วิ่งมาราธอนครั้งแรกของฉัน 42.195 กิโลเมตร ที่ทั้งเหนื่อย เจ็บ สุข ปนๆกัน

ขอบคุณรูปสวยๆ โดย เฮียไช้ จาก forrunnersmag.com
ขอบคุณรูปสวยๆ โดย เฮียไช้ จาก forrunnersmag.com

บันทึกไว้เตือนความจำตัวเอง อาจจะสับสน เรียบเรียงไม่ดีนัก นึกอะไรได้ก็บันทึกลงไป

หลังวิ่งจบมาราธอน

หลังจากจบการวิ่งมาราธอนครั้งแรกของชีวิต ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร (ความจริงระยะจริงที่วิ่งมันวัดได้ประมาณ 43 กิโลเมตร) ในงานพัทยามาราธอน เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา จบด้วยเวลา 4:41:47 ชั่วโมง ก็ตามเป้าหมายที่คิดว่าครั้งแรกอยากทำเวลาให้ได้ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง หลังจากวิ่งเสร็จและกลับมากรุงเทพฯอาการเจ็บต้นขาบ้าง ทะเลาะกับบันไดอยู่ราวสองวันก็กลับมาเดินได้ปกติ อยากบันทึกถึงเพราะมันเป็นครั้งแรกที่วิ่งได้นานและไกลขนาดนั้น ในชีวิตไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะวิ่งได้ไกลขนาดนั้น และมีหลายคนบอกว่าวิ่งมาราธอนจะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไป “ถ้าอยากเปลี่ยนชีวิตก็ให้มาวิ่งมาราธอน” นั่งคิดนอนคิดมาตลอดหลังจากนั้นว่าชีวิตเราเปลี่ยนไปหรือป่าวว่ะ? นั้นนะสิ เปลี่ยนไปไหมว่ะ? คำตอบคือ “ไม่” ก่อนกับหลังเข้าเส้นชัย ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย เรารู้สึกเฉยๆเมื่อเท้าก้าวผ่านเส้นชัยมา แปลกใจตัวเองมากที่ไม่รู้สึกเลยว่าได้ทำอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆได้สำเร็จ ส่วนหนึ่งคงเพราะเราค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองจะวิ่งจบและต้องทัน 6 ชั่วโมง ตามที่กติกาการแข่งขันบอกไว้

แต่ก่อนจะปลักใจเชื่อว่าตัวเองไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยนั้น ลองดูว่ากว่าจะถึงจุดนี้ได้ผ่านอะไรมาบ้าง ค่อยๆดูไปว่าจริงไหมที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย อย่างหนึ่งที่ทำให้ประหลาดใจกับตัวเองอย่างมาก คือการได้นั่งดูคนอื่นเข้าเส้นชัยครับ เป็นอะไรที่สร้างความอิ่มใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ เราเห็นแต่ละคนที่พยายามจะลากตัวเองให้เข้าเส้นชัยให้ได้ ร่างกายที่วิ่งมาแล้วกว่า 42 กิโลเมตรมันบอกให้หยุด แต่ใจบอกให้ไปต่อ บางคนดูอ่อนล้ามากๆ แต่พอใกล้ถึงเส้นชัย ไม่รู้เรี่ยวแรงมากจากไหน ฮึดขึ้นมาวิ่งเร็วกว่าระยะที่ผ่านมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ อดไม่ได้ที่ต้องปรบมือตอนรับให้กำลังใจคนที่กำลังจะเข้าเส้นชัย นาทีที่เพื่อนร่วมทริปวิ่งเข้ามา เราดีใจมาก วิ่งไปรับตอนนั้น คือ ดีใจกว่าตอนที่ตัวเองเข้าเส้นชัยเสียอีกครับ ถ้าการวิ่งครั้งนี้ไปคนเดียวอย่างที่ตั้งใจครั้งแรก คงไม่ได้มีช่วงเวลาดีๆแบบนี้แน่นอน ซ้อมมาด้วยกันและจบรายการเดียวกันเป็นอะไรที่คุยกันได้อีกหลายวันเลยครับ

ระหว่างวิ่งมาราธอน

ที่พัทยามาราธอนปล่อยตัวที่เวลา 3:45 น. ที่จุดปล่อยตัว เพื่อนๆนักวิ่งดูตื่นตัวกันมาก ระยะ 42.195 กิโลเมตร กลุ่มเรามี 3 คน น่าจะเป็นกลุ่มที่หน้าใหม่สุดแล้วกับการวิ่งมายังไม่ถึง 7 เดือนด้วยซ้ำไป แต่ลงวิ่งระยะไกลสุดของรายการ วิ่งตอนเข้ามืดดูจะไม่เหนื่อยเท่าวิ่งตอนกลางวันหรือตอนเย็น ระหว่างวิ่งไปพูดคุยกับเพื่อนร่วมทางเป็นระยะ บางคนวิ่งไปฟังเพลงเสียงดัง ร้องเพลงไปด้วย บ่งบอกได้ว่าวิ่งมานานระบบการหายใจดีมาก ไม่งั้นไม่สามารถร้องเพลงตอนวิ่งได้แน่นอน สำหรับเราแค่คุยยังทำได้ยากเลย ช่วงฮาฟมาราธอนเราทำเวลาได้ค่อนข้างดี คือรักษา Pace ประมาณ 6 นาที/KM ไว้ได้ แต่พอผ่านระยะ 30 กิโลเมตร ขาเริ่มไม่ไหวแล้ว น้ำแข็งกับฟองน้ำที่อยู่ตามจุดบริการข้างทางช่วยได้เยอะ แล้วเหมือนขาจะเป็นตะคริวเอาตอนกิโลเมตรที่ 39 หยุดยืนอยู่เกือบ 2 นาที ทั้งเพื่อนร่วมทางและเจ้าหน้าที่เขามาดูใหญ่เลยว่าเราเป็นอะไร แต่พอได้ยืนพักสักครู่ก็วิ่งช้าๆสลับเดินจนเข้าเส้นชัยได้ พัทยามาราธอนถือว่าเป็นรายการที่ค่อนข้างหินทีเดียวจากที่ฟังมาจากผู้มีประสบการณ์ เพราะมีเนินเยอะ วิ่งขึ้นเนินตอนระยะกิโลเมตรที่ 40 มันสุดโหดจริงๆ แต่ไม่มีสักแว้ปเลยนะที่เราคิดจะหยุดวิ่ง ในหัวมีแต่ต้องวิ่งให้จบให้ได้

ก่อนวิ่งมาราธอน

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้จะเล่าว่าทำไมต้องเริ่มเรื่องเป็นตอนที่วิ่งจบ->ระหว่างวิ่ง->ก่อนวิ่ง เพราะอยากจะบอกว่ากว่าจะไปถึงตรงจุดนั้นได้ มันมีหลายอย่างที่เกิดขึ้นก่อนมากมายหลายอย่าง นับถอยหลังไปเมื่อ 7 เดือนที่แล้ว เมื่อปลายปี 2556 ที่ทำงานมีกิจกรรมให้พนักงานออกมาวิ่งกัน มีกิจกรรมให้คะแนนเป็นกลุ่ม มีตัวคูณเป็นกำลังใจหากใครน้ำหนักหรืออายุเยอะ เป็นเหมือนกิจกรรมที่โดนบังคับนิดๆให้ออกไปวิ่ง ตอนนั้นรองเท้าวิ่งยังไม่มีด้วยซ้ำ กิจกรรมนั้นทำให้เรารู้ว่าตัวเองวิ่งต่อเนื่องได้สั้นมากๆคือไม่ถึง 1 กิโลเมตร ก็หอบ จุกท้อง หายใจไม่ทันแล้ว ทั้งๆที่ปกติเป็นคนชอบเล่นกีฬาอยู่แล้ว แต่ห่างหายไปนานมากเพราะข้ออ้างไม่มีเวลา ไม่มีเพื่อน ไม่มีที่เล่น และในกิจกรมเดียวกันนี้เราได้เห็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกันวิ่งน๊อครอบเราได้อย่างสบาย (เจ็บใจชะมัด)

ครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่เรากับพี่ๆที่ทำงานตัดสินใจชวนกันไปซื้อรองเท้าวิ่งมาใส่กัน ซึ่งเป็นรองเท้าที่แพงที่สุดในชีวิตที่เคยซื้อเลย แล้วก็ออกมาซ้อมวิ่งกัน พอซื้อมาแล้วก็ต้องวิ่งให้คุ้ม เมื่อวิ่งไปก็อยากเก็บสถิติไว้ด้วยก็ติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่บันทึกการวิ่งและเส้นทางในการวิ่ง พวกเราเลือก Nike+Running ซึ่งต้องบอกว่าทำให้การวิ่งสนุกขึ้นมาก แอพพลิเคชั่นสามารถเก็บสถิติของเราได้แล้ว ยังเห็นสถิติของเพื่อนๆด้วย สามารถตั้ง Challenge แข่งกันใครวิ่งสะสมได้มากกว่า การมีเพื่อนชวนกันไปวิ่งเป็นแรงจูงใจที่ดีมากๆ การได้ชนะสถิติเดิมของตัวเองได้เป็นความสุขในการวิ่งอย่างหนึ่ง เช่น วิ่งได้ไกลขึ้น วิ่งได้เร็วขึ้น วิ่งได้บ่อยมากขึ้นในหนึ่งสัปดาห์ ทำให้เราอยากจะชนะตัวเราเอง อยากเพิ่มศักยภาพของตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วก็เปลี่ยนเป็นการเสพติดการวิ่งไปเลย นอกจากนี้เรียกว่าหาข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับการวิ่งเยอะมากตารางการซ้อมที่ดี การวางเท้า อุปกรณ์ การยืดเหยียด ฯลฯ กลายเป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่ต้องในความสนใจเป็นพิเศษไปเลย

เมื่อซ้อมวิ่งแล้ว ก็เริ่มอยากลองลงสนามแข่งดู ไม่ได้หวังอะไรมาก อยากรู้ว่าจะวิ่งครบตามระยะการแข่งขันได้ไหม ซึ่งในกรุงเทพฯมีรายการวิ่งเพื่อการกุศลให้เลือกลงกันแทบจะทุกเดือน ส่วนใหญ่เป็นระยะมินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร นานๆจะมีฮาร์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตรมาบ้าง ส่วนมาราธอน 42 กิโลเมตร มีแค่ไม่กี่ครั้งต่อปีและส่วนใหญ่ก็อยู่ต่างจังหวัดด้วย กลายเป็นว่าระยะหลังๆเราลงวิ่งในรายการต่างๆแทบจะทุกเดือนบางครั้งหลายรายการในหนึ่งเดือน แต่ละรายการก็จะมีเส้นทางที่แตกต่างกัน มีเหรียญสำหรับผู้เข้าเส้นชัยที่สวยแตกต่างกันตามโอกาสต่างๆ มีเสื้อที่ออกแบบมาเฉพาะ บางงานมีบันทึกสถิติของผู้เข้าแข่งขันลงฐานข้อมูลในเว็บไซต์ บางงานมีใบประกาศให้ด้วย การวิ่งจึงกลายเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของพวกเรา งานเยอะมากน้อยก็พยายามจัดสรรเวลาออกไปซ้อมวิ่งกัน ระยะมินิมาราธอนกลายเป็นเรื่องธรรมดาของพวกเราแล้ว ในระยะ 10 กิโลเมตร วิ่งโดยไม่หยุดพักได้ ซึ่งมันต่างกับเมื่อปีที่แล้วอย่างคนละขั่วเลย เรารู้ว่าร่างกายเราแข็งแรงขึ้น ปกติเป็นคนไม่อ้วนอยู่แล้ว แต่วิ่งก็ไม่ได้ทำให้น้ำหนักลงไปอีกนะ เคยอยู่เท่าไหร่ก็เท่านั้น ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองกินเยอะและบ่อยขึ้นด้วยซ้ำ

ต่อไปก็พยายามจะเพิ่มระยะขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งความเร็วให้ดีขึ้นเรื่อยๆด้วย ตอนนี้คนรอบข้างก็เริ่มมาวิ่งด้วยมากขึ้นเรื่อยๆเหมือนโรคติดต่อ แต่เป็นโรคที่ดีนะ

สรุปจบว่า สำหรับการวิ่งมาราธอนครั้งแรกการเตรียมตัวอาจจะยังไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่ได้ประสบการณ์ที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ ทั้งเหนื่อย เจ็บ สุข ปนๆกัน แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาจนถึงวันนั้นสำคัญกว่ามาก อย่างที่พี่ที่เรานับถือท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า “วิ่งมาราธอนไม่ได้เริ่มที่จุดสตาร์ท แต่เริ่มตั้งแต่ตอนที่เราคิดจะวิ่งแล้ว” เชื่อแล้วว่ามันเป็นดังนั้นจริงๆ

…ออกมาวิ่งด้วยกันครับ

เล่น Wakoopa มานาน ได้ Overlord Level แล้วครับ

Overload level

Wakoopa เป็น Social network ชนิดหนึ่ง เมื่อเราสมัครและติดตั้งโปรแกรมเล็กๆตัวหนึ่งลงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งาน มันจะคอยเก็บสถิติให้ว่าเราใช้โปรแกรมอะไรบ้างแล้วส่งไปเก็บไว้บนเว็บไซต์ แชร์ให้เพื่อนๆเข้ามาดูได้ เราก็สามารถเข้าไปดูได้ว่าใน Wakoopa ในช่วงเวลานั้นคนส่วนใหญ่ใช้โปรแกรมอะไร มีโปรแกรมดีๆหลายตัวที่ผมได้เจอจากที่นี้

ผมเล่น Wakoopa มาตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2009 เมื่อวันก่อน Level อัพเป็น Overlord เป็นระดับสูงสุดของ Wakoopa คือมีคะแนนมากกว่า 5000 คะแนน ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะได้มา การที่ได้จะได้คะแนนก็มีหลายวิธีเช่น ใช้โปรแกรมใหม่ เขียนคอมเม้นให้คะแนนกับโปรแกรมที่ใช้งานมากกว่า 24 ชั่วโมง เป็นต้น ลองดูรายละเอียดการได้คะแนนที่ลิงค์นี้

Overlord Level

ณ วันนี้ (19 มิถุนายน 2011) สถิติการใช้โปรแกรมของผม มีดังนี้ครับ

  • ใช้งานมาแล้ว 895 โปรแกรม(ที่แตกต่างกัน)
  • เวลาที่ใช้งานนับรวมได้ 9 เดือน, 3 สัปดาห์, 5 วัน, 14 ชั่วโมง, 48 นาที กับอีก 25 วินาที
  • รีวิวและให้คะแนน 32 โปรแกรม

10 อันดับโปรแกรมที่ใช้งานเยอะที่สุด

  1. Google Chrome
  2. Gmail
  3. Google Reader
  4. Google Search
  5. Firefox
  6. Facebook
  7. Windows Explorer
  8. YouTube
  9. Microsoft Word
  10. Microsoft PowerPoint

จากสถิติผมใช้งานส่วนใหญ่เป็นเว็บบราวเซอร์เกือบ 90% กูเกิลพูดถูกที่บอกว่าเราใช้เว็บบราวเซอร์เป็นหลักจึงทำ Chrome OS ออกมา แต่ที่เหลือ 10% คือสิ่งจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้และใช้เว็บไซต์ทำไม่ได้ เป็นเหตุผลที่ทำไมเรายังต้องการ PC

สรุปว่าวันนี้เอา Overlord Level มาอวดว่ากว่าจะได้มามัน 2 ปีกว่าเลยนะเนี้ย!

ใครอยากลองเล่นหรืออยากดูสถิติของผมเข้าไปเลย https://social.wakoopa.com/sarapuk

สถิติผู้ใช้ Facebook ในประเทศไทย พบว่าผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

สถิตินี้ผมเก็บมาจากตัวเลข Estimated Reach ตอนที่เลือกกลุ่มเป้าหมาย(Demographics) ในตอนสร้าง Facebook Ads เก็บข้อมูลในวันที่ 14 สิงหาคม 2010 เวลาประมาณ 22.15 น.  ข้อมูลจาก Facebook น่าจะเป็นการประมาณแบบคร่าวๆ เพราะเวลาเลือกแบบ All(Men+Women) พบว่าข้อมูลไม่ตรงกับที่เราเลือก Men หรือ Women แล้วค่อยเอามารวมกันทีหลัง ในตารางข้างล่างนี้ ข้อมูลในช่อง All จึงเป็นการรวมกันระหว่าง Men กับ Women ในไฟล์ที่ให้โหลดข้างล่างจะมีข้อมูลทั้งสองชุด

ดูข้อมูลดิบที่เก็บมา

ข้อมูลทั้งหมด

ดูในตารางแล้วงง เลยต้องทำเป็นกราฟ จะได้วิเคราะห์ข้อมูลได้ (คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่)

กราฟ 1 สถิติของคนใช้ Facebook ในประเทศไทย ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2010 (คลิกภาพเพื่อดูขนาดใหญ่)

ตามข้อมูลที่มีให้เลือกมีช่วงของอายุ ตั้งแต่ 13-64 ปี ทำเป็นกราฟแท่งให้ดู แยกตามช่วงอายุ

กราฟ 2 สถิติของคนใช้ Facebook ในประเทศไทย ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2010 (คลิกภาพเพื่อดูขนาดใหญ่)

กราฟแบบเส้นจะได้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นระหว่างหญิงและชาย ตามช่วงอายุ

และแบบดูเทียบเปอร์เซนต์ของชายและหญิง

สัดส่วนผู้ที่ใช้ Facebook ระหว่างผู้ชายและผู้หญิง

สรุปจากข้อมูลที่ได้มีดังนี้

  • ข้อมูลที่มีใน facebook ads มีข้อมูลเฉพาะช่วงอายุ 13-64 ปี ซึ่งผมเชื่อว่าคนที่มีอายุมากหรือน้อยกว่านี้มีอยู่แล้ว และข้อมูลน่าจะมีความคาดเคลื่อนบ้างแต่คิดว่าไม่น่าจะมาก เพราะบางคนกรอกข้อมูลส่วนตัวไม่ถูกต้อง
  • ในประเทศไทยกลุ่มคนที่มีอายุ 20 ปี ใช้ Facebook เยอะที่สุดในประเทศไทย คือประมาณ 284,400 คน หรือประมาณ 6% ของทั้งหมด
  • ช่วงอายุที่มีคนเล่นมากว่า 2 แสนคนคือ 18-26 ปี
  • จำนวนทั้งหมดของคนไทยที่ใช้ Facebook ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2553 เวลาประมาณ 22.20 น. (ตอนผมเก็บข้อมูล) คือ 4,755,980 คน เป็นชาย 2,094,740 คน และเป็นผู้หญิง 2,661,240 คน หรือคิดเป็นเปอร์เซนต์ได้ว่า เป็นผู้หญิง 56% เป็นผู้ชาย 44%
  • ตอนนี้ผู้หญิงเล่น Facebook มากกว่าผู้ชายเกือบ 6 แสนคน ผมสรุปได้ว่าผู้หญิง ชอบการเข้าสังคม อยู่เป็นกลุ่มมากกว่าผู้ชาย ทั้งโลกจริงและโลกเสมือน
  • มีข้อสังเกตอีกนิดคือ ผู้ชายจะมีสัดส่วนผู้ใช้มากกว่าผู้หญิงเมื่ออายุมากขึ้น เริ่มตั้งแต่อายุ 38 ปี ขึ้นไป (ดูกราฟ 2)

ใครอยากได้เป็นตัวเลข เอาไปวิเคราะห์เผื่อมีประโยชน์ในการนำไปใช้งาน ดาวน์โหลดไปได้เลย
Facebook Thailand file

พอทำเสร็จงงกับตัวเอง ลุกขึ้นมา ทำไปเพื่ออะไร?  แว่วคำตอบ “แค่อยากรู้”

รีวิว Wolfram alpha (Google killer)ไม่ใช่การค้นแต่เป็นการตอบ

wolfram-alpha

Wolfram alpha คือ Search engine แนวใหม่ที่รูปแบบค้นหาไม่เหมือนกับเจ้าอื่นๆ อย่างเช่น Google, yahoo หรือ bing ที่พึงเปิดตัวไป, search engine เหล่านี้จะพยายามหาสิ่งที่คิดว่าเหมือน ใกล้เคียงกับคำค้นของคุณให้มากที่สุด แล้วให้คุณเลือกเองว่าจะเข้าไปดูรายละเอียดตัวไหน search แบบนี้จะหาลิงค์จำนวนมากมาให้คุณเข้าไปหาข้อมูลที่ต้องการอีกที แต่สิ่งที่ wolfram alpha ทำจะแตกต่างออกไป คือ จะพยายามหาคำตอบของสิ่งที่คุณต้องการหาให้ ยกตัวอย่างเช่น ผมต้องการหาว่าจำนวนประชากรของไทยตอนนี้เท่าไหร่ search อื่นจะให้ลิงค์ อย่างเช่น wiki หรือเว็บไทยที่มีการเก็บสถิติมาให้ แต่ wolfram alpha จะให้คำตอบออกมาเลยว่าประชากรตอนนี้เท่าไหร่ อัตราการขยายตัวเท่าไหร่ แสดงผลเป็นกราฟด้วย แต่ wolfram alpha ตอนนี้ยังไม่รองรับภาษาไทยครับ

Stephen-Wolfram ผู้คิดค้น wolfram alpha

Wolfram alpha เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 15 เดือนพฤษภาคม 2009 มีนักพัฒนาหลายคนบอกว่าศักยภาพของมันเรียกได้ว่าเป็น “Google Killer” ได้เลย Stephen Wolfram ผู้คิดค้นและ CEO ของหน่วยวิจัย Wolfram เขาเป็นนักฟิสิกส์ นักพัฒนาซอฟแวร์ เกิดที่อังกฤษ เมื่อปี 1959 เรียนที่ Eton College และสอบเข้าเรียนต่อที่ Oxford University จากนั้นได้ Ph.D ที่ California Institute of Technology ตอนอายุ 20 ปี งานของเขาที่เป็นที่รู้จักได้แก่ Symbolic Manipulation Program ที่เป็นต้นกำเนิดของ Mathematica, Mathematica โปรแกรมคำนวณที่อัฉริยะ ,หนังสือ “A New Kind of Science” ,The simplest Universal Turing machine, และล่าสุดคือ Computational knowledge engine ในชื่อที่เรียกว่า Wolfram alpha

Stephen Wolfram บอกว่า ” Wolfram alpha ไม่ใช่เครื่องมือในการค้นหา ไม่มีการค้นหาที่นี้ “ แต่มันคือเครื่องมือหาความจริง หาคำตอบ (Fact Engine) การค้นหาจะไม่ซ้ำซ้อนกับการค้นหาที่ Google แต่มันจะตอบในสิ่งที่มันรอบรู้ให้ คือ หาคำตอบให้นั้นเอง

เริ่มทดสอบการใช้งาน Wolfram alpha อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าตอนนี้ยังไม่สนับสนุนการค้นหาในภาษาไทยครับ การค้นคำนั้นสามารถที่จะใส่เป็นประโยคได้(natural language) ระบบสามารถที่จะวิเคราะห์สิ่งที่คุณต้องการและแสดงข้อมูล ที่เป็นทั้งตัวเลข กราฟ ภาพ และสื่ออื่นในสิ่งที่คุณหาอยู่

ระบบยังมีความฉลาดสามารถคำนวณระยะทางของคุณกับสถานที่ๆต่างๆ โดยระบุตำแหน่งคุณด้วย IP address ของคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้งานได้อีกด้วย

ในการใช้งานครั้งแรกเขาแนะนำให้คุณดูตัวอย่างการค้นหา เพื่อให้คุณใส่ประโยคต่างให้เหมาะสมเพื่อการค้นหาที่มีประสิทธิภาพสูง และตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด เช่นการใส่ มาตราวัด วันที่ เวลา สูตรคำนวณต่างๆ ได้ถูกต้อง แทนการใส่ประโยคธรรมดา

การทดสอบเหล่านี้ต่างๆเหล่านี้ผมอ้างอิงมาจากเว็บต่างๆ ที่เขาได้รีวิวเอาไว้ โดยเป็นวิธีการค้นหาที่ search engine ตัวอื่นจะทำได้ยาก แต่ wolfram alpha ทำได้ง่าย

1. Historical event การค้นหาเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีต
ผมค้นหาคำว่า “Earthquakes Dec 2004” แผ่นดินไหวปี 2004

แสดงข้อมูลของแผนดินไหว ของเดือนธันวาคม 2004

ข้อมูลที่ได้คือจุดต่างๆที่เกิดแผ่นดินไหวทั่วโลก และความแรงของการสั่น จะเห็นได้ว่าในวันที่ 26 ธันวาคม 2004 ที่เกิดแผนดินไหวทะเลเขตอินโดนีเซียแรงสุด และที่ทำให้เกิดซึนามิในหลายประเทศ

2.Musical notation การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโน๊ตดนตรี
ผมค้นหาคำว่า “B seventh chord” คอร์ด B7 ผลการค้นหา

music-notation การค้นหาตัวโน๊ต

การค้นหาโน๊ตนี้ถือว่าสุดยอดครับ มีทั้งการแสดงรายละเอียด และที่สำคัญกดฟังเสียงได้เลยครับ

3.Drug information การค้นหารายละเอียดของยา หรือสารเคมี
ผมค้นหาคำว่า “Oseltamivir” คือยาที่ใช้รักษา ไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009

ผลการค้นหา drug-information

ให้ข้อมูลค่อนข้างครบ ทั้งชื่อสามัญ น้ำหนักโมเลกุล สูตรเคมี ด้านข้างจะมีลิงค์ที่เกี่ยวข้องไปที่ wiki ด้วย ข้อมูลที่ wiki ดูจะให้รายละเอียดเยอะกว่าที่ wolfram alpha

4.Geography ภูมิศาสตร์ ซึ่งให้ผลการค้นค่อนข้างดีเลยทีเดียว
ผมค้นหาคำว่า “Himalaya” หรือ เทือกเขาหิมาลัย

himalaya-biographic เทือกเขาหิมาลัย

5.Nutrition & Food เกี่ยวกับโภชนาการและอาหาร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนต้องการลดน้ำหนัก

pork-2-kg เนื้อหมู 2 กิโลกรัม

มีรายละเอียดการคำนวณแครอรี่ ไขมัน พลังงานต่างๆ ละเอียดมาก และสามารถเลือกชนิดของเนื้อหมูได้อีกด้วยว่าเป็นส่วนไหนของหมู เยี่ยมมากครับ

6.Colors การค้นหาสี เหมาะสำหรับนักออกแบบ หรือนักพัฒนาเว็บไซต์

สามารถที่จะค้นหาได้โดยใส่ชื่อระบบสี โค้ด ลงไปเพื่อหาว่าสีที่นั้นมีหน้าตาอย่างไรได้ เช่น RGB 30, 255, 10
ครอบคุมทุกระบบ เท่าที่รู้จักนะ

clolor-systems ระบบสีต่างๆที่ค้นได้

ทดลองค้นคำว่า “green + blue” หรือ สีเขียว บวกสี น้ำเงิน
ผลการค้นหาที่ได้เป็นบอกว่าสีที่ผสมออกมาจะได้สีอะไร และมีรหัสอะไรด้วย

color-green-blue ค้นหาการผสมสี

7. Physics & Mathematics การคำนวณทางฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์
ที่ดูจะเป็นปัญหา จากข่าวเรื่องการนำ wolfram alpha มาช่วยในการคำนวณ หรือทำการบ้าน อาจจะมีทั้งข้อดีและเสีย ถ้าใช้เป็นก็จะเกิดประโยชน์อย่างมาก แต่เอาแต่ลอกอย่างเดียวสุดท้ายก็คงคิดเองไม่เป็น ดูตัวอย่างการใส่ค่าต่างๆ

physic-wolfram-sample
physic-wolfram-sample-2
Mathematics-wolfram-sample
Mathematics-wolfram-sample-2

ยกตัวอย่างการคำนวณ d/dx sin(x)^2 ได้ผลดังนี้

calculus-wolfram-sample

Wofram alpha สามารถคำนวณค่าต่างๆออกมาให้อย่างรวดเร็ว ข้อดีเราสามารถใช้อ้างอิงในการทำแบบฝึกหัดอย่างวิชา calculus หรือ โจทย์คณิตศาสตร์ ได้อย่างสบาย แต่อย่างเช่น ฟิสิกส์ที่ต้องมีการตีโจทย์ออกมาเป็นตัวแปลอยู่นั้นก็ต้องมีคิดก่อนนำมาคำนวณ ส่วนวิชาเคมี ก็สามารถช่วยได้ทั้งคำนวณ และหาคำตอบ
ดูตัวอย่างวิธีการใส่ค่าเพื่อหาคำตอบได้ที่ https://www85.wolframalpha.com/examples/ ดูวิดีโอสาธิตการใช้งาน introducing wolfram alpha

ส่วนตัวผมคิดว่าเป็น search engine ที่ดีมากๆตัวหนึ่ง และทำให้นึกถึงตัวละครตัวหนึ่งในหนังเรื่อง AI (Artificial Intelligent,2001) ของ Steven Spielberg ในตอนที่หุ่นเด็กออกไปถามคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ ดร.โนว์ ที่มีหน้าตาเป็นไอสไตร์ พอถามอะไร คอมพิวเตอร์ตัวนี้ก็จะตอบทันทีหุ่นยนต์เด็กถามถึง นางฟ้า ดร.โนว์ ก็ยกหมวดนวนิยายขึ้นมาแล้วอธิบายทันที ทำให้รู้สึกว่า ภาพยนต์ที่มีจินตนาการสูง โลกของความจริง ก็พยายามวิ่งตามจินตนาการนั้นไปเรื่อยๆ

ข้อมูลจาก
https://www.wolframalpha.com/
https://searchengineland.com/wolframalpha-the-un-Google-19296
https://www.readwriteweb.com/archives/hands-on_with_wolfram_alpha.php
https://en.wikipedia.org/wiki/Stephen_Wolfram
https://www.stephenwolfram.com/
https://www.wolfram.com/

สถิติเปรียบเทียบกัน WordPress ในเดือนมิถุนายน แซง Joomla แล้ว

Google trend แสดงกระแสนิยมของ CMS ทั้ง 3 ตัว

การทำเว็บไซต์ยุคใหม่ที่เน้นกันที่เนื้อหามากขึ้น การใช้ CMS(Content Manament System)ในการทำเว็บไซต์จึงเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากงาน BarCampBangkok 3 ที่ ม.ศรีปทุม ที่ผ่านมามีการแข่งขัน showdown CMS ขึ้นตัวที่ได้รับความนิยมในไทยก็ได้แก่ joomla ,WordPress ,drupal ในงานมีการให้ข้อดี-ข้อเสีย ของ CMS ที่ตัวเองใช้อยู่มากมาย เลยอยากรู้ว่าใน Trend ของ CMS ของสามตัวนี้มีมาการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

หัวข้อแรกที่ดูคือ Trend ของทุกปีที่ผ่านมา มีการเก็บสถิติตั้งแต่ 2004-2009 ดังภาพข้างบน พบว่ากราฟของทุกตัวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ความชันของ WordPress ค่อนข้างที่จะชันกว่าตัวอื่นๆอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเทียบ Rank ด้วย WordPress แล้วได้ค่าดังนี้ คือ WordPress = 1, drupal =0.34, joomla =1.18 จะเห็นได้ว่าค่าของ joomla จะมากสุด ตัวที่น้อยสุดคือ drupal

แต่เมื่อดูจากกราฟแล้วดูเหมือนเริ่มจะมีการตัดกันของเส้นกราฟของ WordPress และ joomla แล้ว จึงทำการดูย้อนกับไปดูช่วง 3 เดือนล่าสุด
เดือนเมษายน

Google Trend CMS ของเดือนเมษายน 2009

เดือนพฤษภาคม

Google Trend CMS ของเดือนพฤษภาคม 2009

เดือนมิถุนายน

Google Trend CMS ของเดือนมิถุนายน 2009

เดือนเมษายน 2009         WordPress = 1 ,drupal =0.32 ,joomla =1.04
เดือนพฤษภาคม 2009     WordPress = 1 ,drupal =0.30 ,joomla =1.01
เดือนมิถุนายน 2009     WordPress = 1 ,drupal =0.30 ,joomla =0.98

เดือนมิถุนายน 2009 แม้ว่าข้อมูลของเดือนนี้ยังไม่สมบูรณ์แต่มีความเป็นไปได้สูงมากที่สิ้นเดือนนี้ Rank ของ WordPress ต้องสูงกว่า joomla อย่างแน่นอน

แต่ทั้งหมดนั้นเป็น Trend ของผู้ใช้ทั่วโลก เมื่อมาดู Trend ในประเทศจะเป็นอย่างไรนั้นดูได้ตามตารางข้างล่าง

Google trend แสดงกระแสนิยมของ CMS ทั้ง 3 ตัว ในประเทศไทย

แต่ในไทย CMS ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดยังคงเป็น joomla อยู่ WordPress ยังคงต้องตามหลังต่อไปครับ

ข้อมูลจาก https://www.Google.com/trends

รายได้จาก Google Adsense วันนี้

Google Adsense

คิดเป็นเงินไทยแล้วได้  4.2 บาท จากสถิติ 1 คลิกจากการติดที่ บล็อกเป็นเวลา 1 วัน หลายๆคนที่ทำ Adsense เก่งๆที่ทำได้วันละหลายเหรียญคงคิดหัวเราะ แต่ความรู้สึกผมมันดีใจหน่อยๆที่หาเงินได้จากอินเตอร์เน็ตได้ครั้งแรกในชีวิต ตามระเบียบกลูเกิลต้องรอให้ได้ 100 US ถึงจะเบิกได้ งานนี้ผมคงต้องรออีกเป็นปีแน่เลย 55555 ใครที่ทำ Adsense เก่งๆก็ช่วยแนะนำมือใหม่ด้วยนะครับ เผื่อว่าจะได้มีตังค์ไว้จ่ายค่าอินเตอร์เน็ตรายเดือนเหมือนคนอื่นเขาบ้าง ขอบคุณครับ

ฉันจะตายด้วยมะเร็ง?

Family tree

ดูจากประวัติของครอบครัวผมแล้ว ญาติฝ่ายแม่ ตอนนี้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งแล้ว สองคน เป็นผู้ชายทั้งคู่ และแม่มีประวัติการเป็นเนื้องอกที่เต้านม ค่อนข้างมีความเป็นไปได้สูงว่า แม่จะมียีนของมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ยีนแสดงผลในกลุ่ม ที่เป็นชาย จากสถิติ ตากับยาย มีลูกชาย 3 คน เ ป็นมะเร็งซะ 2 คน โอกาสที่ชายจะเป้นมะเร็งเกือบ 70 % ญาติฝ่ายพ่อลุงเสียชีวิตด้วยมะเร็งเช่นกัน แต่อาๆ ไม่มีใครเป็น ก็อาจจะมะเร็งที่ ไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งก็อาจจะไม่แน่ซะทีเดียว จาก ข้อมูลเบื้องต้นโอกาสที่ ผมจะตายด้วยโรคมะเร็งนั้น ก็มีโอกาสค่อนข้างสูง เลยทีเดีย