reMarkable แท็บเล็ตจอ E-Ink อ่าน เขียนได้เหมือนกระดาษ

หลายวันมานี้ได้เห็นโฆษณาอันหนึ่งบ่อยมาก อาจเพราะว่าค้นคำว่า “the best of tablet for artist” บ่อย จึงมีโฆษณาเกี่ยวกับแท็บเล็ตโผล่มาให้เห็น โฆษณาของผลิตภัณฑ์ที่ว่าคือ reMarkable: The paper tablet นิยามด้วยแท็บเล็ตที่ได้ฟิลลิ่งเหมือนกระดาษ(อ่าน เขียน เสก็ต)

reMarkable แท็บเล็ตที่อ่านเขียนได้เหมือนกระดาษ

เมื่อดูรายละเอียดแล้วก็ต้องบอกว่าไอเดียและคอนเซ็พท์นั้นโดนใจมาก

สิ่งที่เราอยากได้สำหรับเท็บเล็ต แล้วก็ถือว่าเป็นจุดเด่นของแท็บเล็ตตัวนี้อีกด้วย มีดังนี้

  • เขียนได้เหมือนกระดาษ
    (แท็บเล็ตในตลาดตอนนี้ส่วนใหญ่เขียนบนหน้าจอได้ แต่ถ้าอยากได้การเขียนที่ละเอียดและแม่นยำ ในตลาดตอนนี้มี iPad Pro, Galaxy Tab S3, LENOVO Yoga Book, Surface Pro 4)
  • แบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานหลายวัน
    เพราะจอขาวดำใช้พลังงานต่ำกว่ามาก แม้ว่า reMarkable จะยังไม่ระบุว่าใช้ได้กี่วันแต่ก็หวังว่าจะใช้ได้หลักสัปดาห์ต่อการชาร์ตหนึ่งครั้ง อย่างเช่นที่ Amazon Kindle ทำได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตอื่นๆที่ใช้งานในหลักชั่วโมงเท่านั้น
  • อ่านหนังสือได้นาน (จอ E-ink ดีที่สุด ปัจจุบันใช้ Amazon Kindle อ่านหนังสือ ซึ่งก็อ่านได้อย่างจริงจัง ไม่เหมือนกับอ่านจากจอแบบอื่นๆ)
  • ราคาถูก 379 usd (ล่าสุดเป็น 429 usd แล้ว) เมื่อเทียบกับแท็บเล็ตที่กล่าวมาข้างต้นราคาแพงระดับ 500-1,200 usd

จากเหตุผลด้านบนตัว reMarkable ค่อนข้างตอบโจทย์มากๆ แต่ก็มีจุดด้อยอยู่บ้างดังนี้

  • เป็นจอขาวดำถ้าอยากทำงานศิลป์จริงจังมีลงสีอาจจะไม่เหมาะ
  • ใช้ OS ที่พัฒนาขึ้นเองอาจจะไม่มีแอพจากแหล่งอื่นให้ใช้
  • บริษัทที่ทำเป็น Startup ใหม่ ซึ่งยังไม่มีผลิตอื่นก่อนหน้านี้เลย คุณภาพของสิ้นค้าจะดีแค่ไหน รวมทั้งบริการหลังการขายจะเป็นยังไง ทำให้ยังลังเลที่จะ Pre-Order (ถ้า Amazon ทำกดสั่งไปแล้ว)

แต่ถ้าหากมองข้ามจุดด้อยต่างๆเหล่านี้ได้ reMarkable จึงเป็นแท็บเล็ตที่น่าสนใจมากๆ ด้วยจุดเด่น E-Reader ที่สามารถทั้งอ่าน เขียน และเสก็ต ได้ (Read, Write, Sketch)

reMarkable Read Write Sketch

อีกอย่างที่น่าสนใจ คือ ปากกาที่ใช้เขียนของ reMarkable รองรับแรงกดถึง 2048 ระดับ แต่ไม่ต้องชาร์ตและไม่ต้องใช้บลูทูธในการเชื่อมต่อ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ดีมากๆ

reMarkable feature sturdy

เขียนมาถึงขนาดนี้เหมือนได้ค่าโฆษณามาเขียนเชียร์เลย แต่มันก็ดูดีน่าใช้จริงๆ หวังว่าเมื่อผลิตเสร็จแล้ว จะทำงานได้สมบูรณ์แบบอย่างที่เคลมไว้

สุดท้ายมาดูวิดีโอโปรโมตของ reMarkable กันครับ อย่างที่บอกมันน่าใช้มาก

รายละเอียดสเปค

Size and Weight

  • 177 x 256 x 6.7mm (6.9 x 10.1 x .26 inches)
  • Approximately 350 gram (.77 pounds)

CANVAS display

  • 10.3” monochrome digital paper display (no colors)
  • 1872×1404 resolution (226 DPI)
  • Partially powered by E-ink Carta technology
  • Multi-point capacitive touch
  • No glass parts, virtually unbreakable
  • Paper-like surface friction

Pen

  • No battery, setup or pairing required
  • Special high-friction pen tip
  • Tilt detection
  • 2048 levels of pressure sensitivity

Storage and RAM

  • 8 GB internal storage (100,000 pages)
  • 512 MB DDR3L RAM

Connectivity

  • Wi-Fi connected

Battery

  • Rechargeable (Micro USB)
  • 3000 mAh

Processor

  • 1 GHz ARM A9 CPU

Operating system

  • Codex, a custom Linux-based OS optimized for low-latency e-paper

Document support

  • PDF and ePUB, with more formats to be announced

Other

  • Menu language: English only

ที่มา: https://getremarkable.com/

เล่าถึง Pencil by 53 ปากกาวาดรูปใน iPad

Pencil by 53 เป็น stylus สำหรับใช้งานกับ iPad ออกแบบมาให้ใช้งานกับแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ Paper by 53 แต่ก็ใช้กับแอพพลิเคชั่นอื่นๆได้เช่นกันแต่จะใช้งานบางฟีเจอร์ไม่ได้ และต้องเป็นรุ่น iPads with a Retina display และ iPad mini ขึ้นมา เหตุที่เลือกซื้อ stylus ตัวนี้มาเพราะชอบที่จะวาดรูปเล่นใน iPad ด้วยแอพพลิเคชั่น Paper by 53 มากกว่าตัวอื่นๆ การที่ 53 ออกตัว stylus ที่เพิ่มความสามารถ ความสะดวกและลูกเล่นให้แอพพลิเคชั่นของตัวเองได้มากขึ้น จึงไม่ลังเลที่จะซื้อตัวนี้ อีกทั้งการออกแบบนั้นดูดีมากๆ ได้ลองวาดรูปด้วย Pencil มาได้สักพักหนึ่งแล้ว จึงนำมาแนะนำและเขียนถึงสักเล็กน้อย ผมชอบมันมากครับ

PENCIL by FiftyThree

Pencil by 53 มีให้เลือกสองแบบคือ ด้ามเป็นไม้ Wallnut มีแม่เหล็กที่ด้ามทำให้วางติดกับเคสของ iPad ได้ กับอีกแบบที่ด้ามเป็นอลูมิเนียม ราคาก็ต่างกันเล็กน้อย 59.95 USD(1,936 บาท)สำหรับด้ามไม้(Wallnut) และ 49.95 USD(1,613 บาท)สำหรับด้ามอลูมิเนียม(Graphite)

Pencil model

ตอนสั่งซื้อยังเป็นแบบพรีออเดอร์ต้องรอเกือบเดือนกว่าๆ ล่าสุดตอนนี้มีของพร้อมส่งแล้ว แต่ยังจำกัดการสั่งซื้อเฉพาะอเมริกาและแคนนาดาเท่านั้น ตอนที่สั่งฝากให้เพื่อนที่อเมริกาหิ้วเข้ามาให้ครับ โดยเลือกตัวที่ด้ามเป็นไม้

แกะกล่อง Pencil by 53

Packaging ของ Pencil by 53

Pencil ถูกบรรจุมาในกล่องกระดาษทรงกระบอกสวยงาม กระทัดรัด เปิดออกก็จะเจอ stylus เสียบอยู่ข้างในพร้อมกับ คู่มือและหัวสำรองของปากกาหัวท้ายอย่างละอัน

อุปกรณ์ที่มาให้มาในกล่อง Pencil

Pencil เวลาใช้งานจะเชื่อมต่อกับ iPad ผ่านทาง Bluetooth การเชื่อมต่อก็ง่ายมากแค่จิ้มลงปุ่ม Pencil ใน Paper app ไม่ต้องเข้าไป setting ให้วุ่นวาย (ต้องเปิด Bluetooth ใน iPad ก่อนนะ) และต้องมีการชาร์ตไฟให้ Pencil ด้วย ซึ่งสามารถใช้งานได้ราว 1 เดือนต่อการชาร์ตหนึ่งครั้ง ถึงแบตเตอรี่หมดก็ยังใช้งานเป็น stylus เขียนแบบธรรมดาได้ แต่จะใช้งานฟีเจอร์พิเศษไม่ได้เท่านั้นเอง

วิดีโอแนะนำการเชื่อมต่อ Pencil กับ iPad

ถอดส่วนหัวออกมาเพื่อนำไปชาร์ต
เสียบชาร์ตไฟกับช่องเสียบ usb

เมื่อไฟเต็มไฟ LED จะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว ดูวิดีโอแนะนำวิธีชาร์ตได้ที่ https://vimeo.com/79440652

เชื่อมต่อกับ iPad

การใช้งาน นอกจากจะเป็น stylus แบบธรรมดาใช้เขียน ใช้วาดแทนมือได้แล้ว เมื่อเชื่อมต่อกับ iPad และใช้แอพพลิเคชั่น Paper by 53 แล้วมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นมาดังนี้

ฟีเจอร์เด่นของ Pencil

1. Palm Rejection คือ สามารถว่ามือลงบนจอ iPad ได้เวลาเขียน โดยแอพพลิเคชั่นจะรู้ได้ว่าส่วนไหนเป็น Pencil ส่วนไหนเป็นมือ ทำให้ได้ความรู้สึกเหมือนเขียนลงกระดาษจริงๆ อันนี้ต้องบอกว่ามีประโยชน์มากเพราะเวลาเขียนหรือวาดเลี่ยงยากที่มือเราจะไม่โดนจอเลย ทำให้เขียนได้ถนัดมากขึ้น

Palm rejection

2. Erase ด้านท้ายของ Pencil จะมียางที่เป็นวัสดุเป็นยางเหมือนกับด้านหัว มันคือยางลบ(เหมือนกับดินสอจริงๆเลย) ที่ตรงท้ายของด้ามจะเป็นยางลบเมื่อหมุนกลับด้านมาก็ลบได้เลย ความจริงที่แอพก็มียางลบให้แต่เมื่อมียางลบตรงท้ายมาให้ ทำให้สะดวกขึ้น ไม่ต้องสลับไม่มา การวาด การเขียนก็ไม่สะดุด ราบลื่นต่อเนื่อง

Erase

3. Blend นอกจากตรงท้ายมันจะเป็นยางลบแล้ว เมื่อเราถือ Pencil ไว้แล้วเอานิ้วลงไปถูที่จอ จะเป็นเหมือนเราเอานิ้วลงไปถูสีน้ำที่อยู่บนกระดาษจริงๆเลย เหมือนกับการเกลี่ยสี (Blend) ตรงนี้สามารถตั้งค่าให้รูปแบบการใช้งานแบบนี้เป็นอย่างอื่นได้นะ เลือกได้ 3 แบบคือ Blend, Draw และ Nothing

Blend

วิดีโอแนะนำ Pencil by 53

ความรู้สึกหลังใช้งาน

หัวของ Pencil เป็นยางอ่อนๆเวลาวาดเขียนให้ความรู้สึกเหมือนใช้พู่กันเลยทีเดียว ซึ่งมันดีมากถ้าใช้หัว brush แบบพู่กัน แต่จะคุมยากนิดหนึ่งเมื่อเลือก brush เป็นปากกา หรืออาจเพราะเราใช้ iPad mini จอธรรมดา ทำให้การวาดไม่ค่อยเต็มประสิทธิภาพเท่าไหร่ ถ้าเป็น iPad ตัวใหญ่น่าจะวาดสนุกกว่านี้แน่นอน อีกอย่างตัว Blend บางทีการใช้งาน Draw ด้วย Pencil มันก็โผล่มา จึงเลือกปิดไป แล้วเมื่อรูปไหนจะใช้ค่อยเปิดใช้งานซึ่งก็ให้ภาพที่น่าประทับใจ กินแบตน้อยตั้งแต่ได้มาเพิ่งชาร์ตไปสองครั้ง โดยรวมแล้วชอบมากครับ สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงคือฟีเจอร์ Blend ที่บางครั้งแยกไม่ได้ว่าเป็นนิ้วหรือปากกา รออัพเดตแล้วกัน

ผลงานที่ทดลองวาดด้วย Pencil 

FiftyThree blog

สิ่งหนึ่งที่ภูมิใจเล็กๆคือผลงานชิ้นหนึ่งของเราได้ลงใน tumblr ของ FiftyThree ด้วย ตัวลอยได้ไปหลายวันเลย เข้าไปกดไลค์ได้ที่นี้ครับ https://madewithpaper.fiftythree.com/post/79458033978/bright-light-little-lamp-made

เข้าไปดูผลงานอื่นๆได้ที่ https://sarapuk.tumblr.com

โคมเหงา

 

ทดสอบการใช้ Blend

 

ซูชิ

 

เรือใบในม่านหมอก

 

กล้องแพง