Scrollbar ของ Mac ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Scroollbar ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ไปเจอรวม Scrollbar ของ Mac OS ตั้งแต่ปี 1981-2012 เรียกได้ว่าตั้งแต่อดีตเริ่มแรก(ต้นแบบ)จนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว เห็นว่าน่าสนใจเลยเอามาฝากครับ แนวโน้มของมันจะเห็นได้ว่าดีไซด์จะไปแนวมีอะไรน้อยลงเรื่อยๆ อันล่าสุด OS X Lion กลายเป็นหายไปเลย จะโผล่มาเฉพาะตอนใช้งานเท่านั้น เรียบง่ายที่สุด ตามแนวของ สตีฟ จ๊อบส์ สไตล์

ที่มา: https://www.cultofmac.com

เปิดการทำงาน Find My Mac และทดลองใช้งาน

ฟีเจอร์ตัวหนึ่งที่มาพร้อมกับ OSX Lion 10.7.2 คือ iCloud ซึ่งเป็นบริการเก็บข้อมูลไว้บนคอมพิวเตอร์กลุ่มเมฆ ลองดูวิธีการเปิดการใช้งานที่บล็อกอันเก่าที่ วิธีติดตั้ง iCloud ในเครื่อง Mac และ Windows หนึ่งในนั้นจะมี Find My Mac ที่จะช่วยให้เราติดตามตัวเครื่อง Mac ของเราได้ เมื่อโดนขโมย เหมือนกับ Find My iPhone นั้นเอง และสามารถควบคุมเครื่องในระยะไกลผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้เล็กน้อย ได้แก่ ส่งข้อความไปที่เครือง สั่งล็อกเครื่อง หรือลบข้อมูลในเครื่อง Mac ของเรา ในกรณีที่คุณอาจมีข้อมูลลับที่ไม่ต้องการให้ใครเห็นก็ทำได้

เครื่องของผมหลังจากได้อัพเดตเครื่องให้เป็น 10.7.2 จะมีฟีเจอร์ iCloud เพิ่มเข้ามาแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดการทำงาน Find My Mac ได้ ทิ้งปัญหานี้ไว้นานแล้ว เมื่อวานเลยนั่งดูว่าจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง จึงเกิดโพสนี้ขึ้นมา

เปิดการทำงานของ Find My Mac ไม่ได้

มันฟ้องให้อัพเดต Recovery system ตลอดเรา แม้ว่าเราจะสั่งอัพเดตไปแล้วก็เป็นเหมือนเดิม จึงลองค้นดูว่ามีคนเจอปัญหาในลักษณะนี้บ้างหรือไม่ พบว่ามีคนเจอปัญหาแบบนี้เยอะพอสมควร เลยลองเลือกทำตามขั้นตอนวิธีการแก้ปัญหาของหลายๆเว็บพบว่า ที่นีให้รายละเอียดค่อนข้างดี https://www.macosliontips.com ทำตามแล้วมันสามารถแก้ไขปัญหาของเราได้เลยเอามาเล่าต่อ

วิธีแก้ไขปัญหาเปิดการทำงาน Find My Mac ไม่ได้

จะมีวิธีการแก้ไขปัญหาหลายวิธี บางคนแก้ไขได้ตั้งแต่วิธีแรก ลองทำตามไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าทั้งหมดนี้แก้ไขไม่ได้ ต้อง install OSX Lion ใหม่เลยแบบ Clean install ซึ่งเป็นอะไรที่ขี้เกียจมาก โชคดีของผมแก้ไขได้ในวิธีที่ 3

วิธีที่ 1 Enable Location Services

ให้เปิดใช้งาน Location Services ซึ่ง Find My Mac ต้องการใช้งานเพื่อระบุตำแหน่งของเครื่อง วิธีเปิดใช้งาน เข้าไปที่ System Preferences เลือก Security & Privacy ดูว่าที่ Enable Location Services ถูกติ๊กหรือไม่ ถ้ายังให้ติ๊กเลือกเพื่อเปิดการทำงาน แล้วลองกลับไป iCloud setting อีกครั้งเพื่อดูว่าสามารถเปิดการทำงานของ Find My Mac ได้หรือยัง ถ้ายังไม่ได้ต้องดูวิธีแก้ไขตัวต่อไป

Enable Location Services

วิธีที่ 2 Reinstall Lion Recovery Update

บางทีการเชื่อมต่อกับ server ตัวอัพเดตอาจจะมีปัญหา ดังนั้นลองดาวน์โหลด ตัว Recovery System มาติดตั้งเอง  https://support.apple.com/kb/DL1464 เมื่อติดตั้งเสร็จ restart รอบหนึ่งแล้ว เข้าไปดูว่าเปิดการทำงานของ Find My Mac ได้หรือยัง ถ้ายังดูขั้นตอนต่อไป

วิธีที่ 3 Repair Disk and Reinstall Client Combo Update

วิธีสุดท้ายนี้ค่อนข้างยากขึ้นนิดหนึ่ง นั้นคือสั่ง repair disk และลงตัวอัพเดต OSX Lion 10.7.2 ใหม่ แบบ Client Combo

  1. สั่ง Verify Disk โดยเข้าไปที่ Disk Utility (/Applications/Utilities) คลิกที่ฮาร์ตดิสที่ติดตั้ง OSX อยู่ แล้วคลิก Verify Disk อาจเจอข้อความ error ขึ้นมา

    สั่งให้ทำการ verify disk

  2. restart เครื่อง แล้วกดปุ่ม alt/option ค้างไว้ เลือกบูธใน recovery disk
    บูธเข้า Recovery HD

    จากนั้นเมื่อมี Mac OS X Utilities ปรากฏขึ้นมาให้เลือก Disk Utility

    เลือก Disk Utilites

    เลือก Disk ที่ลง OSX แล้วกด Repair Disk

    กด Repair Disk

    เมื่อ repair เสร็จแล้ว ให้รีบูตอีกครั้ง

  3. โหลดตัว OS X Lion Update 10.7.2 Client Combo มา https://support.apple.com/kb/DL1459 แล้วกดติดตั้ง เสร็จแล้ว restart อีกครั้ง
  4. เข้าไปดูที่ iCloud setting พบว่าตอนนี้สามารถ เปิดการทำงานของ Find My Mac ได้แล้ว(เย้ เย้)
    เปิดการทำงาน Find My Mac

    ขั้นตอนการแก้ไขในกรณีที่เปิดการทำงาน Find My Mac ไม่ได้ จบลงด้วยดี ถ้าใครที่ทำแล้วยังไม่สามารถเปิดการทำงานได้ อยากให้ลองรีสตาร์ทเครื่องอีกสักรอบสองรอบ ถ้ายังไม่ได้ทางสุดท้ายคือลง OSX Lion ใหม่แบบ clean install

ทดสอบการใช้งาน Find My Mac

หลังจากเปิดใช้งานแล้ว มาทดสอบดูสักเล็กน้อยในการใช้งาน Find My Mac

  1. เข้าไปที่ iCloud.com ล็อกอินด้วย Apple ID
  2. เข้าไปที่ Find My iPhone (ไม่ต้องงงครับมันอยู่ที่หน้าเดียวกัน)

    iCloud.com

  3. จะเห็นว่าเครื่องของเราตอนนี้อยู่ที่ไหน

    ตำแหน่งของเครื่องปัจจุบัน

  4. นอกจากนั้นเรายังสามารถทำการควบคุมเครื่องจากระยะไกลได้ดังนี้ครับ
    คำสั่งต่างๆที่ทำได้

    ส่งข้อความไปที่เครื่องพร้อมเสียงเตือน ล็อกเครื่อง ลบข้อมูล(ต้องสั่งล็อกเครื่องก่อน) เตือนให้ส่งอีเมลหาเราเมื่อตรวจพบเครื่อง

    หน้าสั่งล็อกเครื่อง

  5.  ทดลองส่ง ข้อความดูครับ
    ลองเขียนข้อความ แล้วกดส่งดู

    เมื่อมันเข้ามาที่เครื่องจะมีข้อความที่เราเขียนและมีเสียงเตือนขึ้นดังขึ้น(เสียงน่ารำคาญมาก) ทดลองใช้ภาษาไทยแล้ว ทำงานได้ปกติดีครับ

    ข้อความที่ส่งเข้าเครื่อง

พอเปิดใช้งาน Find My Mac ได้แล้ว หวังอย่างยิ่งว่าจะไม่ได้ใช้งานมันจริงๆนะ(ไม่อยากทำเครื่องหาย) แต่อย่างไรก็ตามมีไว้ก็เป็นเรื่องดี ถ้าหายจริงๆก็ยังพอมีเครื่องมือช่วยติดตาม หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านเช่นกันครับ

ซื้อ Macbook มาวันที่ 3 มิ.ย. ก็อัพเดตเป็น OS X Lion ฟรี

ผมซื้อตัว Macbook Pro จาก U-Store ที่จุฬาฯ มาเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2011 ตัดสินใจซื้อตอนนั้นเพราะได้ข่าวว่า Apple จะเปิดตัว OS X Lion ในวันที่ 6 มิ.ย. 2011 ซึ่งปกติแล้ว Apple จะให้อัพเดตฟรีสำหรับใครที่ซื้อก่อนภายใน 30 วัน ตอนนั้นคิดว่า OS X Lion มันจะขายวันนั้นเลยหรือก็ไม่นานจากนั้นมาก แต่ผิดคาด Apple บอกจะเปิดขายผ่านทาง Mac App Store ในเดือนถัดไป แถมจะอัพเดตให้เฉพาะคนที่ซื้อหลังวันที่ 6 มิ.ย. 2011 ตอนนั้นผิดหวังนิดๆ แต่ดีหน่อยที่มันไม่ได้แพงมากนัก ราคา $29.99 หรือประมาณ 900 บาท (เทียบกับ Windows 7 ราคาประมาณ 4 พันกว่าบาท) ตอนนั้นก็ลืมเรื่องการอัพเดตฟรีไปแล้วจนถึงวันที่มันปล่อยออกมา

วันนี้(20 มิ.ย. 2011) Apple ปล่อยตัว OS X Lion ให้ดาวน์โหลดแล้ว ผมก็กดโหลดไปแล้วด้วย แต่พอไปเจอบล็อกของคุณ @kafaak บ่นเรื่องการอัพเดตผ่าน Up-to-date ไม่ได้ ทั้งๆที่ซื้อหลังวันที่ 6 มิ.ย. 2011 (รู้สึกว่าจะมีปัญหากับเครื่อง custom built เพิ่มฮาร์ดดิส,แรม) ในโพสเพื่อนของเขาได้ให้ลิงค์ของ Up-to-date ระบบที่จะทำให้เราอัพเดตได้ฟรีของโซนเอเชียไว้ให้ ลิงค์ Mac OS X Lion Up-to-Date

ผมก็เข้าไปทำตามขั้นตอนของ Up-to-date ไปเรื่อยๆ ต้องใช้ข้อมูลพวก Serial Number, ที่อยู่ ปรากฎว่า validate ผ่านด้วย ได้อัพเดตเป็น OS X Lion ฟรี!!! 

OS X Lion Free

เมื่อเราทำขั้นตอนต่างๆ(ผมไม่ได้จับภาพไว้ให้ดู T_T) เสร็จแล้วระบบจะให้โค้ดมา Mac OS X Lion Content code: xxxxxxxxxxxx (12 หลัก)

จากนั้นให้เข้าไปที่ ลิงค์นี้ กรอกรหัสลงไป แล้วคลิก Redeem (รหัสใช้ได้ครั้งเดียวนะ!)

Mac App Store Redeem

แล้วระบบจะนำเข้าไปหน้า Mac OS X Lion จากนั้นเราก็คลิกโหลดได้เลย (ผมกดโหลดค้างอยู่ก่อนแล้ว มันก็บอกว่ากำลังโหลดอยู่ หวังว่ามันจะไม่เรียกเก็บเงินจากอันแรกที่ยังไม่ได้ทำ Up-to-date นะ)

Oder ที่ Apple ส่งมาให้

ผมไม่รู้ว่าการตรวจเช็ควันซื้อสินค้าของ Apple มีขั้นตอนยังไงนะครับ แต่คิดว่าการซื้อที่ร้าน Authorized Resellers น่าจะทำให้วันซื้อที่จะถูกบันทึกในระบบมี delay อยู่บ้างเล็กน้อย ใครที่ซื้อในช่วงก่อนวันที่ 6 มิ.ย. 2011 อยากให้ลองไปใช้ระบบนี้ดูก่อนนะครับ อาจจะได้อัพเดตฟรีก็ได้นะ!!

สุดท้าย ขอขอบคุณ @kafaak ที่อัพบล็อก Apple Up-to-date ทำให้ผมได้ลองเข้าไปใช้งาน และทำให้ประหยัดเงินไปได้ 900 บาท