บันทึกรายการหนังในรอบปีที่ไปดูมาแล้ว

รายการความบันเทิงในชีวิตของผมเองมีการบันทึกไว้ค่อนข้างเป็นระบบ ตั้งแต่รายการเพลงที่ฟัง หนังที่ดู หนังสือที่อ่าน อาหารที่กิน ถูกบันทึกไว้ให้ตัวเองหยิบขึ้นมารำลึกในภายหลังได้อย่างสะดวกที่สุด อีกอย่างรายการเหล่านี้สะท้อนความเป็นตัวตนของเราได้เป็นอย่างดี ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วเราชอบอะไรแบบไหนเป็นพิเศษ เคยเขียนบล็อกถึงการบันทึกเรื่องพวกนี้อยู่บ่อยๆ

สิ่งที่ช่วยบันทึกรายการความบันเทิงส่วนตัว มีดังนี้ครับ

  • Last.fm เก็บบันทึกเพลงที่ฟัง
  • Goodreads เก็บบันทึกหนังสือที่อ่าน
  • Food เก็บบันทึกอาหารและร้านอาหาร
  • Picasa เก็บบันทึกภาพถ่าย
  • และ imdb เก็บบันทึกหนังที่ไปดูมาแล้ว 

ถ้านอกเหนือจากรายการต่างๆเหล่านี้ก็จะบันทึกลงบล็อกไว้ให้ได้มากที่สุดครับ

ในวันนี้สิ่งที่อยากจะแชร์นั้นคือรูปแบบการบันทึกรายการหนังที่ดูมาแล้วของผมเอง ในที่นี้จะไม่ได้แยกว่าหนังที่ได้ดูนั้นดูที่ไหนอย่างไร จะเป็นหนังในโรง หนังแผ่น หรือแม้แต่หนังที่ดูผ่านทางเคเบิลทีวีก็ตาม ทุกเรื่องที่ได้ดูก็จะถูกบันทึกลงลิสต์ ณ เวลานี้ผ่านมาแล้ว 7 เดือน เลยครึ่งปีมาแล้วหนึ่งเดือน เราดูหนังไปแล้ว 49 เรื่อง เป็นหนังใหม่-เก่าที่ไม่เคยดู ในรายการนี้จะบันทึกเฉพาะหนังที่ไม่เคยดูเท่านั้น ซึ่งบางทีหนังที่เคยดูแล้วหยิบขึ้นมาดูอีกครั้งจะไม่ถูกบันทึกลงในรายการนี้เลย

วิธีการบันทึกของผมนั้นใช้ imdb.com เป็นตัวช่วยบันทึก โดยการล็อกอินเข้าระบบในเว็บไซต์ จากนั้นสร้างลิสต์ของตัวเองขึ้นมา เมื่อไปดูหนังกลับมาก็ไม่ลืมที่จะเข้าไปที่หน้ารายละเอียดของหนังเรื่องนั้นใน imdb.com แล้วกดบันทึกลงในลิสต์ที่เราสร้างไว้ ทำแบบนี้ทุกครั้งที่ไปดูหนังมา เริ่มทำแบบนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว พบว่าวิธีนี้สะดวกดีเลยทีเดียวครับ

วิธีการบันทึกหนังลงลิสต์ของ imdb

  1. ทำการสร้างลิสต์ใหม่ขึ้นมา (สมัครสมาชิกและล็อกอินเข้าระบบก่อน) คลิกสร้างลิสต์ใหม่ Create a new list

    Create a new list

  2. เลือก list เป็นรายการของรายชื่อหนัง ใส่ชื่อของลิสต์ตามที่ต้องการในที่นี้ผมต้องการบันทีกรายการหนังที่ได้ดูตลอดทั้งปี 2013 จึงตั้งชื่อว่า “Watchlist in 2013”

    New List

  3. เมื่อต้องการบันทึกหนังที่ไปดูมาแล้วลงในลิสต์ที่สร้างไว้ เข้าไปที่รายละเอียดของหนังเรื่องนั้น กด Watchlist เลือกลิตส์ที่ต้องการเพิ่มหนังเรื่องดังกล่าวลงไปในลิสต์ เป็นอันเสร็จสิ้น

    add to watchlist

เข้าไปดู Watchlist ของผมใน imdb ได้ที่ลิงค์นี้ครับ Watchlist in 2013Watchlist in 2012

ขอชวนทุกท่านมาสร้างลิสต์หนังของตัวคุณเองครับ แล้วเอาลิสต์หนังของคุณมาแชร์กันบ้างนะครับ ผมอยากรู้ว่าคุณชอบดูหนังแนวไหน เรื่องอะไรบ้าง

ไปดูมาแล้ว Cloud Atlas (2012) หยุดโลกข้ามเวลา

หนังเรื่อง Cloud Atlas

Cloud Atlas (2012) ผลงานของ 3 ผู้กำกับร่วม Tom Tykwer กับ The Wachowski Brothers(Andy, Lana) สองคนหลังโด่งดังมาจาก The Matrix หนังที่เราดูหลายรอบมาก และก็ติดตามผลงานของสองพี่น้องนี้มาตลอด น่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุที่ทำให้สนใจ และอยากดูหนังเรื่อง Cloud Atlas มาก

Cloud Atlas เป็นหนังที่สร้างจากนิยายของ David Mitchell ในชื่อเดียวกัน ฉบับภาษาไทยแปลโดย จุฑามาศ แอนเนียน ใช้ชื่อว่า “เมฆาสัญจร” เป็นหนึ่งในหนังสือที่ต้องอ่านของผม!  หนังเล่าเรื่อง 6 เรื่อง 6 ยุคสมัย แม้แต่ละเรื่องแต่ละเหตุการณ์จะอยู่คนละช่วงเวลาแต่การกระทำของแต่ละคนส่งผลกระทบและเชื่อมโยงถึงกันอย่างต่อเนื่อง

  • เรื่องที่ 1 (คศ.1849) มหาสมุทรแปซิฟิค, เรื่องราวการเดินทางกลับบ้านของทนายหนุ่มที่กำลังป่วยหนักบนเรือ และเพื่อนใหม่คนผิวดำ
  • เรื่องที่ 2 (คศ.1936) สก๊อตแลนด์, ชายหนุ่มผู้ช่วยนักแต่งเพลง ที่เฝ้ารอผลงานที่ตัวเองสร้างขึ้นจะโด่งดัง
  • เรื่องที่ 3 (คศ.1973) ซานฟานซิสโก, เรื่องราวของนักข่าวสาวที่กำลังสืบเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลของการควบคุมทิศทางการใช้พลังงานของคนบางกลุ่มเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
  • เรื่องที่ 4 (คศ.2012) อังกฤษ, เจ้าของสำนักพิมพ์ในวัยชรา ที่ถูกเจ้าหนี้ไล่บี้ให้ใช้เงินที่กู้ยืมมา สุดท้ายต้องไปติดอยู่บ้านพักคนชราที่ไม่ต่างจากคุก
  • เรื่อง 5 (คศ.2144) กรุงโซล, มนุษย์สังเคราะห์ที่ทำงานเหมือนหุ่นยนต์ กับการช่วยเหลือของหนุ่มนักปฎิวัติ
  • เรื่อง 6 (คศ.2321) ฮาวาย, ยุคหลังการล่มสลายของมนุษยชาติ ชาวเผ่าหุบเขาและการมาของหญิงสาวผู้มีอุปกรณ์ที่ล้ำสมัย เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

หนังได้เรต 18+ มีฉากรุนแรงในบางเรื่อง การเดินเรื่องเป็นแบบสลับไปมา ตอนแรกเริ่มเดินเรื่องช้าๆ พยายามนำเราเข้าสู่เรื่องราวทั้ง 6 ซึ่งอาจทำให้บางคนเบื่อได้เลยเพราะใช้เวลานานพอสมควรเลย แต่พอเริ่มเข้าเรื่องได้ก็สนุกขึ้นเรื่อยๆ ตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ หนังแต่ละเรื่องมีโทนในการเล่าที่ต่างกันนิดหน่อย บางเหตุการณ์ที่มีจุดร่วมในแต่ละเรื่องก็จะตัดสลับไม่มาสอดคล้องกัน ในทั้งหมด 6 เรื่อง บางเรื่องดูดราม่า บางเรื่องสนุกสนานและฮา บางเรื่องตื่นเต้นเป็นหนังแอคชั่นไปเลย แม้จะมีถึง 6 เรื่องดำเนินไปพร้อมกัน ตอนแรกอาจจะสับสนนิดหน่อย แต่พอเข้าใจเรื่องง ก็เปลี่ยนสนุกไปแล้ว

  • เห็นได้ชัดว่าพี่น้องวาโซวสกี้ ชอบดาราเกาหลี อย่างเช่น เรน (Speed Race, Ninja Assassin) และเรื่องนี้ดาราสาว เบย ดู นา ในบทมนุษย์สังเคราะห์ ได้บทเด่น และเธอก็ทำได้ดีทีเดียว
  • อีกคนที่ขอบอกว่าเกิดมาก Ben Whishaw ก่อนหน้านี้เจอเขาในบท Q หนัง 007 เรื่องล่าสุด Skyfall ใน Cloud Atlas เขารับบทเป็น โรเบิร์ต โฟรบิเชอร์ นักแต่งเพลง แสดงได้เด่นมาก น่าจับตามองว่าจะเป็นดาวดวงใหม่ของฮอลลีวูด
  • และ Jim Sturgess ในบทนักปฎิวัติ แฮ โจ แชง ที่คอยช่วยเหลือมนุษย์สังเคราะห์ซอนมี-451 สาวๆเห็นแล้วต้องกรี๊ดแน่ๆ
  • หนังเรื่องนี้น่าจะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม (Best Makeup)
  • ทั้ง 6 เรื่องแสดงให้เห็นผลของการกระทำอย่างชัดเจน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต และหนังก็ย้ำในจุดนี้ได้ดีมาก
  • ตอนแรกคิดว่าจะได้ดูหนังแนวระลึกชาติอะไรทำนองนั้น แต่ไม่ใช่เลย!
  • เพลง Cloud Atlas Sextet ที่เป็นเพลงสำคัญ น่าเสียดายที่ทำได้ไม่ดีนัก ไม่ติดหู จำซาวด์ของมันไม่ได้ด้วยซ้ำ
  • ตอนดูจบกลับมานั่งดูว่ามันมีกี่เรื่องย่อยกันนะ พอไล่เรียงดู ถึงได้รู้ว่ามีถึง 6 เรื่องย่อเลยหรือนี้! แต่ตอนดูหนังรู้สึกว่ามันต่อเนื่องกัน ไม่ใช่คนละเรื่องอย่างเช่นหนังที่เราเคยดู อย่างเช่น 4 แพร่ง, 5 แพร่ง อะไรทำนองนั้นครับ
  • มีเซอร์ไพรส์ตอนจบ ที่ทำให้คนดูในโรงหนังอ้างปากค้างและตบมือกันเกรียวกร้าวเลยทีเดียวครับ

สรุปเป็นหนังครบทุกรส ทั้งดราม่า ตื่นเต้น แอคชั่น เศร้า และฮา รวมกันอยู่ในเรื่องนี้ ให้คะแนน 8/10 ครับ

ขอบคุณกิจกรรมพาบล็อกเกอร์ไปดูหนังของ Nuffnang ด้วยนะครับ ดูบล็อกของ @ac_nim ที่ไปดูด้วยกันได้ที่ https://noobnim.in.th/cloud-atlas

ตัวอย่างหนังเรื่อง Cloud Atlas ฉายจริงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2555

Cloud Atlas
Cloud Atlas
Cloud Atlas
Cloud Atlas
Cloud Atlas
Cloud Atlas

ไปดูมาแล้ว Paranormal Activity 4 (2012) เรียลลิตี้ ขนหัวลุก 4

Paranormal Activity 4 (2012) เรียลลิตี้ ขนหัวลุก 4

Paranormal Activity 4 (2012), เรียลลิตี้ ขนหัวลุก 4 

ก่อนอื่นขอขอบคุณ กิจกรรมพาบล็อกเกอร์ไปดูหนังของ Nuffnang ครับ

หนังชุด Paranormal Activity ได้ดูภาค 1 (2007) กับ ภาค 2 (2010) มาแล้ว แต่ภาคที่ 3 (2011) ยังไม่ได้ดูครับ เป็นหนังทุนต่ำแต่ดันฮอตในภาคแรก ส่งผลให้หนังออกมาต่อเนื่องจนตอนนี้ถึงภาคที่ 4 แล้ว หนังขายความเป็นเรียลลิตี้ จับภาพจากกล้องวงจรปิด กล้องเว็บแคม ฯลฯ ออกแนวแอบถ่าย(ผี)

ในภาค 4 นี้เป็นเนื้อเรื่องต่อจากภาคที่ 2 ซะงั้น! ผมยังไม่ได้ดูภาคที่ 3 เลยเหมือนโชคดีอยู่นิดๆ สิ่งแปลกใหม่ที่จะได้เห็นในหนังภาคนี้จะเป็นมุมกล้องของกล้องหน้าของโน๊ตบุ๊ค ทำให้มองเห็นหน้าคนอยู่หน้าคอมชัดเจนแต่ด้านหลังไม่ชัดให้อารมณ์น่าตื่นเต้น และยังบดบังอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านหลังของคนที่อยู่หน้าคอมอีก บรือ!

อีกเทคนิคอย่างหนึ่งที่ถูกนำเสนอใน Paranormal Activity ภาค 4 นั้นคือภาพถ่ายในที่มืดโดยจับแสง IR (อินฟราเรด) ที่ใช้ในการตรวจจับตำแหน่งของ Kinect อุปกรณ์เสริมสำหรับเล่นเกมของ Xbox มันจะยิง IR จุดเล็กกระจายออกมาเพื่อจับตำแหน่งของคนเล่น พอปิดไฟแล้วถ่ายด้วยโหมดกลางคืนก็จะเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านหน้าเซนเซอร์เป็นโครงสร้างในแบบสามมิติ ไอเดียดีมาก

แสง IR (อินฟราเรด) ที่ใช้ในการตรวจจับตำแหน่งของ Kinect
ภาพแสงอินฟราเรดจาก Kinect

หนังเดินเรื่องคล้ายเดิม จากครอบครัวธรรมดาทั่วไป และเรื่องประหลาดต่างๆก็เกิดขึ้นเมื่อมีเด็กข้างบ้านเข้ามาอยู่ในบ้าน(มาพร้อมกับอะไรบางอย่าง) และมีจุดประสงค์บางอย่าง ช่วงต้นเรื่องภาพที่ถ่ายจะสั่นมากทำเอาเวียนหัวได้เหมือนกัน แต่ผ่านไปได้ช่วงหลังก็ดีขึ้น ความตื่นเต้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากที่น่าเบื่อในตอนต้นเรื่อง ช่วงท้ายๆต้องลุ้นตัวโก่งเหมือนกัน มีฉากตุ้งแช่ไม่เยอะนะ ส่วนใหญ่เน้นเรื่องบรรยากาศ ภาคนี้ดูจะมีเนื้อเรื่องอธิบายแทรกเข้ามาเยอะกว่าภาคอื่นๆ ที่สำคัญนางเอกสวยมาก (Kathryn Newton) ดึงความสนใจเราไปเยอะเลย

Kathryn Newton นางเอกตัวสำคัญในการเดินเรื่อง

แล้วใครควรไปดูหนังเรื่องนี้ คนที่ชอบดูคนอวดผีช่วงล่าท้าผี หรือแนวเรียลลีตี้

ให้คะแนน 6/10 ให้เพราะชอบนางเอกล้วนๆ ส่วนที่เหลือแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนครับ

 

ตัวอย่าง Paranormal Activity 4 (2012)

ไปดูมาแล้ว The Amazing Spider-Man (2012)

The Amazing Spider Man

The Amazing Spider Man (2012) หนังไอ้แมงมุมฉบับรีบูต ตีความกันใหม่ตั้งแต่ต้น โดย มาร์ค เว็บบ์ ทำให้เหมือนฉบับการ์ตูนมากกว่าฉบับแรกโดย แซม ไรมี แต่ให้ตายสิเราชอบทั้งสองแบบ!

  • หนังดูสนุก แต่มีอยู่แว่บหนึ่งเข้ามาให้หัวตอนเริ่มเรื่องที่รู้สึกว่าเดินเรื่องช้าจัง แล้วมันก็หายไป
  • นักแสดงที่รับบทเป็นสไปเดอร์แมนฉบับนี้คือ แอนดริว การ์ฟิลด์ (ยังจำเสียงของเขาตอนร้องเรียก มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ค ใน The social network ได้ติดหูอยู่เลย) ผมชอบ รูปร่าง ผอม สูง และบุคคลิกแบบนี้มากกว่าฉบับแรก ขี้เล่น มันดูเหมือนในการ์ตูนมากกว่า โทบี้ แม็คไกวร์ รูปร่างออกจะเตี้ยล่ำไปนิด
  • ในฉบับใหม่นี้ ลุงเบ็นผ่าน แต่ป้าเมย์ไม่ผ่าน เราชอบฉบับแรกมากกว่า ผมขาวและดูอบอุ่นมากกว่า
  • ชอบเครื่องยิงใยแมงมุม มากกว่าใยที่ออกมาจากตัว
  • บอกที่มาของชุดสไปเดอร์แมนชัดเจนกว่าฉบับแรก
  • มีฉากอลังการ ในตอนท้ายที่ทำให้ขนลุกได้กัน เหมือนฉากที่ผู้คนในรถไฟยกสไปเดอร์แมนลอยเนื้อหัวหลังจากเขาช่วยหยุดรถไฟไม่ให้ตกลางในสไปเดอร์แมน ภาค 2 ของเวอร์ชั่นแรก
  • ตัวร้ายลิซาร์ด(กิ้งก่ายักษ์) คือ ดร.เคิร์ท คอนเนอร์ เพื่อนของพ่อปีเตอร์ พาร์คเกอร์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง มีสองบุคคลิก(ดี/ชั่ว)ภายในตัว คุยกับตัวเอง คล้ายๆกับตัวร้าย ด๊อกออค ในสไปเดอร์แมน ภาค 2 เวอร์ชั่นแรก
  • ทั้งสไปเดอร์แมน และลิซาร์ด ใช้เวลาในการกลายสภาพเร็วมาก ไม่กี่ชั่วโมง (จากคนปกติเป็นอะไรที่พิเศษ) หลังจากโดนแมงมุมกัดกับฉีดยาเข้าไป
  • หนังทำฉากต่อสู้ได้สนุก ตื่นเต้น โดยเฉพาะสู้กับลิซาร์ดในโรงเรียน ได้เห็นทักษะการต่อสู้ของสไปเดอร์แมนที่ทำตัวเหมือนแมงมุมจริงๆอย่างที่ไม่เคยเห็นในหนังทั้งสามภาคก่อนหน้านี้ (ห่อคู่ต่อสู้ด้วยใยแมงมุม)
  • มีฉากฮาๆปนอยู่นิดหน่อย
  • นางเอก เกว็น สเตซี่ (เอ็มม่า สโตน จำเธอในบทนักเขียนเรื่องคนใช้ผิวสีใน The Help ได้ไหม) สวยมาก ในฉบับการ์ตูนเป็นแฟนคนแรกของปีเตอร์และโดนคนร้ายฆ่า ก่อนที่ปีเตอร์จะมาพบเอ็มเจภายหลัง
  • มีฉากหลังเครดิต เกริ่นการนำเข้าภาคต่อไป คือ นอร์แมน ออสบอร์น กรีนกอบลินคู่ปรับตลอดการของสไปเดอร์แมน ทำให้นึกถึงหนังชุดของมาร์เวลสตูดิโอ ซึ่งตอนนี้ลิขสิทธิ์สไปเดอร์แมนยังอยู่ที่โซนี่พิคเจอร์ และยากที่จะหลุดมือไปได้ง่ายๆ แม้จะมีโอกาสอันน้อยนิดที่จะได้ไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ The Avengers แต่ก็อยากให้เกิดขึ้นจริงๆนะ
  • คะแนน 8/10 ตัดไม่ชอบป้าเมย์ เดินเรื่องช้านิดหนึ่งตอนต้น

ดูตัวอย่างหนัง The Amazing Spider Man (2012)

ตัวอย่าง The Amazing Spider Man (2012 ) ฉากแกล้งเพื่อนนักบาสเก็ตบอล

ตัวอย่าง The Amazing Spider Man (2012) ฉากหนีการล้อมจับของตำรวจ

ตัวอย่าง The Amazing Spider Man (2012) ฉากช่วยเด็กบนสะพาน

ฉากยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองได้พลังแมงมุมมา
เกวน สเตซี่ แฟนสาวสุดสวยของปีเตอร์ พาร์คเกอร์
ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ในชุดสไปเดอร์แมน เท่ และเกรียนมาก
ลุงเบ็น กับป้าเมย์
พ่อของปีเตอร์ พาร์คเกอร์ นำเขามาทิ้งไว้กับลุงและป้า แล้วจากไปพร้อมกับแม่ แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย
ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ในหนังไม่ใส่แว่นนะ ใส่คอนแทคเลนส์
ต่อสู้กับวายร้ายมาอย่างหนักหน่วง สไปเดอร์แมนสะพายเป้ เท่มาก
ดร.เคิร์ท คอนเนอร์ พิการมีแขนข้างเดียว เขาพยายามสร้างแขนใหม่ให้ตัวเองด้วยการนำความสามารถของอีกสปีซี่หนึ่งมาให้อีกสปีซี่ เขาเอาความสามารถในการงอกหางใหม่ของสัตว์เลื่อยคลานมาเพิ่มความสามารถให้กับตัวเอง ผลค้างเขียงทำให้กลายเป็นลิซาร์ด
ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ กับลุงและป้าในบ้าน ตอนค้นพบกระเป๋าลับของพ่อ
บาดเจ็บจากการต่อสู้ แวะมาให้แฟนสาวช่วยดูแล
เกวน สเตซี่ ในฉากหลังงานศพ(ของใครไปดูเอง)
ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ในชุดออกไล่ล่าคนที่ฆ่าลุงเบ็น
พ่อของเกวน นายตำรวจคนดี ที่ต้องการจับสไปเดอร์แมน และก็บอกเหตุผลที่แทงใจดำปีเตอร์มากว่า การจับผู้ร้ายขโมยรถของเขาไม่ได้ช่วยเหลืออะไรตำรวจเลย!
แฟนสาวนเกวน สเตซี่ เรียนในห้องเรียนเดียวกัน
แอบมาฝึกทักษะ แต่พ่นใยแมงมุมเองไม่ได้นะ แต่รู้วิธีโหนแล้วเหวี่ยงตัวเองโดยบังเอิญ จึงคิดเครื่องพ่นใยขึ้นมา
ไอ้แมงมุมฉบับบนี้เกรียน และชอบแกล้งเพื่อนที่เคยทำร้ายเขากลับ
ชุดนี้เท่ไปเลย ในหนังมีเฉลยด้วยนะว่าไอ้หน้ากากที่มีตาเป็นแบบนั้นมันทำมาจากอะไร และได้แรงบันดาลใจมาจากไหน

ภาพประกอบจาก : https://www.theamazingspiderman.com

ไปดูมาแล้ว หนังเรื่อง I MISS U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน

เมื่อวานไปดูหนังเรื่อง “I MISS U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน” มาครับ เป็นหนังของค่าย M39 ซึ่งช่วงหลังๆพอจะไว้ใจได้ถึงความสนุก หนังมีจุดขายเด่นเป็นเรื่องรักสามเส้า ชายหนึ่งหญิงสอง แต่หญิงอีกฝ่ายคือคนที่ตายแล้ว จากข่าวที่ออกมาก่อนเปิดฉายเพียงไม่กี่วัน ว่าตอนจบของหนังจะมีถึง 3 แบบ (เฉยๆกับข่าวนี้นะ!) หนังเรื่อง I MISS YOU นั้นผมมองว่าเป็นการตามรอยหนังดราม่าเข้มข้นที่มีผีเป็นฉากหลังอย่างหนังเรื่อง “ลัดดาแลนด์” (GTH) แต่เรื่องนี้คือหนังรักโรแมนติกที่มีเรื่องผีเป็นฉากหลัง ส่วนหนังตลกที่รวมอยู่กับหนังผีเราเห็นกันเกลื่อนแล้ว

หนังเรื่อง I MISS U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน

ตอนแรกลังเลอยู่ว่าจะเขียนถึงดีไหม แต่พอมาคิดดูอีกทีมีฉากหนึ่งที่ติดตาเรามาก เป็นฉากธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดาเลย นั้นคือ ฉากสนทนากันระหว่างหมอธนา(พี่ติ๊ก) กับหมอบี(สายป่าน) ในร้านอาหารหรือร้านกาแฟเนี้ยแหละ

ขณะที่หมอธนากำลังเล่าเรื่องต่างๆในอดีตให้หมอบีฟัง เธอตอบกลับไปว่า

“ถ้าเราพยายามจำแต่ความสุข มันจะทำให้เราลืมความทุกข์ได้ยากขึ้นไม่ใช่หรอ…?”

ประโยคนี้ทำให้หมอธนาเกิดอาการซาโตริขึ้นทันที พี่ติ๊กแสดงอาการนี้ได้สุดยอดมาก ทั้งแววตา ท่าทาง การแสดงท่าทางอาการฉุกคิดนั้น เยี่ยมสุดๆเลย ทำให้เราเชื่ออยากสนิทใจเลยว่า ว่าเขากำลังวนอยู่ในอ่างของความทุกข์แล้วมีคนมาชี้ทางให้ เป็นช่วงสั้นๆเพียงไม่กี่วินาที แต่ติดตาเอามากๆเลย

อีกคนที่แสดงได้เยี่ยมมากคือ ทราย เจริญปุระ แม้จะมีแค่ไม่กี่ฉาก โดยเฉพาะฉากที่ปะทะคารมกันกับหมอบี บทสนทนานั้นแสดงให้เห็นเบื้องหลังของความรักที่หลายคนมองว่าสวยงาม แต่ความจริงแล้วไม่สวยงามอะไรเลย มีแต่การแย่ชิงกันไม่เว้นแม้แต่ผีก็หนีเรื่องนี้ไม่พ้น เป็นอีกหนึ่งมุมมองของตัวละครตัวนี้ (สรุปว่าเป็นสี่เส้านะไม่ใช่สาม ชายหนึ่ง หญิงสอง ผีอีกหนึ่ง!)

รักฉันอย่าคิดถึงฉัน

หนังปูเรื่องมาอย่างดีว่า หมอนก(จ๋า) พยายามจะไปแล้วแต่หมอธนาไม่ให้ไป แต่ตอนจบกับปิดลงไม่สมบูรณ์ซะงั้น อย่างน้อยฉากจบที่ผมได้ดูก็ไม่ตรงกับที่คิดไว้ คิดว่าถ้าเป็นอีกแบบทุกอย่างจะสอดคล้องและสมบูรณ์ว่า เนื้อเรื่องบางอันยังขัดๆกันเองอยู่นะ ฉากผี และฉากน่ากลัวต่างๆ คนที่ไปดูด้วยบอกว่าน่ากลัวมาก ผมกลับไม่ได้รู้สึกมากขนาดนั้น(สงสัยดูหนังผีคนเดียวบ่อยเกินไป)

I MISS U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน

ตอนจบของหนังแสดงให้เห็นว่าคนรอบตัวของคนตายต่างหากที่ไม่ยอมให้เขาไปสู่สุขคติ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเหตุกาณ์ในลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด ทุกคนในครอบครัวพยายามบอกให้หมอยือชีวิตคนที่รักเอาไว้ให้นานที่สุด การอ้อนวอนให้เขากลับมา การเศ้าโศกเสียใจ ฯลฯ เหตุการณ์เล่านี้เห็นได้ชัดมากขึ้นเมื่อฉากหลังเป็นโรงพยาบาล

ให้คะแนนดีกว่า 7/10 ที่ชอบคือ เนื้อเรื่องหลัก บทพูด ที่ไม่ชอบคือ หลายฉากขัดกันเอง ตอนจบที่ไม่ได้ดั่งใจ


ใน MV ฉันอยู่ตรงนี้ข้างๆเธอ ของ Klear มีฉากที่ผมกล่าวถึงด้วยนะ

I MISS U :รักเธอทั้งหมดของหัวใจ โดย วันวาน เวอร์ชั่นนี้ฟังแล้วขนลุกได้เหมือนกับพี่โจ้ร้องเลยทีเดียว

ต้นฉบับ รักเธอทั้งหมดของหัวใจ
https://www.youtube.com/watch?v=HD39PFOaf-s

ไปดูมาแล้ว The Avengers

The Avengers (2012)

The Avengers หนังรวมพลฮีโร่ของ Marvel ดูไปตั้งนานแล้ว แต่อดไมได้ที่จะเขียนถึงก่อนที่มันจะลาโรงไป ตอนนี้ยังกวาดรายได้ทั่วโลกต่อไปเลย 1 พันล้านไปแล้ว สร้างสถิติใหม่เปิดตัวอันดับหนึ่งตลอดของ Box office อเมริกาอย่างง่ายดายโดยเขี่ย Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ตกไปซะไกลเลย

จะเรียกว่าหนังใหม่ก็ไม่ใช่ มันเป็นเหมือนภาคต่อของ Iron Man 3, Incredible Hulk 3, Thor 2, Captain America 2 แต่ดันอยู่ในหนังเรื่องเดียวกัน แม่เจ้า!!!!! แฟนหนังแต่ละเรื่องมาดูฮีโร่ของตัวเองในเรื่องนี้เรื่องเดียว ไม่ฮิตได้อย่างไร มีฮีโร่เยอะขนาดนี้แต่เกลี่ยบทได้ดีมาก ไม่มากไม่น้อยกำลังดีในเวลา 2 ชั่วโมงนิดๆ ต่อไปข้อเขียนถึงแบบเป็นข้อๆเหมือนที่เขียนนะครับ

  • หลายคนอาจจะคิดว่าฮีโร่ของฉันเก่งกว่าของแก ไม่ต้องห่วงครับ The Avengers จัดคู่ไว้ให้ ฟัดกันเป็นคู่ๆ ส่วนเหตุที่ทำให้ต้องต่อยกัน ตามไปดูในหนังเองนะ
    Loki vs Captain America (สูสี เหมือน Loki จะได้เปรียบนิดๆ แล้ว Ironman มาเสริมทัพ Loki ขอยอมแพ้)
    Iron Man vs Thor (สู้กันมัน สูสี ก่อนที่ Captain America จะมายุติศึก)
    Black Widow vs Hawkeye (Black Widow ชนะ)
    HulK vs Thor (คงมีแค่ Thor เท่านั้นที่พอจะสู้เจ้ายักษ์เขียวได้ อัดกันมัน ก่อนที่จะมีตัวหลอกล่อให้ Hulk หนีไป)
    Loki vs Thor (เหมือน Thor จะแพ้ทาง Loki ตลอด)
    Tony Stark vs Loki ( Tony แพ้ แต่ตอนเป็น Iron Man ชนะ)
    Loki vs Hulk (อันนี้ฮา รู้ผลเร็ว)
    นอกจากนี้ยังมีการเผชิญหน้ากันอีกนิดหน่อยระหว่าง Hulk กับ Black Widow (ซึ่งหนีอย่างเดียว) และการเชือดเชือนกันด้วยวาจาระหว่าง Iron Man และ Captain America
  • ฮีโร่ทุกตัวมีปมด้อย Tony Stark (Iron Man) มีลูกปรายกระสุนเตรียมจะวิ่งเข้าสู่หัวใจทุกเมื่อ, Bruce Banner ควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อเป็น Hulk ทำลายทุกอย่างที่ขว้างหน้า, Black Widow มีอดีตที่เจ็บปวดจากการเป็นโจรก่อนที่จะมาทำงานให้ S.H.E.L.D, Thor รักน้อง Loki ไม่กล้าทำร้าย สุดท้ายความเจ็บปวดกลับมาที่ตัวเองทุกครั้ง, Captain America ความรู้สึกแปลกแยก เป็นคนหลงยุค, Hawkeye ในเรื่องไปอยู่ฝั่งตรงข้ามซะเกือบครึ่งเรื่อง
  • ในเรื่องมีตัวร้ายสนับสนุน Loki ให้สามารถบุกยึดครองโลกได้ โดยให้ทั้งกองทัพและคฑาที่มีพลังอำนาจสูง แลกกับ Tesseract ที่มีพลังไร้ขีดจำกัดที่อยู่บนโลก (ก้อนเรืองแสงที่ตกลงทะเลพร้อมกับ Captain America นั้นเอง)
  • เราจะได้เห็นชุดใหม่ของ Iron Man, ได้เห็นความบ้าคลั่งและความเกรียนของ Hulk ที่ทำให้สะใจคนดู, ได้เห็นฐานบัญชาการที่ล้ำยุค, ได้ดูฉากแอกชั่นที่มันส์และน่าจดจำ มันคือ ฉากที่ Hulk จับ Loki ฟาดกับพื้น, บทพูดและเนื้อเรื่องฉลาด
  • เป็นหนังที่ดูสนุก แทรกมุกฮาๆตลอดทั้งเรื่อง คนดูเพลิน ออกโทนเดียวกันกับ Iron Man ภาคแรก ที่มีทั้งดราม่านิดหน่อยแต่เน้นสนุกสนานปนฮา คงเป็นเพราะ Iron Man มีบทเด่นกว่าคนอื่นเล็กน้อย เลยให้ The Avengers ได้กลิ่นไอของแนวนั้นมาเยอะ แต่คิดว่าจอส วีดอน(ผู้กำกับ) คงตั้งใจให้มันออกมาแนวนี้เองแหละ ซึ่งมันก็ทำให้คนดูชอบ มันถูกพิสูจน์มาแล้วจาก Iron Man 1 และ 2
  • คิดว่าโทนของหนังเรื่องต่อไปของ Marvel อย่าง Iron Man 3, Thor 2 หรือ Ant Man ก็คงจะยึดแนวทางนี้
  • The Avengers ตอนสู้กับกองทัพต่างดาว ทำงานเป็นทีมได้ดีมาก โดยรับการสั่งการจาก Captain America เหมือนในเวอร์ชั่นการ์ตูนแอนนิเมชั่น
  • คงอีกซักพักใหญ่ๆเลยที่เดียว จนกว่าจะได้ดู The Avengers 2 แต่ก็ไม่ต้องห่วงเพราะระหว่างรอ เราก็จะได้ดูฮีโร่แต่ละตัวโชว์เดียวในหนังของตัวเองก่อนจะกลับมารวมกันอีกครั้ง “เพราะว่าเราต้องการพวกเขา”
  • ทราบมาว่าหนังถูกตัดออกไปราว 30 นาที รอดูตอนเป็นแผ่นแล้วกัน
  • สรุปให้คะแนน 9/10 ด้วยความชอบส่วนตัวกับความบันเทิงครบครัน

ไปดูมาแล้ว Thor เทพสายฟ้า

Thor เทพสายฟ้า

ไปดูมาแล้ว Thor เทพสายฟ้า เหมือนทุกครั้ง ไปดูมาแล้วก็ขอบันทึกถึงความรู้สึกที่ได้ดูแล้วเป็นยังไง เมื่อเปิดดูย้อนหลังพบว่าผมเขียนถึง Thor(ธอร์) ไปสองครั้งแล้ว ตัวอย่างหนังซูปเปอร์ฮีโร่ Thor มาแล้วThor เทพสายฟ้าตกสวรรค์ ตัวอย่าง 2 มาแล้ว แสดงให้เห็นว่า ผมรอดูหนังเรื่องนี้พอควรเลยล่ะ

Marvel Studio วางโปรแกรมหนังไว้แล้วเพื่อประกอบเรื่องต่างๆเป็น The Avengers ฮีโร่ตัวต่อไปจาก Thor ก็คือ Captain America ที่จะเข้าฉายกลางปีนี้เช่นกัน กลับมาที่หนังเรื่อง Thor ดีกว่า

  • Thor ในต้นฉบับการ์ตูนใช้ขื่อว่า The Mighty Thor เป็นเทพพระเจ้าของชาวสแกนดิเนเวีย ต่างจากเทพเจ้าของกรีกและโรมัน ที่เราคุ้นเคย มีความเป็นมนุษย์มากกว่า มีปัญหาเรื่องครอบครัวเหมือนมนุษย์
  • หนังเรื่อง Thor ดูแนวของมาร์เวลพยายามจะสร้างให้ออกมาเป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุด โดยปรับเรื่องเทพพระเจ้า เป็นเรื่องของมนุษย์ต่างดาวที่มีวิทยาการล้ำเลิศไปซะเลย แต่ทำได้ดูดีไม่ขัดกับความรู้สึกเลย
  • หนังเล่าเรื่องถึงสงครามการรุกรานโลกมนุษย์ของยักษ์น้ำแข็ง แต่โลกไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ยังมีชาวเอสการ์ด ที่คอยช่วยเหลือ ในสงครามครั้งนั้นชัยชนะเป็นของชาวเอสการ์ด มนุษย์เล่าขานเรื่องของชาวเอสการ์ดที่คอยปกป้องชาวโลก จากเรื่องเล่าก็กลายเป็นตำนานเทพเจ้าจนถึงปัจจุบัน
  • ชาวเอสการ์ด นำโดยกษัตริย์เทพโอดิน มีลูกชายสองคนคือ Thor และโลกิ เอสการ์ดเป็นผู้ที่คอยดูแลความสงบสุขของดาวต่างๆรวมกัน 9 ดวง เดินทางไปดาวต่างๆได้ในพริบตาด้วยสะพานเชื่อมดาวด้วยรูหนอน

    กษัตริย์เทพโอดิน ตาขวาเสียไปกับสงครามในอดีต

  • ในการชนะสงครามในครั้งนั้น กษัตริย์เทพโอดิน ได้ยึดอาวุธอันทรงพลังของยักษ์น้ำแข็ง (ยังเป็นปริศนาอยู่ว่ามันทำอะไรได้บ้าง) กับสิ่งสำคัญบางอย่างมาด้วย(ไปดูเองจะรู้ว่าคืออะไร)

    โลกิ กับอาวุธของยักษ์น้ำแข็งที่โอดินยึดมา

  • Thor คือลูกคนโตของกษัตริย์เทพโอดิน เป็นคนที่จะสืบบัลลังก์คนต่อไป มีอาวุธประจำกายเป็นค้อนสายฟ้ามจอลเนียร์(Hammer Mjolnir) มีความมุ่งมั่น ดื้อรั้น เอาแต่ใจ หยิ่ง บ้าพลัง
  • ในวันสำคัญพิธีสืบทอดบัลลังก์ของเอสการ์ดจากเทพโอดินสู่ Thor เกิดเหตุยักษ์น้ำแข็งลอบเข้าวัง หวังจะไปขโมยอาวุธที่เทพโอดินยึดมากลับ แต่ก็พลาดเพราะมีหุ่นเหล็ก(Destroyer)ที่ร้ายกาจคอยดูแลอยู่ แต่เป็นเหตุให้ Thor โกรธ และเหมือนถูกเหยียดหยามอย่างหนัก Thor กับสหาย จึงเดินทางไปดาวของชาวยักษ์น้ำแข็งเพื่อหวังจะไปประกาศศักดิ์ดาว่าตัวเองเก่งกาจ อย่าได้คิดหยาม เกิดการต่อสู้กันอย่าหนัก เมื่อเรื่องถึงเทพโอดินผู้เป็นพ่อผู้คอยรักษาความสงบมาตลอด การกระทำของ Thor ถือว่าเป็นการกระทำที่จะปลุกสงครามในอดีตขึ้นมา เทพโอดินจึงลงโทษด้วยการเนรเทศ Thor มาที่โลกทนุษย์พร้อมทั้งยึดพลังทุกอย่าง แต่ก็ส่งอาวุธประจำกายของเขามาด้วย แต่สั่งให้ค้อนจะใช้ได้เมื่อ Thor พร้อมที่จะใช้มัน
  • ณ โลก Thor ในร่างมนุษย์ที่อ่อนแอ เขาได้รับความช่วยเหลือจากสาวสวย เจน ฟอสเตอร์ นักดาราศาสตร์กับเพื่อนๆ ในตอนที่เขาเข้าไปยกค้อนของตัวเองแต่ทำไม่ได้ และเมื่อน้องชายโลกิมาส่งข่าวว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว เป็นจุดที่ตกต่ำที่สุด ไร้พลัง อ่อนเอ นี้เองเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และเข้าใจชีวิตมากขึ้น รู้สึกตัวว่าตัวเองนั้นโง่เง่าแค่ไหน จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง
    Thor ในสภาพยกค้อนไม่ขึ้น

    นาตาลี พอร์ตแมน ในบทของ เจน ฟอสเตอร์

  • ที่ดาวเอสการ์ด กษัตริย์เทพโอดิน เข้าสู่ภาวะจำศีล โลกิผู้เป็นน้อง จึงวางแผนยึดครองบัลลังก์เสียเอง โดยคบคิดกับยักษ์น้ำแข็ง และส่งหุ่นเหล็ก(Destroyer)มากำจัด Thor พี่ชาย ที่อยู่โลกมนุษย์
  • เรื่องก็ประมาณนี้ มีจุดหักมุมอันเดียว คือเรื่องของโลกิ ผู้เป็นน้อง
  • หนังทั้งเรื่องจะมีอยู่สองฉากใหญ่คือ ที่ดาวเอสการ์ด กับเมื่องเล็กๆ นิวเม็กซิโกบนโลกมนุษย์
  • หน่วย S.H.I.E.L.D มาเต็มตัวในเรื่องนี้
  • อย่างที่บอก หนังพยายามทำเรื่องเทพเจ้าให้เป็นวิทยาศาตร์มากที่สุด แต่ก็มีบางเรื่องที่ดูแล้วยังเหลือเชื่อ เช่นนายทวารผู้ดูแลสะพานข้ามดวงดาวที่เห็นทุกอย่างทุกที่ เรื่องริบพลังอำนาจ สาปค้อนไม่ให้ใครยกขึ้น แต่ก็อย่างว่า วิทยาการสูงของต่างดาวยากจะเข้าใจ

    ฮิมดอลล์ ผู้ดูแลสะพานข้ามดาว

  • นางเอก นาตาลี พอร์ตแมน สวย และชอบตอนที่เธอออกเสียง Thor ในโรงพยาบาล Th- เป็นเสียงที่คนไทยออกเสียงยาก ตอนฟังเธอเหมือนดูอาจารย์กำลังสอนวิธีวางลิ้นตอนออกเสียง
  • ที่ดาวเอสการ์ด สหายของ Thor มีคนญีปุ่นด้วย!
  • ดูแบบ 3 มิติ น่าจะได้เห็นภาพสวยๆของดวงดาว และฉากอลังการของดาวเอสการ์ด
  • มีมุขฮาๆ แทรกมาตลอด ออกแนวคล้ายๆกับ Iron man
  • ตอนท้ายหลังเครดิต มีฉากสั้นๆให้ดูด้วยนะ
  • Thor ไม่ใช่ฮีโร่ แต่เป็นเทพเจ้า โดยรวมเดินเรื่องไปเรื่อยๆดูสนุก ให้คะแนน 7.5 /10

ไปดูมาแล้ว ปัญญา เรณู

ปัญญา เรณู

น่าจะเป็นหนังที่ยืนโรงอยู่ได้นานมากอีกเรื่อง เข้าโรงตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2554 นับว่ายังโชคดีที่ยังมีรอบให้ดู เข้าไปดูที่เอสเอฟ มาบุญครอง เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม 2554 เหลือเพียงรอบเดียว เวลา 13.00 น. ด้วยกระแสของโลกอินเทอร์เน็ตทำให้อยากเข้าไปดูบ้าง มีความคาดหวังนิดๆว่าจะต้องสนุก หลายคนเข้าไปดูหลายรอบ สื่อหลักเริ่มช่วยประชาสัมพันธ์ เป็นหนังฮิตเซอร์ไพรส์ในปีนี้ไปแล้ว จนประกาศสร้าง ปัญญา เรณู ภาค 2 กันแล้ว

  • หนังเรื่อง ปัญญา เรณู เป็นหนังเล่าเรื่องในมุมของเด็ก ร่วมกับมุมมองของผู้ใหญ่ ทำไมถึงพูดอย่างนี้ เพราะว่าในกลุ่มของหนังเด็กที่ผมนึกถึง คือ แฟนฉัน อนุบาลเด็กโข่ง เด็กหอ หนังเล่านี้เราจะได้เห็นภาพในมุมของเด็กๆ ที่คิดอย่างไร เล่นกันอย่างไร ต่างจากจาก ปัญญา เรณู เล็กน้อยตรงที่เราจะได้เห็นมุมของผู้ใหญ่ด้วย นี้คือจุดหนึ่งที่เห็นในหนังเรื่องนี้ เช่น ตอนที่ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านปรึกษากัน เมื่อเกิดผู้ชายในหมู่บ้านเสียชีวิตพร้อมกันหลายคน
  • เขาว่าถ้า แฟนฉัน เป็นหนังรักในวัยเด็กของคนภาคกลาง ปัญญา เรณู ก็คือหนังรักวัยเด็กของคนอีสาน คิดว่าเป็นจริงดังนั้น
  • ฉากหลังของหนังเป็น จังหวัดอุบลราชธานี ใช้ภาษาอีสานเป็นหลัก มีซัพไตเติ้ลทั้งภาษาไทย และอังกฤษ คนอีสานจะดูหนังสนุกขึ้นอีกเพราะเข้าใจภาษาพูดกับวิถีชีวิตมากกว่า แต่ก็ไม่ได้ยากที่จะเข้าถึง
  • หนังเล่าเรื่อง เมื่อโรงเรียนจะต้องเข้าประกวดวงดนตรี แข่งกับอีกโรงเรียนที่มีดีกว่าทุกอย่าง เพื่อคัดเลือกตัวแทนดรงเรียนเข้าแข่งขันที่ตัวจังหวัดต่อไป เรื่องหลายๆเรื่องก็เกิดขึ้น เช่นการคัดเลือกนักร้อง ความพยายามหาทุนมาซื้อเครื่องดนตรีที่เริ่มจะพัง หาหางเครื่องมาร่วมวง
  • รถบัสของสาวจากกรุงเทพฯ เดินทางผ่านหมู่บ้าน เกิดรถเสีย ต้องใช้เวลาซ่อม 2 วัน เลยต้องมานอนพักค้างที่โรงเรียน ปัญญา มีโอกาสได้พบเพื่อนจากกรุงเทพฯ ปัญญาและเพื่อนๆได้อาสาพาเพื่อนจากกรุงเทพฯเที่ยวชมะรรมชาติ จนเกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เพื่อนจากกรุงเทพฯจึงสัญญาว่าจะช่วยหาครูสอนเต้นกับหางเครื่องมาช่วยในวันแข่งขัน ทำให้วงดนตรีของดรงเรียนมีความหวังที่อาจจะชนะได้ และที่สำคัญ ปัญญาได้เจอ คุณมิว สาวน้อยน่ารักจากกรุงเทพฯ ที่เป็นเหตุให้ เรณู ผู้เป็นที่ฮัก บักปัญญา เกิดอาการหึงหวง จนเกิดเรื่องน่ารักน่าชังในแบบเด็กๆให้ได้ยิ้มกัน
  • ในหนังเรื่องนี้ เราได้เห็นวิถีชีวิตของชาวอีสาน ความเชื่อ การพึ่งพากัน หาอยู่หากินกับธรรมชาติ มีความสัมพันธ์พึ่งพากันระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน ความมีน้ำใจ ตอนที่รถของเด็กจากกรุงเทพฯมาเสียที่หมู่บ้านแล้วต้อง มาพักที่โรงเรียน ชาวบ้านก็ช่วยกันนำผ้าห่ม เสื่อ หมอน มาให้ ถึงจะมีอันเดียวก็เอาให้ จนตัวเองจะไม่มีที่นอนก็ตาม
  • ความเชื่อและศรัทธาที่เราจะได้เห็นในหนังเรื่องนี้ การบนขอพรจากสิ่งศักดิ์(บนแล้วต้องทำตาม) เรื่องผีแม่ม้ายอาละวาด ผู้ชายต้องแต่งเป็นหญิง เจ้าเข้าทรง ขอยืนยันว่าปัจจุบันก็ยังมีอยู่
  • สิ่งที่ผมชอบที่สุดของหนังเรื่องนี้คือ ความเป็นเพื่อนกันของเด็กๆ โดยเฉพาะ ปัญญากับจอบ ช่วยเหลือกันตลอด มีแกล้งกันบ้างบางครั้ง ได้ของกินอะไรมาก็จะมาแบ่งกัน จะไปเที่ยวไหนก็ต้องไปด้วยกัน และการแสดงของหนูเรณู ที่แสดงได้น่ารัก ทั้งบทฮา และบทเศร้า
  • เกล็ดอีกอย่างที่ฉลาดมาก คือ ถ้าตัดเชือกสนตะพายควายแล้ว คนที่คิดจะขโมยจะไม่สามารถเอามันไปได้ (จูงจมูกไม่ได้) ถ้าไม่ใช่คนเลี้ยงควายจริงๆ คิดเรื่องนี้ไม่ได้แน่นอน
  • ผมชอบหนังเรื่องนี้ครับ มีครบทุกรส สนุก ฮา เศร้า ภาพสวย เพลงประกอบก็เพราะ
  • ให้คะแนน 8/10

ดูแล้ว เราสองสามคน

เราสองสามคน
บอกว่าดูสองรอบแล้ว เสียดายที่ไม่ได้ดูในโรง และคิดว่าดูรอบสามได้ เรียว กิตติกร เป็นผู้กำกับอีกคนที่เราไว้ใจได้ว่าหนังจะดี ผมชอบดังนั้นมีแต่ชมซะเป็นส่วนใหญ่
  • อยากออกผจญภัยแบบนี้บ้างจัง
  • วิวสวยทั้งเรื่อง
  • เข้าใจอารมณ์เห่อ ของถั่วเขียวเลยว่าอาการจะได้เที่ยวมันน่าตื่นเต้น สงสัยมาถึงคนแรกแล้วใครถ่ายวีดีโอให้ตอนลงรถอ่ะ ประมาณเดียวกับลงดวงจันทร์คนแรกแล้วใครไปถ่ายตอนลงให้อ่ะ
  • คาราวานรถมี 7 คัน
  • เพลง “เราสองสามคน” ร้องโดยอัสนี ฟังในหนังเพราะกว่าตอนฟังใน MV
  • ได้รู้ว่า คนหูตึงได้ยินเสียงแบบไหน และคนสายตาสั้นมองเห็นภาพยังไง
  • หนังมันเป็นธรรมชาติจัง ไม่เหมือนเป็นหนัง เหมือนไม่มีบท
  • ความรัก อาจเกิดจากความเข้าใจผิดได้นะ ในหนังน่าจะเป็น รัก+เข้าใจผิด+ไม่ชัดเจน
  • นักแสดงลงตัวจัง เลือกคนได้เหมาะจัง
  • คู่ของถั่วเขียวกับผิง มีความสุขสุด เรียกว่าเข้ากันได้ดี
  • เต๋อเมา ดูขำแต่ไม่สมจริงเท่าไหร่
  • เฉยๆ กับนมเวียดนาม แล้วเข้าไปร้านแว่นทำไม ไม่ได้แว่นมา
  • อารมณ์มองไม่ชัด มันน่ารำคาญที่สุด เข้าใจ เต๋อเลย
  • เคยมีเพื่อนใช้เครื่องช่วยฟัง อ่านคำพูดจากปาก แต่เขาพูดไม่ชัดด้วย ไม่เหมือนสุนที่พูดเหมือนคนปกติเลย
  • ผู้หญิงงอนแบบที่เรารู้สึกว่า “กูผิดอะไรว่ะเนี้ย” เกิดกับ ส้มฉุน และตัวเราทุกคนด้วย
  • เต๋อ กับสุน เป็นเพื่อนที่เข้ากันได้ดีอ่ะ
  • ภาพสุนเดินเล่นมิวสิค ที่ทะเลทรายภาพโคตรสวย และเต๋อแสดงบนภูเขาสูงสวยเช่นกัน
  • “ออกตัวแรง” ได้ยินบ่อย และแรง โดนใจ
  • ตั้งเต้นท์บนรถ ตอนอยู่ทะเลทราย โคตรเท่
  • “สมมติว่ามีคนสองคนนะ เรารู้ว่าเขารู้ แต่เขาจะรู้หรือปล่าว ว่าเรารู้” ส้มฉุนพูด ฟังแล้วงง ต้องคิดว่าใครเป็นเรา ใครเป็นเขา จึงจะเข้าใจ
  • เห็น อเมริกา ไหม! ตอนเหยียบมหาสมุทรแปซิฟิก เจ๋งว่ะ
  • “คนอกหักก็ต้องคิดถึงแต่ตัวเอง”-สุนทรีย์
  • พีคของหนังอยู่ที่ตอน เต๋อกับสุนจะกลับ แล้วส้มฉุนตัดสินใจจะแซงซ้ายขึ้นไปบอกรัก
  • ภาษามือ ของส้มฉุน ดูเท่ดี
  • “ความว่างเปล่า กับความเหงา ปนความเศร้า ในตัวเรา คุ้นเคยกับการมีเขา เหลือเพียงตัวเรา กับความสับสนในใจ”-เต๋อร้องไม่เพราะเลย แต่เศร้า

คะแนน 8.5/10

ไปดูมาแล้ว Inception จิตพิฆาตโลก

Inception

Inception คือหนังที่รอคอยมานาน หลังจาก The Dark Night ลาโรงไป บันทึกอันนี้มีสปอยนะครับ
(นอกจอนิดหนึ่ง) การนอนนั้นในทางการแพทย์มีงานวิจัยรองรับว่ามีการนอนหลายระดับจริง การนอนจะมีวงจรสลับกันเป็นขั้นๆ ข้อสังเกตนี้ได้มาจากการที่เวลาที่เราแอบเงียบหลับไม่กี่ชั่วโมง แต่สดชื่นมากกว่านอนหลายๆชั่วโมงได้ยังไง เขาอธิบายว่าคนที่ถูกปลุกในขณะที่นอนหลับในระดับลึกให้ตื่นทันทีจะรู้สึกว่านอนไม่อิ่ม สมองจะไม่สดชื่น ต่างจากคนที่ถูกปลุกตอนนอนในระดับตื้น จะรู้สึกสบาย สดชื่น ดูอ้างอิง มีโปรแกรมสำหรับปลุกให้สดชื่นด้วยในมือ Symbian ชื่อ HappyWakeUp

  • Inception คือ หนังที่สร้างกฏในเรื่องขึ้นมาเอง แล้วเดินเรื่องตามกฎที่ตั้งไว้ กฎนั้นดูจะผูกกับชีวิตประจำวันของเราอยู่แล้วนั้นคือ ฝัน
  • หนังมีรายละเอียดเยอะ ถ้าละสายตาไปสักพัก อาจพลาดรายละเอียดสำคัญของเรื่องไปได้
  • ช่วงเวลาในฝันยาวกว่าชีวิตจริง หรือเรียกว่าทำอะไรๆในฝันได้มากกว่า ชีวิตจริง 10 นาที ฝันในระดับแรก คือ 1 ชั่วโมง, ระดับที่ 2 คือ 6 เดือน และในระดับที่ 3 คือ 10 ปี แน่นอนว่าในหนังมีฝันทุกระดับเดินเรื่องพร้อมกัน และลึกล้ำกว่านั้น พระเอกและสถาปนิกก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 4 ฝันในดินแดนที่พระเอกเคยอยู่จนแก่เฒ่ากับภรรยา
  • การกระทำอะไรก็ตามในโลกจริงจะกระทบโลกฝัน การกระทำอันใดก็ตามบนฝันระดับสูงกว่าจะกระทบถึงฝันระดับลึกลงไป ดังนั้นการจะโจรกรรม ความคิด(ความลับ) จากเป้าหมาย จึงต้องทำในที่นิ่ง (รถไฟฟ้า, เครื่องบิน) ที่หลับไม่นิ่งจะเกิดความไม่สมดุลเห็นได้ชัดตอนหลับบนรถทำให้โลกลำดับที่สามหมุนไปมา
  • ในความฝันจะไม่รู้ว่าเริ่มต้นเมื่อไหร่ ส่วนการตื่นคือ ทำได้โดยการ ตกจากที่สูง และตาย แต่การตายมีข้อยกเว้นในการตื่น ถ้าอยู่ในการหลับลึกจะติดอยู่ในห้วงของความฝันอีกขั้นตลอดการ (พระเอกจะตามไปปลุก)
  • โทเท็ม คืออุปกรณ์ที่พวกติดอยู่กับความฝันสร้างขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองรู้ตัวว่าตอนนี้คือฝันหรือโลกจริง ของพระเอกคือ ลูกข่าง ถ้าเป็นในฝันมันจะหมุนไม่หยุด
  • ในความฝัน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ จิตใต้สำนึก เพราะควบคุมไม่ได้ อย่าสร้างฝันจากความทรงจำ
  • งานปกติของทีมคือการโจรกรรมข้อมูลผ่านทางฝัน แต่ภารกิจใหม่คือ Inception
  • Inception ในความหมายคือ ปลูกฝังความคิด ในหนังทั้งเรื่องคือการทำ Inception ในคนๆหนึ่ง ผมเรียกมันว่า การทำให้คนๆหนึ่งเชื่ออย่างสนิทใจในสิ่งที่เราต้องการให้เชื่อ
  • ปฎิบัติการ Inception ต้องทำเป็นทีม มีการวางแผนอย่างรัดกุม ตัวหลักที่สำคัญที่เขาหามาเพิ่มในทีม คือ สถาปนิก(ดูจะสำคัญมาก คือคนออกแบบฝัน โครงสร้าง องค์ประกอบต่างๆ ในฝัน ส่วนผู้คนที่อยู่ในฝันจะถูกสร้างโดยผู้ที่ฝัน) คนปรุงยานอนหลับ(ต้องการ การหลับที่ลึกตื่นยาก) คนปลอมแปลง (แปลงร่างเป็นคนที่ต้องเข้ามาอยู่ในแผนที่วางไว้) ส่วนคนอื่นๆจะเป็นคนช่วยในการปฎิบัติตามแผน ทุกคนต้องเข้าใจกฎต่างๆในฝันเป็นอย่างดี
  • การทำ Inception มีความเสี่ยงสูง และละเอียดอ่อน มีผลกระทบเป็นลูกโซ่ พระเอกทำให้ภรรยาเชื่อว่า ตัวเองฝันอยู่ ต้องตื่น ผลคืออยู่ในโลกจริงก็คิดว่าตัวเองยังคงฝันอยู่ และต้องตกจากที่สูงเพื่อตื่น (ผลคือตาย) (หรืออาจตื่นก็ได้)
  • ต้องมีอุปกรณ์เชื่อมความฝันของทุกคนเข้าด้วยกัน โดยจะมีคนที่เป็นเจ้าของฝันอยู่ด้วย ถ้าเจ้าของฝันตื่นก่อน โครงสร้างต่างๆในความฝันนั้นจะพัง
  • พระเอกเป็นคนมีปม ไม่กล้าฝัน ต้องเป็นคนเข้าไปอยู่ในฝันของคนอื่นๆ ตอนท้ายจะถูกบีบให้ฝัน
  • Inception เป็นหนังที่เล่าเรื่องฉลาด  เดาเรื่องได้ยาก แว็ปหนึ่งผมเดาว่า ชายแก่ต้นเรื่องคือไซโต(ถูก) และเรื่องยังคงอยู่ในจุดประสงค์แรกคือ ขโมยความลับจากเขา (ผิด) ในชั่วแว็ป ผมคิดว่า มอล(ภรรยาของพระเอก) พูดถูกคนที่อยู่ในฝันคือพระเอกไม่ใช่เธอ (ไม่มีคำตอบ)
  • หนังให้อารมณ์เมื่อดูเสร็จแล้วเหมือนว่า “ตอนนี้กูฝันอยู่หรือเปล่าว่ะ”
  • หนังที่เมื่อดูจบแล้ว ยังค้างเรื่องให้คิดต่อในหัวอีกพักใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก หนังของพี่น้องตระกูลโนแลนยังคงทำให้เราตื่นเต้นและทึ่งในเรื่องราวที่เขาบอกเล่า
  • ตอนจบหนังไม่บอกว่า “พระเอกตื่นหรือยังคงอยู่ในฝัน” แต่มันไม่สำคัญแล้วว่าจะตื่นหรือไม่เพราะที่นั้นคือที่เขามีความสุขและพอใจที่จะมีชีวิตอยู่
  • หนังเหมือนจะจบอย่างลงตัว แต่เหลือช่องว่างให้คิดต่อได้เยอะ สามารถสร้างภาคต่อได้อย่างสบาย
  • ผมว่าดูรอบเดียวเหมือนจะไม่เพียงพอสำหรับหนังเรื่องนี้

ตัวอย่าง

https://www.youtube.com/watch?v=S3XzUYd6nrU