Ignite อาสา++

Ignite อาสา++

Ignite อาสา++ พอได้อ่านรายละเอียดแล้ว มันเป็นแนวคิดที่ดี เป็นเวทีเปิดโอกาสให้คนที่มีไอเดียดีๆได้นำออกมาเผยแพร่ เพื่อให้คนที่คิดตรงกัน หรือคนที่อยากสนับสนุนได้เจอกัน จึงขอช่วยสนับสนุนบอกต่อครับ

เชิญชวนส่งไอเดียอาสา++ ขึ้นเวทีจับคู่หาแหล่งทุน เปลี่ยนไอเดียให้เป็นจริง จะเป็นแนวคิดเชิงนวัตกรรม โครงการกิจกรรมอาสา แนวคิดพัฒนา ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน บริษัท ก้อได้ แต่ต้องสามารถทำให้เกิดเป็นรูปธรรม ปฏิบัติได้จริง และขยายผลในวงกว้างได้
ส่งคลิปเล่าไอเดียภายใน 5 นาที มาที่ Email: webmaster@ignite.in.th
ภายในวันที่ 10 เมษายน 2554
คุณสมบัติผู้สมัคร Ignite อาสา++
  1. สมัครในนามบุคคล หรือทีม (ที่ไม่ใช่ในรูปแบบของตัวแทนองค์กร หรือ บริษัท)
  2. ไม่จำกัดเพศ, อายุ และสัญชาติ (ขอแค่อาศัยอยู่ในประเทศไทย)
เกณฑ์ในการคัดเลือก
  1. เป็นโครงการที่มีนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์++ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
  2. ต้องเป็นโครงการที่สามารถส่งต่อ ทำซ้ำ หรือปรับปรุงไปใช้กับชุมชนอื่นๆได้ต่อไป
  3. ผู้เสนอโครงการต้องมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จลุล่วง ถึงจะพบกับอุปสรรคต่างๆ ก้อพร้อมจะแก้ปัญหาในเชิงบวกจนสำเร็จ
  4. เป็นโครงการที่ไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนอื่น
  5. เป็นโครงการที่มีหลักเกณฑ์ใการวัดผลได้จริง
  6. เป็นโครงการสร้างสรรค์ทางตรงต่อชุมชนอื่น ไอเดียเล็กหรือใหญ่ไม่ใช่ข้อจำกัด
(ขอยกเว้นโครงการที่มีลักญณะทางอ้อม เช่น โครงการขอรับบริจาค, ระดมทุน, จัดฝึกอบรม, บรรยาย, รณรงค์, ผลิตสื่อ, งานวิจัยหรือรวบรวมข้อมูล)

ที่มา: https://www.ignite.in.th/arsa/

Ignite Thailand++ ครั้งที่ 3

Ignite Thailand ครั้งที่ 3

งาน Ignite เป็นงานที่ผมประทับใจทั้งรูปแบบ และแนวคิดที่ได้จากงานทุกครั้งที่ได้ร่วมเข้าฟัง เหมือนจะเสพติดงานแนวนี้ไปแล้ว Ignite Thailand++ ครั้งที่ 3 จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม 2554 (เวลา 18.00-21.00 น.) ณ โรงภาพยนตร์สกาล่า จะได้พบกับ Igniter 22 ท่าน

จัดในโรงภาพยนต์พื้นที่น่าจะจำกัด ล่าสุดผมเข้าไปดูพบว่าพื้นที่สำรองที่นั่งเต็มแล้ว และปิดลงทะเบียนไปแล้ว แต่โชคดีที่ผมลงทะเบียนไปก่อนหน้านี้ ก็คิดว่าจะเข้าไปเก็บภาพและบันทึกเก็บไว้เหมือนทุกครั้งที่เคยไป ให้คนที่ไม่ได้ไปได้มีโอกาสได้เสพความคิดด้านบวกของ Igniter แต่ละท่าน รวมถึงผมด้วยที่จะได้ทบทวนสิ่งได้กลับมา อันที่จริงเขามีบันทึกวีดีโอด้วย แต่ผมว่าเขียนมันเข้าหัวมากกว่าดู ใครสนใจอยากอ่านบันทึกครั้งก่อนๆเข้าไปดูได้ใน https://www.amphur.in.th/tag/ignite

คนที่พลาดครั้งนี้ ในครั้งหน้าจะมีการจัดอีกครั้งที่โรงภาพยนต์สกาล่าเหมือนเดิม ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ รอติดตามข่าวสารให้ดีครับ

ดูกำหนดการและรายละเอียดของ Igniter ได้ที่ https://www.ignite.in.th/

บันทึกงาน Ignite Thailand ครั้งที่ 2 ช่วงที่ 2

ตามไปอ่าน บันทึกงาน Ignite Thailand ครั้งที่ 2 ช่วงที่ 1 ก่อนนะครับ

เชื่อว่าทุกคนที่ได้เข้าร่วมงาน Igniter Thailand ++ ครั้งที่ 2 ต้องได้แรงบันดาลใจกลับบ้านมากมาย ผมมีความตั้งใจเขียนบันทึกนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนที่พลาดโอกาส หรืออยู่ต่างจังหวัด ให้คนเหล่านั้นได้มีโอกาสได้สัมผัสสิ่งที่ Igniter แต่ละท่านพยายามจุดประกายให้ และยังเป็นการทบทวนความทรงจำของผมด้วยก่อนที่จะเก็บเข้าห้องบันทึก และพร้อมที่จะดึงออกมาใช้เมื่อถึงคราวจำเป็น

เริ่มเข้าสู่การบันทึก

หลังจากปล่อยให้พักครึ่งแรกราว 15 นาที ก็เริ่มช่วงที่สองต่อ ด้วยเสียงดนตรี

ดร. อาบทิพย์ ธีรวงศ์กิจ หัวข้อ : บทเพลง ความสุข และการแบ่งปัน

Igniter: ดร. อาบทิพย์ ธีรวงศ์กิจ หัวข้อ : บทเพลง ความสุข และการแบ่งปัน

ครูอ้อมคิดว่าคงจำเธอได้คนที่เล่นขิมเป็นเพลงเกาหลีและเพลงอื่นๆอีกมากมาย ดูที่ Youtube เธอใช้การบรรเลงขิมแทนการพูดบนเวที ร่วมกับสไลด์พรีเซ็นที่บอกเล่าถึง บทเพลง ความสุข และการแบ่งบัน มีถ้อยคำดังนี้ (ขออภัยถ้าตกหล่น)

บทเพลง ความสุข และการแบ่งปัน-อาบทิพย์ ธีรวงศ์กิจ
“ความสุขเล็กๆ เกิดขึ้นได้จริง จากการทำในสิ่งที่ตัวเองรัก
แล้วรู้จัก แบ่งปัน ความสุขนั้น ให้แก่คนรอบข้าง
อ้อมเชื่อว่า… ไม่ว่าใคร ก็สามารถเป็น ผู้จุดประกายความสุข ได้ทุกคนค่ะ

เคล็ดลับมีเพียง 3 ข้อคือ
1. ค้นหาสิ่งที่ตัวเองรักและมีความสุขที่ได้ทำ
2.เติมความคิดสร้างสรรค์ ใส่ความเป็นเอกลักษณ์ลงในงาน
3.แล้วแบ่งปันความสุขนั้นให้แก่คนรอบข้าง

อ้อมเชื่อว่าทุกคนมีแง่มุมดีๆ ของตัวเอง
หลายสิ่งที่คนอื่นมี เราอาจไม่มี แต่เราอาจมี ในสิ่งที่หลายคนไม่มี
ลองมองหาสิ่งนั้นแล้วแบ่งปันนะคะ
ลองถามตัวเอง… ว่าเราชอบทำอะไร สามารถทำอะไรได้ดี ทำอะไรแล้วมีความสุข

สำหรับ อ้อม
เมื่อรักที่จะทำอะไร เราจะสนุกกับการค้นหา ไอเดีย ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ
กล้าที่จะคิดออกนอกกรอบ
เราอาจแปลกใจ กับการค้นพบศักยภาพใหม่ๆ
ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำได้
แบบนี้ (solo ขิม)

เพียงแค่ได้ทำสิ่งที่รัก ความสุขก็เกิดขึ้นแล้ว
แต่การได้ แบ่งปัน จะทำให้ความสุขนั้น เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ทวีคูณ
ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน ทำให้การแบ่งปัน ทำได้ง่ายดายในไม่กี่คลิก

click 1 โปรแกรมอัดเสียง&วีดีโอ
Click 2 Upload to Youtube
Click 3 Upload to Blog

และพร้อมถูกส่งต่อ กระจายสู่วงกว้าง ชนิดคาดไม่ถึง Blog follow ,Youtube subscription, Webboard

เครื่องมือเหล่านี้ เป็นทั้งเครื่องกระจายความสุขสู่วงกว้าง และเป็นกระจกสะท้อนความสุขกลับมาสู่เรา
และสิ่งที่เราแบ่งปันในวันนี้ อาจสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ให้แก่คนอื่น และส่งคืนเป็นรอยยิ้มและกำลังใจให้แก่เรา

ดีใจมากที่ได้มีโอกาสแสดง ศักยภาพของดนตรีไทยให้คนไทยได้เห็น
ดีใจที่มีโอกาสได้จุดประกายเล็กๆ ให้สังคมเกิดความสนใจในดนตรีไทยขึ้นใหม่อีกครั้ง แม้เพียงเล็กน้อย

อยากฝากไว้ให้ทุกคน ได้ลองค้นหา ที่ตัวเองรักและคิดว่าเราทำได้ดี
และบวกรวมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ และความอยากที่จะแบ่งปันให้กับสังคม

เลือกใช้เครื่องมือต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย ให้เป็นประโยชน์

ทุกๆคนก็มีโอกาสเป็นผู้จุดประกาย สิ่งดีๆ ให้กับสังคมได้ค่ะ 🙂 ”

คุณวรัตดา ภัทโรดม หัวข้อ : Freedom from Negativity

Igniter: คุณวรัตดา ภัทโรดม  หัวข้อ : Freedom from Negativity

เรามักมีพันธะ ข้อผูกมัดกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เรายึดถือ เชื่อ ไม่ยอมปล่อยตัวออกจากสิ่งนั้น
คุณวรัตดายกคำพูดของอาจารย์เธอมา “สิ่งที่ควรทำมากกว่า การพยายามเปลี่ยนศาสนาของเขา คือ ควรเปลี่ยนแปลงตัวเขา จากความไม่มีความสุขให้มีความสุข เปลี่ยนจากมีพันธะให้เป็นอิสระ เปลี่ยนจากความโหตร้ายทารุณเป็นความเห็นใจ”

ปัจจุบัน สิ่งที่เป็นปัญหาคือ เราต่างก็พยายามจะเปลี่ยนจากแดงให้เป็นเหลือง หรือเปลี่ยนจากเหลืองให้เป็นแดง แต่สิ่งที่เราควรเปลี่ยนคือ ความโกรธ ความเกียดชัง ให้เป็นความรัก ความเห็นอกเห็นใจ เปลี่ยนจากการเผชิญหน้า เป็นการหันหน้าคุยกัน ใช้สันติวิธี

สันติจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าใจเราเองยังมีความโกรธ ความเกลียดอยู่ เราจะกำจัดความโกรธ เกลียดชังได้ยังไง?
คำตอบคือ เริ่มที่ตัวเราเอง ยิ้มให้ตัวเอง เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาก็ยิ้มให้ตัวเองก่อน เมื่อเจอคนอื่นก็ยิ้มให้ คิดบวก ไม่นินทา

ดร. วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ หัวข้อ : สี่พลังมหัศจรรย์ สร้างคนพิการ สร้างสังคมสันติสุข

Igniter: ดร.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ หัวข้อ: สี่พลังมหัศจรรย์ สร้างคนพิการ สร้างสังคมสันติสุข

ดร.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ คือผู้พิการตาบอดที่คว้าตำแหน่งที่ 1 ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับทุน ไปเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จนต้องมีการแก้กฏหมายให้ผู้พิการสามารถรับราชการได้ ดร.วิริยะ สิ่งที่ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จเกิดจาก 4 พลังมหัสจรรย์ นั้นคือ

  • พลังแห่งความเชื่อและศรัทธา เป็นพลังที่ช่วยให้มนุษย์ปลดปล่อย ความสามารถของตนเองได้อย่างเต็มที่
  • พลังแห่งปัญญา
  • พลังแห่งสมาธิ
  • พลังแห่งความรัก เป็นพลังแห่งความสุข เป็นพลังทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกัน อยู่ด้วยกันอย่างสงบและสันติ รักในเพื่อนมนุษย์

ส่วนนี้เป็นประโยคสั้นๆ ที่อยู่ในสไลด์ของ ดร.วิระยะ ผมคัดออกมาให้อ่านดังนี้

  • สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคน
  • ให้ความสำคัญผลของงาน มากกว่าตำแหน่ง หรืออำนาจ
  • สนับสนุนให้คนทำเรื่องที่ท้าทาย และสร้างนวัตกรรมใหม่
  • ทำงานที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ การแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นที่ตัวเราก่อน
  • ไม่ใช่เริ่มต้นจากผู้อื่น ล้มแล้วต้องรู้จักลุก
  • ในความโชคร้ายมักมีโอกาสดีๆ ซ่อนอยู่เสมอ
  • อย่าเก็บงานไว้ทำแต่เพียงผู้เดียว
คุณธนา เธียรอัจฉริยะ หัวข้อ : เกมส์คิดดี

Igniter: คุณธนา เธียรอัจฉริยะ หัวข้อ : เกมส์คิดดี

คุณธนา เจ้าของผลงานโฆษณา Disconnect to Connect -ใช้มือถือแต่พอดี ที่กำลังดังในตอนนี้ เรื่องที่คุณธนามาเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องของเด็กในบริษัท ที่เป็นคนออกพื้นที่ไปขายบัตรเติมเงิน ในพื้นที่กันดาร เดินทางลำบาก แต่มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่คิดเชิงบวกเสมอ เหตุที่เป็นแบบนั้นเพราะตอนเย็นพวกเขาจะมานั่งเล่น เกมส์คิดดี กัน มันเป็นเกมส์ที่เมื่อเราเจอเหตุการณ์ร้ายๆ ให้เราพยายามคิดด้านที่ดีของมัน เช่น

  • ฝนตก ดียังไง น้องๆพนักงานก็จะบอกว่า =>ดี คนอยู่ในบ้าน เมื่อไปขายของ ก็จะเจอชาวบ้านอยู่บ้านแน่นอน เพราะชาวบ้านออกไปไหนไม่ได้
  • ถ้ามีหมาดุ หมาเห่า ดียังไง =>ไม่ต้องตะโกนเรียกชาวบ้าน เขารู้แล้วมีคนมาเดี๋ยวก็ออกมาเอง

คุณธนานำเกมนี้มาเล่นกับลูกของเขาด้วย ถามลูกว่า รถติดดียังไง ลูกตอบว่า “พ่อจะได้หันหน้ามาคุยกับหนู” และเมื่อลูกได้เข้าโรงเรียนมาแตร์ ต้องตื่นแต่เช้ามากเพื่อไปส่งลูกไปโรงเรียน เขาจึงใช้เวลาช่วงที่ตื่นเช้าไปวิ่งที่สวนลุมทำให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ลดน้ำหนักได้ และเพื่อนนักวิ่งมาราธอนที่มาวิ่งด้วยกัน พบว่าลูกเขาก็เรียนที่โรงเรียนมาแตร์เช่นกัน

สรุปโดยรวม เรื่องไหนที่แย่ไม่ชอบ ก็เปลี่ยนแปลงมันซะ แต่ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ ก็ให้เปลี่ยนความคิดของคุณ (คิดดี)

คุณบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ หัวข้อ : ลดโลกเย็นอย่างเป็นธรรม

Igniter: คุณบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ หัวข้อ : ลดโลกเย็นอย่างเป็นธรรม

ภาวะโลกร้อนเริ่มจะลงโทษมนุษย์โลกแล้ว ดูได้จากภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้น มีผลกระทบกับเราทุกคน ทำไมเราต้องควบคุมอุณหภูมิของโลก เพราะถ้าอุณหภูมิของโลกสูงขึ้นอีก 2 องศาเซลเซียส น้ำแข็งที่อาร์คติคจะละลายหมดท่วมโลกแน่นอน

การควบคุมอุณหภูมิโลก 2 องศาเซลเซียส สิ่งที่ต้องทำภายในปี ค.ศ. 2020 คือ

  • ประเทศที่พัมนาแล้ว ต้องลดก๊าซ 25-40% จากระดับปล่อยปี 1990 =>ต้องลดการปล่อยในบ้านตัวเอง แก้ไขปัญหาที่แหล่งกำเนิด
  • ประเทศกำลังพัฒนา ต้องลดก๊าซ 15-30% จากระดับที่ปล่อยอยู่ในปัจจุบัน =>ต้องร่วมแก้ไขปัญหาโดยเป็นพันธกิจแบบสมัครใจ ได้รับการสนับสนุนด้านการเงิน และด้านเทคโนโลยีจากประเทศที่พัฒนาแล้ว

ปัญหาความล่าช้าในการเจรจาความตกลงลดโลกร้อน เพราะแต่ละประเทศมัวแต่บอกให้ประเทศอื่นลดก่อน ตัวเองจึงจะทำตาม

ในระหว่างการเจรจายังไม่ยุติ เราทุกคนควรร่วมมือกัน ปรับประพฤติกรรมต่างๆ ที่สามารถช่วยลดโลกร้อนได้ ทุกคนต้องช่วยกัน

คุณทนงศักดิ์ ศุภการ หัวข้อ : ลบ ลบเป็นบวก

Igniter: คุณทนงศักดิ์ ศุภการ หัวข้อ : ลบ ลบเป็นบวก

คุณทนงศักดิ์ แนะนำเพื่อนของเขา 2 คนให้เรารู้จัก แล้วก็เปิดวีดีโอสองอันนี้ได้ชม

1. เป็นเรื่องของพ่อกับลูก พวกเขาเข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬา หรือที่เรารู้จักในชื่อ คนเหล็ก  ที่มีทั้งการว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และจบด้วยวิ่งมาราธอน การเข้าร่วมการแข่งขันด้วยกันระหว่างพ่อกับลูกถือเป็นเรื่องปกติทั่วไป ถ้าไม่เพราะลูกเขาเป็นคนพิการ

Worlds strongest dad (ผมหาคลิปที่คุณทนงศักดิ์นำมาให้ดูไม่ได้ แต่คลิปด้านล่างเป็นพ่อลูกคู่นั้น)

2. เป็นคลิปของ นิค วูจิซิค เขาเป็น ชาวออสเตรเลีย ที่ไม่มีทั้งแขนและขา แต่การใช้ชีวิตของเขาสร้างกำลังใจให้กับคนที่ท้อแท้ได้มากมายนัก

ผมน้ำตาซึมเลยอ่ะ ตอนที่ได้ดูคลิปสองอันนี้ เชื่อว่าใครที่ได้ดูต้องมีกำลังใจสู้ชีวิตเพิ่มขึ้นแน่นอน

คุณทอดด์ ทองดี หัวข้อ : Thai World: ไท-โลก

Igniter: คุณทอดด์ ทองดี หัวข้อ: Thai World: ไท-โลก

คุณทอดด์ มาเล่าประสบการณ์ชีวิตของเขา  เขาเกิดที่อเมริกา ถูกเลี้ยงในบ้านที่มีเด็กกำพร้า มีน้องสาวเป็นเด็กพิการ เขาได้รับทุนมาทำวิจัยในประเทศไทย ถึง 2 ครั้ง ครั้งที่หนึ่งเรื่องแพทย์พื้นบ้านร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งที่สองเรื่องชาติพันธุ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เขาใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีมาตลอด เคยร่วมวงกับ หงา คาราวาน, สืบ นาคะเสถียร ได้ออกอัลบั๊มเพลงมากกว่า 10 ชุด เขาเล่าว่าเคยไปเสนอเพลงของเขา ให้ค่ายเพลง เขาได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนเพลงเพราะคนไม่ฟังเพลงแนวนี้ แต่เขาบอว่า “เปลี่ยนค่ายเพลงง่ายกว่า” ตอนนี้เขาทำรายการคุณพระช่วย ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว และได้มีโอกาสทำเทศการดนตรีที่ชื่อ จังหวะแผ่นดิน เทศกาลโลก Rhythm of the Earth – World Musiq & World Bar-B-Q  ที่มีการแสดงดนตรีของประเทศต่างๆร่วมกัน จัดที่เซ็นทรัลเวิร์ด

ดร. ประมวล เพ็งจันทร์ หัวข้อ : ความรัก

Igniter: ดร. ประมวล เพ็งจันทร์ หัวข้อ: ความรัก

เรื่องที่ ดร.ประมวล เล่าให้ฟังติดอยู่ในความคิดผมมาตั้งแต่วันนั้น อยากให้ทุกคนได้ฟัง

ดร.ประมวล บอกว่าเรื่องที่จะเล่า ไม่ได้เกี่ยวกับสไลด์เลย เป็นเรื่องของเพื่อนคนหนึ่ง ที่เดินทางมาเที่ยวที่เชียงใหม่ จึงอาสาเป็นคนช่วยเหลือ เพราะเพื่อนคนนี้ ไม่มี แขน และขา ดร.ประมวล พาเขาไปที่เที่ยวที่วัดสุเทพ ตอนนั้นได้ซื้อดอกไม้ ธูปเทียน มาให้เขากราบพระ โดยลืมไปว่าเขาไม่มีแขน แต่เพื่อนคนนั้นได้บอกให้เอา ดอกไม้ไว้ที่ตรงระหว่างคอและไหล่ แล้วเขาก็กราบพระได้

จากนั้น ดร.ประมวลได้ชวนเขา ให้เสี่ยงเซียมซี เช่นเดิมเขาให้เอาเซียมซีไว้ที่ตรงระหว่างคอและไหล่ เขาเขย่าอย่างยากลำบากกว่าที่เซียมซีอันหนึ่งจะหล่นลงมา ดร.ประมวล นำใบทำนายมาให้เขา และเขายิ้มและ บอกว่าเป็นเซียมซีที่ดีมาก ดร.ประมวล ถามเขาว่าอ่านให้ฟังหน่อย เขาตอบ คนได้หมายเลขนี้จะมีคู่

เมื่อลงจากดอยที่ตั้งของวัด ด้านล่าง มีเด็กมาขายกำไล เขาซื้อมาสองอันแม้ว่าจะไม่มีแขนให้ใส่ แต่เขาหยิบกำไลนั้นมา แล้วพยายามสวมเข้าไปในข้อเท้าที่มียื่นออกมาเพียงสั้นๆของเขา แล้วถาม ดร.ประมวล “สวยไหม”

ดร.ประมวล กล่าวชม สวยมาก มันสวยมาก (ตอนพูด ท่านพูดด้วยเสียงสั่นเครือ) สะท้อนให้เห็นว่า เราผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์ ต่างไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมี แม้เพื่อนเขาคนนั้นจะร่างกายบกพร่องขนาดนั้น ยังมองโลกได้สวยงามปานนั้น แล้วเรายังต้องการอะไรอีก

คุณสิริยากร พุกกะเวส (อุ้ม) หัวข้อ : จากบอด... เป็นบวก

Igniter: คุณสิริยากร พุกกะเวส (อุ้ม) หัวข้อ : จากบอด… เป็นบวก

รู้เลยว่าเธอเตรียมตัวมาดีมาก สไลด์สัมพันธ์กับเรื่องที่พูด ใช้เวลาพอดี ลงตัวอย่างเหมาะเจาะ

คุณอุ้มขึ้นเวทีขึ้นมาแล้วให้ทุกคนหลับตา แล้วลองใช้ประสาทสัมผผัสส่วนอื่นๆ ทั้งเสียง กลิ่น กายสัมผัส แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องของเธอ ตอนที่เข้าร่วมในรายการเจาะใจ ได้โจทย์ให้เป็นคนตาบอดนาน 5 วัน ในช่วง 2 วันแรกเป็นเรื่องที่ทรมานมาก ทั้ง กลัว เกลียด เบื่อ ทำอะไรที่เคยทำได้ไม่ได้ ทรมานมาก ร้องไห้ ด้วยความทรมาน จากนั้นเธอจึงเริ่มตั้งสติ เข้าใจ และเรียนรู้สิ่งต่างๆที่เกิดในช่วงที่ตาบอด

ตอนที่เรา ลืมตา เราไม่ได้ลืมแค่ตา แต่เรา ลืม หู จมูก กาย ลิ้นและใจ ไปด้วย

แต่เมื่อเรา หลับตา หูจมูกลิ้นกายใจจะตื่น ใจตื่นคือ เห็นใจคนอื่น เรียกว่า ตาสว่าง (ในขณะที่ตาบอด)

จึงอยากให้เรา หลับตาเสียบาง ใจจะได้สว่าง แล้ว บอด จะเปลี่ยนเป็น บวก

ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

Igniter: ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา หัวข้อ: Ignite

ดร.อาจอง มาเล่าประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เข้าเรียนในแคมป์บริด มหาวิทยาลัยที่ไอเซ็ก นิวตันเลยเรียน แต่ก่อนเป็นคนเกเรมาก ต่อยชาวบ้านไปทั่ว สุดท้ายก็เปลี่ยนตัวเองตั้งใจเรียน นั่งสมาธิ และเป็นคนแรกในรุ่นที่จบปริญญาเอกก่อนเพื่อนร่วมรุ่น จากนั้นก็ได้สมัครเข้าทำงานกับนาซา มีโอกาสได้คิดวิธีลงจอดของยานอวกาศที่จะลงจอกบนดาวอังคาร ตอนที่คิดได้นั้น ได้ออกจากห้องแล็ปไปอยู่บนภูเขา นั่งสมาธิ จึงคิดออกมาได้

จากคำพูดของไอสไตน์  “การหยั่งรู้ไม่ได้มาจากความตั้งใจ หรือมาจากขั้นตอนของการศึกษา แต่มาจากใจโดยตรง”

ดร.อาจอง กล่าวว่า ทุกอย่างในชีวิตประสบความสำเร็จมาหมดแล้ว ทั้งทางการศึกษา วิทยาศาสตร์ ธุรกิจ ตอนนี้จึงมุ่งมั่นกับการสร้างคน ด้วยการก่อตั้งโรงเรียนสัตยาไส ที่ จ.ลพบุรี
……………………

ในส่วน Ignite จบลงแล้ว ด้วย Igniter ทั้งหมด 21 คน ต่อไปเป็นการแสดงของคุณเพชร โอสถานุเคราห์ เริ่มด้วยการกล่าวบทกวี แล้วนำเข้าสู่เพลงสันติภาพ และต่อด้วยเพลง เราเป็นคนไทย

เพลง เราเป็นคนไทย

บนสไลด์ประกอบ มีคาราโอเกะให้ร้องตามได้ด้วย ชอบสาวคนข้างๆมากเลย ขยับโยกหัวตอนเล่นคีย์บอร์ด น่ารักมาก
เพลง เราเป็นคนไทย

และมีการถ่ายรูปร่วมกันของ เหล่า Igniter ทุกท่าน

Igniter

ขอขอบคุณ Igniter ทุกท่าน และทีมงานผู้จัดงาน เพื่อนๆผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน

ขอให้ทุกท่านมีพลังคิดบวก เพื่อสังคมไทยครับ

บันทึกงาน Ignite Thailand ครั้งที่ 2 ช่วงที่ 1

ผมเขียนบล็อกเกี่ยวกับงาน Ignite มาหลายครั้งแล้ว ใครยังไม่รู้จัก ตามอ่านใน Tag  Ignite ได้เลย

การจัด Ignite Thailand ++ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ส่วนครั้งที่ 1 จัดที่สวนลุม ตามอ่านได้ที่ “บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 1 และ ช่วงที่ 2 ” ถ้านับรวมกับ Ignite Bangkok แล้ว การเข้าร่วมฟังงานแบบนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว แต่ผมยังตื่นเต้นที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จาก Igniter แต่ละท่าน ไม่ต่างจากครั้งแรกเลย ต้องขอบคุณทางทีมผู้จัดงานที่จัดงานดีๆแบบนี้ขึ้นมาครับ

Ignite Thailand ++ ครั้งที่ 2 จัดขึ้นในวันที่ 13 ต.ค. 2553  สถานที่ หอประชุมจุฬาฯ ขอให้ภาพประกอบการบันทึกครับ ใครสนใจอยากดูภาพทั้งหมด ที่ผมถ่ายไว้ดูได้ที่ลิงค์ https://picasaweb.Google.com/sarapukdee/IgniteTH2#

การจัดงานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกจะมี Igniter 11 ท่าน และ ช่วงที่ 2 จะมี Igniter 10 ท่าน ซึ่งผมเองก็จะแบ่งการบันทึกออกเป็นสองช่วงเช่นกัน รายละเอียดประวัติส่วนตัวของ Igniter แต่ละท่าน ดูที่ https://www.ignite.in.th

งานครั้งนี้ คนเยอะขึ้น สถานที่ที่จัดงานก็ดีขึ้น และรู้สึกว่าทั้งคนฟังและคนที่เป็น Igniter ดูจะเข้าใจงานประเภทมากขึ้น

โตีะลงทะเบียน

เปิดลงทะเบียนตั้งแต่ 17.00 น. เจ้าของงานแจ้งว่า มีผู้ลงทะเบียนออนไลน์มาราว 1,300 คน สรุปมาจริงประมาณ 900 คน อ้างอิงทวีตของ “@iwhale: สรุปจำนวนผู้มางาน #IgniteTH ที่ลงชื่อหน้างาน 806 คน ยังไม่นับ Igniters, ผู้ติดตามและทีมงานอีกราว 100 ท่าน”

ไอติม

ที่หน้างานมีของกินเลี้ยง เหมือนครั้งที่แล้ว ได้แก่ น้ำใบบัวบก ไอติม ผลไม้ ผมกินไอติมไปหนึ่งถ้วย อร่อยดี

Ignite Chiang Mai

ก่อนหน้านี้ เครือข่ายพลังบวก ไปจัด Ignite ที่เชียงใหม่ ในวันที่ 4 ก.ย. 2553 หาอ่านได้ที่ https://www.ignite.in.th/ignite-chiang-mai.htm

หอประชุมจุฬาฯ

ภายในหอประชุมจุฬาฯ ตอนนี้คนยังไม่เยอะ ผมอยู่ใกล้เดินทางมาเร็ว ได้เห็นบรรยากาศ การเตรียมงานด้วย ที่จริงตอนบ่ายมีจัดแถลงข่าวโฆษณาชุดใหม่ของเครือข่ายพลังบวกไปแล้ว และจะใช้งานนี้เปิดตัวด้วย

เพลงราตรีสวัสดิ์

ระหว่างรอมีเปิดมิวสิควีดีโอให้ชมไปพลางๆ เพลงราตรีสวัสดิ์ เพลงฉันเป็นคนไทย เพลงสันติภาพ สลับกันไปมา บนเวที มีจอให้ Igniter ดูสองจอ ทั้งสไลด์ที่จะขึ้นจอใหญ่ และอีกจอเป็นนาฬิกาทำให้คุมเวลาได้ดีกว่า ครั้งก่อน

P2WARCHIP

เปิดตัวเริ่มเข้าสู่งาน Ignite ด้วยมินิคอนเสิร์ตของ P2WARCHIP เจ้าของผลงาน จอมยุทธ, อย่าอยู่อย่าอยาก ฟังเพลินๆขยับเท้าตามได้

@nuishow

@nuishow เป็นพิธีกรเหมือนเดิม ถือ iPad แทนกระดาษ สร้างสีสรรค์ให้งานได้ดีเหมือนเคย ยิงมุกออกมาให้ผู้ชมได้ขำ ได้อมยิ้มเป็นระยะๆ

เครือข่ายพลังบวก

ทีมงานเครือข่ายพลังบวก กล่าวเปิดตัว โฆษณาชุด “พลังในตัวคุณ – Power of One” มีหลายเวอร์ชั่นทั้งแบบ 30, 90, 120 วินาที เริ่มออกอากาศในวันที่ 14 ต.ค. 2553 เป็นต้นไป ติดตามได้ที่ https://www.youtube.com/user/igniteth

ผมเอาชุดที่ยาว 120 วินาที มาลงไว้ที่นี้ด้วย

ต่อไปเริ่มเข้าสู่ การจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ของ Igniter ท่านแรก

คุณคงยศ วงษ์วิกย์กรณ์ หัวข้อ : คนขี้รำคาญ

Igniter: คุณคงยศ วงษ์วิกย์กรณ์  หัวข้อ : คนขี้รำคาญ

คุณ ป๋วย P2WARSHIP เพิ่งร้องเพลงจบลงไป ก็ขึ้นมาเป็น Igniter ท่านแรก พูดถึงเรื่อง “รำคาญ” โดยเฉพาะถ้าคิดถึง คำว่า กรุงเทพฯ เราก็มักจะคิดถึงคำว่า “รำคาญ” เขาอยากให้เรามองในอีกด้านของความรำคาญ เช่น
รถติด สร้างโอกาสให้เด็กได้ขายพวงมาลัยได้ สาวๆได้มีเวลาแต่งหน้า ลูกๆได้กินขนมไม่ต้องกลัวเลอะ ดูหนังฟังเพลง อ่านหนังสือก็ได้
ฝนตก ให้เราคิดว่า ชาวไร่ ชาวนา จะได้ทำไร่ไถนาปลูกข้าว อากาศเย็นสบาย มีน้ำในเขื่อนให้ใช้ในหน้าแล้ง ต้นไม่ผลิใบ ออกผล
แดดออก อากาศร้อน มีประโยชน์สำหรับทำนาเกลือ ตากปลาหมึก จะได้เล่นน้ำสงกรานต์สนุก เที่ยวทะเลสนุกสนาน

ประโยคที่เป็นหัวใจให้เราต้องคิดคือ ในความ “รำคาญ” ของแต่ละคน… ยังมีคำว่า “โอกาส” ของอีกคนเสมอ

คุณธวัชชัย แสงธรรมชัย

Igniter: คุณธวัชชัย แสงธรรมชัย  หัวข้อ: ฮีเล็ก

เขาบอกว่าเขาเป็นคนธรรมดาที่สุดเมื่อเทียบกับ Igniter แต่ละท่าน เขาเป็นผู้ชายธรรมดา ใช้ชีวิตธรรมดา สิ่งที่เขามาจุดประกายคือ ปลุกความเป็นอีโร่ในใจของแต่ละคน ในคนที่ธรรมดา เรามักหวังให้ฮีโร่ที่เก่งๆมาช่วยเหลือเรา แต่ฮีโร่เหล่านั้นไม่มีหลายคนนัก รับหน้าที่ช่วยเหลือทุกคนไม่ได้
ฮีโร่ + เล็กๆ = ฮีเล็ก  ฮีเล็กในสังคมมีอยู่มากมาย เช่น โค้ชแหง่น-โค้ชขาลีบ, เจ๊จง-หมูทอดใจรัก, โจน จันได, แม่ติ๋ว โฮมฮัก

เขาเปรียบเทียบว่า ท่านคาน ธี ช่วยเหลือคนได้ นับแสน นับล้าน แต่ฮีโร่อย่างท่านคาน ธี ไม่ได้มีมากมายในโลก แต่ถ้าเราคิดว่าตัวเองเป็นฮีเล็ก หรือฮีโร่ ตัวเล็กๆ ช่วยเหลือคนให้ได้สัก 7 คน แต่ถ้าทุกคนทำแบบนี้กันทุกคน เราก็จะช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างมหาศาล (เยอะกว่า ท่านคาน ธี เสียอีก)

สุดท้ายเขาแนะนำ icareclub “ไอเดียดีๆ เพื่อโลกที่เราแคร์” เป็นพื้นที่สำหรับคนที่อยากนำเรื่องราวดีๆ มาเล่าให้คนอื่นได้ฟัง ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/iCAREClub

ลุค แคสซาดี-ดอเรียน (Luke Cassady-Dorion) หัวข้อ : เปิดโอกาสให้ความบังเอิญ

Igniter: ลุค แคสซาดี-ดอเรียน (Luke Cassady-Dorion)  หัวข้อ: เปิดโอกาสให้ความบังเอิญ

ความบังเอิญของเขาถือว่าเป้นเรื่องที่น่าสนใจมาก ตอนแรกเขาเป็นโปรแกรมเมอร์ทำงานได้เงินเยอะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ จากสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นความภูมิใจของเขา(น่าจะหมายถึง บ้าน รถ) กลับกลายเป็นภาระให้เขา เขาเลิกเป็นโปรแกรมเมอร์และกลายมาเป็นครูสอนโยคะ อาจารย์ของเขาแนะนำให้เขาเปิดโรงเรียนสอนโยคะ ที่ซานฟรานซิสโก แต่เหตุบังเอิญที่ให้เขาได้เดินทางมาเมืองไทย และเพื่อนชวนให้เขามาเป็นครูสอนโยคะที่ไทย เขาตัดสินอยู่ที่ประเทศไทย และกลับมาเรียนอีกครั้ง ตอนนี้เขาเรียนป.ตรี เอกภาษาไทยที่รามคำแหง

สิ่งที่น่าสนใจคือ สิ่งต่างๆไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป การเตรียมตัวที่จะเผชิญกับสิ่งต่างๆ กล้าเปลี่ยนแปลง และพร้อมเผชิญปัญหา คือสิ่งที่ได้จากการฟัง คุณลุค

คุณวิลาวัลย์ บุญจันทร์ หัวข้อ : การให้และรักที่ปราศจากเงื่อนไข

Igniter: คุณวิลาวัลย์  บุญจันทร์  หัวข้อ: การให้และรักที่ปราศจากเงื่อนไข

คุณวิลาวัลย์มาเล่าประสบการณ์ การใช้เวลาทุกวันพุธเข้ามมาดูแลเด็กกำพร้าที่บ้านปากเกร็ด สิ่งที่เธอคิดว่าจะนำมาให้เด็กๆ กลายเป็นว่า ตัวเองได้รับแทน นั้นคือ ความสุข เธอเล่าถึงเด็กคนหนึ่งที่ตอนแรกมีความเศร้าในใจ ไม่พูดคุยกับใคร เมื่อเธอได้พยายามช่วยเหลือ ให้ความรักแก่เด็กคนนั้น แล้วเด็กคนนั้นยิ้มอย่างมีความสุข เธอมีความสุขมาก เป็นความสุขที่ได้จากการให้ การให้และรักที่ปราศจากเงื่อนไข

Art Care

Igniter: คุณสมคิด ชัยจิตวนิช  หัวข้อ: Art Care

คุณสมคิดเอาภาพสวยๆ มาให้ดู แล้วบอกว่าภาพเหล่านี้เป็นภาพที่ถูกนำไปจัดแสดงอยู่ในโรงพยาบาล เพื่อให้โรงพยาบาลเป็นพื่นที่เหมือน Art Gallery ที่มองดูแล้ว รู้สึกสงบ สดชื่น ทำให้ญาติผู้ป่วย หรือผู้ป่วยที่กำลังทุกข์กับโรคภัย ได้มีอารมณ์ จิตใจที่ดีขึ้น โครงการนี้นอกจากจะนำภาพที่ถ่ายด้วยสมาชิกในกลุ่มไปแสดงแล้ว ยังมีการอบรมการถ่ายภาพให้บุคลากรที่อยู่โรงพยาบาลต่างๆด้วย เพื่อให้เขาเหล่านั้นสามารถที่ถ่ายรูปด้วยตนเอง และทำ Gallery ให้ดรงพยาบาลของตัวเองได้ และยังให้ความรู้สึกมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมนี้ด้วย นอกจากนี้เธอยังอยากให้ทุกคนที่อยู่ในชุมชนต่างๆช่วยเหลือกันทำให้โรงพยาบาลในเขตของตัวเอง น่ามอง สวยงาม ไม่หดหู่ เพื่อทุกคนในชุมชนของตัวเอง โดยไม่หวังพึ่งจากราชการอย่างเดียว

ผมได้ฟังโครงการนี้แล้ว นับว่าเป็นโครงการที่ดีจริงๆ ผมเชื่อว่าศิลปะ ภาพสวยๆ งามๆ ต้นไม้สีเขียว ใบไม้ หยดน้ำ มันช่วยในเรื่องจิตใจได้จริงๆ อยากให้หลายๆหน่วยงานมาสนุบสนุนโครงการนี้จัง

คุณปรีดา ลิ้มนนทกุล หัวข้อ : By Heart จากใจคนพิการ

Igniter: คุณปรีดา ลิ้มนนทกุล หัวข้อ: By Heart จากใจคนพิการ

คุณปรีดาประสบอุบัติเหตุ กลายเป็นคนพิการรุนแรง คนทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร ปัจจุบันเขาเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทที่ช่วยหางานให้กับคนพิการ ที่คนพิการสามารถทำงานผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การดาวน์โหลดภาพวาดวอลเปอร์ในมือถือ จากผีมือของคนพิการ การอ่านคำทำนายดวง ถอดเทปรายวิทยุ นอกจากนี้ยังมีการขายของออนไลน์ เช่นพวกงานงานหัตกรรม เป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดยคนพิการเพื่อคนพิการ เป็นการช่วยเหลือให้คนพิการสามารถช่วยเหลือตัวเอง

เข้าไปดูบล็อกของเขาได้ที่ https://byheartbuyheart.blogspot.com/

คุณรัฐภูมิ อยู่พร้อม

Igniter: คุณรัฐภูมิ อยู่พร้อม @1500miles หัวข้อ: 1500 ไมค์ (ผมตั้งให้เอง เพราะเขาไม่มีหัวข้อ)

คุณรัฐภูมิเล่าว่า เคยสัญญากับแม่ไว้ว่าจะพาแม่ไปเที่ยวทะเล แต่เมื่อแม่เขาถูกฆาตกรรมโดยเพื่อนของเขาเอง เขาหัวใจสลาย แต่ความรักที่มีต่อแม่มีมากเหลือเกิน อยากจะทำสัญญาที่เคยให้ไว้กับแม่ให้สำเร็จ เขาจึงออกพายเรืองรอบทะเลไทย ใช้เวลาเกือบสองปี และก็เกิด ชมรม 1500 ไมล์ ขึ้นมา ช่วงซึนามิโหมใส่ชายทะเลฝั่งอันดามัน ชมรมก็ลงไปช่วยพี่น้องชาวใต้ เป็นการรำลึกถึงความช่วยเหลือที่เคยได้ตอนที่พายเรื่องรอบทะเลไทย การช่วยเหลือของเขาไม่ได้จำกัดเฉพาะคนไทย เมื่อครั้งแผ่นดินไหวที่เฮติ เขาก็ได้เดินทางไปให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลก เขาบอกว่า การเยียวยาที่มีค่าที่สุดคือ “การสวมกอดพวกเขา

คุณจิตร์ ตัณฑเสถียร หัวข้อ : ขอคืนพื้นที่ใจ

Igniter: คุณจิตร์ ตัณฑเสถียร หัวข้อ: ขอคืนพื้นที่ใจ

เรามักตีกรอบของตัวเองไว้ ทำอะไรก็จะคิดถึงด้านเดียวของมัน ไม่เปิดใจมองอีกด้านอีกข้าง รูปวงกลมเป็นหนึ่งแนวคิดของเซน คือ ความว่าง ในความว่างนั้นมีอะไรอยู่มากมาย นั้นคือ สติ

แก้วน้ำ ถ้าเรามองมันเป็นแค่แก้วน้ำมันก็จะเป็นแค่นั้น เมื่อเราเปิดใจ ไม่ตีกรอบให้จิตใจ เวลาเติมน้ำเข้าไปมันก็จะเป็นแก้วน้ำ แต่ถ้าเราใส่ปลาเข้าไปมันก็็จะเป็นกรง(เขาพูดแบบนี้จริงๆ) ก่อนจะขำแล้วบอกว่า มันก็เป็นอ่างเลี้ยงปลา ถ้าเราคว่ำลงแล้วเอาดินสอเขียนมันก็จะเป็นวงเวียน ดังนั้นเรามาเปิดใจให้ว่าง เพื่อให้เห็นอีกมุมของสิ่งต่างๆ แล้ว กรอบรูปในสไลด์ก็ค่อยๆหายไปเป็นท้องฟ้าสีคราม กับปุยเมฆขาว

คุณภาณุมาศ ทองธนากุล (ใบพัด) หัวข้อ : ประกาศอิสรภาพ

Igniter: คุณภาณุมาศ ทองธนากุล (ใบพัด) หัวข้อ: ประกาศอิสรภาพ

คุณภาณุมาศเล่าเรื่องของเพื่อนคนหนึ่งที่ พ่อของเขาเกิดป่วยกระทันหัน ทำให้เพื่อนคนนั้นเป็นทุกข์ ไม่มีเงินมากพอที่จะใช้ในการรักษาพ่อ สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ตัวเรามีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ หรือพร้อมที่จะช่วยคนอื่นได้ มันคือ “การเก็บตังค์” มีน้อยเก็บน้อย มีเท่าไหร่เก็บเท่านั้น การใช้ชีวิตของเรา มันเหมือนเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ การที่มีเงินเก็บ มันเป็นเหมือนการสร้างตาข่ายเล็กๆที่คอยรองรับเราได้เมื่อตกจากเชือก เมื่อคุณมีตาข่ายนี้แล้วจะทำอะไร ก็มีอิสระ อยากทำอะไรก็ได้ และคิดจะช่วยคนอื่นๆทำได้ดีขึ้น

เป็นแนวคิดที่สุดยอดมาก คือสร้างความมั่นคงให้ตนเองก่อน แล้วความมั่นคงนี้จะแพร่ไปที่คนรอบข้างด้วย

คุณสรกล อดุลยานนท์ (หนุ่มเมืองจันท์) หัวข้อ : "สิ่ง" เล็กเล็กที่เรียกว่า "ลบ"

Igniter: คุณสรกล อดุลยานนท์ (หนุ่มเมืองจันท์) หัวข้อ: “สิ่ง” เล็กเล็กที่เรียกว่า “ลบ”

แนวคิดของเขาเมื่อเห็นเครื่อหมายลบ (-) นั้น มันจะเปลี่ยนไปเป็น (+) ได้อย่างไร มีอะไรที่เกี่ยวข้องกัน สิ่งแรกที่เขาคิดได้คือ + = – ^2  บวกเท่ากับลบยกกำลังสอง หรือ บวกเท่ากับลบที่ตั้งฉากกันสองอัน เขาพยามคิดว่าทำยังไงให้ ลบ มันจะกลายเป็นบวกได้

สุดท้ายแล้วจึงคิดได้ว่า ลบนั้นมันมีสองอันที่ซ้อนกันอยู่เราต้องออกแรงผลักอีกอันให้มันตั้งฉากขึ้นมาให้ได้ แรงผลักนั้นอยู่ที่ตัวเราทุกคน กล้าที่เปิดใจ และกล้าที่จะทำ

ผมชอบจังหวะการพูดของคุณสรกลมาก มีแนวคิดแทรกอยู่กับมุกขำปนอมยิ้มตลอด เช่น การเก็บความคิดไว้ในลิ้นชัก 3 ชั้น ได้แก่ ใช่ ไม่แน่ใจ ไม่ใช่ ซึ่งเขาบอกว่าช่อง ไม่แน่ใจ จะใหญ่สุด โดนใจตรงนี้ สงสัยต้องหางานเขียนของ หนุ่มเมืองจันทร์ มาอ่านบ้างแล้ว

ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ (ปราชญ์ชาวบ้าน) หัวข้อ : วิจัยไทยบ้าน

Igniter: ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ (ปราชญ์ชาวบ้าน)  หัวข้อ: วิจัยไทยบ้าน

ครูบาสุทธินันท์เดินทางจากบุรีรัมย์ มาเพื่อจุดประกายควาามคิดสร้างสรรค์ให้เราโดยเฉพาะ เป็นการเล่าถึงสิ่งที่คนอีสานขาด และมีใช้ไม่พอ นั้นคือ ความรู้ จนต้องหนีเข้ากรุงมาหางานทำ ที่จริงแล้วที่บ้านเกิดมีความรู้นั้นมีอยู่มากมาย จึงมีการก่อตั้งกรมราษฎรส่งเสริม สถาบันฟื้นฟูศักยภาพภูมิปัญญาส่วนท้องถิ่นอีสานใต้ขึ้นมา ผมคัดคำจากสไลด์ของครูบาสุทธินันท์ เป็นประโยคที่สั้นๆ แต่มีความหมายลึกซึ่งจริงๆ และอยากให้มีศูนย์แบบนี้กระจายไปทั่วทั้งประเทศ

  • มหาชีวาลัยอีสาน คือยาขมหม้อใหญ่ ที่ปรุงขึ้นมาเพื่อรักษาไข้ใจของคนอีสาน
  • เป็นสถานที่ให้คนไทย  ได้มาศึกษาหาความรู้เรื่องะรรมชาติ
  • เรียนในห้องได้ความรู้ เรียนนอกห้องได้ความจริง เอาความรู้+ความจริง = เราได้จะรู้ความจริง
  • ย้ายห้องเรียนดีไหม? ห้องเรียนที่มีอ็อกซิเจนมากๆ สมองปลอดโปรง
  • เรียนวิชาเชิงรุก ต้องลุกจากเก้าอี้เสียก่อน
  • เรียนวิชาย่องเบาไปเอาความรู้

ครูบาสุทธินันท์ ได้เขียนรายละเอียดของการนำเสนอไว้ในบล็อกแล้วตามไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้   https://lanpanya.com/sutthinun/archives/5055

จบการบันทึกช่วงแรก…

ติดตาม บันทึกงาน Ignite Thailand ครั้งที่ 2 ช่วงที่ 2

Ignite Thailand ครั้งที่ 2 เปิดลงทะเบียนแล้ว

Ignite Thailand ครั้งที่ 2

Ignite Thailand คืองานประมาณว่า ให้คนที่เจ๋งๆ มาจุดประกายความคิดให้คนอื่นๆ ในเวลาจำกัด (ทำให้ได้ฟังหลายคน และเฉพาะแก่นของเรื่อง) ครั้งแรก ผมบันทึกไว้ บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 1 และ ช่วงที่ 2 ส่วนลิงที่เกี่ยวข้องกับงาน Ignite ดูได้ใน tag Ignite

Ignite Thailand++ ครั้งที่ 2

งานจะจัดในวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2553 เวลา 18.00 – 21.00 น. (เปิดรับลงทะเบียนเข้างานตั้งแต่เวลา 17.00 น.) ณ หอประชุม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้วที่ https://www.ignite.in.th

รายชื่อ ผู้จะมาจุดประกายความคิดให้ หรือ Igniters

  1. ดร. ประมวล เพ็งจันทร์
  2. ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
  3. คุณสิริยากร พุกกะเวส (อุ้ม)
  4. ดร. วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์
  5. ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ (ปราชญ์ชาวบ้าน)
  6. คุณธนา เธียรอัจฉริยะ
  7. คุณทนงศักดิ์ ศุภการ
  8. คุณสรกล อดุลยานนท์ (หนุ่มเมืองจันท์)
  9. คุณจิตร์ ตัณฑเสถียร
  10. คุณปรีดา ลิ้มนนทกุล
  11. คุณคงยศ วงษ์วิกย์กรณ์
  12. คุณรัฐภูมิ อยู่พร้อม
  13. คุณภาณุมาศ ทองธนากุล (ใบพัด)
  14. ดร. อาบทิพย์ ธีรวงศ์กิจ
  15. คุณสมคิด ชัยจิตวนิช
  16. คุณธวัชชัย แสงธรรมชัย
  17. คุณวิลาวัลย์  บุญจันทร์
  18. ลุค แคสซาดี-ดอเรียน (Luke Cassady-Dorion)

บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 2

บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 2 ใครยังไม่ได้อ่าน ช่วงที่หนึ่งตามไปอ่านได้ที่ “บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 1

คุณณัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม : ท้องถิ่นกับการพัฒนาแนวใหม่

Igniter ลำดับที่ 12 : คุณณัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม หัวข้อ: ท้องถิ่นกับการพัฒนาแนวใหม่`
งานนี้ไม่ได้มีเฉพาะคนในเมืองมาพูดจุดประกาย แต่คนในชุมชนก็ก็ได้มีโอกาสได้มาพูดเช่นกัน คุณณัฐวัฒน์ เป็นนายก อบต.บางระกำ จ.นครปฐม มาเล่าการพัฒนาชุมชนให้มีวิถีชีวิตกินอยู่อย่างพอเพียง เริ่มต้นที่การพัฒนาทางด้านการเกษตร มีศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรในชุมชน มีการทำปุ๋ยอินทรีย์ ปุ้๋ยชีวภาพใช้เอง และขายในชื่อ “บางระกำทำรวย” ตำบลบางระกำเป็นตำบลที่มีผู้สูงอายุมาก มีสุขภาพดี มีอาชีพที่หลากหลาย แต่ละหมู่บ้านมี อสม. ที่ค่อยดูแลลูกบ้านยามเจ็บไข้ มีการตรวจสุขภาพ และดูแลชุมชนให้สะอาด ให้ปราศจากพาหนะนำโรคต่างๆ มีธนาคารชุมชนของตัวเอง มีสวัสดิการให้เด็กแรกเกิด เป็นแนวทางที่ดีของการสร้างความเป็นอยู่ของชุมชนให้แข็งแรง พึ่งพาตนเองได้

คุณรณพงศ์ คำนวณทิพย์ : Twitter For Thailand (#TWT4TH)

Igniter ลำดับที่ 13 : คุณรณพงศ์ คำนวณทิพย์ @rockdaworld หัวข้อ : Twitter For Thailand (#TWT4TH)
เปิดตัวด้วยด้วยประโยคที่ว่า “ผมเป็น igniter ที่อายุน้อยที่สุด” เขาบอกว่า เพราะสิ่งที่เขาทำเมื่อเทียบกับ igniter ท่านอื่นนั้นถือว่าเล็กมาก เขาจึงเปรียบว่าเขาอายุน้อยที่สุดในเวทีนี้  Tag #TWT4TH เกิดขึ้นมา เมื่อเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้วแต่เราไม่ใส่ใจ หรือลืมมัน แต่มาวันนี้มันก่อเกิดปัญหาแล้ว ตอนนี้คนไทยเท่านั้นที่ทำให้เมืองไทยน่าอยู่ เรามีกลุ่มของ Social network อยู่ เราต้องร่วมแรงร่วมใจสร้างสิ่งดีๆ กลุ่ม TWT4TH ได้จัดงาน รวมกลุ่มระดมสมอง เพื่อหาทางออกที่สร้างสรรค์ให้สังคม รวมกลุ่มจากเพื่อนใน twitter มาช่วยกันตอนแรกคาดว่าจะมีคนแค่นิดเดียวแต่รับการตอบรับอย่างดี  กลุ่ม TWT4TH จะจัดนัดรวมพลกันอีกครัง เพื่อวางโครงการทำกิจกรรม ในวันที่ 20 มิ.ย. 53 เวลา 14.00-18.00 น. ณ บ้านอารีย์ ซ.อารีย์ ถ.พหลโยธิน เข้าร่วมกลุ่มได้ที่ https://twt4th.in.th สุดท้ายได้พูดถึง “ต้นไม้ของพ่อ” ทำให้ผมคิดถึงประโยคหนึ่งในเพลงนั้นที่บอกว่า “เราจะเทไป ให้ต้นไม้ ของพ่อ ยังงดงาม” ขึ้นมาในหัว

คุณรัฐ จำปามูล : แอนิเมชั่นส่งผ่านกำลังใจ

Igniter ลำดับที่ 14 : คุณรัฐ จำปามูล หัวข้อ : แอนิเมชั่นส่งผ่านกำลังใจ
เขาแนะนำหนังแอนนิเมชั่นเรื่องใหม่ของเขาในชื่อ “Sunset Love Song เพลงพระอาทิตย์” ผลงานลงมือทำเองมานานกว่า 2 ปี และยังปล่อยโค้ดให้ทุกคนนำไปใช้งานต่อได้ด้วย แต่จุดที่เป็นแรงบันดาลใจของเรื่องนี้น่าสนใจยิ่ง นั้นคือเพื่อนของเขาฆ่าตัวตาย เมื่อก่อนได้ดูข่าวการฆ่าตัวตายมันช่างดูไกลตัวเหลือเกิน แต่ไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับคนที่ใกล้ชิด คนที่รัก เขารู้สึกเศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก หนังเรื่องนี้จึงเล่าถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ เพื่อส่งผ่านความห่วงใยไปสู่คนแปลกหน้าที่เราอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน  “เพราะกำลังใจ…ไม่ควรมีไว้ขาย” จะฉายในวันที่ 3 ก.ค. 53 นี้ที่ ลิโด้ สยามแสควร์ เวลา 15.30 น.-18.30 น. รายละเอียดเพิ่มเติม https://sunset-love-song.exteen.com/

ตัวอย่างของหนัง

นพ.จอม ชุมช่วย : สร้างเสริมพลังบวกให้ลูกรัก

Igniter ลำดับที่ 15 :นพ.จอม ชุมช่วย  หัวข้อ : สร้างเสริมพลังบวกให้ลูกรัก
คุณพ่อที่มาเล่าประสบการณ์การเลี้ยงลูกวัยเจ็ดขวบ ที่สนุกสนานและคอยแทรกการคิดแง่บวกให้ลูกเสมอๆ สัตว์เลี้ยงตัวแรกของน้องคือกิ้งกือ แต่ด้วยความที่เลี้ยงในกล่อง ทำให้กิ้งกือจะตาย คุณพ่อได้บอกให้น้องปล่อยมันให้มันได้รับอิสระสู่โลกกว้างเพื่อความอยู่รอดของมัน น้องฟังและยอมปล่อยมันไป สัตว์เลี้ยงตัวที่สองคือสุนัข มันถูกจับทำหมั้น ถูกวางยาสลบและผ่าตัด กลับมาบ้านต้องมีที่ครอบหัว น้องสงสารและทุกข์ใจ คุณพ่อปลอบให้กำลังใจ ว่าหมอที่ผ่าตัดเก่ง ดูแลมันอย่างดี ไม่นานเดี๋ยวมันจะดีขึ้น น้องสบายใจมากขึ้นและคลายความกังวล สิ่งสำคัญของผู้ที่เป็นพ่อแม่ที่จะคอยดูแลลูกนั้นคือ รับฟัง คอยรับฟังสิ่งที่ต่างๆที่เขาคอยบอก อย่างใส่ใจ สนับสนุนจินตนาการ ความคิดและจินตนาการต่างๆที่ออกมาไม่ใช่เรื่องไร้สาระ เรื่องต่างๆที่เขาคิดนั้นบริสุทธิ์  ชื่นชม เมื่อทำดี ก็ชื่นชมให้กำลังใจ สานสัมพันธ์ที่ดี มีการทำกิจกรรมร่วมกันสม่ำเสมอ ทิ้งท้ายด้วยคำคมของ  “โลกสิ่งที่เราคิดว่ามันเป็น ถ้าเราเปลี่ยนที่ความคิดของเรา เราก็เปลี่ยนโลกได้ “-H.M. Tomlinson

คุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม) : ความงามใต้หัวนมซ้าย

Igniter ลำดับที่ 15 : คุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม) @roundfinger  หัวข้อ : ความงามใต้หัวนมซ้าย
เป็น Igniter อีกท่านที่ประทับใจผมมาก คุณนิ้วกลม ขึ้นไปเล่าเรื่องราวของความงามใต้หัวนมซ้าย ด้วยบทกวี ผมตื่นเต้นกับความหมายของชื่อเรื่อง เขายังคงเอกลักษณ์ของเขาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เรื่องเกี่ยวกับการเดินทาง เขาแอบไปพักโรงแรมถูกๆแทนที่จะไปพักโรงแรมหรูกับเพื่อน แต่การได้ไปพักที่โรงแรมแห่งนั้นกลับทำให้พบกับความงามที่น่าจดจำ ในระหว่างที่เข้าไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำที่ไม่มีหลังคากับตุ่มน้ำแสงแดดส่องเข้ามากระทบน้ำ สะท้อนเกิดรุ่งเล็กๆเกิดขึ้นที่ใต้หัวนมซ้าย เป็นความงามที่หาในโรงแรมหรูไม่ได้  เรื่องที่สองเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนแก่ที่ผิวหนังเหี่ยวหย่น แต่ใจดีเป็นห่วงเราทุกครั้งที่จะเดินทางออกจากบ้าน และเรื่องของเด็กใบ้ที่มอบภาพวาดให้เขา เขายังเก็บมันไว้ตลอดแม้จะยับยูยี ทุกอย่างๆความสุขของเรายังคงอยู่ที่ใต้หัวนมซ้ายนั้นก็คือ “หัวใจ” ผมประทับใจและอยากอ่านอยากฟังบทกวีนี้อีกครั้ง

ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ : ไลเคนดีด้วยวิถีจักรยาน

Igniter ลำดับที่ 16 : ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์  หัวข้อ : ไลเคนดีด้วยวิถีจักรยาน
ไลเคน เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ ประกอบด้วยเห็ดราและสาหร่าย อาศัยอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน ใช้เป็นตัวชี้วัดได้ถึงคุณภาพอากาศของสถานที่นั้นๆ มีงานวิจัยรายงานว่าปริมาณไลเคนสัมพันธ์กับมะเร็งปอดของผู้ที่อาศัยในบริเวณนั้น โดยพบว่าเมืองที่มีไลเคนน้อยจะมีภาวะเป็นโรคมะเร็งปลอดมากกว่าเมืองที่มีไลเคนเยอะ ดร.สรณรัชฎ์ ได้ตั้งกลุ่มเยาวชนมาช่วยกันสำรวจไลเคนในเขตต่างๆทั่วกรุงเทพฯ แม้จะยังไม่ครอบคลุม แต่มีข้อมูลบางส่วนว่ากรุงเทพฯนั้นปริมาณไลเคนบางพื้นที่น้อยมาก บ่งบอกถึงปริมาณมลพิษที่สูง เขาจึงอยากให้กรุงเทพฯถนนในกรุงเทพฯแบ่งเลนสำหรับจักรยาน และรณรงค์ให้คนใช้จักรยานให้มากขึ้น แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่อยากให้เกิดขึ้น “เราอยู่ได้ ถ้าไลเคนอยู่ได้”

คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย : ดีที่ได้ทำ

Igniter ลำดับที่ 17 : คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย หัวข้อ : ดีที่ได้ทำ
บอกเล่าประสบการณ์การดีเพื่อสังคม การช่วยเหลือพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้  มีการรวบรวมความของบริจาคไปช่วยเหลือ และเดินทางไปสัมผัสที่นั้นจริงๆ และอยากปลุกจิตสำนึกของคนไทยให้รักและเป็นห่วงพี่น้อง 3 จังหวัด เพราะประเทศไทยมี 76 จังหวัดไม่ใช่ 73 จังหวัด ไม่อยากให้คนไทยทอดทิ้งพวกเขาเหล่านั้น วันหนึ่งเหตุการณ์ไม่สงบนั้นไม่ได้อยู่เฉพาะภาคใต้แต่มาอยู่ที่ราชประสงค์บ้านของเขา แต่สิ่งที่เขาทำคือ ส่งยิ้มให้เขาเหล่านั้น มองว่าเขาเป็นคนไทย แล้วก็ได้รับรอยยิ้มกลับมาเช่นกัน ,การไปให้กำลังใจ พูดคุยกับน้องๆในสถานพินิจทำให้เห็นว่าคนเราไม่ได้อยากเกิดมาเลว ช่วยกันทำดีเพื่อประเทศไทย

รศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ : เปลี่ยนโลก เริ่มต้นจากแปลงตัวตน

Igniter ลำดับที่ 18 : รศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์  หัวข้อ : เปลี่ยนโลก เริ่มต้นจากแปลงตัวตน
อาจารย์นำภาพที่เพื่อนเขาถ่ายภาพหนูติดกาวดักหนูตายมาให้ดู(ซึ่งเขาเป็นคนวางเอง) เมื่อได้เห็นภาพนั้น เราจะคิดแตกต่างกัน เช่น เศร้าจัง, โหดร้ายรับไม่ได้, มันคงพ้นทุกข์ไปแล้ว, ใครฆ่ามัน เป็นต้น เมื่อเริ่มคิดจากร้อยก็จะกลายเป็นพัน และเป็นล้าน มีการเพิ่มเสริมปรุงแต่งเข้ามามากมาย ย้อนกลับไปที่คนถ่ายรูปภาพหนูคนนั้น เขาโทรมาสารภาพผิด ในสิ่งที่เข้าทำ รู้สึกผิด เศร้าใจ นั้นแสดงให้เห็นว่า หนูติดกับดักหนู ส่วนคนวางกับดักกลับติด “กับดักความคิด” อยู่กับความผิดที่หนู กระบวนต่างๆเหล่านี้ควรจะต้องเกิดขึ้นนั้นคือ  พูด-เล่า ตั้งใจฟัง ซักถาม-ถกกันทางความคิด จะทำให้เกิดการระบาย บำบัด-เยียวยา และส่งผลให้เกิดการเติมพลังให้ใจมีแรง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ หากเรายังติดกับดักทางความคิด จมปลักกับวงวนเดิมๆ แล้วยังไม่พอมันจะเกิดแรงดึงดูดสิ่งที่ไม่ดีอื่นๆเข้ามาด้วย หากเปรียบเทียบความคิดกับคอมพิวเตอร์ ต้องมีการเคลียร์ crash บ้าง ลบ(delete)ไฟล์ขยะออกบ้างเครื่องจะได้เบาคิดอะไรได้ง่าย ในเมื่อเลือกลบได้ ก็ต้องเลือก บันทึก(save)ได้เช่นกัน แต่บางทีไฟล์นั้นสำคัญ ลบ ไม่ได้จริงๆ ก็ควรย่อแล้วเก็บไว้ในที่ควรเก็บไม่ใช่เอาไว้หน้าจอ แล้วเก็บมาหลอกหลอนตัวเอง ต่อไปคือการค้นหาภาพดีแล้วบันทึกไว้ “วันวานเราฝึก…ท่องจำ วันนี้เราแค่ “search&save” ภาพแห่งความทรงจำดีๆ เอาไว้(แอบ)ยิ้มกนในยามยาก” (ให้ตายเถอะชอบสุดๆเลย)  ใครที่เบื่ออะไรก็ตามให้ลองมองหาอีกมุมที่สวยของมันให้เจอ ท้องต้องการอาหารที่มีประโยชน์ สมองก็เช่นกัน ความต้องการนั้นคือ คลังภาพที่งดงาม ความทรงจำดีๆ หากไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไร เริ่มที่เปลี่ยนที่ตัวตน ด้วยการฝึกวันละ 1 นาที นึกถึงภาพที่สวยงาม ที่น่าจดจำของวันนั้นก่อนเข้านอน พรุ่งนี้จะเป็นยังไง แค่คืนนี้ฝันดีก็ได้กำไรแล้วไม่ใช่หรือ  ผมว่านี้คือ วิธีคิดบวกที่ทรงพลังที่สุดแล้ว ขอบคุณครับ อ.ปาริชาต

คุณทรงกลด บางยี่ขัน : สิ่งที่ไม่ควรลืม

Igniter ลำดับที่ 19 : คุณทรงกลด บางยี่ขัน @zcongklod หัวข้อ : สิ่งที่ไม่ควรลืม
เขาเป็น Igniter ที่ไม่ขึ้นมาพูด แต่เอาเรื่องราวมาให้อ่าน ตัวอักษรปรากฎขึ้นมาทีละบรรทัด ตามจังหวะการอ่าน

“สวัสดีครับทุกท่าน
ผม, ทรงกรด บางยี่ขัน

เรื่องที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้ เป็นหนึ่งในเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตผม
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยเล่าเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ผมไม่ได้เล่าเรื่องนี้นานแล้ว นานจนเกือบลืมไปแล้ว
โชคดีที่ผมไม่ลืมมัน

ผมเชื่อว่า
โลกเราหมุนไปด้วยแรงของใครบางคน
ที่ลงมือทำอะไรบางอย่าง ซึ่งแตกต่างไปจากเดิม

โลกนี้จึงมีคนอยู่ 2 ประเภท
คนที่ออกแรงหมุนโลก
กับ คนที่อยู่ในโลกที่กำลังหมุน

ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยถามตัวเองว่า เรียนจบแล้วอยากทำอะไร
คำตอบคือ ผมก็ไม่รู้
รู้แค่ ผมอยากเป็นหนึ่งแรงที่ร่วมหมุนโลกใบนี้
(อาจจะฟังดูน่าหมั่นไส้ แต่ความฝันของหนุ่มสาวมักใหญ่เกินคัวเสมอ)

ตอนนั้น ผมเป็นประะานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย
เราไม่เคยทำงานเคลื่อนไหว คัดค้าน หรือเปลี่ยนแปลงอะไร
เพราะเชื่อว่า เราเป็นแค่นิสิตนักศึกษาตัวเล็กๆ
จะไปเปลี่ยนอะไรโลกใหญ่ใยนี้ได้

เราก็เลยทำแต่กิจกรรมที่อธิบายได้ด้วยคำเฝือๆว่า ปลูกจิตสำนึก
พาคนไปอยู่กับธรรมชาติ ให้รู้จักธรรมชาติ
และพาคนไปรับฟังปัญหาที่เกิดกับธรรมชาติ เพื่อให้เข้ใจปัญหา
ยิ่งเห็นะรรมชาติที่สวยสมบูรณ์แค่ไหน เราก็เกลียดผู้สร้างปัญหาแค่นั้น

ในวันที่เราเป็นแค่คนตัวเล็กๆ เราอาจเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
แต่ถ้าเราไม่ลืมมัน
วันหนึ่งเมื่อเราตัวใหญ่ขึ้น เราจะเปลี่ยนแปลงมันได้
ไม่ช้าก็เร็ว ไม่มากก็น้อย

ในค่าย ผมชอบเล่าเรื่องอดีตนักศึกษาคนหนึ่งซึ่งผมอ่านเจอในหนังสือพิมพ์
เขาเคยเป็นเด็กค่าย เหมือนพวกเรา
ชอบแบกเป้ลุยป่า ชอบเรียนรู้วัฒนธรรมชนเผ่า เหมือนพวกเรา
เขาเห็นคุณค่าของธรรมชาติ และเห็นว่าคนกำลังฆ่าธรรมชาติ เหมือนพวกเรา

วันนั้น เขาเป็นแค่นักศึกษาตัวเล็กๆ ที่เห็นปัญหา แต่ไม่เห็นทางแก้
เขาไม่รู้ว่า จะมีส่วนในการแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไง
เพราะมองไปทางไหน ก็เห็นแต่เงื่อนไขของปัญหาที่ใหญ่เกินตัว
วันนั้น เขาไม่ได้ลงมือทำอะไร แต่เขาไม่เคยลืมมัน

อีกหลายสิบปีให้หลัง
เขากลายเป็นผู้บริหารอันดับ 2 ของบริษัทการเงินแห่งหนึ่ง
เขากลายเป็นนักการเงินผู้มั่งคั่ง มีชีวิตที่สุขสบาย
ห่างไกลจากสิ่งที่เขาเคยเป็นเมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

เขาบอกว่า เขาไม่เคยลืมความรู้สึกในตอนนั้น
วันนั้น เขาอาจจะทำอะไรไม่ได้ แต่เขาไม่เคยลืมมัน

เวลาผ่านไปหลายสิบปี เขายังไม่ลืมมัน
ในวันที่ประเทศไทยยังไม่รู้จักกฎหมายสิ่งแวดล้อม
เขาอออกกฎแปลกๆที่ทุกคนในบริษัทสงสัย
โครงการอุตสาหกรรมที่ขอกู้เงินกับบริษัทของเขา ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย

ในที่สุด อดีตนักศึกษาตัวเล็กๆคนหนึ่ง
ก็สร้างการเปลี่ยนแปงให้เกิดขึ้นกับสิ่งที่เขารักได้

ความฝันของหนุ่มสาวมักเป็นเรื่องใหญ่เกินตัว
จึงไม่แปลกที่เมื่อเราดตขึ้น รู้จักโลกในความเป็นจริงมากขึ้น
เราจะหลงลืมความฝันที่เปี่ยมไปด้วยพลังเหล่านั้น
เพราะคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้

ผมเสียดายที่ลืมชื่อนักการเงินคนนี้
แต่ผมไม่เคยลืมเรื่องนี้

ผมไม่เคยลืมเรื่องนี้
ตั้งแต่วันที่ผมเป็นนิสิตนักศีกษาตัวเล็กๆ
จนถึงวันที่กลายเป็นคนทำสื่อสิ่งพิมพ์ที่พอจะมีผู้อ่านอยู่บ้าง

ทุกคนอาจสงสัยว่า เวลาจะหมดอยู่แล้ว ทำไมผมถึงยังไม่พูดอะไรเลย
สิ่งที่ผมจะบอกก็คือ ผมไม่ใช่นักพูด
ถ้าผมพอจะสร้างการเปลี่ยนแปลให้โลกนี้ได้บ้าง
มันก็เกิดขึ้นจากตัวหนังสือของผม ผ่านผู้อ่านของผม

คุณผู้อ่านของผมครับ
สิ่งเดียวที่ผมอยากจะบอกกับพวกคุณในค่ำคืนนี้ก็คือ

ถ้าคุณมีความฝันอยากเปลี่ยนแปลงผู้คนรอบข้าง
เปลี่ยนแปลงปรเทศไทย หรือเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น
แต่วันนี้คุณยังทำไม่ได้

จงจำความรู้สึกนี้ไว้
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จงอย่าลืมมัน
แล้ววันหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว
คุณจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้

ผมหวังว่าทุกคนจะไม่ลืมมัน
ขอบคุณครับ”

แล้วเขาก็ลงจากเวที โดยไม่พูดอะไรเลย ความเงียบเปลี่ยนเป็นเสียงตบมือยาวนาน

คุณขัตติยา สวัสดิผล : การเมืองในครอบครัว

Igniter ลำดับที่ 20 : คุณขัตติยา สวัสดิผลหัวข้อ : การเมืองในครอบครัว
ผมรู้สึกถึงน้ำเสียงสั่นเครือตลอดการพูดของเธอ “ทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ ต้องมีบางส่วนที่ไม่ชอบคุณพ่อของเดียร์ เนื่องจากคุณพ่อของเดียร์เป็นผู้ฝึกการ์ดให้กับ นปช. แต่อยากขอโอกาสนี้พูดถึงคุณพ่อในอีกแง่มุมหนึ่งที่คุณพ่อมีต่อเดียร์และครอบครัวว่า ผู้ชายที่ชื่อเสธ.แดง พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล ในอีกแง่มุมหนึ่งแล้วเขาเป็นคนที่อ่อนโยนมากขนาดไหน”  เมื่อ 2 ปีก่อนคุณเดียร์เป็นข่าวขัดแย้งกับครอบครัวเนื่องจากไปชุมนุมกับพันธมิตรในขณะที่พ่อเป็นคนฝึกการ์ดให้ นปช. เธอเปิดเผยว่าแม้ข้างนอกเธอกับพ่อจะมีความแตกต่างทางความคิดแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ที่บ้านแล้วสองพ่อลูกไม่เคยพูดถึงเรื่องการเมืองเลย ในบ้านคือ “พ่อลูกกัน” “เนื่องจากว่าเดียร์เป็นลูกสาวคนเดียว และคุณแม่เสียชีวิตไปเมื่อวันนี้(16 มิ.ย. 53) แต่เป็น 6 ปีที่แล้ว เมื่อเกิดเหตุพ่อถูกยิง ผู้ที่ตัดสินใจความเป็นความตายคือคนในครอบครัวเท่านั้น ไม่มีใครจะช่วยได้เลย “เดียร์อยากให้เอาข้อคิดข้อนี้ ไปถึงครอบครัวที่มีความแตกแยกกันว่า สุดท้ายแล้ว ณ วินาทีสุดท้ายของเรา เราจะไม่เหลือใครเลยนอกจากคนในครอบครัวของเรา ที่คอยดูแลเราอยู่ข้างๆเตียงที่โรงพยาบาล ไม่ใช่แกนนำ นปช. ไม่ใช่แกนนำพันธมิตรที่จะมาตัดสินว่า คุณควรจะย้ายไปโรงพยาบาลวชิรหรือไม่” วันนี้เธอไม่เหลือใครแล้ว แต่เธออยากให้ทุกคนคิดว่า เรายังมีชีวิตของเราที่เราจะต้องดำเนินต่อไป ให้ทุกคนใช้สิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่สอนมา ที่ผ่านมาทั้งหมดในชีวิตของเราเพื่อดำเนินต่อไปในอนาคต เป็นตัวแทนของเขาที่จะก้าวต่อไปในแต่ละวัน  สุดท้ายเธอบอกว่า “ถ้าเกิดใครไม่ชอบเสธ.แดง ขอโอกาสนี้ขอโทษให้คุณพ่อจริง ๆ ถ้าเกิดว่าคุณพ่อพูดอะไร หรือว่าทำอะไรให้ใครไม่ถูกใจคนหลาย ๆ คน แต่เชื่อเถอะว่าคุณพ่อมีเหตุผลส่วนตัว”

เป็นงานที่ดีจริงๆ จุดประกายความคิดได้ดีเหลือเกิน เป็นแรงบันดาบใจที่มีคุณค่าแก่การเผยแพร่ ผมขอเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ข้อมูล ให้สังคมไทยคิดบวกให้มากขึ้น คิดถึงคนอื่นให้มาก เพื่อให้เป็นบ้านที่น่าอยู่ของทุกคน ขอบคุณผู้จัดงาน ขอบคุณ Igniters ทุกท่าน ขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกท่าน

ติดตามอ่าน “บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 1”

บล็อกเกี่ยวกับ IgniteTH ของท่านอื่น
เรื่องดีๆ มันจุดประกายกันได้ – ครึ่งแรก และ เรื่อง ดีๆมันจุดประกายกันได้ – ครึ่งหลัง โดย @suckoja
Ignite Thailand ++ – วันนี้คุณคิดบวกกันหรือยัง ? โดย @kajeaw
Ignite Thailand++ รวมพลังคิดบวก เพื่อเปลี่ยนประเทศไทย โดย @patsonic

บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 1

IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย

IgniteTH เป็นงานที่ใหญ่ ดูจริงจังและเปิดกว้างมากกว่า IgniteBKK ที่เคยไปมา งานได้รับความสนใจจากคนจำนวนมา @nuishow พิธีกรดำเนินรายการ บอกว่ามีคนลงทะเบียนไว้ถึง 700 กว่าคน แต่มาจริงเท่าไหร่นั้นต้องรอทางผู้จัดสรุปตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง เนื้อหาค่อนข้างเยอะดังนั้นผมจะแบ่งเนื้อหาเป็นสองตอน ตามช่วงของ ignite ที่แบ่งเป็นสองช่วงเช่นกัน รับรองว่าสนุก และสร้างสรรค์มากๆ ผมเริ่มจะรักงาน ignite ขึ้นมาแล้วสิ เสน่ห์ของมันคือ เร็ว กระชับ ตรงประเด็น มีเรื่องราว หลากหลาย  ถ้าเราได้อ่านประวัติของ igniters แต่ละท่านก่อนจะดีมาก เขาไปดูได้ที่ https://www.ignite.in.th และขอเริ่มการบันทึกงาน igniteTH นะบัดนี้ครับ

IgniteTH จัดขึ้นในวันที่ 16 มิ.ย. 2553 เวลาตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป  ณ ลุมพินีสถาน (Lumpini Hall) การไป IgniteTH ครั้งนี้ ไปพร้อมกับรุ่นพี่อีก 2 คน เลยไม่เหงา เป็นผลพวงจากการแนะนำงาน IgniteBKK ให้พี่ๆได้รู้จัก และความน่าสนใจของ Igniters แต่ละท่านในงานด้วยอีกส่วนหนึ่ง

@nuishow พิธีกรในงาน igniteTH

ขอพูดถึงคุณ @nuishow พิธีกรผู้ดำเนินรายการเสียก่อน ล้ำหน้าด้วยการใช้ iPad แทนกระดาษเป็นตัวช่วยในการดำเนินรายการ ดำเนินรายการได้สนุกและมีมุกแทรกให้ฮาเป็นระยะ และเป็นอีกจุดหนึ่งที่ดีกว่าครั้งก่อนคือมีการแนะนำ Igniters แต่ละท่านอย่าละเอียด ก่อน Igniters จะขึ้นพูด ทำให้ผู้ฟังได้ทำความรู้จักเบื้องต้นกับผู้พูดก่อนล่วงหน้าลดเวลาการแนะนำตัวของ Igniters และเข้าเรื่องที่จะพูดได้ทันที

ช่วง Ignite Show โดย @Pi_Pooh

ช่วง Ignite Show คุณ @Pi_Pooh ได้เอาระบบ Augmented reality ที่ได้เขาพัฒนา มาสาธิตให้ดู เป็นระบบที่เปรียบเสมือนการเชื่อมโลกจริงกับโลกเสมือนเข้าด้วยกัน เป็นการใช้กล้องเว็บแคมถ่ายแสดงผลซ้อนทับกันของวัตถุที่สร้างจากโปรแกรมกับภาพจริงจากกล้อง  นามบัตรเมื่อดูผ่านเว็บแคมจะแสดงแผนที่บริษัทในแบบ 3 มิติ, แผ่นกระดาษแสดงตัวโน๊ต ที่สามารถเปลี่ยนเสียงเครื่องดนตรีได้ตามต้องการ และยังสามารถใส่เพลงเพื่อฝึกการเล่นได้ เหมือนเกมกีต้าฮีโร่ เป็นผลงานที่ต่อยอดมาจากโปรเจคจบเมื่อครั้งเรียนในคณะวิศวะฯ จุฬาฯ

แนะนำเครือข่ายพลังบวก

แนะนำเครือข่ายพลังบวก เป็นการรวมตัวของกลุ่มหลายอาชีพ ส่วนใหญ่เป็น วงการโฆษณา social network  organizer ฯลฯ ที่จะมาช่วยกันคิดในเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาประเทศ  Ignite Thailand คือหนึ่งในการกิจกรรมของเขื่อข่าย นอกจากนี้ยังมีการรณรงค์ผ่านสื่อต่างๆ และได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา ชุด “ต่อไปนี้ถ้าเธอพูด ฉันจะฟัง”

คลิป credit: @iwhale

ความยาวประมาณ 2 นาที เนื้อหาเป็นการตั้งคำถามให้คิด ประกอบกับภาพความสูญเสีย โดนใจมาก เสียงคุ้นๆเหมือนโฆษณาแม่ต้อย บ้านโฮมฮัก ร่วมเป็นส่วนหนึ่งได้ที่  https://facebook.com/PositiveNetwork

จุ๋ย จุ๋ย

เริ่มเปิดงานด้วย การแสดงของ จุ๋ย จุ๋ยส์ นักร้องเพลงอินดี้(ชอบเพลงบทที่ 1 ของเขามาก) เขามีโอกาสได้ทำเพลงในอัลบั๊มประกอบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ครั้งนี้ด้วย ฟังเพลินดีครับ ขยับขาตามนิดๆ เป็นอีกหนึ่งของคนกล้าคิดนอกกรอบ กล้าที่จะแตกต่าง

@iwhale

igniter ลำดับที่ 0 : คุณปรเมศวร์ มินศิริ @iwhale หัวข้อ : IgniteTH พลังบวก Slide : ignite-thailand-igniteth

เป็นเหมือนการสาธิตรูปแบบการจัดงาน Ignite ให้ทุกคนได้รู้จักมากขึ้น พูดถึงการคิดในแง่บวก ใช้ความคิดในทางบวกเป็นแรงผลักดัน ในการดำรงชีวิต การสร้างสมดุลระหว่างความต้องการกับความเป็นจริง เล่าเรื่องน้องเนสเด็กที่ต้องผ่าตัดเพื่อรักษาหู แต่ค่ารักษาพยาบาลแพงเป็นล้าน พ่อแม่มีเงินไม่พอ แต่คิดและตั้งใจจะช่วยลูกให้ได้ จึงเขียนและเล่าเรื่อง ส่งไปที่ต่างๆเพื่อขอรับเงินบริจาค สุดท้ายได้รับน้ำใจจากคนใจดีช่วยกันบริจาคจนสามารถผ่าตัดหูให้น้องเนส ทำให้ไม่หูหนวก มันเป็นเรื่องของความพยายามแม้จุดหมายจะมองไม่เห็น ทิ้งท้ายให้ทุกคนตั้งใจฟังในสิ่งที่ Igniters ทุกๆคนมาเล่า มาจุดประกาย ความคิดบวกให้เรา

ท่านเจ้าคุณพระศรี ญาณโสภณ (ปิยโสภณ)

igniter ลำดับที่ 1 : ท่านเจ้าคุณพระศรี ญาณโสภณ (ปิยโสภณ)  หัวข้อ : พลังบวกสร้างชาติ

-รัฐนาวาไทย มีเรือลำหนึ่งล่องอยู่กลางทะเล มีลูกเรือมากมายหลายคน วันหนึ่งเกิดเรือเป็นรู นำซึมเข้ามา ทุกคนในเรือเกี่ยงกันว่าใครจะเป็นคนอุดซ้อมเรือ ไม่มีใครยอมทำ สุดท้ายเรือล่มต้องจบชีวิตกันทั้งลำ

-ครอบครัวทหารเกณฑ์ เขาไปรับใช้ชาติที่ 3 จังหวัดชายแดน ต้องเสียชีวิต เพื่อรักษาโฉนดที่ดินของประเทศไทยให้เป็นแผ่นเดียว แม้ตัวเองไม่มีแม้แต่ที่ทำกินเป็นของตัวเอง ดังนั้นเราต้องคิดว่า “เราจะคืนกำไร ให้แผ่นดินได้อย่างไร มิใช่แต่จะทำกำไรจากแผ่นดิน”

– ช่วยกันเติมเต็มความรักให้กัน โดยต้องพยายามฝึกตนดังนี้ 1.ฝึกหัดรักคนอื่น 2.ฝึกหัดมองคนอื่นด้วยความสงสารและเห็นใจ 3.ฝึกหัดยกย่องและชื่นชม 4.ฝึกหัดไว้ใจ เข้าใจ เห็นใจ และวางใจ

@hunt

igniter ลำดับที่ 2 : คุณศิระ สัจจินานนท์ @hunt หัวข้อ : No color – Truth has no color

พูดถึงเว็บ nocolor.org ที่มีสโลแกนว่า  the truth has no color ในช่วงเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศไทย มีข้อมูลปล่อยออกมาสู่โลกออนไลน์มากมาย ทั้งคลิปวีดีโอ ภาพนิ่ง เนื้อหาอื่นๆอีก แต่เราไม่รู้เลยว่า “ความจริง” คืออะไรกันแน่ สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ เราได้ดูได้เห็นคลิปวีดีโออันหนึ่งแล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ ไม่คิดที่จะหาข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม ด้วยแนวคิดนี้จึงเกิดการรวมกลุ่มกันของคนที่รู้จักกันใน social network มาช่วยกันค้นหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ด้วยการเปิดรับ และรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้อง คัดกรองเนื้อหาที่ปลอมแปลง เรียบเรียง และสรุปข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทีมงานมีใครบ้าง @fringer @imenn @warong @hunt @tpagon @neomatic @ipattt @iannnn @iampedd อ.สมชัย จิตสุชน, นภาพร  พิพัฒน์ ทิ้งท้ายดด้วยประโยคเด็ด “ถ้าหากคุณเชื่อว่าความปรองดองจะเริ่มต้นไม่ได้หากปรศจากความยุติธรรม และ ความยุติธรรมนั้นไม่อาจเกิดได้ถ้าปราศจาก “ความยุติธรรมของเรา” ที่ประกอบสร้างจาก “ความจริง” ของทุกฝ่ายทุกสี ขอเชิญมาร่วมค้นหาความจริงด้วยกันบน nocolor.org”-โดย @fringer

@rawitat

igniter ลำดับที่ 3 : คุณรวิทัต ภู่หลำท์ @rawitat  หัวข้อ : Positive Thinking in the Petsitive World : คิดบวก ในโลกที่โคตรติดลบ

ศัพท์ใหม่ Petsitive คือ คือลบกว่าติดลบ อยู่ในดลกที่เต็มไปด้วย petdo ต่อไปถ้าได้ยินคำว่า ไอ้ชั่ว ไอ้เชี่ย ไอ้เหี้ย ให้คิดว่าได้ยินคำว่า i sure, i cheer , i hear การคิดบวกเราต้องคิดเสมอว่า การทำให้สิ่งเล็กมีค่าเสมอ เมื่อเกิดปัญหาต้องร่วมช่วยกันแก้ ถ้าทุกคนทำเพื่อส่วนรวมแล้ว ทุกคนจะได้อะไรมากว่าทำเพื่อตนเอง ฝากเว็บ iampetdo.com ให้ติดตามพฤติกรรมของ petdo อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ https://www.rawitat.com

คุณนที สรวารี

igniter ลำดับที่ 4 : คุณนที สรวารี   หัวข้อ : Just See Him ….. To FRIENDS

FRIENDS ประกอบด้วยคำย่อย ต่างๆดังนี้ F=Friendly เป็นมิตร ,R=Relax & Record ผ่อนคลายและจดจำ อย่างสนุกสนาน , Independent พึ่งตนเอง ความเป็นอิสระ, E-Education การเรียนรู้, N=Nature ธรรมชาติ, D=Dream ความฝัน , S=Spirit จิตวิญญาณ คำว่า FRIENDS เป็นการบอกเล่าเรื่องประสบการณ์ทำงานเพื่อคนในสนามหลวงของคุณนที การให้ความช่วยเหลือ การเอาใจใส่พวกเขาเหล่านั้น ผลที่ได้ตอบแทนมาคือ แทนที่เขาจะเป็นปัญหาสังคมเขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้ สังคมก็จะที่ดีขึ้น

ผศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ : แอนตาร์กติก

igniter ลำดับที่ 5 ผศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์  หัวข้อ : แอนตาร์กติก

แอนตาร์กติก เป็นทวีปที่ปกคลุมไปด้วยนำแข็ง ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่อย่างถาวร  ที่น่าสนใจคือแอนตาร์กติกคือที่รองรับขยะของโลก นั้นคือ CO2 การเกิดภาวะโลกร้อน ถ้าหากน้ำแข็งที่นั้นละลายหมดน้ำทะเลจะสูงขึ้นอีก 60 เมตร (เราจะไปอยู่ไหน) เราจะช่วยโลกใบนี้ได้อย่างไร ทุกคนต้องร่วมมือกัน สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ง่ายๆ เพียงการลดใช้ถุงยางพลาสติก ลดการใชเโฟม เลือกที่จะไม่รับขยะเหล่านี้ เริ่มที่ตัวเราและค่อยๆขยายไปท่คนข้างเคียง มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ช่วยโลกก็เหมือนช่วยตัวเราเอง

คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ : 3 เทคนิคนำความสุขมากระแทกตัว - เทคนิคส่วนตัวที่ใช้แล้วได้ผล..!

igniter ลำดับที่ 6 : คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ @pawoot หัวข้อ : 3 เทคนิคนำความสุขมากระแทกตัว – เทคนิคส่วนตัวที่ใช้แล้วได้ผล..!

มากับอารมณ์สนุกสนาน

เทคนิคข้อที่ 1 อยู่กับปัจจุบัน อะไรที่ทำให้ไม่มีความสุข มันคือปัญหามากมายที่อยู่ในชีวิต สามารถแบ่งปัญหาต่างๆออกเป็น 2 กลุ่ม คือปัญหาในอดีต กับปัญหาในอนาคต  ส่วนตัวเราอยู่กับปัจจุบัน ณ ขณะ แล้วปัญหาต่างๆจะเล็กลง

เทคนิคข้อที่ 2 คิดบวก อย่าคิดมาก ยกตัวอย่าง คนอื่นคุยกันเรื่องอะไรไม่รู้ แต่กลับเป็นทุกข์เพราะคิดลบ คิดว่าเขานินทาตัวเองอยู่ ต้องตัดปัญหานี้ให้ได้ คิดในแง่บวกไว้

เทคนิคข้อที่ 3 คือพูดดี คำพูดสร้างพลัง ต้องพูดว่า “ผมทำได้” แล้วเราจะรู้สึกถึงพลังของความเป็นไปได้ หันไปพูดกับคนข้างๆว่าเราจะทำมันได้ แล้วมันจะเป็นไปได้

คุณชินวิทย์ โสดี : วัยรุ่นสายพันธุ์ใหม่ ใส่ใจจิตอาสา

igniter ลำดับที่ 7 : คุณชินวิทย์ โสดี หัวข้อ: วัยรุ่นสายพันธุ์ใหม่ ใส่ใจจิตอาสา

น้อง Igniter ที่มีอายุน้อยที่สุดของงาน  เป็นตัวอย่างที่ดีของเด็กวัยรุ่นที่มีการรวมกลุ่มกันในชมรมจิตอาสากุนนที มีกิจกรรมสร้างความสุขให้น้องๆที่อยู่ในโรงพยาบาลเด็ก ผ่านทางเสียงดนตรี การเล่านิทาน การเล่นเกม น้องๆหลายคนสามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ดีได้ด้วยกิจกรรมต่างๆที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น การจะทำความดีนั้นเริ่มต้นที่จิตใจ ไม่ใช่หน้าตา น้องชินวิทย์เชิญชวนให้วัยรุ่นให้ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเพื่อสังคม สร้างรอยยิ้มให้กันและกัน ผ่านทางกิจกรรมต่างที่ตัวเองชอบ กีฬา ศิลปะ ดนตรี และอื่นๆอีกมากมาย สิ่งที่น้องๆทำนั้นคือการ “ตามรอยเท้าพ่อ” ช่วยแบ่งปันภาระของพ่อ

คุณณัฐศักดิ์ ท้าวอุดม (ครูยุ) : ทำไมต้องสอนว่ายน้ำให้เด็กหูหนวก

igniter ลำดับที่ 8 :คุณณัฐศักดิ์ ท้าวอุดม (ครูยุ)  หัวข้อ: ทำไมต้องสอนว่ายน้ำให้เด็กหูหนวก

ครูยุ เป็นครูสอนว่ายน้ำให้เด็กหูหนวก ที่น่าชื่นชมมาก หลายคนถามเขาว่า ทำไมต้องสอนเด็กหูหนวกว่ายน้ำ คำตอบก็คือ เด็กธรรมดาเมื่อจมน้ำ ร้องให้คนช่วยได้ แต่ถ้าเป็นเด็กหูหนวจะเป็นใบ้ด้วยดังนั้นเขาจะร้องขอความช่วยเหลือไม่ได้ เริ่มต้นเขาพยายามที่จะเรียนภาษามือ หาโรงเรียนสอนก็ไม่มี ซื้อหนังสือภาษามือมาอ่านก็ช่วยไม่ได้ สุดท้ายได้น้องๆหูหนวกจากภาคเหนือช่วยสอนให้แลกกับการช่วยน้องๆขายของ ต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะสื่อสารได้ และแล้วเขาก็เปิดสอนน้องๆหูหนวกได้ด้วยห้องเรียนแรก 40 คน สิ่งที่เขาได้กลับมาคือ คำพูดเล็กของน้องๆหูหนวกผ่านทางภาษามือ “หนูเคยจมน้ำ ตอนนี้ฝึกว่ายน้ำ ไม่กลัวแล้ว ” ครูยุ พูดพร้อมทำภาษามือประกอบ ถึงได้รู้ว่าทำไมการนำเสนอของเขาถึงต้องมีขาตั้งไมค์บนเวทีต่างจาก igniter ท่านอื่น เงินทองจะไม่อยู่กับเรา สิ่งที่จะอยู่กับเราคือ “ความดี”  ครูยุพูดเสร็จลงจากเวที แต่เสียงตบมือดังยาวนาน

คุณปรัชญา สิงห์โต : อ๊อด อ๊อด

igniter ลำดับที่ 9 : คุณปรัชญา สิงห์โต @iannnnn  หัวข้อ: อ๊อด อ๊อด

เขาขึ้นสไลด์อันแรกด้วย สัญลักษณ์จัดเรตตี้ของทีวี  “สไลด์ที่ท่านจะได้ชมต่อไปนี้ ไม่สร้างสรรค์ ไม่ช่วยพัฒนาสังคม หรือสร้างแรงบันดาลใจใดๆทั้งสิ้น” แค่นี้ก็ฮาแล้ว เรื่องที่พูดคือ คาเร็คเตอร์ของบุคคลประเภทหนึ่งที่ให้ชื่อว่า อ๊อต อ๊อด เปรียบเหมือน ซึเนะโอะ ในการ์ตูนโดเรมอน เขามีนิสัยชอบทำลายบรรยากาศดีๆที่กำลังดำเนินอยู่ ชอบโอ้อวดทุกอย่างที่เขามี ถึงเขาไม่มีก็อวดได้ “พี่ที่ทำงานมี” ในหัวของเขามีแต่เรื่อง “useless facts” คือเรื่องจริงที่ไร้ประโยชน์  การออกเสียงหนังเรื่อง Iron man,เทคโนโลยีของ iPhone 4 ที่สุดเทพ แต่อย่างใดก็ตาม อ๊อตอ๊อต คือ พวกที่โหยหา ความรักความเมตตา

คุณพิทยากร ลีลาภัทร์ : เครื่องบินหลากสี

igniter ลำดับที่ 10 : คุณพิทยากร ลีลาภัทร์  หัวข้อ : เครื่องบินหลากสี

ผมชอบการเล่าเรื่องของ igniter ท่านี้มาก พูดเป็นระบบ และเชื่อมโยงเรื่องได้ดีมาก สิ่งที่เขาเล่าคือ เริ่มต้นการบิน (Take off) เครื่องบินมีหลากหลายสี แล้วแต่คนผลิตจะแต่งแต้ม เครื่องบินหลากสีสอนอะไรเราได้หลายอย่าง เครื่องบินถูกสร้างขึ้นมาโดยมนุษย์ มีวัตถุประสงค์และการใช้งานแตกต่างกัน ทฤษฎีของ Abraham_Maslow ว่าด้วยความต้องการของมนุษย์

1. ความต้องการทางด้านร่างกาย ( Physiological needs )

2. ความต้องการความปลอดภัย ( Safety needs )

3. ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ ( Belongingness and love needs )

4. ความต้องการได้รับความนับถือยกย่อง ( Esteem needs )

5. ความต้องการที่จะเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง ( Self-actualization needs)

จะเห็นว่าจุดสูงสุดของการใช้ชีวิตคือ เข้าใจตนเอง ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ตรงกับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า วิปัสสนา หมายถึง การรู้กายใจ ตามความจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่น เป็นกลาง , แยกแยะ แบ่งออก จำแนก แจกแจง, เห็นความจริงว่าตัวตนไม่มี มีแต่ความคิดว่านี่คือตัวตน , พ้นทุกข์ด้วยปัญญา เมื่อพิจารณาดังนั้น ถ้าหากเรามองและพิจาณาอย่างท่องแท้แล้ว จะรู้ว่าเครื่องบินนั้นมันไม่ใช่เครื่องบิน แต่ประกอบอุปกรณ์ต่างๆมารวมกัน เช่นเครื่องยนต์ เข็มไมค์ ล้อ ที่นั่ง เมื่อมองย้อนมาที่ตัวเรา เรายึดมั่นว่าสิ่งต่างๆเป็นของตัวเรา กาย ทุกข์ สุข ความคิด อารมณ์ ถ้าเราเข้าใจว่ามันไม่ใช่ของเรามันเป็นเพียงองค์ประกอบหลายๆอย่างมารวมกัน เมื่อนั้นเราจะเป็นต้นไม้ที่อยู่ในป่าไหนก็ได้ สีต่างกันก็อยู่ด้วยกันได้ และแล้วเครื่องบินก็ลงจอด(Landing)

คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม : สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น

Igniter ลำดับที่ 11 : คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม  หัวข้อ: สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น

ว่าด้วยการมองสิ่งต่างๆให้หลากหลายมิติ ปกติแล้วคนทั่วไปมองเห็นบางสิ่ง ด้านเดียว คนเก่งเข้เขาจะมองเห็น 2 ด้าน แต่คนที่เก่งกว่าจะเห็น 3 มิติ สิ่งต่างๆรอบตัวเรานั้นมีอย่างน้อย 2 องค์ประกอบ สรรพสิ่ง ค่อยๆเปลี่ยนแปลง สะสมจากปริมาณไปสู่คุณภาพ การเปลี่ยนแปลง มาจากปัจจัยภายใน ต้องสัมพันธ์กับปัจจัยภายนอก ประโยคต่างๆเหล่านี้อธิบายด้วย “น้ำ”  เมื่อเราเห็นน้ำในแก้ว เรามองมันเป็นแค่น้ำมันก็จะเป็นแค่นั้น เราต้องมองให้ลึกว่านั้น น้ำเปลี่ยนเป็นไอน้ำ เปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง นั้นคือทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเสมอ น้ำมีอยู่ 2 องค์ประกอบ ไฮโดเจน(H) ออกซิเจน(O) แล้วแต่ละส่วนนั้นยังมีความน่าสนใจอีก ไฮโดเจนสามารถติดไปเป็นเชื้อเพลิงได้ ออกซิเจนเป็นตัวช่วยให้ไฟติด แต่เมื่อ ไฮโดเจนสองส่วนรวมตัวกับออกซิเจนกลายเป็นน้ำที่สามารถดับไฟได้ การใช้ความคิดเมื่อเห็นอะไรบางอย่างต้องตั้งคำถามว่า อดีตคืออะไร ปัจจุบันมาจากไหน อนาคตจะเป็นอย่างไร และหาคำตอบ เช่น เมื่อเห็นท่อนไม้มองหาว่าต้นต่อมันมาจากไหน(ป่า) แล้วมันจะกำลังจะไปเป็นอะไร บ้าน โต๊ะ หรือเก้าอี้ ฯลฯ กระบวนการคิดแบบนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จ มีการทดสอบการแบ่งวงกลมวงหนึ่งให้ได้มากที่สุด แต่วิธีการแบ่งวงกลมของเขาคือพื้นหลังนั้นมันประกอบไปด้วยวงกลมที่ซ้อนทับกันมีจำนวนไม่จำกัด เป็นแนวคิดที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

ช่วงแรกจบลงแล้ว โปรดติดตามช่วงที่ 2  พักทาน น้ำใบบัวบวก กับไอติมรวมมิตร

ติดตาม บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 2