Remote Desktop ความสามารถของมัน คือเราสามารถควบคุมคอมพิวเตอร์อีกเครื่องที่ลง Google Chrome ไว้ในเครื่องรองรับทุกแฟลตฟอร์ม Windows, Linux, Mac รวมถึง Chromebooks ด้วยนะ ผมลงไว้ในเครื่องหลายวันแล้วแต่ยังไม่มีเวลาได้ลอง และยังหาเครื่องคอมอีกตัวมาลองไม่ได้ วันนี้ฤกษ์ดีเลยหยิบคอมที่เป็น Windows มาเอาควบคุม Mac OSX ดู

ขั้นตอนการใช้งาน  Chrome Remote Desktop

  1. เครื่องต้องมี Google Chrome ก่อน ดาวน์โหลด
  2. ติดตั้งส่วนเสริม Chrome Remote Desktop ขนาดประมาณ 19 MB (ใหญ่กว่าส่วนเสริมทั่วไปที่เคยลงมาเลย)

    Chrome Remote Desktop App

  3. เปิดเข้าไปใช้งาน จะมีสองหมวดให้ใช้งาน นั้นคือ จะควบคุมเครื่องของคนอื่น ซึ่งเครื่องปลายทางต้องแชร์เครื่องของเขาแล้วส่ง Access code มาให้เรา หรือ จะให้คนอื่นควบคุมเครื่องของเรา(Share this computer)

    Share This Computer

  4. ในการทดลองนี้ ผมจะให้เครื่องที่เป็น Windows เข้าควบคุมเครื่อง Mac ดังนั้นผมก็เลือก share this computer แล้วระบบจะสร้างโค้ดมาให้ 12 ตัว แล้วเราก็ส่งโค้ดให้เครื่องที่จะควบคุมเครื่องเรา
    Code ที่จะใช้ในการควบคุมเครื่องที่เรากดแชร์

    **ข้อดีของ Chrome Remote Desktop คือ มันจะนับเวลาถอยหลัง ถ้าคอมพิวเตอร์ไม่ Access เข้ามาในเวลาที่กำหนด โค้ดชุดนี้จะหมดอายุแล้วก็ใช้ไม่ได้ ต้องกดแชร์ใหม่

  5. นำตัวโค้ดที่ได้จากเครื่องที่จะให้เราควบคุม ใส่เข้าไปในช่อง Access code แล้วกด connect เพียงเท่านี้เราก็ควบคุมเครื่องปลายทางได้แล้ว
    -ผมใช้คอมพิวเตอร์อีกตัว(Windows) เพื่อทดลองควบคุมคอมพิวเตอร์เครื่องที่แชร์(Mac)
    ใส่โค้ดเข้าไป ตอนนี้เครื่อง Windows ก็ใช้เครื่อง Mac ได้แล้ว
    ที่เครื่องที่ถูกควบคุมจะบอกว่าตอนนี้เครื่องถูกควบคุมอยู่

    ยังมีข้อดีอีกอย่างคือ เครื่องที่ถูกควบคุมอยู่ จะตัดการเชื่อมต่อเมื่อไหร่ก็ได้ และส่วนแจ้งเตือนที่เป็นบ๊อบอัพจะอยู่ด้านหน้าตลอด ทำให้รู้ว่าเครื่องถูกนี้ถูกควบคุมอยู่

  6. หน้าต่างส่วนควบคุมจะอยู่ใน Tab  ถ้าเปิด Chrome เป็นแบบ Full screen จะเหมือนเราใช้คอมเครื่องปลายทางเลย

    เครื่องที่เป็น Windows ควบคุมเครื่องที่เป็น Mac

สิ่งที่ประทับใจ

-ภาพละเอียด เหมือนเราใช้งานเครื่องปลายทางอยู่จริงๆ

Compaq ควบคุมเครื่อง Macbook

-เร็วมาก ลองเปิดวีดีโอดูพบว่ามันวิ่งพร้อมกันเลย เสียดายที่เสียงไม่มาด้วยไม่งั้นแหล่มมาก (เน็ต 4 Mb)

ลองเปิดวีดีโอที่เครื่อง Macbook ที่เครื่อง compaq ก็ชัดและสตรีมแทบจะพร้อมกัน แยกไม่ออกว่าเลยว่า delay

-และมันให้งานฟรี ชอบ google ก็ตรงนี้แหละ

ลองเอาไปประยุกต์ใช้กับงานของคุณดูนะครับ น่าจะมีประโยชน์ไม่น้อยเลย

มานับถอยหลังให้ Internet Explorer 6 กันเถอะ

ยอดการใช้งาน ie6 ทั่วโลกทุก OS รวมกันอยู่ที่ 10.9%

Internet Explorer 6 (IE6)ถูกปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2001 ถูกยัดให้เป็น default browser ของ Windows XP และ Windows Server 2003 มันเกิดมานานร่วม 10 ปีแล้ว ปัจจุบัน IE จะออกเวอร์ชั่น 10 อยู่แล้วแต่ตัว IE6 ยังมีคนใช้งานอยู่มาก จากข้อมูลมีผู้ใช้ 10.9% จากคนใช้โปรแกรมท่องเน็ตทั่วโลก

มาดูสถานการณ์ของ IE6 ในปัจจุบัน

กราฟยอดผู้ใช้งาน IE6 ทั่วโลกในปี 2010-2011

ยอดของคนใช้ IE6 ลดลงเรื่อยๆแต่หลังๆเริ่มจะนิ่งอยู่ที่ประมาณ 10%

ยอดของผู้ใช้ IE6 ในแต่ละประเทศ

ยอดผู้ใช้งาน IE6 ในประเทศไทยมีค่าอยู่ที่ประมาณ 4.5% ในขณะที่ยอดคนใช้สูงที่สุดเป็นของประเทศจีน 33.9%

Campaign รณรงค์ให้เลิกใช้ IE6 ออกมาตั้งนานแล้ว นำทีมโดย Microsoft ผู้สร้างโปรแกรม IE6 และเว็บไซต์ชั้นนำอีกมากมาย อะไรที่คนใช้เยอะจะเปลี่ยนแปลงทีมันก็ต้องลำบากเป็นธรรมดา คิดว่าเหตุที่ยังมีคนใช้อยู่เยอะเพราะยังมีหลายกลุ่มยังใช้งาน Windows XP ซึ่งมี IE6 มาพร้อม แต่คนที่ใช้ไม่สนใจที่จะอัพเดตให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ หลังจาก Windows 7 ออกมา(ข้าม Vista ไปนะ) มันได้รับการตอบรับอย่างดี คนเปลี่ยนจาก XP ไปเป็น 7 เยอะทำให้ยอดลดลงมาบ้าง แต่ก็ยังคงมียอดคนใช้สูงอยู่ดี

แล้วคำถามที่ว่าทำไมต้องเลิกใช้ IE6 ?

ข้อดีของการอัพเกรด IE มีหลายอย่างเช่น เปิดเว็บไซต์ได้เร็วขึ้น, มี tab ให้ใช้งาน ไม่ต้องเปิดหลายหน้าต่าง, มีการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้น, มีความปลอดภัยจากการโจมตีจากไวรัส แสปม ฯลฯ, รองรับเทคโนโลยีและมาตรฐานใหม่ๆของเว็บไซต์ เป็นต้น ลองดูประสิทธิภาพของ IE เวอร์ชั่นใหม่ได้ที่ ลิงค์นี้ ส่วนข้อเสียของ IE6 ก็ทำไม่ได้อย่างข้อดีด้านบนที่เขียนมา

เป้าหมายของการรณรงค์นี้คือ จะต้องลดการใช้งาน IE6 ให้เหลือเพียง 1%

ในการรณรงค์ครั้งนี้คงไม่ได้จำกัดเฉพาะให้ใช้ IE ในการท่องเน็ต สนับสนุนให้ใช้โปรแกรมอื่นๆที่ได้มาตรฐานกลางด้วย เช่น Firefox, Chrome, Opera, Safari อันไหนก็ได้ที่ตัวเองชอบ แต่หลักๆคือเลิกใช้ IE6

ประโยชน์ครั้งนี้นอกจากจะได้กับตัวคนใช้เองยังช่วยกลุ่มนักพัฒนาเว็บไซต์ที่สามารถลดปริมาณงานในการพัฒนาเว็บไซต์ให้รองรับ IE6 ที่ล่าสมัยได้อีกเยอะ ทำให้วงการพัฒนาเว็บไซต์พัฒนาได้เร็วขึ้น

เข้าร่วมโครงการรณรงค์เลิกใช้ IE6 ยังไง?

ที่บล็อกนี้ตามสถิติของ 30 วันย้อนหลัง เก็บจาก Google analytic นับเฉพาะเวอร์ชั่นของ IE มีสถิติดังนี้ครับ IE 8 = 65.9% , IE7=16.7% , IE6=11.6%, IE9=5.8% จะเห็นว่า IE6 ยังสูงอยู่

เราอยากร่วมรณรงค์ ก็เข้าไปเอาโค้ดเตือนให้อัพเกรดเมื่อใช้ IE เวอร์ชั่นเก่าเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเรา อยู่ที่เว็บไซต์ https://www.theie6countdown.com/join-us.aspx นำมาติดในบล็อก ถ้าใช้ IE6 เปิดเข้ามาจะเห็นแบบนี้ครับ

IE6 แจ้งให้อัพเดตเวอร์ชั่นใหม่

ถ้าไม่ใช้ iE6 ก็จะมองไม่เห็น จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาช่วยกันติด IE6 Countdown กันครับ

ข้อมูลจาก: https://www.theie6countdown.com

เพิ่มพื้นที่ Dropbox แบบฟรี ให้ทะลุถึง 19 GB กันเลย

จากตอนที่แล้วที่เขียนถึงการเพิ่มพื้นที่ให้ Dropbox ด้วยวิธีใช้สอง account ในเครื่องเดียว ในคอมเม้นด้านล่างคุณ @ThaiAnime แนะนำวิธีเพิ่มพื้นที่ให้ Dropbox ด้วยการยืนยันการเป็นนักศึกษา โดยการใช้อีเมลของสถานศึกษาที่มีโดเมนเป็น .ac, .ac.th หรือ .edu เลยลองทดสอบดู

เข้าไปที่ www.dropbox.com/edu

Dropbox edu

ใส่อีเมลที่เป็นของสถานศึกษาของเราเข้าไป กด Send Email ระบบจะส่งลิงค์ไปให้ที่อีเมลที่กรอกเข้าไป

Dropbox ส่งลิงค์ยืนยันมาให้

อีเมลของมหาลัยที่เข้าปีละหนเองมั้ง เพิ่งเห็นประโยชน์ก็คราวนี้ล่ะ กดลิงค์ที่ Dropbox ส่งมาให้ หรือจะก๊อปปี้ไปวางที่ช่อง ulr ของ Browser ก็ได้

Verify เสร็จ Dropbox จะเพิ่มพื้นที่ให้ทันที โดยอิงจากพื้นที่ที่ได้จาก Ref link ก่อนหน้านี้ที่แนะนำเพื่อนไป โดยเปลี่ยนจาก 250 MB/คน เป็น 500 MB/คน ทำให้พื้นที่ของผมจาก 11 GB เพิ่มเป็น 19 GB ในทันที

พื้นที่ Dropbox 19 GB

ตอนนี้เลยอยากรู้แล้วว่าพื้นที่แบบฟรีของ Dropbox จะเพิ่มสูงสุดได้เท่าไหร่กันนะ อีก account ให้เพื่อน verify ให้ดีกว่า

สุดท้ายขอบคุณ @ThaiAnime อีกครั้ง ที่แนะนำทริปดีๆให้ครับ

ใครที่ยังไม่เคยใช้ Dropbox สมัครผ่าน Referral Link ของผมได้นะครับ

วิธีทำให้ Dropbox ใช้ได้หลายบัญชีในเครื่องเดียว

ผมใช้ Dropbox เป็นที่เก็บไฟล์ที่สำคัญ ตอนนี้มีพื้นที่หยุดที่ 11 GB ไม่เพิ่มแล้วใช้ไปแล้วประมาณ 90 เปอร์เซ็น ความจริงบริการ Cloud Storage มีอยู่อยู่หลายอันเช่น SugarSync, iDrive, Windows Live Mesh แต่ไม่มีตัวไหนโดนใจเท่า Dropbox แต่ยังไม่อยากจะจ่ายตังค์ซื้อ เพราะพื้นที่ 50 GB/99$/year ดูจะเกินความจำเป็นไปนิดหนึ่ง สองสามวันก่อนเลยหาวิธีที่จะรัน Dropbox พร้อมกันหลายๆ account ในเครื่องเดียว วิธีการทำก็ไม่ได้ยากมากมายอะไร จะสรุปเป็นขั้นตอนสั้นๆไว้ให้ดู โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าคนที่ใช้ Dropbox น่าจะมีความเป็น Geek ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว เริ่มเลยแล้วกัน

    1. สมัคร Dropbox อีกอัน ได้พื่นที่ฟรีเริ่มต้นมาแล้ว 2 GB ถ้าต้องการพื้นที่เพิ่มก็ทำตามวิธีเหล่านี้ เพิ่มพื้นที่ฟรีให้ Dropbox ง่ายๆ อีก 768 MBเพิ่มพื้นที่ให้ Dropbox อีก 250 MB ได้ง่ายๆ
    2. สร้าง User Account ในคอมพิวเตอร์อีกอันใส่ชื่ออะไรก็ได้ จะตั้งหรือไม่ตั้งพาสเวิร์ดก็ตามแต่

      สร้าง User account ในเครื่องของเรา

    3. Switch User ไปใช้ User อันใหม่ที่สร้างขึ้น แล้วติดตั้งโปรแกรม Dropboxเลือกที่อยู่ของโฟว์เดอร์ Sync เป็นคนละที่กับของเดิมนะ

      Switch User

    4. Switch User อีกครั้ง มาใช้ตัวหลัก เข้าไปที่
      C:\Users\ชื่อ User ที่สร้างใหม่\AppData\Roaming\Dropbox\bin\Dropbox.exe
      แล้วคลิกขวาเลือก Send to>Desktop (create shortcut)

      สร้าง Shortcut

    5. คลิกขวาที่ shortcut ที่สร้างขึ้นมา เลือก Properties
      เลือก options

      ที่ช่อง Target เพิ่ม runas /user:ชื่อ User ที่สร้างใหม่ ข้างหน้า

      เพิ่มโค้ดเข้าไป ตัวอย่างใช้ชือ Dropbox2

    6. ดับเบิ้ลคลิก shortcut ใส่พาสเวิร์ดของ User Account ก็ทำงานพร้อมกันได้แล้ว

      สั่งเริ่มทำงาน

ใช้ Dropbox สองบัญชีพร้อมกัน
  1. ถ้าต้องการให้มันทำงานเองแบบอัตโนมัติก็เอา shortcut นี้ไปวางในโฟว์เดอร์ startup เปลี่ยนชื่อด้วยจะได้ไม่ซ้ำกับอันเก่า

    ใส่ใน startup เพื่อให้ทำงานทันทีที่เปิดเครื่อง

ตอนนี้ที่เครื่องเราก็สามารถใช้ Dropbox ได้สองบัญชีพร้อมกัน เหมือนได้พื้นที่สองเด้ง ตอนนี้เลยมีพื้นที่โดยรวมเป็น 11+3 GB

update: สำหรับเวอร์ชั่น Mac คลิกลิงนี้ครับ

ข้อมูลจาก https://maketecheasier.com