เที่ยวพิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติ Art in Paradise ที่พัทยา เมื่อเรากระโดดเข้าไปอยู่ในภาพวาดได้

มีโอกาสได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติ Art in Paradise อยู่ที่พัทยาเหนือ เราไปกับคณะฯ เขาไปสัมมนาที่ชลบุรีและแวะเที่ยวที่นี้ ก่อนหน้านี้ได้ดูตามเว็บไซต์บ้างแล้ว น่าสนใจเลยทีเดียว ค่าเข้าชม 150 บาท ถือว่าคุ้มเลยล่ะ ถ่ายรูปกันสนุกเลย ได้ความรู้ด้วยนะ อาจารย์แนะนำว่า “พวกคุณกำลังอยู่ในรายวิชา Cognitive engineering ” ว่าด้วยขีดจำกัดของการรับรู้ของมนุษย์ มันคือภาพวาดที่อยู่บนผนังสองมิติ สามารถทำให้เป็นสามมิติได้!

ถ้าใครที่ชอบถ่ายรูปแล้วละก็ ที่นี้คือ สวรรค์ของคุณแน่นอน ต่อไปก็เป็นไอเดียของใครของมันล่ะครับ ที่จะออกแบบท่าประกอบยังไงให้สุดเท่

ถ้าจะไปเที่ยวอย่างลืมพกกล้องและเลนส์มุมกว้างๆไปด้วยนะ จะได้ถ่ายสะดวก คนค่อนข้างเยอะเหมือนกันนะ

ภาพประกอบต่อไป ขอขอบคุณ คุณพี่โย กับ คุณพี่เค ที่ถ่ายรูปให้นะครับ

แผนที่สำหรับการเดินทางไปที่ Art in Paradise พัทยา

ดู Art in Paradise ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

Art in Paradise ที่พัทยา

บัตรราคา 150 บาท เปิด 9.00 am. – 09.00 pm.

บัตรเข้าชม 150 บาท

อันนี้ภาพแรกที่อยู่ด้านหน้าทางเข้า

มีแสงเงาทำให้มันดูเหมือนลอยออกมาจากฉาก

เข้าไปข้างในจะเจอกลุ่มภาพที่ทำให้เรารู้ว่าการรับรู้ของเราผ่านทางตามีขีดจำกัด

ยกตัวอย่าง

ภาพนี้สีในวงกลมด้านบนกับด้านล่างคือสีเดียวกันนะ
ภาพนี้คาน ช่องว่างระหว่างคานขนานกันหมดนะ
ภาพนี้เส้นสีแดงกับเส้นสีน้ำเงินยาวเท่ากันนะ

โดยปกติแล้วไม่ค่อยชอบอยู่ในภาพเท่าไหร่ แต่พอเห็นภาพ 3 มิติในพิพิธภัณฑ์นี้ก็อดไม่ได้ที่จะคิดท่าประกอบกับภาพที่มีอยู่ ที่แห่งนี้มีเสน่ห์อย่างหนึ่งคือ ภาพจะทิ้งช่องว่างให้คุณกระโดดเข้าไปอยู่ได้ ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะสร้างสรรค์ท่าออกมาให้สนุกสนานแค่ไหน ไปกันหลายคนจะสนุกมากๆเลย หานางแบบ นายแบบส่วนตัวไปด้วยรับลองว่าจะเพลิดเพลินมากเลยทีเดียว ที่นี้คือสวรรค์ของสาวๆที่ชอบการถ่ายรูปเลยล่ะ!

ต่อไปก็เป็นภาพ 3 มิติสวยๆ ขออภัยกับท่าประกอบที่ติดเรทบ้างในบางภาพของผมนะครับ

Art In Paradise ให้อาหารปลา
หาน้ำให้น้องหมีกิน @Art In Paradise

ตัวเตี้ยเลยต้องเขย่งเท้านิดหน่อย แต่ภาพออกมาก็ฮาดีนะ

ฉลามตัวนี้ทั้งใหญ่ ทั้งสีสันสวยดี ลงทุนให้มันกัดแขนขาดไปเลย @Art in Paradise

เพื่อนบอกว่าอารมณ์ได้เลย

พยายามดึงสู้กับม้าลาย @Art in Paradise
นั่งเล่นบนหินกับชมนก @Art in Paradise

อันนี้ต้องเกร็งตัวสุดๆ

นั่งหันหลังให้แรดตัวใหญ่ @Art in Paradise
มาแย่งน้ำยีราฟกิน @Art in Paradise

ต่อไปจะเป็นกลุ่มของงานศิลปะอีกยุคที่เกี่ยวกับคน

ความจริงเขามีใบไม้ปิดอยู่นะ แต่ช่วยปิดอีกแรง @Art in Paradise
เขาให้ทาเล็บให้เธอนะแต่เราขอจูบแทนแล้วกัน @Art in Paradise
นั่งพิจารณาดูแล้วเธอสวยจริงๆ @Art in Paradise
ท่าดันโลก ท่านี้ทำเอาหลังเคล็ดเลยทีเดียว @Art in Paradise
อยากเป็นสไปเดอร์แมน @Art in Paradise
ดินสออันใหญ่ @Art in Paradise

ประมาณนี้แล้วกันนะครับ สรุปได้ว่าสนุกสนานกันทุกคนเลย ศิลปะทำให้เรามีความสุขได้

บันทึกเที่ยวเกาะล้าน พักที่เกาะหนึ่งคืน

เมื่อวันที่ 3-4 ธ.ค. 2554 ไปเที่ยวเกาะล้านกับพี่ๆที่ทำงานมาครับ เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นช่วงหยุดยาวสามวัน เราเลยหลบไปเที่ยวก่อนชาวบ้านเขา 1 วัน เราจัดทริปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้วางแผนนาน เพราะมีพี่ที่เคยไปเที่ยวแล้ว เราจึงเหมือนมีคนนำทาง พวกเราจองที่พักล่วงหน้า พร้อมทั้งให้ที่รีสอร์ททำอาหารเย็นให้ กับสั่งอาหารทะเลสดให้เรามาย่างกันเอง เป็นบ้านพักหลังใหญ่สำหรับ 8 คน แต่ไปกันแค่ 5 คน เหมือนจะใช้พื้นที่ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ สรุปทริปนี้สั้นๆ “ทะเลใส พายเรือสนุก อาหารอร่อย” เริ่มการบันทึกการเที่ยวเกาะล้านกันเลยนะครับ

ออกเดินทางจาก กทม. โดยรถตู้ ท่ารถอยู่ใต้ BTS สถานีอนุเสาวรีย์ อยู่ข้างโชว์รูมของซูซูกิครับ ราคาคนละ 100 บาท บอกเขาว่าจะไปเกาะล้าน รถออกเรื่อยๆทุก 15-20 นาที

ท่ารถไปเกาะล้าน(ท่าเรือแหลมบาลีฮาย)

ใช้เวลาประมาณ 2 เกือบ 3 ชั่วโมง ก็ถึงพัทยา รถตู้ไปส่งเราที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย ท่าเรือที่มีเรือข้ามไปเกาะล้าน

เดินไปขึ้นเรือไปเกาะล้าน

ต้องเดินลงไปขึ้นเรืออยู่เกือบท้ายๆของท่า ไปจ่ายตังค์ตอนขึ้นเรือคนละ 30 บาท

เรือข้ามไปเกาะล้าน

เรือข้ามไปเกาะล้านมีเวลาออกเรือดังนี้ครับ (ดูในรูป) แต่ที่รีสอร์ตบอกว่ามันออกทุกๆ 1 ชั่วโมงนะครับ

ตารางเวลาเดินเรือเกาะล้าน-พัทยา

นั่งเรือจากพัทยาถึงเกาะล้าน ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีกว่าๆครับ

เกาะครก
เกาะล้าน

บรรยาการศดี น้ำใสกว่าที่คิดมาก

ท่าเรือหน้าบ้าน เกาะล้าน

เมื่อถึงเกาะล้านเราก็โทรไปบอกทางรีสอร์ทว่ามาถึงแล้ว เขาก็ส่งรถมารับ

ที่พักของเราคือ พิกุลรีสอร์ท
ติดทะเล มีหาดส่วนตัว

ที่พักที่เราใช้บริการ คือ พิกุลรีสอร์ท ลองเข้าไปดูรายละเอียดที่ https://www.pikunguesthome.com อยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร ที่พักมีมอเตอร์ไซด์ให้ใช้ฟรี มีหาดส่วนตัว มีเรือให้เล่น เราจองบ้านใหญ่เลยมีกิจกรรมพาไปดูปะการังหรือไปเที่ยวรอบเกาะให้เลือก ซึ่งเราก็เลือกดูปะการัง

ห้องพัก

อาหารมื้อเที่ยงเราออกไปซื้ออาหารตามสั่งมาทานในรีสอร์ท อาหารไม่แพงมากนัก ข้าวผัดทะเลจานละ 40 บาท ต้มยำ 80 บาท ประมาณนี้

อาหารเที่ยง

ลงไปนั่งจิบเบียร์ริมทะเล กับฟังเพลงเพราะๆ บรรยากาศสุดยอด!

ริมทะเล

บ่ายแก่ๆก็ลงไปเล่นน้ำทะเล ช่วงนี้น้ำทะเลลงเยอะ ต้องระวังเรืองหิน เพราะเพื่อนร่วมทางหลายคนได้แผลจากหินบาด ทางรีสอร์ทมีห่วงยาง เสื้อชูชีพ เรือแคนนูบริการ

เล่นพายเรือแคนนู
เล่นพายเรือแคนนู

ช่วงนี้คลื่นค่อนข้างแรง โต้คลื่นมันส์มาก เหนื่อยแต่ก็สนุกมาก มีเรือทั้งแบบ 2 หรือ 3 คน มีอยู่ประมาณ 6 ลำ ถ้ามากรุ๊ปใหญ่จัดแข่งกันเลยน่าจะสนุกไม่ใช่น้อย

ต่อจากนั้นเราไปดำน้ำดูปะการัง ไม่ได้เอากล้องไปด้วยเลยไม่มีรูปให้ดู แต่กว่าจะใช้อุปกรณ์ดำน้ำได้ น้ำทะเลเข้าจมูก เข้าปากไปไม่น้อยเลย แต่พอใช้ได้แล้ว สนุกดีครับ ที่ๆเราไปเขาบอกว่าไม่ค่อยสวยเท่าไหร่เพราะต้องหลบคลื่นลม ถ้ามาช่วงก่อนหน้านี้ 2-3 วัน จะพาไปดูที่ด้านหน้าเกาะจะสวยกว่านี้ แต่ผมว่าแค่นี้ก็โอเคแล้วล่ะ เค็มดี(น้ำทะเล)

อาหารเย็น

ตอนค่ำ อาหารเย็น

พอตะวันลับขอบฟ้า รีสอร์ทเปิดไฟเสริมบรรยากาศ เปิดเพลงคลอเบาๆ บรรยากาศดีมาก

กุ้งสดพร้อมย่าง
ย่างเอง
อาหารทะเลย่างเสร็จแล้วพร้อมกิน

อาหารเย็นของเรา สั่งไว้เยอะเกิน จนเหลือเยอะเลยให้รีสอร์ทเก็บเข้าตู้เย็นไว้กินพรุ่งนี้เช้า ส่วนเราก็นั่งคุยกันฟังเพลงเบาๆ กินเบียร์ไป ของหมดก็ไปซื้อที่ 7-11 ได้ครับ ประมาณ ตี 2 กว่าๆ ผมก็ขอตัวเข้าไปนอนพักแล้ว ที่น่าเสียดายคือปกติแล้วรีสอร์ทมีเบ็ดให้เราตกปลา ตกหมึกครับ แต่น้ำลงเยอะแถมคลื่นแรงไม่เหมาะแก่การตกปลาเลย ที่หาดเขาเปิดไฟไว้ บ้างห้องลงไปนั่งดื่มกันที่ริมหาดโรแมนติกสุดๆ

ตอนเช้ามีกาแฟ และข้าวต้มให้

ข้าวต้มตอนเช้า

แล้วก็ขี่มอเตอร์ไซต์ไปเที่ยวหาดต่างๆนิดหน่อย แต่ถนนไปเที่ยวหาดต่างๆค่อนข้างอันตรายเลยครับ มันชัน แคบ ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวจะใช้มอเตอร์ไซต์กัน ถ้าจะขับมอเตอร์ไซต์เที่ยวต้องระวังอย่างมาก

หาดทองหลาง

กลับมากินอาหารทะเลที่ย่างไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ให้ทางรีสอร์ทเขาอุ่นให้ แล้วเราก็เช็คเอาท์ ตอนประมาณ 11.45 น. ซึ่งกรุ๊ปต่อไปที่จะเข้าพักในบ้านของเรามารอแล้วล่ะ

การเดินทางกลับก็ไปขึ้นเรือกลับที่ท่าหน้าบ้าน(30 บาท) แล้วก็ขึ้นรถตู้กลับอนุสาวรีย์ที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย(100 บาท)

ใช้งบไปประมาณ 2 พันบาท/คน แต่ผมคิดว่าไปอีกครั้งน่าจะถูกกว่านี้ได้ เพราะที่เราจองไปเป็นบริการของ 8 คน แต่ไปกันแค่ 5 คน

ขอจบการบันทึกการเที่ยวเกาะล้านไว้เพียงเท่านี้ครับ ดูรูปทั้งหมดได้ที่ https://picasaweb.google.com/sarapukdee/KohLarn