ทำไมคนอีสานรักทักษิณ ในมุมของคนอีสาน

ทำไมคนอีสานรักทักษิณ? เรื่องนี้ผมเอาประสบการณ์ส่วนตัว ในมุมมองของผมมาแชร์ก็แล้วกันนะครับ ผมคนร้อยเอ็ดโดยกำเนิดพอจะเข้าใจคนที่บ้านว่าเขาคิดยังไง อาจจะไม่ทั้งหมดแต่คิดว่าเข้าใจในระดับหนึ่ง

คนเสื้อแดง
  • คนอีสานเป็นเสื้อแดงเยอะมาก ดูจากในช่วงสงกรานต์ผมเดินทางกลับบ้าน คนที่เล่นน้ำสงกรานต์แต่ละจุดของหมู่บ้านต่างๆ หลายอำเภอใส่เสื้อสามเกลอมาเล่นน้ำกันเกือบจะทุกหมู่บ้าน ไม่ต้องปฎิเสธว่าเสื้อแดงกับทักษิณไม่เกี่ยวกัน เพราะเสื้อแดงคือคนรักทักษิณ
  • คนอีสานที่อยู่บ้านเดียวกัน หมู่บ้านใกล้เคียงกันรู้จักกันหมด เป็นญาติๆกันด้วยซ้ำไป ถ้าจะบอกว่าทั้งตำบลรู้จักกันหมดก็พูดได้ ไม่เกินจริง ข่าวสารต่างๆใช้ปากต่อปากกระจายได้เร็ว และเชื่ออย่างสนิทใจเพราะฟังจากคนรู้จักจากญาติพี่น้อง ดังนั้นใครก็ตามที่มีกระบอกเสียงดีๆสักคน การชักจูงทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ไม่แปลกใจที่ ส.ส. ทำไมต้องมีหัวคะแนนประจำหมู่บ้าน การเชิญชวนด้วยคนที่เป็นที่นับหน้าถือตา อย่างเช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน  อบต. คนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรจะตามเออออตามกลุ่มนี้ทั้งนั้น ถ้าทำให้คนเหล่านี้เพียงไม่กี่คนให้คล้อยตามได้ ทั้งหมู่บ้าน ทั้งตำบลก็เอาด้วย
  • นโยบายของทักษิณ โดนใจเขาสุดๆ นโยบายของรัฐบาลชุดอื่นมีอะไรบ้างรับรองที่บ้านไม่มีใครตอบได้ แต่ถ้าถามว่านโยบายทักษิณมีอะไรบ้าง เด็ก ป.1 ก็ตอบได้ เพราะมันเห็นกันชัดเจน โครงการกองทุนหมู่บ้าน ทุกคนชอบมันมาก แม้จะบอกว่าทำให้เป็นหนี้มากขึ้น แต่เขาไม่สนใจรอก ขอให้มีเงินใช้ไปวันๆ ยืมมาซื้อรถมอเตอร์ไซต์ ซื้อมือถือ ก็เอาคนอื่นเขามีก็อยากมีบ้าง อยากให้ลูกให้หลานได้มีกับเขาบ้าง  แม้เวลาต้องส่งเงินต้นต้องไปยืมนายทุนอีกต่อเพื่อมาจ่ายก่อน แล้วค่อยคืนพร้อมดอกเบี้ยให้นายทุนในอีกสองสามวันก็ทำ  30 บาทรักษาทุกโรค ไม่สนหรอกว่าจะได้ยาไม่ดี ดูแลไม่ดี แต่มันให้หลักประกันว่า เขามีเงิน  30 บาท ไปโรงพยาบาลได้แล้ว ถึงมือหมอเขาไม่ปล่อยให้ตายหรอก ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาด้วย OTOP ที่บ้านผมมีทอผ้า แม้รายได้มันไม่ได้เยอะมากมาย แต่ได้มีอะไรทำตอนว่างจากการทำนา ได้ไปดูงาน ได้ไปเที่ยว ออกร้าน  กองทุน SML ที่แจกกันเป็นหมู่บ้านแล้วแต่บ้านไหนจะเอามาทำอะไร ที่บ้านผมสร้างศาลากลางบ้านแทนอันเก่า มีกิจกรรมอะไรเขาก็ไปทำที่นั้น อีกอัน โคล้านตัว โอ้โห่ ที่บ้านชอบมาก เอาวัวมาให้เลี้ยง เลี้ยงเอาลูกใครจะไม่เอา ช่วงหมดหน้าทำนาจะทำอะไร นอกจากเลี้ยงวัว
  • ถามว่า ทักษิณ โกงกิน ชาวบ้านไม่รู้หรือ? คำตอบคือ รู้ เขาจะถามกลับมาว่า แล้วรัฐบาลไหนไม่กินบ้าง ขึ้นคำนำหน้าว่า ส.ส. เข้าใจเลยว่ามันต้องโกง ซื้อเสียงต้องมี เขาลงทุนแล้วต้องเอาคืน เอามากเอาน้อยแล้วแต่คน ที่น่าเจ็บใจคือมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เป็นมาตลอด สิ่งที่เขาบอกคือ แม้ทักษิณจะโกงมา เราก็ได้กินกับเขา คนอื่นกินคนเดียว ทักษิณ เอามาแจกชาวบ้าน แถมไปปล้นพวกคนรวย มาช่วยคนจนอีก ไม่ให้รักได้ยังไง! โดยเฉพาะพวกที่ออกมาไล่ทักษิณ มันเสียประโยชน์ เลยออกมาไล่
  • ขบวนการล่มเจ้าล่ะ ที่บ้านมีรูปในหลวงทุกหลัง อยู่หิ้งพระด้วย ข่าวพระราชสำนักมานั่งฟังอย่างตั้งใจ คนอีสานรักในหลวงมาก ถ้าบอกว่า เสื้อแดงอีสานมีขบวนการล่มเจ้าผมไม่เชื่อ แต่กลุ่มอื่นไม่แน่ และพวกที่เอาพลังคนอีสานไปใช้ในการทำอะไรที่ไม่ดี ขอบอกว่าเลวมาก
  • พื้นที่อีสานไม่ใช่ของพรรคประธิปัตย์อยู่แล้ว มันเป็นของ พรรคความหวังใหม่ พรรคชาติไทย พรรคไทยรักไทย ฯลฯ เขามองว่าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคของคนใต้ได้เป็นก็ดูแลแต่คนใต้ไม่สนใจคนอีสาน และผมก็ไม่เคยจะเห็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ไปหาเสียงแถวบ้านนะ ส่วนมากแล้วพื้นที่อีสานแต่ก่อนจะไม่เป็นพรรคใดพรรคหนึ่งจะกระจายแล้วแต่พื้นที่ เพราะเขามองที่ตัวบุคคลมากกว่ามองที่พรรคการเมือง นามสกุลนี้มาทีไรได้ทุกครั้งไป  ส.ส. ต้องพึ่งพาได้ มีงานบุญต้องมา ต้องมีซอง ต้องมีน้ำแข็งมาช่วยงาน ต้องขึ้นพูดบนเวทีหมอลำ ขึ้นป้ายบนหนังกลางแปลง เวลาเลือกตั้งใครให้มากกว่าได้ไปแสดงถึงความใส่ใจมากกว่าเห็นความสำคัญของหนึ่งเสียงของเขามากกว่า อันนี้เป็นค่านิยมมาถึงเลือกสมาชิก อบต. หรือผู้ใหญ่บ้านแล้ว
  • รักใครรักเลย เกลียดแล้วเกลียดเลย แค่เห็นรองนายก หรือนายก ขึ้นจอทีวี ไม่ฟังด้วยซ้ำว่าพูดอะไร เขาด่าก่อนแล้ว ด่าใส่ทีวีก็เอา ถ้าจะให้คนอีสานลืมทักษิณยากพอกับให้เลิกกินปลาร้า เพราะเหมือนจะมีอะไรมากระตุ้นอยู่บ่อยๆให้คิดถึง ข่าวว่าจะกลับมาเนี้ยออกมาประจำ เรื่อยๆ เขามอง ทักษิณ เป็นเอกลักษณ์ของความเจริญ ความมั่งคั่ง ไปแล้ว และตั้งตารอการกลับมาอย่างมีหวัง
  • อีกกระแสหนึ่งที่ได้รับการยอมรับมากที่อีสาน คือการได้เปิดเผยตัวว่าเป็นเสื้อแดง ได้บอกคนอื่นว่าฉันเอาทักษิณ ได้ไปร่วมการชุมนุมมาแล้ว ใส่เสื้อแดง มีโลโก้ มีสโลแกน ผ้าพันคอ และเล่าประสบการณ์ให้คนอื่นฟัง เป็นอะไรที่เท่มาก มีอยู่ทุกวงเหล้า คนที่เล่าเบื้องลึกเบื้องหลังแบบ exclusive ได้ ยิ่งเพิ่มความศรัทธาในกลุ่ม และอย่าลืมว่ามันกระจายได้เร็วและถึงตัว
  • คนอีสานปลูกข้าวทำไม ไม่รวยสักที คนรวยทำไมเป็นเจ้าของโรงสี พ่อค้าขายข้าว คนผลิตทำไมมีแต่หนี้ ใครบอกว่าขี้เกียจทำงานเลยจน อันนี้ผมเถียงหัวชนฝาเลย ตีห้าเขาอยู่ที่นาแล้วกินข้าวเช้าเก้าโมง ข้าวเที่ยงบ่าย 3 ขึ้นจากนาตอนฟ้ามึด ทำนาได้แค่ปีละครั้ง หมดหน้านาจะทำอะไร จะเลิกก็ไม่ได้เพราะทำมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ส่งลูกหลานเข้ามาเมืองกรุงก็เป็นลูกจ้างคนรวย ไม่มีทางให้เดิน ทักษิณบอกจะทำให้เลิกจน แล้วมันทำให้เขาเห็นเป็นตัวเป็นตนตามที่พูดได้ ทำให้มีความหวังมากว่าจะแก้จนได้ ภาพทักษิณกดปุ่มปล่อยเงินล้านเป็นภาพติดตาสุดๆ
  • การมาเยือนร้อยเอ็ดของ ทักษิณ หลายคนมองว่ามันคือ Reality show แต่ได้คะแนนเต็มจากคนร้อยเอ็ด เพราะไม่เคยเห็นนายกคนไหนมาเยือนที่อีสาน สร้างภาพแต่ครองใจไปเต็มๆ

คิดว่าจะเขียนนิดเดียว ออกมาซะยาวเลย สิ่งที่ผมเขียน ผมอยากจะลดความเกลียดชังในสังคม อยากให้คนทั่วไปมองกันอย่างเห็นใจ เมื่อมีเหตุมาแบบนี้ มันจึงเป็นผลแบบนี้ ผมไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่ส่งผลกระทบกับส่วนร่วม ไม่เห็นด้วยกับการเอาพลังของมวลชนมาใช้ในทางที่ไม่ดี เอามาเป็นเครื่องมือ เอามาเป็นกำบัง เอามาหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง (ขอประณามคนพวกนี้) การทำแบบนั้นทำให้คนส่วนใหญ่เหมารวมคนอื่นๆในแง่ไม่ดีไปหมด อยากให้คนกรุงหรือคนเสื้อสีไหนก็ตามมองคนอีสานเป็นคนที่จริงใจ ซื่อๆ รักสนุก ฟ้อนหมอลำ เป่าแคน ตำส้มตำ กินข้าวเหนียว กินไข่มดแดง นึกถึงหนูหิ่น หัวเราะเสียงดัง เหมือนครั้งอดีตที่เคยมอง อยากให้มองอย่างเห็นใจ

ปล.คนที่เขียนคอมเม้นท์แล้วยังไม่ขึ้นไม่ต้องตกใจนะครับ เพราะผมต้องกรองก่อนนิดหน่อย บางคนหยาบคายเกินไป(รับไม่ได้) แต่ส่วนใหญ่ก็ให้ขึ้นหมดนะครับ มีบางคอมเม้นท์ที่ให้ขึ้นไม่ได้จริงๆ

ไปดูมาแล้ว องค์บาก 3

องค์บาก 3

องค์บาก 3 ภาคจบของการเล่าเรื่องที่มาของ “องค์บาก”  ไปดูมาหลายวันแล้ว วันนี้เลยขอบล็อกเป็นข้อๆอีกครั้ง อาจจะไม่ตรงใจท่านอื่นบ้างแต่นี้คือมุมมองของผมนะครับ

  • ต้องตามมาดูให้จบ เพราะภาค 2 ทำอารมณ์ค้าง
  • เปิดเรื่องได้งงสุดๆแม้จะได้ดูภาค 2 มาก่อนก็ตาม
  • อารมณ์แรกที่รู้สึกได้คือ เหมือนละครช่องเจ็ดที่เรตตี้ดี คุณแดงสั่งยืด เพิ่มตอน จึงมีภาพพระเอก นางเอก คิดเรื่องเก่าๆ ภาพเก่าๆ น้ำเยอะ เนื้อน้อย ในช่วงต้นๆเรื่อง
  • บางตอนไม่ค่อยสมเหตุผลเท่าไหร่ โดยเฉพาะการหลุดจากการประหารของเทียน(จา พนม) มีราชองค์การจากอโยธยาให้ปล่อยตัว มาได้ไง? และสั่งนักฆ่าตามไปฆ่าทีหลัง
  • ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องที่ไม่ประทับใจ สิ่งประทับใจผมมาก คือการรำของ พิม (จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม) ดูแล้วเหมือนนางอัปสรมาก ท่ารำคล้ายทางรำตอนชมรมอีสานจุฬาฯ ไปค่ายที่บุรีรัมย์ ตอนรำคู่กับเทียนที่ทำตัวสั่นๆเก็งๆหลังจากพยายามทำกายภาพบำบัดตัวเอง ดูสมจริงมาก ดูกลมกลืนกันดี

    เทียน กับ พิม

  • ฉากที่เกิดรอยบากบนพระพุทธรูป ไม่ค่อยประทับใจผมเท่าไหร่ น่าจะเป็นตัวเอกที่ทำให้เกิดรอยบากมากกว่าจะเป็นแค่ลูกกระจ๊อกที่ฟันพลาดไปโดน
  • ท่าการต่อสู้แบบใหม่ของ จา พนม ที่ประยุกต์มาจากโขน ดูเท่ เป็นเอกลักษณ์มาก  จำได้แค่ท่าหมุนหัว กับท่าเดินขาแข็ง ตอนกระดูกหัก และพยายามเดิน พยายามดัดตน แสดงได้น่าทึ่งมาก
  • ท่าต่างๆที่เราได้เห็นใน ต้มยำกุ้ง จะโผล่แว็บๆเข้ามาไม่แน่ใจว่าตั้งใจให้โยงถึงกันหรือปล่าว ฉากการต่อสู้ดูสมจริงดี มองไม่เห็นเป็น step by step เหมือน จีจ้า ดื้อ สวย ดุ

    การต่อสู้บนหลังช้าง

  • อีกความประทับใจคือน้ำเสียงของ ครูบัว (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) ช่างนุ่มลึก น่าเลื่อมใส ฟังแล้วสบายใจ
  • พระยาราชเสนา (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) คำพูดของเขาติดหูผมเลยแฮะ  “ป่นกระดูกมันให้ละเอียด!!”
  • ภูติสางกา (ชูพงษ์ ช่างปรุง) หน้าคล้าย จา พนม มาก แยกเกือบไม่ออกนึกว่าคนเดียวเล่นสองบท และผมไม่ชอบเสียงเอฟเฟ็กที่ทำให้เสียงฟังไม่รู้เรื่อง
  • หนังเลือดสาด หัวขาด แทงทะลุ หนังสำหรับ 18+ เด็กนั่งดูเพียบเพราะ จา พนม เป็นขวัญใจเด็กๆ
  • ไอ้เหม็น (หม่ำ จ๊กม๊ก) มีมุกแทรกให้ฮาบ้าง
  • visual effect ในเรื่องไม่สมจริง ทั้งกา ทั้งคนนอนตาย ทั้งหัวครุฑยักษ์ที่หล่นลงมาไม่ค่อยเนียน ที่จริงฉากอลังการ และสวยมากอยู่แล้ว ไม่ควรใส่พวกนี้เข้ามามากนัก
  • ผมยังมองว่า องค์บาก ภาค 3 คือส่วนต่อของภาค 2 ที่ควรจะรวมกัน เป็นภาคเดียวจะเจ๋งมาก เพราะในภาคสามมันดูเกินๆ ยัดๆเข้ามา ไม่เพียงพอจะเป็นภาค 3

ถ้าถามว่าควรดูไหม? ต้องตอบว่า “ควรดู” ผมยกให้ จา พนม + พันนา ฤทธิไกร เป็นผู้กำกับคิวบู๊ ออกแบบท่าต่อสู้ ได้น่าดูที่สุดในโลกแล้วในตอนนี้

ได้มาแล้ว ถังขยะหมีพูห์ จาก 7-Eleven

ถังขยะหมีพูห์ จากเซเว่น

สะสมแสตมป์เซเว่นได้ 230 บาท แลกของได้เป็น ถังขยะหมีพูห์ กำหนดรับของ วันที่ 28 เมษายน 2553 แต่พอไปรับบอกว่าของยังไม่ได้ส่งมา สุดท้ายถามบ่อยครั้งจนลืมไปเลย วันนี้เปิดกระเป๋าตังค์เจอบิลเลยลองถามดู และแล้วมันก็มา อันใหญ่กว่าที่คิดไว้ ตอนเห็นในโปสเตอร์นึกว่าจะเล็กกว่านี้ มูมู่กับน้องๆเข้าไปนั่งข้างในได้สบายเลย สวยดี ไม่อยากเอาไปทำเป็นถังขยะเลยเอาไว้ให้ มู่กับน้องๆ นอนดีกว่า

มูมู่เข้าไปเล่นในถังขยะหมีพูห์

THE RISE OF NANOTECH : นวัตกรรมนาโน จากทฤษฎีสู่ชีวิตจริง

THE RISE OF NANOTECH

THE RISE OF NANOTECH : นวัตกรรมนาโน จากทฤษฎีสู่ชีวิตจริง
Scientific American : ดร.ยุทธนา  ตันติรุ่งโรจน์ชัย แปล
สำนักพิมพ์มติชน ,ตุลาคม 2552  ราคา 240 บาท

หนังสือเล่มนี้ เห็นผ่านตามานานแล้ว ได้เปิดดูสารบัญบ้าง แต่ยังไม่มีแรงจูงใจ ที่จะซื้อมาอ่าน หลังจากได้เขียนบทความใน Biomed.in.th เรื่องการใช้ nanopatch เป็นตัวให้วัคซีน เลยนึกอยากรู้จักเรื่องนาโนเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น และผมไม่อยากอ่านหนังสือที่ออกแนวเป็นหนังสือเรียนมากจนเกินไป หนังสือเล่มนี้น่าจะตอบโจทย์ เรื่องที่อยากรู้ ได้พอควร อาจจะไม่เท่าหนังสือเล่มโตในห้องสมุด

สารบัญ อาจเพิ่มแรงจูงใจ ให้อยากอ่านมากขึ้น

หน่วยย่อยนาโน

  • ยังมีที่ว่างอยู่อีกมาก
  • ศิลปะการผลิตโครงสร้างขนาดเล็ก
  • ตัวต่อเลโก้โมเลกุล

เครื่องจักรมีชีวิต

  • นาโนเทคโนโลยีของเกลียวคู่
  • กำเนิดคอมพิวเตอร์ดีเอ็นเอ

วงจรขนาดเล็กที่สุด

  • โครงข่ายนาโนคาร์บอนจุดประกายอิเล็กทรอนิกส์ชนิดใหม่
  • คำสัญญาของพลาสมอนิกส์
  • วงจรจิ๋วมหัศจรรย์

การเดินทางอันน่าอัศจรรย์

  • สิ่งเล็กๆ มีค่ามากมายในทางการแพทย์
  • พ่อมดนาโน
  • เกี่ยวกับผู้แปล

เนื้อหาแต่ละบท เขียนโดยนักวิทยาศาตร์แต่ละคนแตกต่างกันไป อ่านได้แบบเรื่อย เชิงพรรณา ไม่มีสูตรฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ ให้ปวดหัว แต่ละบทจะมีแหล่งค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ในตอนท้ายของบท หากสนใจในบทนั้นๆเป็นพิเศษก็สามารถตามไปอ่านต่อได้

Iron Man 2 ไปดูมาแล้ว

Iron Man 2

Iron Man 2 ผมชอบหนังฮีโร่ กับ visual effect เป็นทุนเดิม ชอบภาคแรกแล้ว เอาฝาโค้ก 5 ฝา ไปแลกได้ฟรีอีก 1 ที่นั่ง

  • หนังสำหรับ 13+ ผมว่าเด็กก็ดูได้นะ ออกแนวการ์ตูนมากกว่าเป็นหนังเลือดสาด
  • นักแสดงแต่ละคนแสดงได้ดีมาก
  • Tony Stark ,Iron Man(Robert Downey Jr.) มาดกวนๆ กับนิสัยชอบสาวสวยๆ ยังอยู่ แต่มาคราวนี้ Iron Man ดูจะเป็นฮีโร่ที่มีปัญหา ทั้ง Arc reactor เป็นพิษ รัฐบาลอยากได้ชุด มีฉากที่ใส่ชุดเกาะเมาเหล้า ทั้งเต้น ทั้งฉี่ โดนเพื่อนอัดอีก เป็นฮีโร่หมดสภาพที่น่าเวทนามาก  (ไม่เข้าใจว่าทำไมเครื่องตรวจเลือดต้องจิ้มเอาเลือดมาตรวจด้วย หนังไฮเทคขนาดนั้น ปัจจุบันตรวจเลือดเขาใช้แสงหมดแล้ว อันนี้แค่กวนใจนิดๆ )
  • Justin Hammer(Sam Rockwell) เจ้าของบริษัทสร้างอาวุธที่ไม่เคยตาม Stark Industry ได้ทัน สะดุดตาตั้งแต่ตอนเปิดฉากว่าความแล้ว ออกแนวกวนประสาทหน่อยๆ เหมือนจะฉลาดแต่โง่ เป็นตัวร้ายแบบไม่ตั้งใจ เพียงแค่สนับสนุนตัวร้ายตัวจริง แต่จำภาพ Sam Rockwell มาจากหนังเรื่อง Charlie’s Angels จากท่าเต้นตอนขึ้นเวทีนี้ใช่เลย
  • Ivan Vanko (Mickey Rourke) ทำให้ขนลุกได้เลย สัมผัสได้ถึงแรงแค้นที่มีต่อตระกูล Stark  เป็นวายร้ายที่เราดูแล้วสู้กับ Iron Man ได้อย่างสบาย คิดในใจว่าคนเก่งๆท่าคิดในทางที่ผิดนี้น่ากลัวชะมัด
  • Natalia Romanova (Scarlett Johansson) ตอนเธอเป็น  Black Widow โคตรเท่ สวย ผมชอบมาก (คนนี้เอานะ)
  • Pepper Potts (Gwyneth Paltrow) ยังเข้าขากับ Tony Stark ได้ดี ฉากโต้เถียงกัน ยังสนุก
  • Colonel James  Rhodes (Don Cheadle) ผมสรุปว่าแทน  Terrence Howard ไม่ได้ ผมยังติดกับภาพนายทหารเพื่อนสนิท ฉากมองไปที่ชุดเกาะแล้วพูดว่า “เอาไว้ก่อน” นึกว่าจะได้มาเห็นใส่ชุดในภาคนี้
  • Nick Fury(Samuel L. Jackson) มีบทบาทในเรื่องมากขึ้น ปูทางให้ Avengers เยอะพอควร เป็นตัวชี้ทางให้ Iron Man ด้วยว่า รบคนเดียวได้ยาก ยังแสดงความเหนือว่าแกไม่ได้มีของดี ฉลาด รอบรู้อยู่คนเดียว
  • มีฉากเด็กใส่ หน้ากาก Iron Man ทำให้นึกถึงเกม Augmented reality game ที่ให้เลือกใส่หน้ากาก Iron Manได้  และนึกถึงคนที่ใส่หน้ากาก Iron Man ไปร่วมงาน Engadget show ep8
  • ฉากเปิดตัว Iron Man ในงาน Expo ที่ Pepper จุ๊บตรงหมวกแล้วโยนลงจากเครื่องบินใน Trailer หายไปไหน? โดนตัดออกรึ?
  • มีโล่ของ Captain America โผล่มา แต่โดน Tony Stark เอาไปเป็นที่รองท่อยิงอนุภาค CERN ซะงั้น ฮา
  • ฉากจบมีการขุดหลุม แว็ปแรกนึกถึงคนที่ถูกขุดเป็น Captain America หรือปล่าวเพราะในการ์ตูนถูกขุดเหมือนกันแต่ขุดจากธารน้ำแข็ง สุดท้ายเฉลยเป็น Thor และ Marvel มีแผนทำ Thor ก่อนทำ Avengers อยู่แล้ว บอกเป็นนัยว่าตามดู Thor ต่อนะ มันเนื้อเรื่องต่อกัน

ชุดที่จะได้เห็นใน Iron Man 2

  • ชุดเรียงกันตามลำดับ ในห้องของ Tony Stark

    ชุดเกาะ Mark I,II,III,IV เรียงตามลำดับ

  • ชุดหลักที่ใช้ยังเป็น Mark IV ไฟตรงอกจะเป็นวงกลม

    Mark IV ไฟตรงอกจะเป็นวงกลม

  • ชุดเกาะ Mark V ที่เพิ่มเข้ามาใหม่เป็นกระเป๋าถือ ชุดนั้นเป็นชุดที่ผมอยากดูมากที่สุด ตอนใส่มันเท่มาก แต่เสียดายมันมีเท่ากับในโฆษณานั้นแหละ ไม่มีกล่าวถึงเพิ่มเติมเลย

    ชอบที่สุดแล้วชุดนี้ Mark V เป็น Portable ด้วย

  • ชุดเกาะ Mark VI หลังจากได้ arc reactor อันใหม่มา มันก็โผล่มาเลย ไฟตรงอกเป็น สามเหลี่ยมตามรูปทรงของ arc reactor เหมือนเตารีดติดอก มีอาวุธใหม่แรงใช้ได้ครั้งเดียวด้วย

    Mark VI ไฟตรงอกเป็นสามเหลี่ยม

ชุด War Machine เป็นชุดพัฒนามาจาก Mark II  คนที่ใส่คือ James Rupert Rhodes ใส่อาวุธมาเต็มขั้น

War Machine
  • ชุดของ Ivan Vanko ก็เท่สุดๆ อาวุธมาพร้อม คนเก่งถ้ามี Resource ดีๆ ก็เทพได้เช่นกัน

สรุปว่าผมชอบนะ ฉากแอกชั่นไม่ได้เยอะมากนัก นักแสดงทุกคนแสดงได้เยี่ยม มีมุกแทรกมาเรื่อยๆ ทิ้งท้ายด้วยประโยค “Iron Man ผ่าน แต่ Tony Stark ไม่ผ่าน” อย่าพึ่งงงกับประโยคนี้ ไปดูจะรู้ว่าหมายความว่าอะไร

ตัวอย่าง

เที่ยวรอบบ้าน ผักสวนครัวรั้วกินได้

สงกรานต์ปีนี้กลับไปรวมญาติที่บ้านดังเคย ว่างๆเลยหยิบกล้องเดินรอบบ้าน พบว่าที่บ้านมีผักสวนครัวรั้วกินได้เพียบ แม่กับยายขยันปลูกขยันดูแล หลายต้นที่ผมปลูกไว้ก็โต กินดอกกินผลได้หลายรอบแล้ว มาดูกันว่ารอบบ้านผมมีอะไรบ้าง

มะม่วงเขียวเสวย

มะม่วงต้นนี้ รากจะเป็นมะม่วงแก้ว ซึ่งมีลำต้นแข็งแรง ทนสภาพแวดล้อมอันแห้งแล้งของบ้านผมได้ดี ผมเอายอดมะม่วงเขียวเสวยมาต่อยอดให้มัน ผมทำไว้สองต้นที่หน้าบ้าน ได้กินลูกหลังจากทำไว้ประมาณ 2 ปี ทำไว้ตั้งแต่ตอนเรียน ม.ปลาย(ประมาณ ม.4) อร่อย ไม่หวานมาก ไม่เปรี้ยวมาก ตอนกลับกรุงเทพฯหิ้วมากินด้วยหลายลูก

แก้วมังกร

แก้วมังกร ได้ต้นมาตอนที่โรงเรียนมีงานเกษตรอะไรสักอย่างจำไม่ได้แล้ว ตอน ม.5  เลยซื้อมาปลูกไว้ที่บ้าน ลูกออกมาเล็กกว่าที่ขายในท้องตลาดไปนิด แต่หวานอร่อย คงเพราะน้ำปุ๋ยไม่ค่อยพอ ตอนนี้ขยายพันธุ์เพิ่มไปอีก 3-4 ต้นแต่ไม่ค่อยจะโตเท่าไหร่ ดูนั่งร้านที่เอามาให้มันขึ้นทำมาจากไม้พังไปหลายอันแล้ว

ดอกแค

ดอกแคแม่ปลูกไว้หลายต้นที่สวนหน้าบ้าน ต้นเล็กเก็บได้เลยไม่ต้องใช้ไม่สอย

ต้นมะกูด

ต้นมะกูด ตอนเอามาปลูกเอามาหลายต้น แต่ต้นที่โตจนกระทั้งได้กินลูกเป็นต้นที่อยู่ใกล้ตุ๋มน้ำ คงเป็นเพราะเรื่องน้ำไม่ค่อยพอต้นอื่นเลยไม่ได้กินลูก มะกูดลูกของมันไม่ค่อยถูกนำมาประกอบอาหารเท่าไหร่ เรานิยมใช้ใบของมันมาทำอาหารมากกว่า เวลามีงานบุญ ไม่ต้องไปซื้อ เก็บที่นี้ไปใช้ได้เลยต้นใหญ่ และใบเยอะ อยู่ติดกับต้นแก้วมังกร เริ่มจะบังแสงต้นแก้วมังกรมากขึ้นเรื่อยๆ

ต้นขนุน

ต้นขนุน อยู่ข้างต้นมะกูด มีอยู่ลูกเดียว ต้นยังไม่ใหญ่มาก ลูกเลยยังไม่เยอะ กำลังเหมาะเอามาทำ “ซุปบักหมี่” ได้

สะระแหน่
ผักชีฝรั่ง

สะระแหน่ กับผักหอมเป(ผักชีฝรั่ง) แม่ปลูกไว้ในแปลงผักที่ทำจากท่อซีเมนต์ถมดินขึ้นมา สะระแหน่งามมาก แต่ชีฝรั่งพึ่งจะปลูกเลยยังไม่งามเท่าไหร่

กล้าวน้ำหว้า

กล้วยปลูกไว้รอบบ้าน แต่ต้นที่ตอนนี้ออกลูกอยู่หลังบ้าน ใกล้สุกแล้ว ปกติยายจะปล่อยให้สุกก่อน แล้วค่อยตัดลงมา

ข่า
ตะไคร่

ข่า กับตะไคร่ คือเครื่องเทศสำคัญของอาหารอีสาน ต้มยำ แกง และอีกหลายๆอย่าง  แม่ปลูกไว้ตรงรั้วรอบบ้าน ทั้งด้านข้าง ด้านหลัง

ใบเตย

ใบเตย ปลูกไว้หลังโอ่งใหญ่เก็บน้ำฝน ไม่ค่อยนำมาทำขนมเท่าไหร่ ส่วนมากเอาไว้ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น ในงานบวช นานๆทีจะต้มน้ำใบเตยกินกับน้ำแข็งมันสดชื่นจริงๆ

มะเขือเทศ

มะเขือเทศ แม่ปลูกใส่ในกระถ่างดอกไม้สองต้น ยังไม่สุก ขาดไม่ได้ถ้าจะทำส้มตำ

ใบย่านาง

ใบย่านาง ปลูกข้างต้นมะพร้าว เวลาทำ แกงหน่อไม้ ซุปหน่อไม้ แกงเห็ด แกงไข่มดแดง ต้องใส่ ไม่งั้นจะไม่ได้รสชาติเข้มข้น ไม่ถึงรสของชาวอีสาน

ต้นกระโดน

กระโดน เป็นผักที่นิยมกินกับลาบ ปลูกที่หน้าบ้าน ต้นนี้อยู่มานานแล้ว และเป็นแม่พันธุ์ให้เพื่อนบ้านหลายคนที่อยากเอาไปปลูกทีบ้านบ้าง วิธีเอาไปปลูก ง่ายมากๆ ขุดต้นเล็กๆที่อยู่ใต้ต้น ไปปลูกต่อ มันงอกขึ้นมาจากรากของต้นใหญ่

ฟักทอง

ฟักทอง กินได้ทั้งยอดทั้งลูก ปลูกปลูกง่าย

ผรั่ง

ฝรั่งต้นนี้ พึ่งจะปลูกตอนปีใหม่ 2553 ตอนกลับบ้านเจอร้านขายอยู่ข้างทาง จ.โคราช เลยซื้อมาพร้อมกับน้อยหน่า มีลูกแล้วแม้ต้นยังเล็ก

พริก

พริก เป็นส่วนประกอบของอาหารอีสานแถบจะทุกชนิด ปลูกไว้ที่สวนที่กลางทุ่งนา ที่นั้นจะปลูกไว้หลายต้น ตอนเย็นออกไปรดน้ำ ต้องหิ้วน้ำจากสระที่ขุดไว้ขึ้นมารด ทำเอาเหนื่อยเลยทีเดียว

มะละกอ

มะละกอ ลูกใหญ่มาก ข้างๆเป็นต้นพริก ลูกหนึ่งทำส้มตำได้หลายวันเลย

ผักผลไม้ต่างๆที่อยู่รอบบ้าน ไม่เยอะปลูก ไว้พอกิน ไม่ต้องซื้อหา และแน่นอนไม่มียาฆ่าแมลง ไม่มีสารพิษให้กังวลใจเวลากิน บ้านข้างๆมีอะไรก็ขอกันได้ เรามีอะไรก็ให้เขา เราขาดอะไรก็ไปขอที่ข้างบ้าน เป็นสังคมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน คนในหมู่บ้านเดียวกันรู้จักกันหมด จะบอกรู้จักกันทั้งตำบลคงไม่เกินจริง ต่างจากกรุงเทพฯจริงๆ

นายเล็ก ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เพชรบุรี ซอย 5

ก๋วยเตี๋ยวนายเล็ก เพชรบุรีซอย 5

มีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ร้านหนึ่งที่กินเป็นประจำ กินครั้งแรกก็ติดใจแล้ว มีให้เลือกทั้งเนื้อสด เนื้อเปื่อย ลูกชิ้นเนื้อ ตอนนี้ไปสั่ง “เหมือนเดิม” เจ้าของร้านก็เข้าใจแล้ว เหมือนเดิมของผมคือ เส้นหมี่น้ำตกทุกอย่าง

นายเล็กก๋วยเตี๋ยวเนื้อ "เส้นหมี่น้ำตกทุกอย่าง"

เติมผักโหระพา หรือถั่วงอก เข้าไปด้วย ก็เข้ากันได้ดี อย่างยิ่ง

มีผักให้เติมด้วย

ร้านชื่อ “นายเล็ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อวัวแท้ 100%”  ผมเรียกสั้นๆ “นายเล็ก ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ” ร้านอยู่ถนนเพชรบุรี ซอย 5 อยู่ตรงปากทางเข้าซอย ติดกับวินมอเตอร์ไซต์หน้าปากซอย ผมทำ foursquare ไว้แล้วเผื่อใครจะเข้าไปเช็คอิน นายเล็ก ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ในลิงค์มีแผนที่อยู่ข้างใน ใครแวะมาแถวนี้ก็ลองไปชิมดูครับ ร้านเปิดเฉพาะตอนเย็นประมาณ หนึ่งทุ่มเป็นต้นไป

แผนที่

ดู นายเล็ก ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เพชรบุรี ซอย 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

คำสอนจากแกนดัล์ฟ (The Lord of the Rings)

แกนดัล์ฟ
ฉากหนึ่งใน The Lord of the Rings :The Fellowship of the Ring (2001) ผุดขึ้นมาในหัว จากการกระตุ้นด้วยคำพูดของคนรอบข้างคุยกันถึงปัญหา สถานการณ์บ้านเมืองเราในตอนนี้ ประโยคที่กระตุ้นผมคือ “ฆ่ามันก็จบเรื่อง” ทำให้ผมต้องไปค้น Box set ของผมออกมาเปิดดู แล้วแกะประโยคนั้นออกมาเลย
ฉากที่ว่านั้นคือ ตอนที่พันธมิตรแห่งแหวน เดินทางเข้าไปในเหมืองมอเรีย อาณาจักรของคนแคระ โฟรโดเห็นกอลลัมแอบสะกดรอย จึงเข้าไปบอกกับแกนดัล์ฟ และคุยกันเรื่องของกอลลัม
… 
โฟรโด : น่าสมเพชที่บิลโบไม่ได้ฆ่าเขา เมื่อมีโอกาส!
แกนดัล์ฟ : สมเพชหรอ! บิลโบต่างหากที่น่าสมเพช  หลายชีวิตสมควรตาย และหลายชีวิตที่ตายสมควรอยู่ เจ้าคืนชีวิตให้พวกเขาได้ไหมล่ะ
จงอย่าคิดตัดสินชะตาชีวิตใครต่อใครดีกว่า แม้แต่ผู้รอบรู้ก็ยังไม่อาจหยั่งรู้อนาคต ใจข้าบอกว่ากอลลัมยังมีบทบาทที่ต้องเล่น ไม่ว่าจะดีหรือเลวก็ตาม ก่อนที่เรื่องนี้จะยุติ
ฉากนี้ทำให้เห็นถึงวุฒิภาวะที่แตกต่างกันมากระหว่างแกนดัล์ฟกับโฟรโดที่พูดไปตามอารมณ์ของตัวเอง แกนดัล์ฟสอนให้รู้ว่าก่อนจะตัดสินอะไร เราควรที่จะมีข้อมูลรอบด้าน มากพอ และพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง และต้องคิดถึงผลที่จะตามมาด้วยว่าถ้าทำไปแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น ผลกระทบเกิดในวงกว้างแค่ไหน  ยิ่งถ้าการตัดสินใจนั้น เกี่ยวกับชีวิตของคนอื่นแล้วยิ่งต้องเพิ่มความรอบคอบขึ้นอีกเท่าตัว

เว็บตรวจสอบการคัดลอกงานวิจัย Plagiarism detection Tool

Free Online Plagiarism Detection Tool

Plagiarism หรือ การคัดลอกผลงาน ในการเขียนบทความวิชาการถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าหากถูกตรวจพบว่างานเขียนนั้นมีการคัดลอกมาจากผลงานของผู้อื่น หรือมีการนำข้อมูลมาแสดงโดยไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง จะถือว่าผู้เขียนงานชิ้นนั้นมีความผิดทันที นักวิชาการหรือนักวิจัยที่ต้องเขียนบทความทางวิชาการจึงให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างมาก แต่บางครั้งการเขียนบทความวิชาการ ผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจให้มี plagiarism ในงานเขียนของตัวเอง แต่อาจเกิดจากการเผลอเลอ อย่างไม่ได้ตั้งใจ การตรวจสอบ plagiarism ในงานเขียนจึงเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ และให้ความสำคัญอย่างมาก เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบมีหลายอย่าง ส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่าย และนี้คืออีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยในการตรวจสอบ Plagiarism ซึ่งสามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง และไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งาน นั้นคือ Dupli Checker Free Online Plagiarism Detection Tool

วิธีการใช้งานสะดวก และรวดเร็ว

  1. เข้าไปที่เว็บ https://www.duplichecker.com/
  2. Copy ข้อความที่เขียนขึ้นใส่ลงในช่องใส่ข้อความ หรืออับโหลดไฟล์เอกสารเข้าไปก็ได้
  3. คลิกเลือก search engine ในการค้นหา แนะนำ Google
  4. คลิก search
  5. ดูการแสดงผล สีแดงคือมี Plagiarism สีเขียวคือผ่าน
ตัวอย่างผลของการตรวจสอบ

ด้านบนเป็นผลของการค้นหา ที่ลองคัดลอกบทความจาก journal แห่งหนึ่งมา พบว่าระบบสามารถตรวจเจอและสามารถแสดงลิงค์ที่อยู่ของบทความนั้นได้

เครื่องมือนี้เหมาะกับอาจารย์ที่จะใช้ตรวจงานของนิสิตได้ หรือสำหรับนักวิจัยที่ต้องเขียนงานวิจัยส่งตีพิมพ์  journal ต่างประเทศ อย่างไรก็ตามการตรวจสอบด้วยวิธีนี้ ตรวจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน เครื่องมือนี้จะเป็นเพียงตัวช่วยตัวหนึ่งเท่านั้นในการตรวจสอบ จำเป็นต้องตรวจสอบด้วยตัวเองอีกครั้ง เพื่อความถูกต้อง

เข้าไปใช้งานได้ที่ : https://www.duplichecker.com/
ขอบคุณความรู้จาก @ac_nim

เสาร์นี้ เจอกันที่งาน Nuclear in your life ณ Central World

Nuclear in your life

“1 วันอัศจรรย์กับนิวเคลียร์ Nuclear in your life”

ผมไปงานแถลงข่าวตั้งแต่หลายสัปดาห์ที่แล้วแต่ไม่มีโอกาสได้เขียนถึงสักที บริษัทของพี่สาวเป็นคนจัด เขาก็บอกเอาลงบล็อกด้วยสิ เผื่อใครสนใจจะได้ไปดู ผมเลยสรุปสั้นๆว่างานจะมีอะไร เกิดขึ้นที่ไหนเมื่อไหร่

  1. งานชื่อ “1 วันอัศจรรย์กับนิวเคลียร์ Nuclear in your life”
  2. จัดวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 ตั้งแต่ 11.00 น. – 20.00 น. ตั้งแต่ห้างเปิดจนห้างปิด
  3. งานจัดที่ ลานจัดแสดง Eden ชั้น 1 Central World แผนที่
  4. ในงานมีอะไรบ้าง ฟรีคอนเสิร์ตจาก รุจ The Star , นัททิว และลูกโป่ง AF

    ฟรีคอนเสิร์ตจาก รุจ The Star,นัททิวและลูกโป่ง AF

    รุจ The Star ผมพอรู้จักเพลงเขา ร้องได้บ้าง แต่ AF สองคนนี้ผมรู้ว่าดังมีแฟนคลับเยอะ แต่ผมร้องเพลงเขาไม่ได้อ่ะ แต่จะไปเก็บภาพมาฝาก

  5. สาธิตการทำอาหารสไตล์อินดี้ จาก อิ๊ก บรรณ บริบูรณ์

    Independent-kitchen

  6. แฟร์ชั่นโชว์ ผลิตภัณฑ์จากนิวเคลียร์ ตอนแถลงข่าวผมเห็นเอามาโชว์แค่ 3 ชุด มีเอาเข็มฉีดยามาประดับชุด มีต้นข้าว มีพลอยที่เพิ่มสีสันด้วยรังสีจากนิวเคลียร์ วันจริงที่ 20 ก.พ. บอกว่าจะมี 38 ชุด อยากรู้เหมือนกันจะเอาอะไรมาทำอีกบ้าง

    แฟร์ชั่นโชว์ ผลิตภัณฑ์จากนิวเคลียร์

  7. มีเสวนาอยู่ 5 ช่วงสลับกับการแสดง ดังนี้
  8. เสวนาช่วงที่ 1 หัวข้อ“อัศจรรย์เทคโนโลยีนิวเคลียร์กับโอกาสทางการศึกษา”
    เสวนาช่วงที่ 2 หัวข้อ “อัศจรรย์เทคโนโลยีนิวเคลียร์กับโรคมะเร็ง” << อันนี้เป็นหัวข้อที่ผมสนใจที่สุด
    เสวนาช่วงที่ 3  หัวข้อ “อัศจรรย์เทคโนโลยีนิวเคลียร์รังสีด้านอาหาร”
    เสวนาช่วงที่ 4 หัวข้อ “อัศจรรย์เทคโนโลยีนิวเคลียร์กับผงไหม”
    เสวนาช่วงที่ 5  หัวข้อ“อัศจรรย์เทคโนโลยีนิวเคลียร์ด้านอุตสาหกรรม”
  9. อันนี้เขาบอกว่าเป็น hight light

    สุดยอดเครื่องสูงบูชาพระและกษัตริย์ หรือ(บังแทรก)

    บังแทรกตัวนี้ ประดับด้วย ทองเหลืองฉลุลายทองคำเปลว คริสตัลกว่า 4,000 พันชิ้น และบลูโทแพซ ซึ่งผ่านการฉายรังสีนิวตรอนโดยเทคโนโลยีนิวเคลียร์จากพลอยสีขาวใส เป็นสีน้ำเงินทรงคุณค่า บังแทรกที่นำมาจัดแสดงครั้งแรกของเมืองไทยนี้ มีมูลค่า 8 ล้านกว่าบาท เลยทีเดียว

  10. บัวสามสีสายพันธุ์แรกของโลก (จันทร์โกเมน) เปลี่ยนสามสีในสามวัน หนึ่งความสำเร็จของการใช้ รังสีในการปรับปรุงพันธุ์พืช มันจะเปลี่ยนสีตามอายุขัยของมัน คือ มีสีเขียวเมื่อยังเป็นดอกตูม เมื่อบานออกจะกลายเป็นสีชมพู และก่อนจะร่วงโรยก็กลับมีสีเหลือง เจ๋งมาก

บัวสามสีสายพันธุ์แรกของโลก (จันทร์โกเมน)

อยากทราบรายละเอียดเพิ่มดาวน์โหลดกำหนดการไปอ่านได้ครับตามลิงค์นี้ เผื่อว่าใครไปแถวนั้นจะได้แวะไปดู ใครเจอผมที่นั้นเขามาทักกันได้นะครับ ที่จริงโพสนี้น่าจะอยู่ใน Ads Page นะ

ปล. ในงานมีลุ้นรับพลอยด้วยนะ สาวๆอย่าพลาดเชียว