ทริปอัมพวา ไหว้พระ เที่ยวตลาดน้ำ ชมหิ่งห้อย ชมวัง

ช่วงหยุดยาวหลายวันที่ผ่านมา ผมกับเพื่อนรวม 4 คนเดินทางไปเที่ยวกัน แบบที่คิดไว้ตอนต้นคือ one day trip ไปเช้ากลับเย็น แต่สุดท้ายก็ค้างหนึ่งคืนก่อนจะเที่ยวอีกวันแล้วค่อยเดินทางกลับ เที่ยวครั้งนี้ต้องยกเครดิตให้เพื่อนผู้เป็นทั้งคนขับรถและไกด์นำเที่ยว (Suradech Visasgan) เราไปกันแบบสบายๆ เดินทางเช้าวันอาทิตย์เวลาราว 7 โมงเช้า มุ่งตรงไปที่สมุทรสาคร ที่แรกที่ไปคือ วัดนักบุญอันนา วันอาทิตย์คนเยอะมาก เราแค่เดินผ่าน และแวะถ่ายรูป

วัดนักบุญอันนา

พื้นที่แถวนั้นวัดเยอะมาก จากนั้นเดินต่อไปที่วัดวัดสุทธิวาตวราราม ที่อยู่ติดกัน เข้าไปกราบพระ

วัดสุทธิวาตวราราม

เดินมาอีกนิดก็จะเจอ อุทยานพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 และวิวสวยๆชมแม่น้ำท่าจีนในมุมโค้ง

อุทยานสมเด็จ พระปิยะมหาราช

จากนั้นเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งจะเจอวัดเจ้าแม่กวนอิม

วัดเจ้าแม่กวนอิม

จากนั้นออกเดินทางต่อไปดูป่าชายเลน

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 อยู่ในเขตสมุทรสงคราม พื้นที่ป่าชายเลนดูอุดมสมบูรณ์ และกำลังมีการปรับปรุงทางเดิน น่าเสียดายที่ขยะในนั้นก็เยอะเช่นกัน น่าจะเป็นขยะที่มาจากทะเล ตอนน้ำขึ้น พอน้ำลงขยะก็ติดอยู่ในป่าชายเลน

ปลาตีน และปูหลากสีมีให้ดูเยอะ

ได้เวลาอาหารเที่ยง เราไปกินอาหารทะเล ที่ร้านริมทะเล แถวบางกระเจ้า บรรยากาศดีมาก ติดทะเล ลมเย็น อาหารอร่อย คนเยอะมาก โชคดีที่เราไปก่อนเที่ยงทำให้พอมีที่นั่ง ตอนออกมามีคนรอคิวยาวเลยทีเดียว ไม่ที่จอดรถกันเลย

ร้านอาหารริมทะเล
อาหารอร่อย ปลาหมึก-กุ้งเผาอร่อยมากครับ

อิ่มนำสำราญ ค่าอาหารหมดไปเฉลี่ยคนละ 250 กว่าบาท ตอนบ่ายเราเข้าไปนั่งทำงานในห้องแอร์ ที่กองก่อสร้างไฟฟ้า นอนพักเอาแรง ประมาณ 4 โมงเย็นกว่าๆ พวกเราก็ออกเดินทางไป ตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม พอไปถึงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า คนก็กำลังหนาแน่น ของกินเยอะ

ตลาดน้ำอัมพวา

เดินไปกินไป ชอบปลาหมึกย่างของยายที่ปากทางเข้า อร่อยมาก สด น้ำจิ้มเผ็ดเปรี้ยวได้ใจ

ป้าขายปลาหมึกย่าง เสียบกันแทบไม่ทัน
ปลาหมึกย่าง

ค่าเสียหาย 6 ไม้ 100 บาท

บรรยากาศตลาดน้ำ เมื่อยามเย็น มองจากบนสะพาน

ยืนกินบรรยากาศ สักพัก ก็หาซื้อของกินไปนั่งกินบริเวณ สวน ร. 2

นั่งกินขนม ที่สนามหญ้า สวน ร.2

นั่งจนถึง 2 ทุ่มกว่า เราเดินกลับเข้าตลาด คนเริ่มน้อยลงแล้ว แวะไปแต่งชุดท่านเจ้าคุณถ่ายรูปกัน ได้รูปมาสิบรูป กับค่าเสียหาย 500 บาท(ไม่กล้าเอามาโชว์ เก็บไว้ดูคนเดียว) เวลาประมาณ 3 ทุ่มเราไปนั่งเรือเที่ยวสุดท้ายไปชมหิ่งห้อย ราคา 60 บาท (ปกติ 80 บาท)

นั่งเรือไปชมหิ่งห้อย

นั่งเรือชมหิ่งห้อย ข้างแม่น้ำเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมมาก

วัดข้างคลอง

เกล็ดความรู้ที่ได้ ระหว่างชมหิ่งห้อย เพื่อนถาม เราจำ
– หิ่งห้อย อยู่เฉพาะต้นลำพู เพราะต้นลำพู เป็นไม่เนื้ออ่อนมีโพรงภายในให้ มันอาศัย
– แสงมีได้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย
– มันจะออกมาตอนหัวค่ำ และตอนดึกจะค่อยๆกลับเข้าโพรง
– หิ่งห้อยกินน้ำค้างเป็นอาหาร วางไข่ที่เลน
– ต้นลำพู โตยาก ปลูกยาก
– การกระพริบของมันมีความถี่ ประมาณ 80 ครั้ง/นาที อันนี้ผมนับเอง delay ประมาณ 600-800 ms
– ข้อมูลนี้จำได้ตอนเรียน กระบวนการนี้เป็น Bioluminescence หิ่งห้อยใช้ เอนไซม์ Luciferase ย่อย Lucifin ได้ผลิตภัณฑ์เป็น oxyluciferin กับแสงที่เราเห็น โดยปฎิกิริยาจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีออกซิเจน จากการหายใจ แสดงว่าการกระพริบที่เราเห็นเป็นไปตามจังหวะการหายใจของมัน

ไม่มีรูปให้ดูครับ อยู่ในความทรงจำล้วนๆ ราคา 60 บาท ถือว่าคุ้มมาก ดูจนเบื่อเลยทีเดียว

เรามาพักค้างคืนที่ เพชรบุรี ตอนเช้าตื่นมากิน อาหารเช้า และไปเที่ยวต่อในเพชรบุรี ที่นั้นคือ  วังบ้านปืน วังของสมเด็จ ร.5

วังบ้านปืน

แล้วก็แวะซื้อ ของฝากก่อนจะเดินทางกลับ ดู Photosyth ของวังบ้านปืน

ขอบคุณเพื่อนสุรเดช เพื่อนยุ กับประสบการณ์การเที่ยว สนุกๆครับ โอกาสครั้งหน้า กำลังวางแผนขึ้นเหนือ หรือไม่ก็ลงใต้ฝั่งอันดามัน