กระเป๋าจาก One Plus

จากที่ได้ใช้มือถือ One Plus 3 มาสักระยะ รู้สึกประทับใจกับผลิตภัณฑ์ของเขามาก ทั้งการออกแบบและประสิทธิภาพที่ได้คุ้มค่าราคามาก เมื่อไม่นานมานี้ One Plus เปิดส่วนของ Gear มีเสื้อยืด กระเป๋า เป้สะพายหลัง เลยค่อนข้างมั่นใจว่าของน่าจะออกมาดี เปิดดูภาพสินค้าแล้วก็ดีไซด์สวยงาม เลยจัดการสั่งมา 2 ชิ้นเลย คือ

  • OnePlus Travel Backpack 50,00 €
  • OnePlus Travel Messenger Bag  50,00 €
One Plus Gear

หลังจากสั่งซื้อไป ใช้เวลา 3 วัน ของก็มาส่ง ก็เลยแกะกล่องมาให้ดู ต้องบอกว่าประทับใจ ของดูพรีเมี่ยมมาก

OnePlus Travel Backpack
OnePlus Travel Messenger Bag

มาแกะดูทีละชิ้นเลยดีกว่า อันแรก OnePlus Travel Backpack ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี้

https://oneplus.net/de/oneplus-travel-backpack

OnePlus Travel Backpack

ซองพลาสติกห่อมาอย่างดีเลย

OnePlus Travel Backpack

ด้านหน้า

Oneplus Travel Backpack

ทางด้านหลัง มีที่นุ่นๆซัพพอร์ตหลัง

Oneplus Travel Backpack

ด้านใน มีช่องสามารถ ใส่คอม เท็บเล็ต สมุด ปากกา ฯลฯ

และอีกชิ้น OnePlus Travel Messenger Bag รายละเอียดรูปแบบการใช้งาน ตามลิงค์

https://oneplus.net/de/oneplus-travel-messenger-bag

OnePlus Travel Messenger Bag

อันนี้เป็นเป้สะพายข้าง

OnePlus Travel Messenger Bag
Oneplus Travel Messenger Bag
ส่วนของสายสะพาย
Oneplus Travel Messenger Bag

เมื่อใส่สายสะพายเข้าไป ก็ออกมาประมาณนี้

Oneplus Travel Messenger Bag

ใส่ตำแหน่งที่สองก็ได้นะ จะทำให้ได้กระเป๋าที่ยาวขึ้น

Oneplus Travel Messenger Bag

ด้านในก็มีช่องให้ใส่หลายชั้น

โดยรวมทั้งสองกระเป๋า ทำออกมาดีมาก ออกแบบก็ดี เนื้อผ้าหนา น่าจะทนพอดู คงได้ใช้ตัว backpack สำหรับไปทำงาน ไปเรียน ส่วนตัว Messenger Bag ไว้ไปเที่ยวใกล้ๆ

 

รีวิวหนังสือ จอนนี่ ไอฟฟ์: นักออกแบบอัจฉริยะ เบื้องหลังความสำเร็จของ Apple

หนังสือ จอนนี่ ไอฟฟ์: นักออกแบบอัจฉริยะ เบื้องหลังความสำเร็จของ Apple

หนังสือ จอนนี่ ไอฟฟ์: นักออกแบบอัจฉริยะ เบื้องหลังความสำเร็จของ Apple

ผู้เขียน Leander Kahney (ลีนแอนเดอร์ เคนีย์)

ผู้แปล ณงลักษณ์ จารุวัฒน์

336 หน้า

สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์

ตีพิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2557

หนังสือเล่มนี้อ่านจบไปได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่พึ่งมีโอกาสมาเรียนรีวิวสรุปเนื้อหาและสิ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้เก็บไว้ก่อนที่จะลืมไปก่อน เขียนรีวิวหลังอ่านจบครั้งแรกไว้ใน Goodreads ไว้ดังนี้ครับ

เป็นหนังสือที่อ่านสนุก ถ้าใครเป็นแฟนผลิตภัณฑ์ของ Apple จะอ่านสนุกมากขึ้น ได้รู้ถึงวิวัฒนาการการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงอุสาหกรรมของ Apple แนวความคิด ภาษาการออกแบบ ความใส่ใจถึงขั้นหมกมุ่นของทีมออกแบบ ขั้นตอนการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคขั้นสูงของ Apple ที่น่าทึ่ง เป็นหนังสือที่อ่านสนุกอีกเล่มหนึ่งเลยทีเดียว

รายละเอียดอื่นๆที่เขียนไว้ตอน update status ตาม page ที่อ่านถึง

  • page 23: “จอนนี่เป็นเด็กจากอังกฤษและมีผลการเรียนที่ดีเยี่ยม เลือกเรียนการออกแบบตั้งแต่แรก โดยบุคคลที่สำคัญคอยสนับสนุนเขาตลอดมาคือพ่อของเขาซึ่งเป็นช่างเงินและครูสอนการออกแบบ ดูเหมือนว่าความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบของเขาไม่ได้ถูกบังคับให้รัก แต่ถูกซึบซับมาจากพ่อเองอย่างเป็นธรรมชาติ”
  • page 41: “จอนนี่เรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 พร้อมกับรางวัลจากงานประกวดใหญ่ๆของประเทศอังกฤษ จากรางวัลอันหนึ่งที่ได้รับ เขาได้ไปดูงานที่อเมริกาเขาชอบที่นั้นมาก และมีหลายบริษัทที่อยากจะได้เด็กหนุ่มคนนี้ไปร่วมงานด้วย แต่เขาติดสัญญากับบริษัท RWG ที่เป็นคนให้ทุนเขาในการเรียนในระดับป.ตรี เขาจึงต้องกลับมาทำงานใช้ทุนที่นี้”
  • page 62: “ตอนนี้จอนนี่เข้ามาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของ Tangerine รับงานออกแบบและเป็นที่ปรึกษาออกแบบผลิตภัณฑ์ใฟ้กับบริษัทตั้งแต่เล็กๆจนถึงบริษัทนานาชาติใหญ่ๆ ในงานที่ทำให้ Apple บรันเนอร์ประทับใจมากและชวนจอนนี่เป็นครั้งที่ 3 ให้มาทำงานที่ Apple และเขาก็ตกลง”
  • page 72: “Apple ใช้บริการออกแบบผลิตภัณฑ์จาก studio ข้างนอก บริษัท Frog Design แต่ผู้บริหารก็พยายามที่จะทำเองเหมือนกัน ผู้ที่เป็นผู้บุกเบิกที่ทำ Design Studio ภายใน Apple เองคือ โรเบิร์ต บรันเนอร์ เขาคือผู้ที่ค้นหาและชวนนักออกแบบที่เก่งๆให้เข้ามาทำงานที่ Apple จอนนี่คือหนึ่งในนั้น”
  • page 82: “Newton MessagePad 110 คือ ผลงานแรกๆที่สร้างชื่อให้จอนนี่หลังจากเข้ามาทำงานกับ Apple ได้ไม่นาน ผลงานการออกแบบกดฝาปิดจอลงไปแล้วเด้งฝาเปิดออกมา และการกดปากที่ใช้เขียนจอแล้วเด้งออกมาจากที่เก็บ ปัจจุบันเราอาจจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก่อนหน้านั้นไม่เคยมีอะไรแบบนี้ ผลงานออกแบบชิ้นนี้ทำให้จอนนี่ได้รับรางวัลจากสถานบันออกแบบมากมาย แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยไปรับรางวัลเลยสักอัน”
  • page 108: “นักออกแบบที่สำคัญอย่างมากในการวางรากฐานแนวทางการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ที่ถือว่าเป็นหัวใจและเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก แนวทางของเขาจะใช้ Design นำ Engineer แนวทางของนักออกแบบผู้นี้คือออกแบบผลิตภัณฑ์เสร็จสิ้นแล้วค่อยไปคุยกับฝ่าย Engineer เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นทำงานได้จริง ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ดูโดดเด่นสวยงาม นักออกแบบท่านนี้ คือ “Robert Brunner” ชายผู้จ้าง Johnny Ive เข้ามาทำงานที่ Apple”
  • page 114: “อ่านถึงตรงนี้ กลายเป็นว่า Steve Jobs ต่างหากที่เป็นคนวางรากฐานการใช้การออกแบบขับเคลื่อนองค์กร แต่เมื่อเขาถูกไล่ออกจากบริษัท Apple วิธีคิดแบบเก่าๆก็กลับมา วิศวกรมีอำนาจมากว่า และ Robert Brunner ก็เป็นคนพยายามนำมันกลับมาอีกครั้ง”

ตอนที่อ่านหนังสือจะมีการกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ที่จอนนี่ออกแบบ โดยจะบรรยายลักษณะต่างๆโดยละอียด แต่ถ้าอยากเห็นว่าหน้าตาผลิตภัณฑ์นั้นเป็นอย่างไรให้เปิดไปดูที่ส่วนตรงกลางจะมีภาพประกอบบางส่วนให้ดูประกอบ จะทำให้ได้อรรถรสในการอ่านมากขึ้น แต่ขอแนะนำว่าให้เราอ่านอย่างเดียวก่อน จินตนาการถึงผลิตภัณฑ์นั้น จากนั้นค่อยเปิดดูรูปอีกทีจะได้รู้ว่าสิ่งที่เราจินตการถึงกับรูปจริงเหมือนหรือต่างกันแค่ไหน ทำให้อ่านหนังสือเล่มนี้สนุกมากขึ้นเยอะเลยครับ

ภาพประกอบงานการออกแบบของจอนนี่ ไอฟฟ์

บางตัวไม่มีรูปประกอบ แนะนำให้ค้นหารูปในกูเกิลดูประกอบเลยครับ รวมทั้งวิดีโอสัมภาษณ์ โฆษณา การเปิดตัวสินค้าของ Apple ที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือ ถ้าเราเปิดดูไปด้วยจะทำให้อ่านสนุกขึ้นมากเลยครับ

ตัวอย่างวิดีโอ ที่ดูแล้วจะทำให้อ่านหนังสือ จอนนี่ ไอฟฟ์: นักออกแบบอัจฉริยะ เบื้องหลังความสำเร็จของ Apple สนุกมากขึ้น

วิดีโอที่แนะนำ Unibody Macbook ที่เปลี่ยนการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple ให้ยึดแนวทางนี้กับเกือบจะทุกผลิตภัณฑ์ จอนนี่ ไอฟฟ์ ขึ้นนำเสนอบนเวทีตั้งแต่เวลา 10:30 นาที น้อยครั้งมากๆที่จะเห็นเขาขึ้นนำเสนอผลิตภัณฑ์บนเวที แต่ในวิดีโอโฆษณาจะมาบ่อย

https://youtu.be/-rJRMafcRUU?t=10m30s

วิดีโอนี้จะเห็นขั้นตอนการผลิต Unibody Macbook Pro ซึ่งนำการผลิตแบบนำเทคนิค CNC มาใช้ในระดับอุตสาหกรรม ทำให้ได้งานที่มีคุณภาพสูงและมีรายละเอียดที่แม่นยำ แต่การผลิตสินค้าจำนวนมากด้วยวิธีนี้จะทำให้ผลิตได้ช้าและต้นทุนสูงมาก แต่ Apple สามารถลดต้นทุน ทั้งยังผลิตได้เร็ว ยังเป็นความลับอยู่ว่าทำได้ยังไง แต่ Apple ลงทุนกับโรงงานนี้ด้วยเงินมหาศาลมาก กว้านซื้อเครื่อง CNC จากญี่ปุ่นแทบจะทุกเครื่องที่บริษัทผลิตเครื่อง CNC ผลิตได้เลยทีเดียว

การให้สัมภาษณ์ของจอนนี่ ไอฟฟ์ ที่หลายคนคิดว่าฉากด้านหลังที่เขานั่งอยู่คือห้องออกแบบของบริษัท Apple แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เป็นแค่ห้องช่างธรรมดาที่เขามานั่งให้สัมภาษณ์ ห้อง Studio ออกแบบ ที่จอนนี่ ไอฟฟ์และทีมงานออกแบบของเขาทำงานอยู่ถือเป็นห้องที่ลึกลับมาก มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่สูงมาก มีแค่ไม่กี่คนในบริษัทที่สามารถเข้าออกห้องนั้นได้ การรักษาความลับผลิตภัณฑ์ของ Apple นั้นเข้มงวดมากจะไม่มีใครได้เห็นมันจนกว่าจะมีงานเปิดตัว ส่วนใหญ่ที่เราเห็นข่าวว่ามีภาพหลุดส่วนใหญ่จะมาจากขั้นตอนการผลิตแล้วทั้งสิ้น ซึ่งโรงงานจะอยู่ในประเทศจีนเกือบจะทั้งหมด อย่างเช่น Apple Watch ไม่มีใครเห็นข่าวรั่วของสินค้าเลยจนกระทั้งมันเปิดตัว

คลิปวิดีโอที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือ จอนนี่ ไอฟฟ์กล่าวรำลึกถึงสตีฟ จ๊อบส์ เขาได้เล่าถึงความสนิทสนมของเขากับสตีฟ จ๊อบส์ที่เป็นมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง การถูกหัวเราะทุกครั้งที่ออกเสียง “อะลูมินุม” แบบ British accent

อีกหนึ่งการออกมาให้สัมภาษณ์ของจอนนี่ ไอฟฟ์ เกี่ยวกับเรื่องการรออกแบบ ซึ่งน้อยครั้งมากที่เขาจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแบบถาม-ตอบแบบยาวๆ ในการให้สัมภาษณ์อันนี้ แสดงให้เห็นถึงการทำงานของเขากับทีมงาน ถ้าพูดถึงการออกแบบที่บริษัทเขาจะใช้คำว่า “We” คือ “พวกเรา” แทนการกล่าวถึงตนเอง เป็นการแสดงถึงการให้เกียรติกับเพื่อนร่วมงานที่ช่วยกันในการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมกัน และวิดีโอนี้ยังแสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาของเขาเมื่อต้องพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่ลอกการออกแบบของทีมของเขาไป

วิเคราะห์ความเป็นจอนนี่ ไอฟฟ์

จอนนี่เกิดมาเพื่อจะเป็นนักออกแบบ พ่อของเขามีส่วนกับการปลูกฝั่งในเรื่องการออกแบบอย่างมาก เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่เด็กและฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอด (ถ้าอยากประสบความสำเร็จ ต้องรู้จักตัวเองให้ไวแล้วมุ่งหน้าไปให้สุดแรง) จอนนี่ได้รับรางวัลการออกแบบแทบจะทุกสถาบันแต่ไม่ค่อยจะไปรับรางวัลเลย เขามีแนวทางการออกแบบชัดเจนมาก

แนวทางการออกแบบของจอนนี่ ไอฟฟ์ คือ Minimalism น้อยคือดี ทำให้คนทั่วไปดูแล้วเหมือนไม่มีการออกแบบอยู่ในนั้นเลย ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นทิ้งไป สีขาว ใส่ใจกับทุกรายละเอียด แม้ส่วนที่คนใช้จะมองไม่เห็น ทำต้นแบบจริงหลากหลายแบบออกมาให้ได้สัมผัส งานออกแบบนำงานด้านวิศวกรรมเสมอ

จอนนี่ไม่น่าจะเป็นลูกจ้างใครได้ เขาไม่สามารถทำงานในบริษัทที่รับจ้างออกแบบได้เพราะการออกแบบที่เขาอยากทำกับคนจ้างงานถ้าไม่ตรงกัน ผู้จ้างงานจะเป็นคนตัดสินใจนั้นทำให้เขาอึดอัดใจที่จะทำมัน แต่เมื่อเขาเป็นคนคุมการออกแบบเองอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ตัวเขาเอง ความคิดสร้างสรรค์จึงเบ่งบานได้มากกว่า

หลายคนคิดว่าเขาเป็นคนที่น่าจะขึ้นมาเป็น CEO ของ Apple แทนสตีฟ จ๊อบส์ ด้วยซ้ำไป เพราะดูจากความเข้ากันกับแนวทางการทำงานของสตีฟ จ๊อบส์ และวัฒนธรรมการทำงานของ Apple ด้วย แต่ดูเหมือนเขาไม่อยากยุ่งกับงานบริหารด้านอื่นเลย เขาสนใจแค่เรื่องออกแบบ และคนที่เป็น CEO จะต้องเป็นคนทำให้เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการด้วย และดูเหมือนทิม คุกจทำหน้าทีได้อย่างดีเยี่ยม

เคยมีคนคิดว่าจอนนี่ ไอฟฟ์จะลาออกจาก Apple หรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ยากมากๆ ถ้าจะเกิดขึ้นน่าจะเป็นตอนที่สตีฟ จ๊อบส์ ลงจาก CEO และเสียชีวิตไปในเวลาต่อมา ช่วงนั้นน่าจะมีการแย่งชิงอำนาจของลูกรักลูกชังกันตอนหัวเรือไม่อยู่ แต่กลับเป็นว่าจอนนี่ ไอฟฟ์ได้อำนาจมากขึ้นแทบจะเรียกว่าในบริษัท Apple ทีมงานของเขาดูจะเป็นคนคุมบริษัททั้งหมดอยู่แล้ว โอกาสที่เขาจะไปจาก Apple เหมือนจะผ่านไปแล้ว อีกอย่าง ทิม คุก ก็อยู่ข้างเขาเต็มตัว โอกาสที่จะจาก Apple ไปน่าจะมีน้อยมากๆ นอกเสียจากจะวางมือเอง

จอนนี่ ไอฟฟ์ถูกมองว่าเป็นไอคอนคนใหม่แทนสตีฟ จ๊อบส์ในบริษัท Apple ไปแล้ว ทุกคนดูจะคาดหวังผลงานการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ จากทีมของเขามากกว่าทุกทีมใน Apple และเราก็เชียร์อยู่เช่นกันให้เขาทำมันสำเร็จ

25+ ฟอนต์แนวลายมือ ฟอนต์เขียนด้วยมือ ดาวน์โหลดฟรี

Free Hand Drawn Fonts

พยายามจะหาฟอนต์ลายมือหรือแนวเหมือนวาดด้วยมือ จะเอามาใช้ในงานออกแบบเล่นๆอันหนึ่งที่ทำอยู่ แต่อยากได้ที่ฟรีและถูกต้อง เอามาใช้ก็ไม่ได้ใช้ในทางการค้าแต่อย่างไร ก็ค้นๆดูตามเว็บออกแบบต่างๆ พบว่ามีหลายฟอนต์ที่น่าสนใจเลยทีเดียว อาจจะได้ใช้ในงานอื่นๆในอนาคตด้วย เลยอยากจะบันทึกเก็บรายการฟอนต์ต่างๆที่เป็นแนวเขียนมือไว้ คัดมาเฉพาะฟอนต์ที่ตัวเองชอบเป็นหลักครับ อยากแชร์ให้คนอื่นได้ดูด้วย ดูตัวอย่างและดาวน์โหลดได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ

รวมฟรีดาวน์โหลด ฟอนต์แนวลายมือ ฟอนต์เขียนมือ

Childs Play Font

Childs Play Font

Grutch Shadedw Font

Grutch Shadedw Font

FFF Tusj Font

FFF Tusj Font

Pointy Font

Pointy Font

Sketch Rockwell Font

Sketch Rockwell Font

Pee Pants Script Font

Pee Pants Script Font

Fh Scribble Font

Fh Scribble Font

Fh Ink Font

Fh Ink Font

Positiv-A Font

Positiv-A Font

Aguzlo Font

Aguzlo Font

Handwerk Font

Handwerk Font

Marker Twins Font

Marker Twins Font

Toms Handwritten Font

Toms Handwritten Font

Barnes Erc Font

Barnes Erc Font

Pen of Truth Font

Pen of Truth Font

Sketchy Font

Sketchy Font

Tire Shop Demo Version

Tire Shop Demo Version

Octember Script Font

Octember Script Font

WC RoughTrad Bta Font

WC RoughTrad Bta Font

McCoy – Hello Lori Font

McCoy – Hello Lori Font

Peixe Frito Font

Peixe Frito Font

Thurston Erc Font

Thurston Erc Font

Karabine Font

Karabine

Tiza Font

Tiza Font

Clementine Sketch Font

Clementine Sketch Font

Oh Ashy Font

Oh Ashy Font

Love Ya Like A Sister Font

Love Ya Like A Sister Font

via: naldzgraphics.netwebdesigntoolslist.com

Wordmark.it เว็บนี้ช่วยคุณเลือกฟอนต์มาใช้งานได้ง่ายขึ้น

Wordmark.it เว็บเลือกฟอนต์ที่ชอบ

Wordmark.it เชื่อว่านักออกแบบต้องชอบเว็บนี้แน่เลย เป็นเว็บที่จะช่วยให้เราเลือกฟอนต์ที่จะนำมาใช้ในงานออกแบบของเราได้ง่ายขึ้นมาก เพียงพิมพ์ข้อความลงไปบนช่องด้านบนของเว็บไซต์ และกดโหลดฟอนต์ “load font” แล้วฟอนต์ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องเราก็จะถูกนำมาแสดงบนเว็บไซต์ ให้เราได้พรีวิวดูก่อนว่าฟอนต์ไหนจะเหมาะกับข้อความที่เราออกแบบไว้

ยังสามารถปรับแต่งข้อความเพิ่มเติมได้จาก เมนูด้านบน ได้แก่ แบบพื้นหลังสีดำตัวอักษรสีขาว พื้นหลังสีขาวตัวอักษรสีดำ รูปแบบตัวอักษร(ตัวเขียน เล็ก ใหญ่) ขนาดของฟอนต์ เป็นต้น เว็บทำงานได้ค่อนข้างเร็วเลย จะโหลดฟอนต์มาบางส่วนถ้าเลื่อนจนสุดแต่ยังไม่ถูกใจก็คลิกโหลดฟอนต์มาแสดงผลเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ

นอกจากนั้นมันใช้กับภาษาไทยได้ด้วยนะครับ ลองพิมพ์ภาษาไทยเข้าไปก็ใช้งานได้ดีเลย

ทดสอบใช้งานภาษาไทยใน Wordmark.it

นับว่าช่วยให้การเลือกฟอนต์ทำได้ง่ายขึ้นมากๆ น่าจะเป็นประโยชน์กับมือใหม่ที่ทำงานด้านออกแบบ ทำเว็บไซต์ ทำสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่แน่ใจว่ามืออาชีพเขามีเครื่องมืออะไรในการเลือกฟอนต์ แต่สำหรับมือสมัครเล่นอย่างเรา เว็บนี้มีประโยชน์มากครับ Bookmark ไว้เลยล่ะ

เข้าไปใช้งานได้ที่ https://wordmark.it

via: https://twitter.com/AdobeMuse/status/514512039788560384

การออกแบบ หน้าแรกของ 7 เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยี

ตอนที่จะเปลี่ยนธีมใหม่ให้บล็อก มีอย่างหนึ่งที่อยากรู้คือส่วนใหญ่แล้วเว็บไซต์ดังๆเขาออกแบบหน้าแรกยังไง เว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่เข้าไปดูเป็นประจำก็คงหนีไม่พ้น 7 เว็บไซต์นี้ คือ AllThingsD, Engadget, Gizmodo, Mashable, SlashGear, TechCrunch และ The Verge ซึ่งสิ่งที่สนใจคือ หน้าแรกที่เราเปิดเข้ามาเจอเลย โดยที่ยังไม่เลื่อนลงด้านล่าง

ก็ใช้เครื่องตัวเองเป็น reference คือ แสดงผลใน Google Chrome ขนาดจอ 1280 x 800  ดังนั้นเอาทั้ง 7 เว็บไซต์มาดูทีละอัน ซึ่งเว็บไซต์ที่ชอบหน้าแรกมากที่สุด ขอยกให้ AllThingsD ส่วนเว็บไซต์อันอื่นดูดีในแบบของตัวเอง แต่ที่ชอบน้อยที่สุดก็ขอยกให้ SlashGear ที่ไม่ค่อยมีเอกลักษณ์มากนัก

ลองมาดูหน้าแรกของแต่ละเว็บไซต์

AllThingsD

AllThingsD หน้าแรกเป็นแบบเรียบง่าย ไม่มีโฆษณามารบกวนสายตา มีโพสเด่นสุดอยู่อันหนึ่ง กับลิงค์บทความอื่นๆด้านข้างอีก 3 อัน มีลิงค์หมวดต่างๆด้านบน มีช่องค้นหา เป็นหน้าแรกที่มีทุกอย่างที่ควรจะมีโดยที่ไม่ต้องเลื่อนดูด้านล่างก็ได้พอที่จะรู้ว่าเว็บนี้มีอะไรอยู่บ้าง จึงทำให้ชอบมากที่สุดเมื่อเทียบกับเว็บไซต์อื่นๆ

TechCrunch

TechCrunch มีโพสที่เป็นเรื่อง Hot Topic ให้เลือกคลิกอยู่ 4 เรื่อง แล้วก็เหลือบเห็นหัวข้อของโพสด้านล่างโผล่มานิดหน่อย ด้านบนยังมีเมนู และหมวดหมู่ให้คลิกได้ ที่น่าสนใจอีกอย่างคือทำส่วนของโฆษณาได้ลงตัวกลมกลืนไปกับเนื้อหา ดูมีช่องว่าง ไม่แออัดจนเกินไป

The Verge

The Verge  เป็นอีกเว็บหนึ่งที่ชอบ ทำหน้าแรกออกมาได้ค่อนข้างน่าสนใจ มีหัวข้อที่เป็นฟีเจอร์อยู่ด้านหน้ามีภาพประกอบโพสและสีพื้นหลังจางๆ มีหัวข้อให้คลิก มีช่องค้นหา ไม่มีโฆษณาให้เห็น

Gizmodo ดูเรียบๆ มองเห็นโพสอันใหญ่โดดเด่นอันเดียว มีโฆษณาเด่นที่ด้านขวา มองเห็นโพสล่าสุดด้านขวาประมาณ 3 อัน เป็นหน้าแรกที่เรียบและดูดีทีเดียว

Mashable

Mashable เน้นเรื่องการแชร์มาก แทบทุกโพสจะมีลิงค์แชร์ บางครั้งทำให้ดูรกตาไปหน่อย แต่มีโพสจุดเด่นอันใหญ่อันหนึ่ง กับอีกสองอันด้านข้าง มีลิสต์ของ Most shared ให้เห็น มีโฆษณาชัดเจนเป็นแบนเนอร์ด้านบนแต่ค่อนข้างกลมกลืน

Engadget

Engadget มีส่วนของแบนเนอร์โฆษณาที่อยู่ด้านบนเหมือนเป็นส่วนเกินของเว็บไซต์ไปเลย แต่ค่อนข้างดึงดูดให้คนดูเป็นพิเศษ และยังกระตุ้นให้ต้องเลื่อนลงข้างล่างด้วยสิ แต่ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก ความฉลาดในการออกแบบอีกอย่าง นั้นคือการเอาโพสมาเป็นส่วนเฮดเดอร์ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ มีเมนูหมวดหมู่ให้คลิก มี Top Stories ให้เลือก

SlashGear

SlashGear คล้ายกับ Engadget มีโฆษณาอยู่ด้านบนอย่างชัดเจน แต่ไม่น่าดึงดูดเท่า มีฟีเจอร์โพสเรียงกันให้เลื่อนซ้ายขวาได้ มีเมนูของหมวดหมู่ และมองเห็นหัวข้อใหญ่ของโพสล่าสุดโผล่มานิดหน่อย

สรุป 
แต่ละเว็บมีแนวทางของตัวเองชัดเจน มีสีเฉพาะตัว มีโพสที่น่าสนใจไว้เด่นที่สุด เป็นกรณีศึกษาที่ดีได้ทั้งสิ้น แล้วเอามาปรับใช้กับเว็บของตัวเองต่อไป

เปลี่ยนธีมอันใหม่ให้บล็อก

ธีมตัวเก่า Wide Blog Happens Theme โดย @imenn

ธีมตัวเก่าใช้มาเกือบจะ 4 ปี แล้ว ใช่ว่าไม่อยากเปลี่ยนธีมใหม่ให้ทันสมัยนะ แต่เหตุผลหลักๆที่ทำให้ไม่ได้เปลี่ยนสักที พอสรุปได้ดังนี้ครับ

  • Hard code ลงในธีมเยอะมาก ทั้งใน header.php , page.php, post.php จะเปลี่ยนทีต้องใช้เวลานานพอสมควรเลย
  • ภาพที่ใช้ประกอบในบล็อก ค่อนข้างทำ size ให้เหมาะกับธีมเดิม ต้องหาธีมที่กระทบกับโพสอันเก่าให้น้อยที่สุด คงไม่มีทางมานั่งแก้โพสเกือบ 500 โพสให้เข้ากับธีมใหม่แน่ๆ ตัวเลือกเลยน้อยลงไปอีก
  • โพสอันเก่าไม่ได้ทำ feature image ไว้เลย แต่ใช้ plugin เป็นตัวช่วยดึงมา ธีมสมัยใหม่จะใช้ข้อมูลอันนี้เกือบหมดแล้ว เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่จะทำให้โพสอันเก่ามีปัญหา
  • คิดว่าธีมอันเก่านั้นค่อนข้างโอเคในระดับที่ยังยอมรับได้อยู่

แล้วเหตุใดจึงต้องเปลี่ยนธีมใหม่

  • อยากได้ Responsive theme ซึ่งจะทำให้บล็อกเปลี่ยนเลเอาท์ให้เหมาะสมกับขนาดหน้าจอของอุปกรณ์ที่เปิดใช้งาน คิดว่าตอนนี้คนเข้าดูเว็บไม่ได้ดูผ่านทางคอมพิวเตอร์อย่างเดียวแล้ว แม้จะมี plugin ช่วยอยู่ก็ตาม แต่คิดว่าสู้ Responsive theme ไม่ได้หรอก เท่กว่าเยอะ
  • คิดว่าถ้าทิ้งปัญหาต่างๆของด้านบนไว้นานๆจะยิ่งทำให้การเปลี่ยนธีมในอนาคตทำได้ยากขึ้นอีก
  • บล็อกเก่ามีติด Google Adsense ไว้ใต้หัวข้อโพสก่อนจะเริ่มเนื้อหา เป็นตำแหน่งที่ตัวเองก็ไม่ชอบนัก แต่เป็นตำแหน่งที่ทำให้คลิกเยอะสุดแล้วเมื่อเทียบกับตำแหน่งอื่นๆ อยากจะเปลี่ยนแปลงตรงนี้ แต่ไม่กระทบรายได้ของบล็อกมากนัก (แต่เพราะมันเป็นตัวหล่อเลี้ยงเว็บไซต์อื่นๆที่ทำตามใจอีกกว่า 5 เว็บไซต์) ซึ่งธีมใหม่ถือว่าช่วยได้ในระดับที่น่าพอใจเลย
  • ธีมเก่าไ่ม่มี feature post เลย เคยพยายามทำแล้ว แต่ทำยังไงก็ออกมาดูไม่ดีเลย เปลี่ยนธีมใหม่ไปเลยน่าจะเป็นคำตอบ

เกณฑ์ในการเลือกธีมใหม่

  • ต้องเป็น Responsive theme
  • เลือกแบบฟรีก่อน แต่ถ้าถูกใจจริงๆจะซื้อก็ได้ แต่จะไม่เอาธีมอันที่คนอื่นทำขายมาใช้ฟรี
  • มีตำแหน่งของการติดแบนเนอร์ที่เหมาะสมไม่รบกวนตรงเนื้อหามากเกินไป
  • ต้องมีตำแหน่ง feature post ที่ดี
  • ดูดี เข้าถึงโพสล่าสุดได้ง่าย เน้นให้คล้ายแมกกาซีน หรือเว็บข่าว

พอตั้งเกณฑ์ได้ประมาณนี้เลยช่วยให้ค้นหาและเลือกธีมที่มีอยู่มากมายได้ง่ายมากขึ้น พอค้นเจอก็ลองเปิดดู demo theme นั้นก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เว็บแจกธีมมักจะมีตัวอย่างให้ดูอยู่แล้ว พอเข้าข่ายก็ดาวน์โหลดเก็บไว้ จากนั้นติดตั้งเข้าไปเลย ตอนแรกเลือกมาประมาณ 15 ธีม แล้วก็ลองเปิดพรีวิวดูในบล็อกของตัวเอง แล้วค่อยตัดตัวเลือกออกทีละตัวจนเหลือ 3 ตัวสุดท้าย แล้วลอง activate ธีมนั้นดู ลองปรับแต่งสักเล็กน้อยดูว่าเหมาะแค่ไหน แล้วจึงเลือกเอาอันที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด

สุดท้ายก็เลือกธีม Oxygen 

ธีมใหม่ของบล็อก

เกี่ยวกับ Oxygen theme

เป็นธีมที่ใช้ Hybrid Core framework รองรับการทำ child themes ออกแบบมาสำหรับเว็บไซต์แนวแมกกาซีน ซึ่งตัวเองดูแล้วค่อนข้างชอบ เป็นธีมฟรี แต่ฟรีไม่สมบูรณ์แบบนัก เพราะถ้าอยากได้รายละเอียดในการติดตั้ง การปรับแต่งต่างๆ จะต้องสมัครเป็นสมาชิกแบบจ่ายตังค์ของเว็บไซต์ที่เป็นคนแจก หลังๆเห็นธีมใช้โมเดลนี้เยอะเลย แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ยากเกินไปนักที่จะปรับแต่งตามใจต้องการ ดูโค้ดธีมประกอบพอช่วยได้

รายละเอียดของการติดตั้งธีมใหม่ 

  • ลดการใช้ hard code ให้ได้มากที่สุด เน้นใช้ plugin ช่วย
  • ไม่เอา Feature post อันใหญ่ของธีม เพราะขาดใหญ่มาก คิดว่าอาจเสียเวลาโหลดนานเกินไป
  • Feature post ด้านบนใช้ Plugin WP Featured Content Slider แล้วแก้ไข css เองอีกนิดหน่อย
  • Ralated Post ใช้ Plugin Related Posts Thumbnails
  • ปรับแต่ง css อีกนิดหน่อย

ใช้เวลานานพอสมควรเลยกว่าจะออกมาได้ประมาณนี้ ตอนนี้อาจจะยังไม่สมบูรณ์เต็มที แต่ส่วนตัวคิดว่าโอเคแล้ว อาจจะต้องปรับอีกนิดหน่อย

ว่าแล้วก็ เชิญติชมธีมใหม่ได้เลยครับ

ราคาชุดโปรแกรม Adobe สำหรับนักเรียน นักศึกษา อาจารย์

เป็นโอกาสอันดีที่นักเรียน นักศึกษา จะได้ใช้โปรแกรมทางด้านการออกแบบอย่างถูกกฎหมาย(เสียที) เมื่อ Adobe ประกาศสนับสนุนวงการศึกษาไทยโดยออกเวอร์ชั่นเพื่อการศึกษาลดราคากว่า 80% อยู่ในระดับที่มือสมัครเล่น(มืออาชีพในอนาคต) อย่างนักเรียน นักศึกษา สามารถจ่ายได้ ดูรายละเอียดและเงือนไข กันเลยครับ

ราคาชุดโปรแกรม Adobe สำหรับนักเรียน นักศึกษา อาจารย์

CS5.5 Design Premium ราคา 3,499 บาท
CS5.5 Design Standard ราคา 2,499 บาท
CS5.5 Web Premium ราคา 3,499 บาท
Acrobat X Pro ราคา 1,299 บาท
ราคาถูกลง 80% เลยทีเดียว แต่ละชุดประกอบด้วยซอร์ฟแวร์อะไรบ้าง ดูภาพประกอบ

ชุดโปรแกรม Adobe CS5.5

สิ่งที่ควรรู้

ผมคัดมาจากเว็บไซต์ของคุณขจร ตามไปอ่านที่ต้นฉบับได้ที่ https://www.indesignthai.com

  • – Adobe STE เป็นรูปแบบการขายให้กับ นักเรียน นักศึกษา ครูผู้สอนที่มีสังกัดในสถาบันการศึกษาที่มีหลักสูตรต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี
  • – ไม่จำกัดว่าเป็นรัฐบาลหรือเอกชน ขอให้มีเอกสารรับรองตัวตนว่าเป็นนักเรียน นักศึกษา ครูผู้สอนของสถาบันนั้นๆ
  • – มีสิทธิ์ซื้อได้ปีละ 1 ครั้ง 1 ชุดเท่านั้น โดยมีผลิตภัณฑ์ 4 ชุดให้เลือกได้แก่ CS5.5 Design Premium, CS5.5 Design Standard, CS5.5 Web Premium และ AcrobatX
  • – เมื่อจบการศึกษาแล้ว สามารถ Upgrade เป็น Commercial ได้ (แต่เพิ่มเงินเป็นไปตามระบบ Commercial)
  • – สำหรับอาจารย์พิเศษซื้อได้ถ้ามีใบรับรองจากสถาบันการศึกษา มีหลักฐานการรับเงินค่าสอนจากสถาบันการศึกษา
  • – ต้องติดตั้งลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวเท่านั้น ไม่สามารถติดตั้งลงบนเครื่องของสถาบัน องค์กรที่สังกัดได้
  • – สามารถใช้งานได้ไม่มีวันหมดอายุ ปกติซอฟท์แวร์ของ Adobe สามารถติดตั้งได้ 2 เครื่องแต่นับเป็น 1 Account เท่านั้น
  • – นำไปใช้ในเครื่องสำนักงานถือว่าผิดกฎหมาย
  • – สามารถเอาไปทำงานหาเงินได้ และมีบางกรณีที่ลูกค้าต่างประเทศจะตรวจสอบเวอร์ชั่นที่ใช้ทำงานให้ลูกค้า และเขาก็อาจจะไม่รับงาน ยกเว้นเราคิดราคาแบบงานนักเรียน (ไม่ใช่เรื่องผิดกฏหมาย แต่ต่างประเทศเขาถือว่าคนทำงานเอาเปรียบที่ใช้มือสมัครเล่นทำงาน)

ติดต่อสั่งซื้อได้ที่

Asoft1 Company Limited Tel: +6622867794-5

S P V I Co., Ltd Tel: +66 2 559 2901

Website: https://www.spv.co.th/

Apple Icon Devices ดาวน์โหลดฟรี

Apple Icon Devices

Free Icons: Apple Icon Devices

เว็บ IconShock และ MightyDeals เขาออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple แล้วนำมาแจกฟรี เห็นว่าสวยดี ดาวน์โหลดมาแล้วมีให้ทั้งไฟล์ PNG และ AI เอาไปใช้ได้แต่ห้ามเอาไปขายต่อล่ะ  ไอคอนมีทั้ง iPod(shuffle, nano, classic, touch), iPhone, Apple TV, Macbook Air, iPad, iMac รวมกัน 10 อัน

เข้าไปโหลดได้ที่ https://www.mightydeals.com/deal/apple-device-icons.html 

ปล. ต้องกรอกอีเมลด้วยนะ แล้วเขาจะส่งลิงค์ดาวน์โหลดไปให้ทางอีเมล

ฟรีอีบุ๊ค Best of Smashing Magazine ฉลองอายุ 5 ปี ePub(iPad), PDF, Mobi(Kindle)

free “Best of Smashing Magazine” Anniversary eBook.

Smashing Magazine เป็นบล็อกที่เขียนเกี่ยวกับการออกแบบ งานด้านกราฟิก เว็บไซต์ ฟอนต์ และอื่นๆอีกมากมาย เริ่มออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2006 เนื้อหาแน่น มีคุณภาพมาก เขียนในแบบมืออาชีพ แต่ละโพสเข้าขั้นรวมเล่มทำเป็นหนังสือได้เลย หลายๆครั้งที่คิดอะไรไม่ออก หรือหา reference ไอคอน ธีมเว็บไซต์สวยๆ ที่แรกที่คิดถึงคือที่นี้  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา(8 Sep 2011) เป็นวันครบรอบ 5 ปี ของเว็บไซต์ ทีมงานได้ฉลองวันครบรอบด้วย แจกอีบุ๊คฟรี!

“Best of Smashing Magazine” To Five Smashing Years: An Anniversary eBook เป็นอีบุ๊คแจกฟรี โดยเนื้อหาภายในเป็นโพสที่ได้รับความนิยม น่าสนใจ สร้างแรงบันดาลใจได้ดีที่สุด ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คู่ควรเก็บไว้ในเครื่องอย่างยิ่ง ไฟล์อีบุ๊คมีหลายเวอร์ชั่น รองรับ e-book reader ตัวหลักๆหมด ได้แก่ ePub(iPad), PDF, Mobi(Kindle)

ดาวน์โหลดอีบุ๊คฟรีได้ที่
Free download on iTunes
Free download on Smashing Magazine (.zip, 55 Mb) 409 หน้า

เนื้อหา 

  • “Thirty Usability Issues to Be Aware Of”  —  Vitaly Friedman
  • “Ten Principles of Effective Web Design”  —  Vitaly Friedman
  • “Clever JPEG Optimization Techniques”  —  Sergey Chikuyonok
  • “Typographic Design Patterns and Best Practices”  —  Smashing Editorial team
  • “Ten Useful Usability Findings and Guidelines”  —  Dmitry Fadeyev
  • “Setting Up Photoshop for Web and iPhone Development”  —  Marc Edwards
  • “The Ails of Typographic Anti-Aliasing”  —  Tom Giannattasio
  • “Mastering Photoshop: Noise, Textures and Gradients”  —  Marc Edwards
  • “Better User Experience With Storytelling”  —  Francisco Inchauste
  • “The Beauty of Typography, Writing Systems and Calligraphy”  —  Jessica Bordeau
  • “Web Designers, Don’t Do It Alone”  —  Paul Boag
  • “Making Your Mark on the Web Is Easier Than You Think”  —  Christian Heilmann
  • “Responsive Web Design: What It Is and How to Use It”  —  Kayla Knight
  • “I Want to Be a Web Designer When I Grow Up”  —  Michael Aleo
  • “Persuasion Triggers in Web Design”  —  David Travis
  • “What Font Should I Use?”  —  Dan Mayer
  • “The Design Matrix: A Powerful Tool for Guiding Client Input”  —  Bridget Fahrland
  • “Why User Experience Cannot Be Designed”  —  Helge Fredheim
  • “Dear Web Design Community, Where Have You Gone?”  —  Vitaly Friedman
  • “Make Your Content Make a Difference”  —  Colleen Jones
  • “Two Cats in a Sack: Designer-Developer Discord”  —  Cassie McDaniel
  • “Print Loves Web”  —  Mark Cossey

ที่มา: https://www.smashingmagazine.com

รวมผลงานออกแบบหน้าตา Facebook แบบใหม่

มีศิลปินหลายคนคงไม่ค่อยพอใจกับหน้าตาของ Facebook หรือ อาจจะแค่อยากลองออกแบบเว็บไซต์ Social network ที่มีคนใช้งานเยอะที่สุดในโลก อยากแสดงความสามารถว่าทำออกมาได้ดีกว่าปัจจุบัน มีหลายๆครั้งที่คนโชว์ความสามารถแนวนี้แล้วได้งานทำจริงๆ มีตัวอย่างให้เห็นเยอะแล้ว

การออกแบบหน้าตา Facebook ของแต่ละคนดูดีแตกต่างกันไป หลายอันทำออกมาได้น่าดู น่าใช้ขึ้นไม่น้อย เว็บไซต์ Hongkiat รวบรวมไว้ ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยเอาแชร์ นอกจาก Facebook แล้วยังมีเว็บไซต์อื่นๆด้วยที่ศิลปินได้ออกแบบหน้าตาใหม่ให้ เช่น Google, Myspace, Youtube, IMDb เป็นต้น เข้าไปดูได้ที่ลิงค์ที่มาด้านล่างครับ

Facebook Concept Design

1. Barton Smith

Facebook-Facelift
Facebook Facelift

ผลงานแรกเป็นของ Barton Smith ในชื่อ The Facebook Facelift ปรับแต่งใหม่ทั้งหมด ทั้ง Home, Feed, Event, Photo ทำออกมาดูดีมาก เน้นโทนขาว เทา ฟ้า ใช้พื้นที่ได้เต็มจอ มีวีดีโอสาธิตการใช้งานด้วย เข้าไปดูผลงานของเขาแบบเต็มๆได้ที่ Barton Smith

2. Information Architects

Facebook by information architect

ผลงานโดยบริษัททำงานออกแบบโดยตรง Facebook ในแบบของพวกเขาถูกออกแบบมาให้เหมือนกับอีเมลแอพลิเคชั่น แบ่งออกเป็น 3 คอลัมน์ คือ ส่วนของ filter แยกกลุ่มของเนื้อหาที่จะแสดงใน information-stream ที่อยู่ตรงกลาง และ reaction ที่จะใช้โต้ตอบคอมเม้นต์ในหัวข้อนั้นๆ ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.informationarchitects.jp

3. Justin Dauer 

Facebook by Justin Dauer

Facebook หาตาแบบใหม่ของ Justin Dauer ดูเรียบมีสไตล์คล้ายบล็อกเหมือนกันนะ ดึงเอารายละเอียดของผู้ใช้มาอยู่ด้านขวา เมนูสำคัญพร้อมกับ notification แสดงดูด้านบน ดูดีมาก รายละเอียดดูที่ pseudoroom design

4. Peter Knoll

Facebook by Peter Knoll

ตัวนี้เมนูด้านบนยังคงคล้ายๆกับหน้าตาของ Facebook ในปัจจุบัน และเน้นส่วนของ post ให้ใหญ่และเด่นมากขึ้น แต่ส่วน New Feed จะเหมือนกับ Google+ เลย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Peter Knoll

5. AndasoloARTS

Facebook by AndasoloARTS

การออกแบบ Facebook ตัวนี้มีโทนสีคล้ายกับของ Peter Knoll ส่วนที่แตกต่างออกไปคือส่วนของ New Feed ที่ใหญ่ขึ้นและดูดีขึ้น รายละเอียดดูที่ AndasoloARTS

6. Jonaska

Facebook by Jonaska

อันนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก AndasoloARTS โดยปรับปรุงส่วนของช่องโพส ช่องค้นหา และส่วนอื่นๆให้ดูดีขึ้น รายละเอียดที่ Jonaska

7. Czarny-Design

Facebook by Czarny Design

หน้าตาใหม่ของ Facebook ที่ออกแบบโดย Czarny Design จะเน้นไปที่การใช้เส้นโค้งในการออกแบบมากขึ้น เน้นช่องคอมเม้นต์ให้เด่นมากขึ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Czarny-Design

การออกแบบหน้าตาใหม่ให้ Facebook ของแต่ละคนก็มีรูปแบบที่แตกต่างกัน หลายๆอันอยากให้เอาไปใช้จริงๆเลยนะ อย่างเช่นของ Justin Dauer ผมว่าเข้าขั้นน่าใช้เลยล่ะ แต่ทุกครั้งที่ Facebook มีการอัพเดตหน้าตาใหม่ช่วงแรกๆจะมีคนบ่นอยู่ซักพักจากนั้นก็จะชินและเลิกบ่นไปเอง ประมาณว่าเขาให้ใช้อะไรก็ต้องใช้ไป แต่ผมว่าเว็บไซต์ที่มีคนใช้งานเยอะขนาดนั้นเข้าต้องวิจัยและทดลองใช้มาก่อนอยู่แล้วจึงจะปล่อยให้คนทั่วไปใช้ และมันต้องเป็นมิตรกับคนใช้งาน ไม่ยุ่งยากเกินไป ซึ่งผมว่าปัจจุบัน Facebook ก็ทำได้ดีมากอยู่แล้ว

เห็นคนอื่นออกแบบ Facebook ในฉบับของเขา คุณอยากลองทำเองบ้างไหมครับ ใครทำแล้วแชร์มาให้ดูด้วยนะครับ

ที่มา: https://www.hongkiat.com/blog/concept-design-facelift-notable-websites

รวมภาพการออกแบบหน้าตา Facebook ของแต่ละคนทั้งหมด