Marvel Studios เปิดตัวหนังในเฟส 3 อีก 8 เรื่อง ลากยาวถึงปี 2019

Marvel Studios Phase 3
Marvel Studios Phase 3

Marvel Studios ผู้สร้างหนังจากตัวละครในการ์ตูนของตัวเอง ที่โด่งดังและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง หนังทุกเรื่องทำรายได้ถล่มบ๊อกอ๊อฟฟิตกันเป็นว่าเล่น ตั้งแต่ Iron Man(2008),The Incredible Hulk(2008), Iron man 2(2010),Thor(2011), Captain America: The First Avenger(2011) และ Marvel’s The Avengers(2012) ที่มาจบเฟสแรกไปด้วยรายได้ถล่มทลายสร้างสถิติหนังทำเงินตลอดการอันดับที่ 3 ของโลกมาครองได้พร้อมกับคำวิจารณ์ระดับดีเยี่ยม ล่าสุด Avengers: Age of Ultron ที่จะกำลังเข้าฉายในปีหน้า 2015 คาดว่าน่าจะทำเงินถล่มทลายอย่างแน่นอน ดูจากสถิติที่คนคลิกเข้าไปชมตัวอย่างแรกสัปดาห์เดียวตอนนี้จะ 50 ล้านครั้งเข้าไปแล้ว จบเฟส 2 ที่

รายชื่อหนังใน Marvel เฟส 2 ที่ยังไม่ได้ฉาย

  • May 1, 2015: Avengers: Age of Ultron
  • July 17, 2015: Ant-Man

ล่าสุด Marvel Studios จัดงานอีเวนต์เปิดตัวหนังในเฟสที่ 3 เผยให้เห็นแผนการสร้างหนังอีก 8 เรื่อง แต่เราต้องจ่ายเงินเข้าไปดูในโรง 9 ครั้งเพราะ Avenger ที่ 3 จะแบ่งเป็น 2 part (โอ้มายก๊อด)

รายชื่อหนัง Marvel เฟส 3

  • May 6, 2016: Captain America: Civil War
  • November 4, 2016: Doctor Strange
  • May 5, 2017: Guardians of the Galaxy 2
  • July 28, 2017: Thor: Ragnarok
  • November 3, 2017: Black Panther
  • May 4, 2018: Avengers: Infinity War – Part I
  • July 6, 2018: Captain Marvel
  • November 2, 2018: Inhumans
  • May 3, 2019: Avengers: Infinity War – Part II

มีหนังฮีโร่ของค่าย Marvel ให้ดูเฉลี่ยปีละ 3 เรื่องมากกว่าเฟสที่ 2 ที่มีเฉลี่ยปีละ 2 เรื่อง อาจจะเพราะมันใจว่าหนังจะทำเงินแน่นอนและมีแฟนติดตามอย่างเหนี่ยวแน่นทั่วโลก Marvel ขยายกลุ่มฮีโร่ตัวใหม่ที่จะเอาขึ้นจอหลังจากกลุ่มฮีโร่รุ่นแรกที่ทยอยสร้างครบไตรภาคกันไปแล้ว ซึ่งจะทำให้คนดูได้รู้จักอีโร่ตัวใหม่ๆเพิ่มขึ้น และเมื่อตอนที่มารวมกันใน Avengers จะดูสนุกมากยิ่งขึ้น

Captain America: Civil War

Captain America: Civil War เราจะได้เห็น Iron Man กับ Captain America ไฟรท์กันก็คราวนี้แหละ มีข่าวมาสักระยะแล้วว่า civil war น่าจะมาแน่ๆ

Doctor Strange

Doctor Strange ได้ผู้กำกับเป็น Scott Derrickson เมื่อวันสองวันก่อนมีข่าวว่าผู้ที่จะมารับเป็นหมอแปลกจอมเวทย์จะเป็น Benedict Cumberbatch แต่ในงานยังไม่มีการยืนยัน อาจจะอยู่ในช่วงการเจรจา

Chadwick Boseman

Black Panther ฮีโร่ถิ่นกำเนิดจากแอฟริกา ได้นักแสดงผิวสี Chadwick Boseman มารับบทเป็น Black Panther จะได้เห็นเขาปรากฏตัวใน Captain America: Civil War ด้วย

inhumans

Inhumans จะเป็นแนวรวมยอดมนุษย์หลายๆคนที่มีความสามารถคนละแบบมาต่อสู้กับศัตรูร่วมกัน อย่างเช่น Guardians of the Galaxy ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก

Captain marvel
Captain Marvel

Captain Marvel จะเป็นฮีโร่หญิงคนแรกที่มีหนังแยกเดี่ยวของตัวเอง ที่คาดกันว่าจะเป็น Black Widow นั้นผิดคาดกันอย่างมากๆเลย

Thanos กับ Infinity Gems 

Avengers: Infinity War Part I,II เราจะได้พบกับท่านผู้นี้แล้ว Thanos รับบทโดย Josh Brolin มาพร้อมกับถุงมืออัญมณี Infinity Gems (จะสู้ยังไงในทีนี้)

ขนาดเราเป็นแฟน DC ยังตื่นเต้นกับไทม์ไลน์ของหนัง Marvel เลย อยากให้ DC ทำแบบนี้บ้างจัง เชียร์อยู่รอดูว่า Batman v Superman จะเป็นยังไงถ้าประสบความสำเร็จน่าจะมีให้ดูถี่มากขึ้นเหมือนกัน

ข้อมูล: https://www.slashfilm.com/

Starpics Special – Everything About Superman

Starpics Special – Everything About Superman

ก่อนหน้านี้ Starpics ได้ทำฉบับพิเศษออกมาในชื่อ Ghibli Story : Everything About Studio Ghibli ตอนนั้นก็ได้ซื้อเก็บไว้เหมือนกันแต่ไม่ได้เขียนลงบล็อก เอาไปลงไว้ใน Goodreads แทนเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ลิงค์ด้านบนครับ

มาครั้งนี้ Starpics ทำออกมาอีกเล่มในชื่อ Starpics Special – Everything About Superman เราก็แฟนคนหนึ่งของพี่ใหญ่ซุปเปอร์แมนเหมือนกันครับ เลยไม่พลาดที่จะซื้อเก็บไว้ ซื้อมาได้สักพักแล้วและอ่านจนจบเพิ่งจะมีเวลาเขียนถึง ในเล่มมีรายละเอียดครบครัน ทั้งที่มา คนให้กำเนิด การ์ตูน ตัวร้ายคู่ปรับของซุปเปอร์แมนแต่ละตัว หนัง นักแสดงที่เล่นเป็นพี่ซุปในแต่ละยุค และอื่นๆอีกเพียบ อ่านแล้วฟินสุดๆครับ ต้องยอมรับว่าเขารวบรวมมาได้ค่อนข้างละเอียดถูกใจแฟนๆของพี่ซุปฯแน่นอน

เอาตัวอย่างบางส่วนจาก Facebook page ของ Starpics มาให้ชมครับ

Starpics Special – Everything About Superman

Superman เขาคือใคร มาจากไหน ปรากฏกายครั้งแรกเมื่อไหร่?

Starpics Special – Everything About Superman

ตัวร้ายอันดับหนึ่ง เล็ก ลูธอร์ และยังมีตัวอื่นๆอีกเพียบ General Zod, Doomsday, Bizarro, Brainiac, Mongul, Matallo, Dark Side ฯลฯ

ไม่รู้ว่าตอนนี้ตามแผงหนังสือจะยังมีขายอยู่หรือปล่าวนะครับ ต้องลองไปเดินดู แต่น่าสะสมมากๆ

เรือของ Ponyo (เรือป๊อกแป๊ก)

มีใครยังจำหนังแอนนิเมชั่นของ Hayao Miyazaki แห่ง Ghibli Studio เรื่อง Ponyo (2008) ได้บ้าง ในเรื่องจะมีฉากหนึ่งที่ “ปอนโย๊ะ!” เสกเรือป๊อกแป๊กของโซสึเกะจากลำเล็กให้เป็นเรือลำใหญ่จนสามารถขึ้นไปนั่งได้เลย น่าประทับใจสุดๆ

เรือป๊อกแป๊ก ฝรั่งเรียก PopPop เป็นของเล่นโบราณ ชื่อของมันน่าจะมาจากเสียงของมันตอนวิ่งชิวไปบนน้ำพร้อมกับเสียง ป๊อกๆๆๆ นั้นแหละ  น่าจะเป็นของเล่นของเด็กในเมืองแหละ เพราะผมอยู่บ้านนอกยังไม่เคยได้เล่นอะไรแบบนี้เลย ขอรำลึกวิธีการเล่นดังนี้ครับ

วิธีการเล่นเรือป๊อกแป๊ก

เรือป๊อกแป๊ก ลำเล็ก

ตอนแรกต้องให้ปอนโย๊ะ! เสกเรือจากลำเล็กๆให้ใหญ่เสียก่อน

ขยายเรือ

พอเรือลำใหญ่แล้ว ก็เอาเรือลงน้ำได้แล้ว

ช่วยกันยกเรือลงน้ำ

ต่อไปดูให้ดี ที่ท้ายเรือจะมีท่อน้ำอยู่นะ

รูท่อน้ำ

ท่อนี้จะนำน้ำไปถึงด้านบนกระเป๊าะตรงโน้นเลยล่ะ

กระเป๊าะน้ำ

เอาล่ะต่อไปก็ต้องเป่าน้ำเข้าไปให้เต็ม

โซซึเกะ เป่าน้ำเข้าไปในท่อ

พอน้ำเข้าไปเต็มแล้ว ก็จุดเทียนเลย

จุดไฟทำเป็นเชื้อเพลิง

ไฟติดแล้ว ก็เอาเทียนไปลนบนกระเป๊าะน้ำ

ขยับเทียนให้ตรงกับกระเป๊าะน้ำ

รอสักครู่ ให้น้ำเดือดก่อนนะ

รอให้น้ำเดือดก่อนนะ

น้ำเริ่มจะเดือดแล้ว!

น้ำร้อนจนเดือดแล้ว

ไอความร้อนมีความดันสูงขึ้น มันก็ต้องหาทางออก ซึ่งทางออกก็อยู่ที่ท้ายเรือไง

แรงดันจากไอความร้อน เริ่มจะผลักออกมาตามท่อแล้ว

ดังนั้นเรือก็เลยถูกดันไปข้างหน้ายังไงล่ะ วิ่งไปเลย

วิ่งไปเลย

ถ้าอยากจะหยุดแล้วล่ะก็ ดับเทียนเลยนะ

เป่าเทียนให้ดับ

ดูเรือในการ์ตูนแล้ว มาดูเรือของจริงบ้างดีกว่า ผมซื้อมาจากคลองถม ราคาประมาณ 100 กว่าบาทมั้ง จำไม่ได้แล้ว ในกล่องมีตัวเรือกับเทียนสองเล่ม ซื้อมาตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมปีที่แล้ว(พ.ย. 2554) เพิ่งจะเอามาเล่นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเรือไม่ค่อยเหมือนในหนัง แต่ก็หลักการเดียวกัน

เรือป๊อกแป๊ก ของจริง

ปล่อยลงกะละมัง จุดเทียน น้องๆหนูๆจะเล่นควรให้ผู้ใหญ่ช่วยจุดไฟนะครับ แล้วเรือก็ร้องเสียงดัง พร้อมวิ่งวนรอบอ่างน้ำ อย่าลืมปรับหางเสือด้ายนะ

เอ่าดูคลิปสั้นๆ ถ่ายมามืดมาก แต่ฟังเสียงเอาแล้วกัน

การ์ตูน ในวันที่ข้าพเจ้าเขียน Black Jack

Black Jack

หนังสือการ์ตูน ในวันที่ข้าพเจ้าเขียน Black Jack (เล่มเดียวจบ)
เรื่องและภาพ โดย มาซารุ มิยาซากิ  และ โคจิ โยชิโมโต้
สำนักพิมพ์ วิบูลย์กิจการพิมพ์
ราคา 55 บาท

เห็นจากบล็อกของ อ.ศุภเดช เกี่ยวกับการ์ตูน “ในวันที่ข้าพเจ้าเขียน Black Jack” เลยอยากอ่านบ้าง เมื่อเดินผ่านร้านการ์ตูนเลยไม่พลาดต้องหยิบติดมือมา เป็นเรื่องราวการทำงานของ อ.เท็ตสึกะ โอซามุ บุคคลสำคัญที่ได้รับฉายา “พระเจ้าแห่งวงการการ์ตูน” 

เรื่องราวในการ์ตูนเล่มนี้ เป็นการไปสัมภาษณ์บุคคลต่างๆที่เคยร่วมงานกับ อ.เท็ตสึกะ ในอดีต ซึ่งยังวนเวียนอยู่ในวงการการ์ตูน(ได้ดีกันทุกคนเลย) การทำงานของคนที่ถูกเรียกว่า “พระเจ้า” นั้นเป็นยังไง สิ่งที่ได้จากการ์ตูนเรื่องนี้คือ ได้รู้ว่าอาชีพนักเขียนการ์ตูนเขาทำงานกันยังไง การทำงานคือ อ.เท็ตสึกะ จะคิดเรื่อง วาดภาพตามเรื่องราวที่คิดไว้ จากนั้นผู้ช่วย(หลายคน)จะช่วยกันลงรายละเอียด เติมสี ใส่ฉากหลัง ฯลฯ แล้วส่งให้ผู้จัดการ เอาไปส่งให้ บ.ก.หนังสือรายสัปดาห์ ก่อนจะส่งพิมพ์ต่อไป มีเวลากำหนดที่แน่นอน เนื่องจาก อ.เท็ตสึกะ รับผิดชอบหลายเรื่อง จึงได้เห็นการทำงานแข่งกับเวลาในสถานการณ์ต่างๆ แม้เวลาจะบีบยังจะได้เห็นการทำงานอย่างเต็มสุดความสามารถจนถึงวินาทีสุดท้าย และไม่ยอมอ่อนข้อให้กับความไม่สมบูรณ์แบบ

นิสัยเฉพาะตัวหลายอย่างของ อ.เท็ตสึกะ ที่น่านับถืออย่างมาก คือ ถ่อมตัว ทำงานทุกวินาทีที่ทำได้อย่างเต็มที่ ช่างอยากรู้อยากเห็นทุกๆสิ่งทุกๆอย่างรอบตัวตลอดเวลา แต่จากเรื่องราวการทำงานของ อ.เท็ตสึกะ ก็มีข้อเสียอยู่มากเช่นกัน แต่อย่างไรก็ดีทั้งข้อดีและข้อเสีย เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานของเราได้เช่นกัน!

อ.เทะซึกะ โอะซะมุ

ผลงานของ อ.เท็ตสึกะ โอซามุ (ข้อมูลจาก wiki)

  • Ma-chan’s DiaryNew
  • Treasure Island 1947
  • Lost WorldNext WorldJungle
  • Taitei (Jungle Emperor / Kimba the White Lion), 1950
  • เจ้าหนูปรมาณู 1952-1968
  • Princess Knight, 1953
  • Story of a Street Corner, 1962
  • Memory, 1964
  • Mermaid, 1964
  • Ambassador Magma, 1965
  • Drop, 1965
  • W3 (Amazing 3), 1965
  • Pictures at an Exhibition, 1966
  • Dororo, 1967
  • The Phoenix, 1967
  • The Genesis, 1968
  • One Thousand and One Nights, 1969
  • Cleopatra,1970
  • Ode to Kirihito, 1970
  • A History of Birdmen, 1971
  • A Hundred Tales, 1971
  • Ayako, 1972
  • แบล็กแจ็ก หมอปีศาจ , 1973
  • Buddha, 1973
  • MW, 1976
  • ฮิโนโทริ วิหคเพลิง , 1980
  • A Tree in the Sun, 1981
  • Tell Adolph, 1983
  • Jumping, 1984
  • Broken Down Film, 1985
  • Legend of the Forest, 1987
  • Ludwig B., 1987
  • Murasama, 1987
  • Push, 1987
  • Neo Faust, 1988
  • Self-portrait, 1988
  • Metropolis(2002 by Tezuka Osamu Production)

พรีวิว The Dark Knight Rises ยาว 13 นาที เบื้องหลัง บทสัมภาษณ์ ผู้กำกับ ทีมงาน และนักแสดง

The Dark Knight Rises

The Dark Knight Risesน่าจะเป็นหนังอีกเรื่องที่หลายคนตั้งตารอในปีนี้ หนังฉายรอบสื่อไปบ้างแล้ว ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ไปอย่างท่วมท้น ในไทยจะเข้าฉายในวันที่ 19 ก.ค. 2555 ที่จะถึงนี้แล้ว ในหนังมีฉากที่ถ่ายทำด้วยฟิล์ม IMAX เกือบหนึ่งชั่วโมง น่าจะทำให้เราเข้าไปดูในโรง IMAX ได้คุ้มตังค์มากขึ้นอีกนะ

ก่อนที่หนังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่วัน ทางต้นสังกัดก็ปล่อยคลิปความยาวประมาณ 13 นาที เปิดเผยเบื้องหลังการถ่ายทำฉากต่างๆอันสุดโหดของหนัง ตามสไตล์ของโนแลนที่ไม่ค่อยชอบการทำซีจีเท่าไหร่ และการเซ็ตฉากหลังที่สำคัญๆ และอลังการของเรื่องให้เราได้เห็น รวมทั้งสัมภาษณ์ คลิสโตเฟอร์ โนแลน(ผู้กำกับ) คริสเตียน เบล(แบทแมน) ทอม ฮาร์ดี้(ตัวร้าย”เบน” ในฉบับการ์ตูนเป็นตัวร้ายที่โหดมาก ในการต่อสู้กันทำให้แบทแมนหลังหักเลยทีเดียว) แอนนี้ ฮาทาเวย์ (แคทวูแมน) และทีมงานอื่นๆ ยิ่งกระตุ้นให้เราอยากไปดูมากยิ่งขึ้นไปอีก

อยากดูแล้วนะ!

ไปดูพรีวิว The Dark Knight Rises ความยาว 13 นาที กันเลยครับ

ภาพประกอบ The Dark Knight Rises

The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises

 

ไปดูมาแล้ว The Amazing Spider-Man (2012)

The Amazing Spider Man

The Amazing Spider Man (2012) หนังไอ้แมงมุมฉบับรีบูต ตีความกันใหม่ตั้งแต่ต้น โดย มาร์ค เว็บบ์ ทำให้เหมือนฉบับการ์ตูนมากกว่าฉบับแรกโดย แซม ไรมี แต่ให้ตายสิเราชอบทั้งสองแบบ!

  • หนังดูสนุก แต่มีอยู่แว่บหนึ่งเข้ามาให้หัวตอนเริ่มเรื่องที่รู้สึกว่าเดินเรื่องช้าจัง แล้วมันก็หายไป
  • นักแสดงที่รับบทเป็นสไปเดอร์แมนฉบับนี้คือ แอนดริว การ์ฟิลด์ (ยังจำเสียงของเขาตอนร้องเรียก มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ค ใน The social network ได้ติดหูอยู่เลย) ผมชอบ รูปร่าง ผอม สูง และบุคคลิกแบบนี้มากกว่าฉบับแรก ขี้เล่น มันดูเหมือนในการ์ตูนมากกว่า โทบี้ แม็คไกวร์ รูปร่างออกจะเตี้ยล่ำไปนิด
  • ในฉบับใหม่นี้ ลุงเบ็นผ่าน แต่ป้าเมย์ไม่ผ่าน เราชอบฉบับแรกมากกว่า ผมขาวและดูอบอุ่นมากกว่า
  • ชอบเครื่องยิงใยแมงมุม มากกว่าใยที่ออกมาจากตัว
  • บอกที่มาของชุดสไปเดอร์แมนชัดเจนกว่าฉบับแรก
  • มีฉากอลังการ ในตอนท้ายที่ทำให้ขนลุกได้กัน เหมือนฉากที่ผู้คนในรถไฟยกสไปเดอร์แมนลอยเนื้อหัวหลังจากเขาช่วยหยุดรถไฟไม่ให้ตกลางในสไปเดอร์แมน ภาค 2 ของเวอร์ชั่นแรก
  • ตัวร้ายลิซาร์ด(กิ้งก่ายักษ์) คือ ดร.เคิร์ท คอนเนอร์ เพื่อนของพ่อปีเตอร์ พาร์คเกอร์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง มีสองบุคคลิก(ดี/ชั่ว)ภายในตัว คุยกับตัวเอง คล้ายๆกับตัวร้าย ด๊อกออค ในสไปเดอร์แมน ภาค 2 เวอร์ชั่นแรก
  • ทั้งสไปเดอร์แมน และลิซาร์ด ใช้เวลาในการกลายสภาพเร็วมาก ไม่กี่ชั่วโมง (จากคนปกติเป็นอะไรที่พิเศษ) หลังจากโดนแมงมุมกัดกับฉีดยาเข้าไป
  • หนังทำฉากต่อสู้ได้สนุก ตื่นเต้น โดยเฉพาะสู้กับลิซาร์ดในโรงเรียน ได้เห็นทักษะการต่อสู้ของสไปเดอร์แมนที่ทำตัวเหมือนแมงมุมจริงๆอย่างที่ไม่เคยเห็นในหนังทั้งสามภาคก่อนหน้านี้ (ห่อคู่ต่อสู้ด้วยใยแมงมุม)
  • มีฉากฮาๆปนอยู่นิดหน่อย
  • นางเอก เกว็น สเตซี่ (เอ็มม่า สโตน จำเธอในบทนักเขียนเรื่องคนใช้ผิวสีใน The Help ได้ไหม) สวยมาก ในฉบับการ์ตูนเป็นแฟนคนแรกของปีเตอร์และโดนคนร้ายฆ่า ก่อนที่ปีเตอร์จะมาพบเอ็มเจภายหลัง
  • มีฉากหลังเครดิต เกริ่นการนำเข้าภาคต่อไป คือ นอร์แมน ออสบอร์น กรีนกอบลินคู่ปรับตลอดการของสไปเดอร์แมน ทำให้นึกถึงหนังชุดของมาร์เวลสตูดิโอ ซึ่งตอนนี้ลิขสิทธิ์สไปเดอร์แมนยังอยู่ที่โซนี่พิคเจอร์ และยากที่จะหลุดมือไปได้ง่ายๆ แม้จะมีโอกาสอันน้อยนิดที่จะได้ไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ The Avengers แต่ก็อยากให้เกิดขึ้นจริงๆนะ
  • คะแนน 8/10 ตัดไม่ชอบป้าเมย์ เดินเรื่องช้านิดหนึ่งตอนต้น

ดูตัวอย่างหนัง The Amazing Spider Man (2012)

ตัวอย่าง The Amazing Spider Man (2012 ) ฉากแกล้งเพื่อนนักบาสเก็ตบอล

ตัวอย่าง The Amazing Spider Man (2012) ฉากหนีการล้อมจับของตำรวจ

ตัวอย่าง The Amazing Spider Man (2012) ฉากช่วยเด็กบนสะพาน

ฉากยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองได้พลังแมงมุมมา
เกวน สเตซี่ แฟนสาวสุดสวยของปีเตอร์ พาร์คเกอร์
ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ในชุดสไปเดอร์แมน เท่ และเกรียนมาก
ลุงเบ็น กับป้าเมย์
พ่อของปีเตอร์ พาร์คเกอร์ นำเขามาทิ้งไว้กับลุงและป้า แล้วจากไปพร้อมกับแม่ แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย
ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ในหนังไม่ใส่แว่นนะ ใส่คอนแทคเลนส์
ต่อสู้กับวายร้ายมาอย่างหนักหน่วง สไปเดอร์แมนสะพายเป้ เท่มาก
ดร.เคิร์ท คอนเนอร์ พิการมีแขนข้างเดียว เขาพยายามสร้างแขนใหม่ให้ตัวเองด้วยการนำความสามารถของอีกสปีซี่หนึ่งมาให้อีกสปีซี่ เขาเอาความสามารถในการงอกหางใหม่ของสัตว์เลื่อยคลานมาเพิ่มความสามารถให้กับตัวเอง ผลค้างเขียงทำให้กลายเป็นลิซาร์ด
ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ กับลุงและป้าในบ้าน ตอนค้นพบกระเป๋าลับของพ่อ
บาดเจ็บจากการต่อสู้ แวะมาให้แฟนสาวช่วยดูแล
เกวน สเตซี่ ในฉากหลังงานศพ(ของใครไปดูเอง)
ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ในชุดออกไล่ล่าคนที่ฆ่าลุงเบ็น
พ่อของเกวน นายตำรวจคนดี ที่ต้องการจับสไปเดอร์แมน และก็บอกเหตุผลที่แทงใจดำปีเตอร์มากว่า การจับผู้ร้ายขโมยรถของเขาไม่ได้ช่วยเหลืออะไรตำรวจเลย!
แฟนสาวนเกวน สเตซี่ เรียนในห้องเรียนเดียวกัน
แอบมาฝึกทักษะ แต่พ่นใยแมงมุมเองไม่ได้นะ แต่รู้วิธีโหนแล้วเหวี่ยงตัวเองโดยบังเอิญ จึงคิดเครื่องพ่นใยขึ้นมา
ไอ้แมงมุมฉบับบนี้เกรียน และชอบแกล้งเพื่อนที่เคยทำร้ายเขากลับ
ชุดนี้เท่ไปเลย ในหนังมีเฉลยด้วยนะว่าไอ้หน้ากากที่มีตาเป็นแบบนั้นมันทำมาจากอะไร และได้แรงบันดาลใจมาจากไหน

ภาพประกอบจาก : https://www.theamazingspiderman.com

ไปดูมาแล้ว The Avengers

The Avengers (2012)

The Avengers หนังรวมพลฮีโร่ของ Marvel ดูไปตั้งนานแล้ว แต่อดไมได้ที่จะเขียนถึงก่อนที่มันจะลาโรงไป ตอนนี้ยังกวาดรายได้ทั่วโลกต่อไปเลย 1 พันล้านไปแล้ว สร้างสถิติใหม่เปิดตัวอันดับหนึ่งตลอดของ Box office อเมริกาอย่างง่ายดายโดยเขี่ย Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ตกไปซะไกลเลย

จะเรียกว่าหนังใหม่ก็ไม่ใช่ มันเป็นเหมือนภาคต่อของ Iron Man 3, Incredible Hulk 3, Thor 2, Captain America 2 แต่ดันอยู่ในหนังเรื่องเดียวกัน แม่เจ้า!!!!! แฟนหนังแต่ละเรื่องมาดูฮีโร่ของตัวเองในเรื่องนี้เรื่องเดียว ไม่ฮิตได้อย่างไร มีฮีโร่เยอะขนาดนี้แต่เกลี่ยบทได้ดีมาก ไม่มากไม่น้อยกำลังดีในเวลา 2 ชั่วโมงนิดๆ ต่อไปข้อเขียนถึงแบบเป็นข้อๆเหมือนที่เขียนนะครับ

  • หลายคนอาจจะคิดว่าฮีโร่ของฉันเก่งกว่าของแก ไม่ต้องห่วงครับ The Avengers จัดคู่ไว้ให้ ฟัดกันเป็นคู่ๆ ส่วนเหตุที่ทำให้ต้องต่อยกัน ตามไปดูในหนังเองนะ
    Loki vs Captain America (สูสี เหมือน Loki จะได้เปรียบนิดๆ แล้ว Ironman มาเสริมทัพ Loki ขอยอมแพ้)
    Iron Man vs Thor (สู้กันมัน สูสี ก่อนที่ Captain America จะมายุติศึก)
    Black Widow vs Hawkeye (Black Widow ชนะ)
    HulK vs Thor (คงมีแค่ Thor เท่านั้นที่พอจะสู้เจ้ายักษ์เขียวได้ อัดกันมัน ก่อนที่จะมีตัวหลอกล่อให้ Hulk หนีไป)
    Loki vs Thor (เหมือน Thor จะแพ้ทาง Loki ตลอด)
    Tony Stark vs Loki ( Tony แพ้ แต่ตอนเป็น Iron Man ชนะ)
    Loki vs Hulk (อันนี้ฮา รู้ผลเร็ว)
    นอกจากนี้ยังมีการเผชิญหน้ากันอีกนิดหน่อยระหว่าง Hulk กับ Black Widow (ซึ่งหนีอย่างเดียว) และการเชือดเชือนกันด้วยวาจาระหว่าง Iron Man และ Captain America
  • ฮีโร่ทุกตัวมีปมด้อย Tony Stark (Iron Man) มีลูกปรายกระสุนเตรียมจะวิ่งเข้าสู่หัวใจทุกเมื่อ, Bruce Banner ควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อเป็น Hulk ทำลายทุกอย่างที่ขว้างหน้า, Black Widow มีอดีตที่เจ็บปวดจากการเป็นโจรก่อนที่จะมาทำงานให้ S.H.E.L.D, Thor รักน้อง Loki ไม่กล้าทำร้าย สุดท้ายความเจ็บปวดกลับมาที่ตัวเองทุกครั้ง, Captain America ความรู้สึกแปลกแยก เป็นคนหลงยุค, Hawkeye ในเรื่องไปอยู่ฝั่งตรงข้ามซะเกือบครึ่งเรื่อง
  • ในเรื่องมีตัวร้ายสนับสนุน Loki ให้สามารถบุกยึดครองโลกได้ โดยให้ทั้งกองทัพและคฑาที่มีพลังอำนาจสูง แลกกับ Tesseract ที่มีพลังไร้ขีดจำกัดที่อยู่บนโลก (ก้อนเรืองแสงที่ตกลงทะเลพร้อมกับ Captain America นั้นเอง)
  • เราจะได้เห็นชุดใหม่ของ Iron Man, ได้เห็นความบ้าคลั่งและความเกรียนของ Hulk ที่ทำให้สะใจคนดู, ได้เห็นฐานบัญชาการที่ล้ำยุค, ได้ดูฉากแอกชั่นที่มันส์และน่าจดจำ มันคือ ฉากที่ Hulk จับ Loki ฟาดกับพื้น, บทพูดและเนื้อเรื่องฉลาด
  • เป็นหนังที่ดูสนุก แทรกมุกฮาๆตลอดทั้งเรื่อง คนดูเพลิน ออกโทนเดียวกันกับ Iron Man ภาคแรก ที่มีทั้งดราม่านิดหน่อยแต่เน้นสนุกสนานปนฮา คงเป็นเพราะ Iron Man มีบทเด่นกว่าคนอื่นเล็กน้อย เลยให้ The Avengers ได้กลิ่นไอของแนวนั้นมาเยอะ แต่คิดว่าจอส วีดอน(ผู้กำกับ) คงตั้งใจให้มันออกมาแนวนี้เองแหละ ซึ่งมันก็ทำให้คนดูชอบ มันถูกพิสูจน์มาแล้วจาก Iron Man 1 และ 2
  • คิดว่าโทนของหนังเรื่องต่อไปของ Marvel อย่าง Iron Man 3, Thor 2 หรือ Ant Man ก็คงจะยึดแนวทางนี้
  • The Avengers ตอนสู้กับกองทัพต่างดาว ทำงานเป็นทีมได้ดีมาก โดยรับการสั่งการจาก Captain America เหมือนในเวอร์ชั่นการ์ตูนแอนนิเมชั่น
  • คงอีกซักพักใหญ่ๆเลยที่เดียว จนกว่าจะได้ดู The Avengers 2 แต่ก็ไม่ต้องห่วงเพราะระหว่างรอ เราก็จะได้ดูฮีโร่แต่ละตัวโชว์เดียวในหนังของตัวเองก่อนจะกลับมารวมกันอีกครั้ง “เพราะว่าเราต้องการพวกเขา”
  • ทราบมาว่าหนังถูกตัดออกไปราว 30 นาที รอดูตอนเป็นแผ่นแล้วกัน
  • สรุปให้คะแนน 9/10 ด้วยความชอบส่วนตัวกับความบันเทิงครบครัน

ดูการ์ตูน X-Men Evolution ฟรีที่ Youtube

X-Men Evolution

X-Men Evolution ฉบับการ์ตูนอะนิเมะ มีให้ดูแบบฟรีๆ เต็มๆตั้งแต่ Season 1-4 รวม 52 ตอน เลยทีเดียว ถูกลิขสิทธิ์ด้วยนะเพราะ Marvel อัพโหลดเอง เป็นการ์ตูนที่ฉายทางทีวีตั้งแต่ปี 2000-2003 ยังดูสนุกอยู่นะครับ เป็นช่วงที่ X-Men มีตัวหลักๆอยู่แล้ว และก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนี้ยังดูได้นิดเดียว episode หนึ่งยาวประมาณ 20 นาทีกว่าๆ แอบไปดูตอนหลังๆตัวร้ายที่ต้องสู้ด้วยเก่งฉิบหาย!

ตอนดูมนุษย์กลายพันธุ์แต่ละตัวในการ์ตูนผมมักจะนึกถึงตัวละครในหนังที่คนจริงแสดงตั้งแต่ X-Men 1-3 และ first class ตอนเป็นคนจริงหน้าตาเป็นยังไง ต้องบอกว่าฉบับคนแสดงเท่กว่า แต่ฉบับการ์ตูนเนื้อเรื่องสนุก จินตนาการเหนือกว่า(การ์ตูนนิน่า)

เหตุที่ไปเจอ ก็เปิด youtube ไปเรื่อยๆ ก็บังเอิญไปเจอเข้า ยังแปลกใจว่าเอามาให้ดูฟรีเลยรึนี้ เห็นในมีลิงค์ไปที่ iTune store ให้โหลด แต่ที่นั้นไม่ฟรีครับ ใน channel มี Fantastic 4 ด้วยนะแต่มีนิดเดียว ส่วนการ์ตูนเรื่องอื่นๆอย่างเช่น Ben 10, Teen titan,The Grim Adventures of Billy and Mandy ที่ชอบๆใน Cartoon Network ลองค้นดูใน Youtube ก็มีบ้างนะ แต่ไม่เป็นแบบ official อย่างเช่น X-Men Evolution

เข้าไปดู X-Men Evolution แบบฟรีๆได้ที่ https://www.youtube.com/show?p=DmJMgpU45BE&s=1 

อิคิงามิ สาส์นสั่งตาย เมื่อชีวิตเหลือเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

อิคิงามิ สาส์นสั่งตาย

อิคิงามิ สาส์นสั่งตาย เป็นการ์ตูนเรื่องล่าสุดที่ได้อ่าน แม้จะมีการพิมพ์มานานแล้ว และเคยทำเป็นภาพยนต์มาแล้ว เมื่อปี 2008 โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้อ่านการ์ตูนมากนัก มีแค่ไม่กี่เรื่องที่ชอบ และซื้อเก็บไว้ คิดว่าเรื่อง อิคิงามิ จะเป็นอีกเรื่องที่จะต้องซื้อเก็บไว้ ความจริงได้ยินคนพูดถึงเรื่องนี้มาพอสมควรแล้ว พอดีว่าที่ใต้ตึกที่พักมีร้านเช่าหนังสือมาเปิดใหม่ เลยลองหยิบมาอ่านดู ตอนที่อ่าน อิคิงามิ มี 7 เล่ม ล่าสุดเล่มที่ 8 จะวางขายในวันที่ 11 เมษายน 2011 ที่จะถึงนี้

เรื่องย่อ

อิคิงามิ สาส์นสั่งตาย เป็นผลงานของ โมโตโร่ มาเสะ เล่าเรื่องของประเทศหนึ่งที่มีกฎหมายที่เรียกว่า “กฎหมายเพื่อผดุงความรุ่งเรืองแห่งชาติ” โดยประชาชนทุกคนจะถูกฉีดวัคซีนให้ตั้งแต่เด็ก ในวัคซีนบางอันจะมีนาโนเคปซูลที่สามารถกำหนดวันเวลาที่ต้องตายไว้ ในช่วงที่มีอายุ 18-24 ปี ซึ่งโอกาสที่จะโดนแจ๊คพอร์ตนี้ มีเพียงแค่ 1 ใน 1,000 คน เท่านั้น เพื่อให้ประชาชนนั้นตั้งใจใช้ชีวิตให้คุ้มค่าและตระหนักต่อ “คุณค่าของชีวิต” มากยิ่งขึ้น หรือจะพูดง่ายๆคือ วันนี้ต้องทำให้เต็มที่เพราะไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะตายหรือไม่ ทำให้ประเทศลดทั้งอาญากรรม และพัฒนารุ่งเรือง

ฟูจิโมโตะ ตัวเอกของเรื่องคือคนส่ง “อิคิงามิ” หรือ “สาส์นสั่งตาย” ให้ผู้ที่ได้รับเกียรติต้องตายเพื่อผดุงความรุ่งเรืองแห่งชาติ ก่อนถึงเวลาตาย 24 ชั่วโมง คนที่ได้รับอิคิงามิ จะสามารถใช้บัตรนี้แสดงเพื่อขอรับบริการต่างๆจาก ห้างร้าน บริการต่างๆได้ตลอดก่อนถึงเวลาตาย และจะได้รับการสรรเสริญจากคนในสังคมอย่างที่สุด และเมื่อเสียชีวิตครอบครัวจะได้รับเงินตอบแทนจากรัฐบาล แต่ถ้าผู้ที่ได้รับอิคิงามิ เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ก่ออาชญากรรม ครอบครัวจะไม่ได้ค่าตอบแทนใดๆ และต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังถูกประนาฌว่าเป็นครอบครัวที่มีความคิดด้อยพัฒนา สุดท้ายต้องย้ายจะที่อยู่ออกไปจากเมืองนั้น และใครที่คิดต่อต้านกฎหมายนี้ก็จะถูกลงโทษอย่างรุนแรงเช่นกัน

แต่ใช่ว่าทุกคนในประเทศจะเห็นด้วยกับกฎหมายนี้ มีการรวมกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้าน และพยายามล่มล้างกฎหมายนี้ หรือแม้แต่ ฟูจิโมโตะ ที่เป็นคนของรัฐบาลทำหน้าที่ส่งสาส์นยังมีความลังเลในใจถึงกฎหมายนี้ ว่ามันดีจริงหรือ

จุดเด่นที่ชอบ

เป็นการ์ตูนที่ดราม่า และสะเทือนอารมณ์สุดๆ ในแต่ละตอนจะเล่าเรื่องการใช้ชีวิตที่เหลือเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมง ของผู้ที่ได้รับอิคิงามิ ซึ่งแต่ละตอนคนที่ได้รับ อิคิงามิ จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีบทบาทในสังคมแตกต่างกัน เช่น นักเรียน นักดนตรี หัวขโมย คนไร้บ้าน นักวาดรูป นักถ่ายภาพ นักเต้น ฯลฯ เราจะได้เห็นการใช้ชีวิตของคนในครอบครัวของคนที่รับอิคิงามิด้วย จะได้เห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำก่อนตายของแต่ละคนจะเป็นยังไง บางคนเลือกที่จะตามแก้แค้นคนที่เคยทำร้ายตัวเอง ซึ่งคนที่ทำร้ายเขาบางครั้งก็เป็นคนในครอบครัวเอง บางคนเลือกที่จะช่วยเหลือคนอื่นจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต แต่ทุกคนที่ได้รับอิคิงามิก็จบลงด้วยก ความตาย และความเศร้า ทั้งนั้น

อิคิงามิ สาส์นสั่งตาย เป็นการ์ตูนที่เก็บรายละเอียดของตัวละครแต่ละตัวได้ยอดเยี่ยมมาก และสามารถดึงจุดสำคัญของคนในอาชีพนั้นๆออกมาได้อย่างชัดเจน เมื่อชีวิตถูกบีบให้เหลือเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมง เขาจะทำอะไรที่เป็นตัวเขามากที่สุด หรือเรียกว่า “ไม่ให้เสียชาติเกิด”

ซาโตริ (ตื่นรู้ในทันที) จะได้เห็นตลอดในการ์ตูนเรื่องนี้ มาจากทั้งคนที่ต้องตาย และคนที่อยู่เบื้องหลัง ที่ต้องใช้ชีวิตต่อไปเพื่อคนที่ตาย

คำถามกับผู้อ่าน

บางครั้งเราคนอ่านก็มองย้อนกลับมาที่ตัวเองว่า ถ้าเป็นตัวเราจะเป็นยังไง ถ้าเป็นตัวคุณเองที่ได้รับ อิคิงามิ คุณจะทำยังไง? จะทำอะไร? ทำเพื่ออะไร? ทำเพื่อใคร? เมื่อลมหายใจสุดท้ายของชีวิตมาถึง อยากไปอยู่ที่ไหน? หรือที่พระท่านบอกว่า สิ่งที่มนุษย์กลัวมากที่สุดในชีวิตคือ “ความตาย” ถูกแสดงให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น

คำถามที่ได้จากการ์ตูนเรื่องนี้คือ วันนี้ใช้ชีวิตคุ้มแล้วหรือยัง ถ้าพรุ่งนี้ต้องตาย คิดว่าตัวเองจะ “ตายตาหลับหรือไม่”