ถามถึงความรับผิดชอบ

เลือดจากหู

ตอนที่เขียนบล็อกนี้อยู่ในอารมณ์ขุ่นนิดหน่อย หลังจากไปหาหมอที่ร้อยเอ็ด เขาเอาสำลีทายาแล้วยัดเข้าไปอุดค้างไว้ เลือดจึงหยุดไหล (ค่ารักษาแค่ 100 บาทเอง) อาการดีขึ้น อารมณ์เลยดีขึ้นตาม ตอนนี้ไม่ติดใจอะไรแล้ว แต่ไหนๆก็เขียนแล้วเลยเอาลงไว้หน่อย อย่างน้อยก็เตือนใจเราได้ส่วนหนึ่ง ให้คิดอะไรให้รอบด้าน และ อย่าให้ใครมาเอาอะไรมาแหย่หูเราได้ง่ายๆ ถ้าเขาไม่ใช่หมอเฉพาะทาง

ถามถึงความรับผิดชอบ

บล็อกนี้แปลกกว่าทุกครั้งเพราะต้องเขียนบน MS Word เพราะขณะที่เขียนอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด เรื่องที่อยากเขียนเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสบายใจมากนักกับสภาพของหูนะตอนนี้ เวลาที่อ้างถึงในเรื่องนี้อาจจะไม่ตรงแปะซะทีเดียวเพราะตอนนี้เกิดเรื่องใครจะไปดูเวลาตลอดกัน แต่เรามี Log ส่วนหนึ่ง เนื่องจากตอนที่นอนไม่หลับหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนไว้ รู้สึกว่าเรามีความจำเรื่องลำดับเรื่องค่อนข้างดี เพราะใช้บ่อยกับงานอีเวนต์ต่างๆที่เคยเข้าร่วม เริ่มเรื่องเลยแล้วกัน

วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน 2554

เวลา 19.45 น. –อาบน้ำ เตรียมตัวออกไปหาอะไรกินข้างนอก อาบน้ำเสร็จตัวยังเปลียกอยู่ ก็หยิบคัตตอนบัด มาปั่นหูเล่น ทำความสะอาดหูสักหน่อย เพราะว่างเว้นมานาน ก็เป็นเหตุการณ์ปกติธรรมดาเหมือนทุกครั้ง แต่ที่หูข้างซ้ายตอนที่ปั่นอยู่นั้นก็เกิดอาการหูอื้อลักษณะเดียวกันเหมือนกับเอาสำลียัดหูไว้ หรือใช้หูฟังยัดแต่ไม่ได้เปิดเพลง คงเป็นเพราะขี้หูที่เยอะและเหนียวดันไปอุดรูหูซะนี้ ก็ลองปั่นต่อขี้หูก็ติดออกมาด้วยเล็กน้อย แต่ยังมีอาการหูอื้ออยู่ ไม่กล้าแยงเข้าไปลึกกลัวมันถูกดันเข้าไปลึกกว่าเดิม ไอ้เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นบ้าง ตอนนั้นให้เพื่อนช่วยแคะก็เรียบร้อยดี จึงทำให้ไม่รู้สึกตกใจอะไร

เวลา 20.20 น. –ลงจะห้องแบบไม่ได้มีความวิตกใดๆ แวะไปคืนการ์ตูนที่ร้านหนังสือเปิดใหม่ใต้ตึก และยืมกลับมาด้วย จากนั้นเดินไปที่ เพชรบุรี ซอย 5 หาอะไรมากิน ระหว่างนั้นได้คิดว่าจะแวะไปที่ร้านตัดผมดูไหมเพราะคิดว่าที่นั้นน่าจะมีที่แคะขี้หู แต่ก็ไม่ได้ไปเพราะอะไรคิดว่าเดี๋ยวทำไม่ดีอาจเป็นอันตรายได้ จึงแวะไปที่คลีนิคแพทย์ที่ซอยนั้น หมอหญิงท่านนั้นแนะนำว่า ไปโรงพยาบาลดีกว่า ที่นั้นมีที่ดูดขี้หู ที่นี้ไม่มีอุปกรณ์ ทำไม่ได้ ก็เห็นควรด้วย เวลาประมาณ 20.45 น. –กลับมาที่ห้อง นั่งกินข้าว ข้าวเหนียว ส้มตำ กับแกงฟัก

เวลา 20.55 น. -ออกเดินทางไปโรงพยาบาล เอกชนแห่งหนึ่ง ที่อยู่ใกล้ที่พัก เหตุที่ไปโรงพยาบาลแห่งนั้นเพราะว่า เรามีบัตร SCB Debit Plus ที่คุ้มครองอุบัติเหตุ คิดว่าอาจจะใช้ได้ และโรงพยาบาลแห่งนั้นเป็นโรงพยาบาลชื่อดัง น่าจะมีอุปกรณ์ที่ครบพร้อม ดังที่แพทย์หญิงท่านนั้นแนะนำ แบบอารมณ์ชิวๆ หยิบการ์ตูนไปอ่านเล่นด้วย อาจจะได้อ่านช่วงนั่งรอ

เวลา 21.00 น. – ถึงโรงพยาบาล จ่ายตังค์ค่าแท๊กซี่ 37 บาท เข้าไปที่จุดลงทะเบียนที่พนักงานซักประวัติว่าเคยเข้าทำการรักษาที่นี้หรือไม่ คำตอบคือไม่ ส่วนใหญ่เจ็บป่วยเคยเข้ารับการรักษาที่อนามัยของจุฬาฯ แต่นับครั้งได้เพราะไม่ค่อยเจ็บป่วยอะไร พนักงานซักถึงอาการที่จะเข้ารับการรักษา ก็ตอบดังที่เขียนไว้ด้านบนว่า “ใช้คัทตอนบัดปั่นหูแล้วขี้หูมันอุดทางท่อรูหู” พนักงงานหญิงท่านหนึ่งแนะนำ ตอนนี้มีแต่หมอฉุกเฉิน หมอเฉพาะทางต้องรอพรุ่งนี้นะ เขาดูได้แค่เบื้องต้นเท่านั้น ตอนนั้นเราคิดว่าให้เขาดูหน่อยไม่น่าจะเป็นไร แคะนิดเดียวก็น่าจะกลับได้แล้ว จากนั้นเราถามพนักงงานต่อว่าจะใช้บัตรเดบิต เจ็บไม่อั้นได้ไหม เขาหันไปพูดกันซุบซิบ ประมาณว่าไม่แน่ใจว่าถือเป็นอุบัติเหตุหรือปล่าว? พนักงานผู้ชายคนนั้นจึงแนะนำว่า เขียนว่า “ปั่นหูอยู่แล้วเพื่อนเดินชนแล้วกัน” ไม่รู้ใช้อะไรตัดสินว่า ทำตัวเองไม่เป็นอุบัติเหตุ ต้องคนอื่นกระทำจึงจะเป็นอุบัติเหตุ (งั้นถ้าตัดเล็บแล้วโดนเนื้อตัวเองก็น่าจะไม่เป็นอุบัติเหตุ ซึ่งผมว่ามันไม่น่าใช่) แต่เราก็โอเค เพราะคิดว่าจะได้ไม่ต้องจ่ายตังค์

ประมาณ 21.20 น. –เข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน ก็เล่าอาการให้ฟัง หมอซักตามสมควร ไม่มีเลือดออก ไม่เจ็บ แค่หุอื้อ และคิดว่าขี้หูอุด หมอใช้อุปกรณ์ส่องหูแล้ว แล้วก็บอกว่าเห็นแล้ว และบอกให้พยาบาลให้เอาครีบกรรไกรมาให้ พยาบาลฉีกอันใหม่ในซองออกมา และให้หมอเริ่มคีบ หมอบอกว่าไฟที่หัวเตียงห่วยมาก ไฟส่องไม่ชัด ให้เอาไฟฉายมา พยาบาลก็เอาไฟฉาย และช่วยดึงใบหูประมาณจะช่วยถ่างให้รูเปิดมาที่สุด หมอคีบข้หูอัดแรกออกมาตอนนั้นรู้สึกโล่งแล้ว คิดว่าหมอคงเห็นว่ายังมีเหลือจึงเริ่มคีบอันอื่นๆออกมา และก็มีก้อนขี้หูออกมาด้วย 2-3 ก้อน หมอบอกว่ามี Clots blood ด้วย เรามองดูแล้วมันไม่ใช่หรอก ก็ขี้หูดีๆนี้เอง เวลาแค่ชั่วโมงมันจะแข็งตัวจนดำแบบนั้นไม่ได้หรอก และซึ่งแต่มีครั้งหนึ่งรู้สึกเจ็บแป๊บ จนหลุดปากร้องออกมาด้วยความเจ็บ แต่หมอก็ยังทำต่ออีกสองสามครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายเจ็บสุด น้ำตาไหลเปื้อนหมอนเลยทีเดียว ในความรู้สึกในหูเหมือนหมอพยายามจะคีบอะไรบางอย่างออกมา แต่ทำไม่สำเร็จ และหมอก็บอกว่าหยุดดีกว่า ตอนนั้นก็โล่งใจ และหูก็โล่งดี(ตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้อนแรกออกมาแล้ว) แต่มีอาการเจ็บและปวดเพิ่มเข้ามาด้วย ใช้เวลาตลอดการรักษาประมาณ 15-20 นาที

หมอบอกว่าสั่งยาให้ 3 ตัว มี Tylenol, Ibuprofen, Amoxycillin ยังงงว่าแคะขี้หูเนี้ย ต้องเอายาไปทำไม? คิดว่าคงเป็นธรรมเนียมที่หลังรักษาก็ต้องมีการสั่งยา คุณพยาบาลทำใบนัดหมอเฉพาะทางให้ตอน 10 โมงของวันรุ่งขึ้น(11 เมษายน 2554) หมอบอกอีกว่า เยื่อแก้วหูอาจขาด แต่ไม่เป็นไรหรอกมันรักษาได้ ตอนนั้นเอ๋อไปเลย แค่แคะขี้หูเนี้ยแก้วหูขาด ตอนนั้นคิดในใจว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะตอนนี้หูเรายังได้ยินปกติดีนิ ระหว่างช่วงนั่งรอเรื่องทำประกัน รู้สึกมีเจ็บภายในหูแต่ไม่ได้มากมายเท่าตอนที่คีบขี้หู หลังจากนั้นก็ออกมานั่งรอรับยา ระหว่างรอได้นั่งฟังกวางร้องเพลงอำลาเวทีเดอะสตาร์ด้วย แล้วบิลก็ออกราคา 711.50 บาท (ใช้สิทธิบัตรประกันเดบิตได้) ออกเวลา 22.30 น.

เวลา 22.45 น. –กลับถึงห้องได้ซักพัก นั่งพิมพ์งาน และเล่นเน็ตได้สักพักรู้สึกเหมือนมีน้ำอะไรไหลออกจากหู เลยเอามีแตะมาดู “ฉิบหาย เลือด!!!” แต่เราก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก คิดว่าเดี๋ยวคงหยุด แต่แม่เจ้า “มันไหลทั้งคืน” ไม่ได้ออกมาเยอะแต่ไหลออกมาเรื่อยๆ สรุปว่าทั้งคืนไม่ได้นอน นั่งเช็ดเลือดตัวเอง อนาจตัวเองฉิบหาย!

วันที่ 11 เมษายน 2554

เวลา 7.00 น.– โทรเข้าเบอร์สายด่วนของโรงพยาบาล ถามเรื่องการนัดหมอ ในใบนัดที่พยาบาลทำให้เมื่อคืนคือ 10 โมง แต่เจ้าหน้าที่ในสายแนะนำว่า หมอจะเข้ามาประมาณ 8.30 น. แต่ถ้าเลือดออกก็ให้มาก่อนก็ได้ จะได้ให้หมอฉุกเฉินดูให้ก่อน ตอนนี้รู้สึกว่าเหมือนมีน้ำเลือดเป็นก้อน แล้วอุดรูหูทำให้ด้านซ้ายไม่ได้ยินแล้ว แล้วเลือดก็ยังไหลออกมาข้างนอกเป็นระยะๆ (อึดอัดมาก)

เวลา 7.10 น. –ถึงโรงพยาบาล พนักงานบอกว่าหมอจะมาราว 9 โมงจะรอไหม? ตอนนั้นหูซ้ายไม่ได้ยินแล้ว จนพยาบาลที่ยืนอยู่ข้างซ้ายต้องตะโกนเสียงดัง มีวัดความดัน ชั่งน้ำหนัก เวลาประมาณ 7.15 น. –มานั่งรอที่ห้องฉุกเฉิน แต่ไม่มีใครมาดูหูให้ เลือดไหลออกมา ต้องเดินไปขอสำลีเอง แต่โชคดีที่เจอคุณนางพยาบาลคนเดิม ที่เป็นคนช่วยหมอเมื่อคืน ดูเขามีอาการเป็นห่วงเราอย่างชัดเจน และมากยิ่งขึ้น เมื่อเราบอกไปว่าตอนนี้ด้านซ้ายไม่ได้ยินแล้ว เขาพยายามติดต่อกับแผนกหู คอ จมูก ให้ ได้ความว่าจะเดินทางมาถึงอีกประมาณ 40 นาที รู้สึกว่าเป็นนาฬิกาตอนนั้นเดินช้ามาก

เวลา 8.00 น. –พยาบาลท่านนั้นเดินไปส่งที่แผนก หู คอ จมูก อยู่ชั้น 3 ของตึกข้างๆ ระหว่างทางพยาบาลคุยกับเราว่า เล่าให้อาจารย์(น่าจะหมายถึงคุณหมอ)ฟังนะว่าเป็นยังไง เดี๋ยวหมอบอกว่าโดนคองมีคมหรือโดนอะไรนะ เขายื่นเอกสารให้เคาร์เตอร์ ให้เรานั่งรอบนเก้าอี้นุ่มรอ ก่อนไปก็บอกเดี๋ยวจะตามมาดูว่าสรุปแล้วเป็นยังไง

เวลา 8.30 น.-คุณหมอก็มาถึง เราเล่าอาการให้ฟังเล็กน้อยว่า น่าจะโดนคีมของคุณหมอฉุกเฉินทำให้เกิดแผลภายในช่องหู คุณหมอเข้ามาดูที่หูขวาก่อน เราสามารถมองที่จอมอนิเตอร์ผ่านกล่องร่วมกับคุณหมอได้ หมอใช้กรวยนำทางเข้าไปในช่องหู แล้วใช้คีบเหล็กอันเดียวกับที่หมอฉุกเฉินใช้นั้นแหละ แต่ความชำนาญต่างกันหลิบลับ คุณหมอคีบขี้หูออกมาอย่างง่ายดายและไม่มีอาการเจ็บแม้แต่น้อยนิด แล้วตามดูสายดูขี้หูออกมาชนิดแบบเกลี่ยเกลา นึกในใจทำไมกูไม่รอพบหมอท่านนี้ เรื่องเล็กๆอย่างขี้หูอุดหูกลายมาเป็นรูหูเป็นแผลเลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ เมื่อย้ายมาอีกข้าง หูซ้ายตัวเกิดเรื่อง ดูผ่านกล้องมอนิเตอร์เลือดเต็มเลย หมอก็ทำเหมือนเดิม มือนิ่มมาก ค่อยๆดูดเลือดออก อีกอย่างที่เราสังเกตูเห็นพบว่า รูหูด้านซ้ายมันคดเคี้ยวมากกว่าด้านขวามาก มิน่าว่าทำไมขี้หูมันอุดช่องรูหูได้ง่ายนัก หมอค่อยดูดเลือดออก ร่วมกับขี้หูออกมาออกจนเกือยหมด ตอนนี้รู้สึกว่าหูโลงมาก เหมือนเอาอะไรท่อุดรูหูอยู่ออก มันสบายและโล่งมาก ระหว่างที่ทำการรักษานั้น หมอบอกตลอดว่าถ้ารู้สึกเจ็บให้บอก และถามตลอดว่าเจ็บไหมตลอดการรักษา มีอยู่สองครั้งเอง ที่เรารู้สึกเจ็บ ซึ่งหมอบอกว่าเป็นบริเวณที่เป็นแผล หลังจากดูดเลือดและขี้หูออกเกือบจะหมด แล้วหมอก็ใส่สารละลายลงไป แล้วล้างดูดออก บอกว่าเลือดหยุดไหลไปแล้ว และใช้ครีมทาเคลือบไว้ให้ ลงจากเตียงมานั่งคุยกัน หมอบอกว่า ตัวที่ใช้ส่องของหมอฉุกเฉินมันมองเห็นแค่แนวระนาบ มองไม่เห็นภาพเป็นมิติเหมือนกล้องที่หมอใช้เมื่อสักครู่นี้ โอกาสทำพลาดมีสูง หมอบอกว่า ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง (โล่งใจขึ้นเยอะ) แนะนำให้ระวังเรื่องน้ำอย่าให้โดนน้ำ เดินทางไกลก็ไม่มีปัญหาอะไร เราก็สบายใจเพราะตอนเย็นจะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ตอนนั้นรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ บิลค่ารักษาพยาบาล 2,015.43 บาท

เวลา 9.00 น. –ซื้อข้าวมากิน นั่งพิมพ์งานสบายกลับมาที่ห้อง แล้วเผลอนอนหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ เพราะอดนอนมาทั้งคืน เวลา 17.00 น. -ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็ต้องตกตะลึงกับสภาพหมอนที่เปื้อนไปด้วยเลือด แต่ที่หูมีคราบเลือดที่แห้งแล้ว จึงนั่งรอดูอาการสักพักว่า เลือดที่ไหลลงที่หมอนเป็นเลือดเก่าที่ไหลเมื่อเช้า แต่หยุดไหลไปแล้ว หรือยังมีเลือดใหม่ไหลออกมาอีก พอสักพักที่ปลายหูเลือดก็ไหลออกมา

เวลา 17.45 น. เดินทางเข้าไปพบหมออีกครั้งที่ดรงพยาบาล แต่หมอเจ้าของไข้ได้ออกเวรไปแล้ว เป็นหมออีกท่านหนึ่ง ได้แค่ส่องดู เหมือนไม่กล้าลงมือทำ ให้สารละลายห้ามเลือด แช่ไว้ราว 5 นาที แล้วเอาสำลีอุดไว้ บอกให้เอาออกได้ตอนจะนอน คิดในใจจะกลับบ้านแล้ว จะเรียกตอนไหนว่าตอนนอน ผ่านมาสักสำลีก็หลุดออก แต่ยังรู้สึกว่ามีน้ำค้างอยู่ข้างใน (เหมือนน้ำเข้าหูเวลาเล่นน้ำ กัดฟันเบาก็รู้ว่ามีน้ำอยุ่ข้างใน) บิลค่ารักษาพยาบาล 1,100 น.

เวลา 19.00 น. –ถึงห้องอาบน้ำ แต่งตัวเดินทางกลับบ้าน ระหว่างเดินทางเลือดยังคงไหนไม่หยุด

วันที่ 12 เมษายน 2554

ถึงบ้านพร้อมกับเลือดแข็งตัวอุดช่องหู ทางด้านซ้ายไม่ได้ยินเสียงแล้ว กำลังรอไปหาหมอที่เมืองร้อยเอ็ด

สรุปสิ่งที่เขียนมายืดยาว

ภาพในหัววิเคราะห์ ฉับๆ เกิดอะไรขึ้นกับหูของฉัน ความรู้สึกเจ็บแป๊บ จนร้องตอนนั้น ไอ้เหล็กคีบอันนั้น น้ำตาหยดนั้น หมอฉุกเฉินคนนั้น ณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งนั้น หมอฉุกเฉินคนนนั้นจะรู้ไหมว่าเขาทำอะไรกับหูของผม ถ้ารู้แล้วเขาจะยอมรับในการกระทำของตัวเองหรือไม่ และผมจะถามหาความรับผิดชอบของอาการบาดเจ็บครั้งนี้กับใคร?

เขียนเมื่อ 12 เมษายน 2554 ณ บ้าน ที่จังหวัดร้อยเอ็ด