Flickr for Android ดาวน์โหลดไปใช้งานกัน

Flickr for Android
Flickr for Android

แปลกมากที่จะโหลด Flickr ลงมือถือแต่ดันฟ้องขึ้นมาว่าที่ประเทศไทยใช้ไม่ได้ ทำเอางงมากๆ ทำไมยังไม่เปิด Worldwide ทำให้เข้าไปค้นใน Google play ก็ไม่เจอ ต้องเข้าผ่านลิงค์ตรง Flickr for Android เข้าไปก็จะรู้ว่าติดตั้งไม่ได้ ใน iOS ก็ดาวน์โหลดไม่ได้เช่นกันนะ

Flickr ใน Google Play ติดตั้งไม่ได้

Flickr เป็นที่เก็บภาพถ่ายที่ให้พื้นที่ฟรีเยอะมาก 2TB บางครั้งภาพที่ต้องการเก็บแบบเต็มขนาดไฟล์ ใหญ่ๆ ก็จะเข้ามาใช้งาน Flickr บางครั้งก็อยากเข้าใช้งานผ่านมือถือ แต่ติดที่มันไม่ให้บ้านเราดาวน์โหลดผ่านทาง Google play ดังนั้นจึงได้ไปค้นหาไฟล์ APK มาติดตั้งเสียเลย

ค้นจาก Google ได้จากเว็บไซต์นี้ https://www.apk4fun.com ก็ดาวน์โหลดแล้วติดตั้งได้เลย ติดตั้งจากตัว APK ก็ใช้งานได้ดีเลยทีเดียว

ตัว Flickr for Android ก็มีฟีเจอร์ Auto Sync อยู่ด้วยซึ่งต้องระวังเรื่องการใช้ดาต้ากันให้ด้วย สามารถปิดได้ หรือเลือกให้ Sync เฉพาะตอนต่อ Wi-Fi ก็ได้ แต่ที่สำคัญกว่าคือ ค่า Privacy รูปที่ถ่ายจะเป็น Public เป็นค่าเริ่มต้น ควรเข้าไปตั้งค่าให้เหมาะสม เดี๋ยวใครที่ชอบถ่ายภาพแบบลับๆจะโชว์ให้ชาวบ้านเห็นในทันที ระบบ Auto Sync ทำงานได้ดีมาก เร็วทันใจ

Flickr for Android เมนูต่างๆ

ส่วนการใช้งานอื่นๆการถ่ายภาพ แล้วใส่ฟิวเตอร์ทำได้ง่ายและเร็ว แชร์ไปที่ Facebook, Tumblr, Twitter ได้พร้อมกันทันที ตัวแก้ไขภาพก็มีให้ใช้งานอย่างครบครันทั้งปรับสี ตัดภาพ ความสว่าง หมุนภาพ ฯลฯ

ตัวปรับแก้ไขภาพ และตัวเลือกฟิวเตอร์

ส่วนที่ใช้ปรับแต่ง แก้ไขภาพ และส่วนฟิวเตอร์ในแบบต่างๆ และการแชร์ภาพ

การถ่ายภาพ เมนูด้านขวาใส่ฟิวเตอร์ เมนูฝั่งขวาปรับแต่งภาพ และจบด้วยการแชร์ภาพ

Flickr for Android ทำให้เราสามารถเข้าถึงบัญชี Flickr ของเราได้ง่ายชึ้น และยังเป็นแอพที่ใช้ถ่ายภาพ ตกแต่งภาพ ที่ใช้ง่าย สมควรมีติดไว้ในสมาร์ทโฟนของท่านอย่างยิ่ง

ถ้าลิงค์จากด้านบนโหลดไม่ได้ คลิกโหลดจากนี้ได้ครับ Flickr for Android V3.1.3

เล่าเรื่องพื้นที่เก็บภาพแบบฟรีของ Google+Photo

เราใช้ Google+Photo เป็นที่เก็บภาพมาตั้งแต่ที่ยังเรียกกันว่า Picasa Album ดีอย่างหนึ่งคือให้เก็บฟรีที่ความละเอียดภาพไม่เกิน 2048×2048 pixel แต่ถ้าเกินก็อัพโหลดได้แต่จะไปกินเนื้อที่ส่วนอื่น เราใช้ package ต่ำสุดของการจ่ายเงินเพื่อเพิ่มพื้นที่ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากคือ 20GB 5$/year รวมกับโบนัสอื่นอีกที่ได้มา 16GB รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมด 36GB ถือว่าเยอะพอสมควร แต่เมื่อวานตอนจะอัพโหลดภาพใหม่ขึ้น ระบบก็แจ้งเตือนว่าพื้นที่ใกล้หมด ทำเอางง? เพราะคิดว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะใช้ 36GB หมด ส่วนใหญ่ที่ใช้ก็มี Google Drive, Gmail เป็นหลักสองส่วนนี้ไม่น่าจะกินพื้นที่มาก ส่วนรูปภาพก็อัพกว้างไม่เกิน 2048pixel อยู่แล้ว แล้วอยู่ๆมันเกิดเต็มขึ้นมาได้ยังไง (ไม่ค่อยได้เช็คดูเท่าไหร่นัก) จึงเข้าไปตรวจสอบที่ละจุดว่าเกิดอะไรขึ้น ดูรายละเอียดการใช้พื้นที่ได้ที่ https://www.google.com/settings/storage?hl=en พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่หมดไปกับการเก็บภาพ ใช้ไปประมาณ 22GB ไหนว่าฟรีที่ความกว้างไม่เกิน 2048pixel?

จึงเข้าไปดูโปรไฟล์ของรูปที่เราอัพโหลดขึ้นไปจึงได้รู้ว่า ปรกติการทำรูปของเราจะใช้ LR เป็นตัว export รูปออกมาที่ความกว้าง 2048px (ตั้งค่าไว้แค่ตัวเดียว) จากนั้นใช้ Picasa อัพโหลดขึ้นไปแบบภาพต้นฉบับเลย มันเกิดปัญหาขนาดภาพใหญ่เกินโควต้าเมื่อภาพที่ export ออกมาเป็นแนวตั้งครับ ปรกติเราถ่ายภาพที่อัตราส่วน 4:3 จะได้ภาพที่ความละเอียด 2048x1365px แต่ถ้าเป็นภาพแนวตั้งจะได้ภาพขนาด 2048x3072px (เพราะมันถูก fix ค่าเฉพาะแนวกว้างไว้) ซึ่งภาพเหล่านี้เองที่ทำให้กินพื้นที่ที่ละเล็กทีละน้อยมาจนทำให้เยอะจนกินพื้นที่ไปกว่า 22GB

ภาพในแนวตั้งมีประมาณ 1 ใน 5 ของภาพทั้งหมด ขนาดราว 4-5MB แสดงว่ามีภาพแนวตั้งที่เราต้องแก้ไขให้ขนาดไม่เกินโควต้าอยู่ราว 4-5พันรูปเลยครับ หนักใจเหมือนกัน เลยลองมาคิดความคุ้มทุนที่อัพเกรดพื้นที่เป็น 100GB ดีหรือเปล่า ซึ่งราคาก็อัพขึ้นมาพอสมควรกับสิ่งที่ได้มาใช้ไม่มากนัก จึงเริ่มปันใจจะแก้ไขภาพบางส่วนให้ได้พื้นที่กลับมาสัก 10GB แล้วแบ่งภาพไปเก็บที่ Flickr ที่ให้พื้นที่ตั้ง 1TB หรือไม่ครั้งหน้าระวังเรื่องการอัพโหลดรูปให้มีขนาดตามโควต้าซึ่งอันนี้ไม่ยากแค่ตอนอัพโหลดใน Picasa ให้ตั้งค่า Image size เป็น Best for web sharing การตั้งค่านี้จะย่อรูปแนวตั้งของเราอัตโนมัติ

คิดไปคิดมาลดพื้นที่เก็บภาพลงมาดีกว่า จึงเริ่มปฏิบัติการโหลดภาพจาก Google+Photo ทีละอัลบั้มลงเครื่องไว้ก่อน จากนั้นก็ลบภาพบนเน็ตทิ้ง แล้วก็อัพโหลดขึ้นไปใหม่ให้ขนาดไม่เกินโควต้าซึ่งทำไปสักพักก็ได้พื้นที่กลับมาแล้วราว 2 GB แต่ก็เหนื่อยพอสมควร เน็ตต้องแรงทั้งขาอัพโหลด-ดาวน์โหลด อีกอย่างที่ต้องชมคือระบบของ Google+Photo ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ใช้งานง่ายดีทีเดียว ทำให้ทำได้ค่อนเร็ว

พื้นที่ว่างกลับมาบ้างแล้ว

Compfight.com เว็บไซต์ค้นหาภาพสวยจาก Flickr

Compfight.com เว็บไซต์ค้นหาภาพสวยจาก Flickr

Compfight.com เป็นเว็บไซต์ค้นหาภาพจากเว็บไซต์ฝากรูปชื่อดัง Flickr ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามีภาพสวยๆมากมาย ผมรู้จักเว็บไซต์ compfight ครั้งแรกจากงาน WordPress Dev Night จากท่านร่วมงานท่านหนึ่งที่แชร์วิธีการค้นหารูปสวยๆมาใช้ในงานออกแบบธีม อันที่จริงเว็บ Flickr มีช่องค้นหาเช่นกัน แต่น่าแปลกว่า Compfight กลับให้ผลการค้นหาในคีย์เวิร์ดเดียวกัน สวยกว่ามาก ในงานลองค้นหาคำว่า thailand พบว่าภาพที่ได้แตกต่างกันอย่างชัดเจน ที่สำคัญกว่านั้นเราสามารถเลือกเฉพาะภาพที่สามารถนำมาใช้ในทางการค้าได้ด้วย โดยเลือกตรงหลังคำว่า Creative common ด้านบนให้เป็น commercial

วันนี้อยากได้ภาพหนึ่ง จึงลองค้นดูด้วยตัวเอง(อย่าเชื่อถ้าไม่ได้ลองด้วยตัวเอง) ค้นเทียบกันเลย ใช้คีย์เวิร์ดเดียวกันคือ “medical”

Flickr vs Compfight

เปรียบเทียบการค้นหาภาพระหว่าง Compfight.com กับ Flickr (คลิกเพื่อดูภาพใหญ่)

เราจะเห็นความแตกต่างชัดเจนว่า Compfight.com ให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจมากกว่า Flickr.com ตอนนี้จึงคิดว่าได้อาวุธประจำกายอีกตัว เอาไว้คนหาภาพสวยประกอบไสลด์พรีเซ็นต์ หรือเอาไว้ทำเว็บไซต์ ขอบคุณพี่คนนั้นที่แชร์เรื่องดีๆครับ(ใครทราบชื่อบอกด้วยนะครับ)

Online Image Editor แต่งภาพออนไลน์ ไม่ต้องลงโปรแกรม

เรื่องนี้ที่จริงจะเขียนมานานแล้ว ตั้งหัวข้อไว้นานมาก save draft ตลอด วันนี้ได้ฤกษ์เอาหน่อย ให้จบค้างมานาน
ผมลองจินตนาการว่าถ้าเครื่องเราจะทำตัวเป็น Chrome OS โดยที่ในเครื่องไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมอะไรเลยนอกจาก web browser ตัวเดียว โปรแกรมต่างๆไปใช้บนเน็ตให้หมด มันจะเป็นจริงได้แค่ไหน การใช้งานคอมพิวเตอร์ประจำวันจะยุ่งยากแค่ไหน สิ่งแรกที่ผมลองทำดูคือ เกี่ยวกับรูปภาพ ดูจะเป็นเรื่องง่ายที่สุดและส่วนตัวค่อนข้างชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว โปรแกรมตกแต่งรูปออนไลน์มีอยู่เยอะมาก ตามไปดูที่ Mashable และ Cnet แต่ 3 ตัวที่ผมจะแนะนำ คือตัวที่ใช้แล้วชอบ ทำงานได้เร็ว และมีความสามารถเพียงพอต่อความต้องการ และแยกตามวัตถุประสงค์ เมื่อผมถ่ายรูปมาผมอัพขึ้น Picasa หมด ซึ่งก็จะโยงไปที่โปรแกรมที่จะนำมาใช้ต้องดึงรูปจากที่นี้ไปแต่งได้

ปรับแต่งรูปถ่าย แบบพื้นฐาน

  • ตัวแรกที่แนะนำคือ Picnik ไม่แปลกใจเลยที่ Google เข้าซื้อกิจการ มันทำงานได้ประทับใจผมมาก เร็ว ใช้งานง่าย ดึงข้อมูลจาก Picasa มาทำงานต่อได้ดี (รองรับ Flickr,จาก website, อัพโหลดขึ้นเอง) คิดว่าในอนาคตอันใกล้อาจรวมกับ Picasa ก็เป็นได้

    Picnik ดึงภาพจาก Picasa มาแต่ง

  • ความสามารถพื้นฐานในการปรับแต่งรูปภาพของ picnik มากพอต่อความต้องการของผม ได้แก่ Rotate, Crop, Resize, Resize, Exposure, Color, Sharpen, Red-Eye  มีพารามิเตอร์ให้ปรับแต่งพอสมควร

    เมนู edit ของ Picnik ในการปรับแต่งรูป  

  • อีกความประทับใจ คือ เมนู Save & Share เมื่อปรับแต่งเสร็จตามที่ต้องการแล้ว จะเลือก save ที่ไหนก็ได้ (คอมพิวเตอร์,Picasa, Flickr, etc.)  จะทับรูปเดิม หรือ save เป็นอีกรูปก็ได้ จะแชร์ไปที่ twitter, Buzz, facebook ก็ได้
  • สรุปคือ ถ้าจะปรับแต่งรูปถ่ายแบบพื้นฐาน เลือกใช้ Picnik
  • ข้อด้อยของมันคือ feature อื่นๆ เช่นใส่ตัวอักษร ใส่กรอบรูป ใส่ effect จะต้องสมัครแบบ Premium ($24.95/year)

แต่งรูปแบบ Advance มากขึ้น เพิ่มตัวอักษร ใส่ตัวการ์ตูน

  • จุดด้อยของ Picnik ที่มีลูกเล่นจำกัดบางส่วนจะแทนได้ด้วยตัวนี้คือ Photoshop.com  มีเวอร์ชั่นสำหรับสมาร์ทโฟน
  • ทำไมไม่เอา Photoshop.com เป็นตัวเลือกแรก เพราะผมคิดว่าการปรับแต่งภาพแบบพื้นฐาน Picnik เพียงพอ และเร็ว ง่ายกว่า แต่ถ้าต้องการอะไรที่ advance มี effect สวยๆ แปลกๆ และใส่พวกการ์ตูน ข้อความ ค่อยมาใช้ Photoshop.com
  • สามารถดึงภาพจาก Picasa, Flickr, อัพโหลดเอง(free storage 2 GB ), etc.
  • Photoshop.com มีเครื่องมือในการปรับแต่งเยอะ ดูรีวิวที่เคยเขียนไว้ โปรแกรม Photoshop บน iPhone

    หน้าการปรับแต่งรูปภาพของ Photoshop.com 

  • การเพิ่ม ข้อความ หรือลูกเล่นอื่นๆ จะอยู่ใน เมนู Decorate (ยังเบต้า) มีของให้เล่นเยอะเลย

    เมนู Decorate ใน Photoshop.com 

  • ข้อเด่นที่เห็นได้ชัดเจนคือ ลูกเล่น เครื่องมือเยอะ ปรับแต่งได้ละเอียด
  • ถ้าชอบทำรูปสีแปลกๆ มี effect แล้วละก็ Photoshop.com คือตัวเลือกที่ดีที่สุด
  • ข้อด้อยคือ อาจจะทำงานช้าบ้าง(ไม่ได้มากจนน่ารำคาญ) อันนี้คิดว่าขึ้นกับความเร็วเน็ต และเวอร์ชั่นของ Flash ด้วย รู้สึกว่าอัพเดตเป็น v. 10.1 มันเร็วขึ้นและไม่ค้างเหมือนแต่ก่อน
  • อีกอย่าง การ save งานที่ทำเสร็จแล้ว มันสร้างไฟล์ใหม่ทุกครั้งไป ต่างจาก Picnik ที่ทับอันเดิมได้ ทำให้ถ้าแต่งหลายรูปอันนี้แย่เลยเปลืองพื้นที่ออนไลน์ เป็นอีกเหตุผลที่เลือกปรับแต่งบางรูป แต่ก็มีเมนู save ลงเครื่องได้ที่หน้า library

แต่งภาพแบบ Advance มากกว่า ทำงานแบบหลาย layer

  • ถ้าต้องการแต่งรูปที่ advance มากกว่าการปรับแต่งรูปธรรมดา เช่น Clone stamp,Layer mark,  Brush, Erase, Dodge ,etc. มันคือ Photoshop ฉบับออนไลน์ตัวจริง ผมชอบมันมาก ไม่น่าเชื่อว่าโปรแกรมออนไลน์จะทำได้ขนาดนี้ มันคือ Pixlr Editor

    Pixlr โปรแกรมแต่งภาพออนไลน์

  • เลือกไฟล์มาทำงาน จากเครื่อง, จาก image url หรือสร้างใหม่ ก็ได้
  • Pixlr ทำงานได้เร็วโหลดเร็วมาก เหมือนทำงานบนโปรแกรมที่ติดตั้งในเครื่อง เปิดไฟล์ภาพในเครื่องมาทันที เหมือนไม่ได้โหลดขึ้นเว็บ(ก็มันไม่ได้โหลดขึ้นเว็บ)
  • ทำงานเป็น Layer ใครเคยใช้ Photoshop จะคุ้นเคย ใช้ง่าย เครื่องมือต่างๆเหมือนกันหมด คีย์ลัดอาจแตกต่างนิดหน่อย
  • เมื่อเปิดหน้าเว็บ pixlr ได้แล้ว เน็ตหลุดก็ยังใช้งานต่อได้
  • ถ้าจะทำงานแบบ แต่งภาพจริงๆ ลบสิ้วในหน้า เพิ่มแสงให้บางจุด ทำภาพซ้อน ใส่ข้อความ ทำเบลอ ตัดต่อภาพ ต้องใช้ Pixlr
  • ข้อด้อย เลือก save ลงที่เครื่อง หรือ pixlr share เท่านั้น

หลังจากทดลองใช้แบบนี้มาสักพัก พบว่าไม่ต้องพึ่งโปรแกรมที่ต้องติดตั้งลงเครื่องก็ได้ แม้ว่าเวลาจะใช้งานต้องต่ออินเตอร์เน็ตก็ตาม แต่ทุกครั้งที่เปิดคอมพิวเตอร์ก็ออนไลน์อยู่แล้ว วิธีนี้จึงเวิร์คกับผมมาก แต่อย่างไรก็ตามที่เครื่องผมก็ยังมี Paint และ PhotoScape แก้ขัดถ้าจำเป็นจริงๆในเวลาที่ออฟไลน์

ต่อไปถ้าเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ แทนที่จะหาโปรแกรมมาติดตั้ง อาจจะต้องทำแค่ sync bookmark ก็พอ ต่อไปจะลองในหมวดอื่นๆดูบ้าง จะเวิร์คเหมือนหมวดรูปภาพนี้ไหม