การเลือกตั้ง 54 เลือกใครดี?

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

การเลือกตั้ง 54 ค่อนข้างได้รับความสนใจสูง เพราะถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากผ่านวิกฤตทางการเมืองหลายเหตุการณ์ การเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งแบบในเขตและนอกเขตในวันที่ 26 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา มีคนใช้สิทธิ์เพียงแค่ 55.65% ของคนทั้งหมดที่ลงทะเบียนล่วงหน้าไว้ น่าแปลกไหมว่าทำไมคนที่สนใจต้องการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของตัวเองจนสละเวลาไปเดินเรื่องขอลงทะเบียนล่วงหน้าไว้ แต่กลับมีจำนวนที่ใช้สิทธิ์น้อยเพียงนั้น ตามที่ฟังจากข่าว ส่วนใหญ่ไปไม่ทัน 15.00 น. เวลาปิดหีบ ผมว่าอันนี้เป็นปัญหาที่ กกต. ต้องนำไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไขในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าอยากให้มีเปอร์เซ็นต์ของคนใช้สิทธิ์มากขึ้น

มีอีกเรื่องของกฏหมายที่ไม่ค่อยเข้าใจ คือ คนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ล่วงหน้าในวันที่ 26 มิถุนายน 2554 แต่หากว่าไม่ไปลงคะแนน ยังสามารถไปลงคะแนนได้อีกครั้งในวันที่ 3 กรกฏาคม 2554 ได้อีกครั้งในกรณีที่ขอลงคะแนนล่วงหน้าในเขตของตัวเอง(ตามทะเบียนบ้าน) แต่ถ้าขอลงคะแนนนอกเขตไว้ถือว่าหมดสิทธิ์ลงคะแนนไปแล้ว ต้องไปทำหนังสือชี้แจ้งเองถ้าไม่ต้องการเสียสิทธิทางการเมืองจากการไม่ไปเลือกตั้ง แต่ถ้าเราคิดแบบบ้านๆคือในเมื่อคนที่ขอลงคะแนนล่วงหน้าในเขตยังเลือกได้อีกครั้งในวันเลือกตั้งจริง แต่คนที่ลงทะเบียนล่วงหน้านอกเขตถึงหมดสิทธิ์เลือกแล้ว! หรือจะให้ใช้สิทธิ์ในเขตที่ขอลงทะเบียนไว้ก็ยังดี อันนี้ไม่เข้าใจว่าทำไมทำไม่ได้ ทั้งๆที่มันควรจะทำได้และควรจะอำนวยความสะดวกให้เต็มที! (ไม่ต้องยกข้ออ้างเรื่องการโอนชื่อนะ)

เอาล่ะ! มาถึงตัวผม ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าอะไรไว้ทั้งนั้น จะกลับบ้านไปเลือกตั้งที่บ้านเกิด คำถามต่อมาว่าจะเลือกใครดี? ผมมีแนวทางในการพิจารณาแยกเป็นสองกรณีตามสิทธิในการเลือกตั้งคือ การเลือกตัวบุคคล(เขต)กับการเลือกพรรค(บัญชีรายชื่อ)

ขอพูดถึงการเลือกตัวบุคคลก่อน การพิจารณาของผมง่ายมากคือ ยกประโยชน์ให้คนในพื้นที่ เหล่าญาติพี่น้องที่บ้าน เพราะตัวเราดันมาใช้ชีวิตอยู่ กทม.จะกลับที่ก็เฉพาะช่วงเทศการหยุดยาว (อกกตัญญูจริง!) การสอบถามข้อมูลจากคนที่บ้านคงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้ว ครันจะไปเลือกตามใจตัวเองโดยไม่ดูคนที่เขาจะใช้ชีวิตตลอดที่บ้านคงไม่ใช่การดีเท่าไหร่นัก เพราะถือว่า ส.ส. เขต คือปากเสียงของคนในเขตนั้น แต่ความจริงคะแนนจากผมคนเดียวคงเปลี่ยนอะไรได้ไม่มากในพื้นที่แถวนั้น พรรคนั้นคงนอนมาอยู่แล้ว ประมาณเดียวกับ ฮีธ เลดเจอร์ เข้าชิงรางวัลออสการ์จากบทโจ๊กเกอร์ในแบตแมน ไร้คู่แข่ง

ส่วนการเลือกพรรค ถือว่าเป็นการเลือกในระดับประเทศ อันนี้จึงจะเป็นวิจารญาณของตัวผมเองทั้งหมด นโยบายของแต่ละพรรคเข้าขั้นโม้เป็นส่วนใหญ่ แต่การเลือก Vote NO อย่างที่พันธมิตรพยายามเชิญชวน อันนี้ไม่ตอบโจทย์อะไรเลย สมมตินะสมมติว่า Vote NO ออกมาเยอะจนมีผลทางกฏหมาย แล้วจะทำอะไรต่อไป? จุดสุดท้ายคืออะไร? ซึ่งเหตุการณ์ Vote NO จะมหาศาลอันนี้เป็นไปได้น้อย ดังนั้น ผมไม่ Vote NO แน่นอน

รู้สึกไหมว่าเราเปลื้องตัวเกินไปกับการบอกว่าชอบใครไม่ชอบใคร โดยเฉพาะในสังคมที่บังคับให้เลือกข้าง เราคอยระวังตัวว่าคนรอบข้างอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ ที่ต้องทำแบบนั้นก็เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั้งกันโดยไม่จำเป็นจากความเห็นต่างแบบสุดขั่ว ที่เขียนแบบนี้เพราะบางคนที่อยู่คนละฝ่ายคุยกันได้นะ บางกลุ่มเท่านั้นที่คุยด้วยไม่ได้ เป็นสังคมที่ดูอึดอัดไหมล่ะ!

ถ้าให้คาด พรรคนั้นคงนอนมาตามโพล ตอนนี้ก็คงมาคิดแล้วว่าจะเลือกพรรคไหนมาเป็นฝ่ายค้านดี…หวังว่าเราจะไม่ได้รัฐบาลจากพรรคอันดับสองแม้มันจะเป็น ครม.ที่ดูดีกว่าพรรคอันดับหนึ่งเยอะก็ตาม แต่มันช่างไม่สง่างามเอาซะเลย ให้เขาจัดตั้งไปเถอะ ยังไงประเทสไทยก็ไม่ล่มลงง่ายๆหรอก!

สุดท้ายไปเลือกตั้งกันเถอะครับ อย่างน้อยตอนวิพากวิจารณ์(ด่า)จะได้พูดได้เต็มปาก

กลับบ้านต่างจังหวัด

ตอนแรกกะจะลองเขียนบล็อกที่บ้าน โดยใช้ EDGE ของ Dtac เจ้าอื่น True แทบจะไม่มีสัญญาณ ส่วน AIS พอๆกับ Dtac สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เพราะการอัพโหลดรูปขึ้นเว็บทำไม่ได้เลยช้ามาก ส่วนตัวอักษรยังพอจะทำได้ ถ้ามี 3G อาจจะได้เห็นผมบล็อกที่บ้านเกิดสักครั้ง บันทึกไว้ดีกว่าว่าการบล็อกครั้งนั้นจะเกิดขึ้นห่างจากตอนนี้นานเท่าไหร่ นับตั้งแต่ วันที่ 18 กันยายน 2553 ณ วันที่พยายามบล็อกที่บ้านเกิด

ครั้งก่อนถ่ายรูปรอบบ้านดูว่าแม่ปลูกผักอะไรไว้บ้าง ครั้งนี้เดินทั่วทั้งหมูบ้าน ถ่ายภาพธรรมชาติ ช่วงนี้ข้าวกำลังเขียว แต่ยังไม่งามมากนักเพราะฝนเพิ่งมา ข้าวเพิ่งปักดำ บรรยากาศที่บ้านมีฝนตกลงมาเป็นระยะ เป็นวันเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน มีทั้งเรื่องดี เรื่องร้ายเกิดขึ้นมากมาย แต่เราจะเลือกจำเฉพาะเรื่องที่น่าจดจำ อย่างน้อยก็รูปสวยๆเหล่านี้ จะอธิบายรายละเอียดเล็กน้อยให้ได้รู้ถึงบรรยากาศช่วงนั้น

กลับมาถึงบ้านตอนเช้า พระมาบิณฑบาตรพอดี ได้เก็บภาพไว้ดู

หลังฝนตก อากาศที่บ้านมันดีเหลือเกิน หายใจได้เต็มปอด

ดอกไม้ หลังโดนฝนมันเบ่งบาน สดชื่น
เจ้าจ๋อ รับจ้างขึ้นมะพร้าว

บริการรับจ้างขึ้นมะพร้าว โดยเจ้าจ๋อ ตระเวนรอบหมู่บ้าน ถ่ายเกือบไม่ทัน

ไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร แต่สวยดี
ดอกโป๊ยเซียน
แมลงเต่าทอง
รถมอเตอร์ไซต์รุ่นเก่า

คันนี้เจ้าของเขาบอกว่าซื้อมาด้วยเงิน 8 พันกว่าบาท เครื่องยังวิ่งได้ดี ดูคลาสสิคดีเลยถ่ายเก็บไว้

หนองโฮง ชื่อเดียวกับชื่อหมู่บ้าน
แมงปอ อาศัยอยู่ข้างริมหนอง
พี่ชายคนนี้ชื่อ นาวิน แกยิ้มมีความสุขดีเลยขอเอามาลงไว้ดูหน่อย
เห็ดขม มันขมสมชื่อของมัน

เห็ดขม มันขมสมชื่อของมัน มีกรรมวิธีทำให้หายขมได้ แต่หลายคนก็เลือกที่จะกินแกงเห็ดขม แบบขมๆ

ตอนเย็นแวะไปเดินตลาดนัด คนคึกคักน่าดู

วันสุดท้ายก่อนเดินทางเข้า กทม. คือ วันเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน

บรรยากาศการเฝ้าดูการนับคะแนน

ลุ้นด้วยใจจดใจจ่อ ผลออกมาก็ต้องมีฝ่ายที่ดีใจ และฝ่ายที่เสียใจ แต่ต้องคิดว่าเราคือ หมู่บ้านเดียวกันต้องสามัคคีร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของตน เลิกแบ่งข้าง หันหน้าเข้าหากัน และเดินหน้าพร้อมกัน

ปล. ไม่ได้บล็อกหลายวัน หงุดหงิดเหมือนกันแฮะ

“ขอ” ความเห็นใจของคนไทย

อ่านเรื่อง “ขอ” ของคุณ @lewcpe แล้วมันแทงใจ เฮ้ย..โดนเหมือนกันเลย!  จึงเอามาเล่าและขอเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาเรื่องแบบนี้ให้ถี่ถ้วนและเสนอทางออกแบบใหม่ที่ไม่ใช่ การให้ง่ายๆ ดังที่เป็นมา เรื่องมันมีอยู่ว่า

ผมเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดในช่วงสงกรานต์ ขากลับถึงกรุงเทพฯราวตี 3  รถที่มาส่งจอดหน้าปากซอย ระหว่างที่กำลังเดินเข้ามาในปากซอย ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา ขอความช่วยเหลือ เขาอ้างว่า บ้านอยู่แถวรังสิต (ผมอยู่ราชเทวี ไกลกันมาก) เขาแวะมาหาเพื่อนแถวนี้ที่ไม่ได้เจอกันนานแต่เพื่อนเขาย้ายไปจากที่นี้แล้ว เขาจะกลับบ้าน แต่โดนล้วงกระเป๋า ขณะที่พูด เขาเอามือดึงกระเป๋ากางเกงปลิ้นออกมาให้ดูว่าไม่เหลืออะไรเลย ผมยังนิ่ง เขาตอกย้ำอีกครั้งด้วยคำพูด “นะครับ คนไทยด้วยกันช่วยเหลือกันนะครับ ผมไม่มีแม้เงินโทรกลับบ้าน”  สุดท้ายเราก็ควงเงินให้เขาไป เขายังยืนอยู่ตรงนั้น แล้วผมก็เดินจากมา ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรแล้ว ถือว่าได้ช่วยเหลือคนตกทุกข์ ให้เขาได้กลับบ้าน

ถัดจากวันนั้น ผมเจอเขาบ่อย ทั้งในซอย หน้าปากซอย พอสรุปได้ว่า เรื่องมาเยี่ยมเพื่อนโกหกทั้งเพ เหมือนโดนตบหน้าแรงๆ  ทุกครั้งที่เจอผู้ชายคนนั้น เขาเดินผ่านเราธรรมดา แต่ทำไมผมรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ

ต่อไป ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ จะเสนอทางออกใหม่ให้เขาดังเช่นที่คุณ @lewcpe ทำคือ “การสื่อสาร” หรือ ติดต่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือไปเลย

ไม่ได้แล้งน้ำใจ แต่ไม่อยากสนับสนุนคนไม่ดี

ขอบคุณ  คุณ@lewcpe สำหรับการ Ignite

Ignite Thailand ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย

Ignite Thailand

IgniteBKK เปิดโลกทัศน์ผมได้อย่างมาก ด้วย Igniter ที่เก่ง และหลากหลาย  เป็นงานที่มีเสน่ห์มาก การกลั่นกรองความคิดที่อยู่ในตัวออกมาให้ผู้ฟังให้เข้าใจได้ภายในเวลา 5 นาที กับสไลด์ 20 หน้าได้ คนที่จะเป็น Igniter ที่ดีได้นั้น ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ สัปดาห์ของ Ignite กลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช้เฉพาะในกรุงเทพฯ แต่กระจายตัวทั่วทุกภาคของประเทศ กลาง(กรุงเทพฯ) เหนือ(เชียงใหม่) ใต้(หาดใหญ่) อีสาน(ขอนแก่น) จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมงาน ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ลงทะเบียนสมัครได้ในเว็บอ้างอิงด้านล่าง

Ignite Thailand++ เป็นงานเพื่อจุดประกายความคิด จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 16 มิถุนายน 2553 ต่อจากงานแถลงข่าวเปิดตัวเครือข่ายพลังบวก ที่ สมาคมนิสิตเก่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ลุมพินีสถาน (Lumpini Hall) ผู้ฟังสามารถลงทะเบียนเพื่อสำรองที่นั่งได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

กำหนดการ

16.00 แถลงข่าวเปิดตัวเครือข่ายพลังบวก นำเสนอโรดแมพการทำงาน (for Press and Social Media)
18.00 Ignite Show ช่วงโชว์ผลงาน ที่ทุกท่านสามารถสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมานำเสนอกันได้ไม่ว่าจะเป็นงานศิลป์ งานประดิษฐ์ เพื่อจุดประกายความคิดเชิงบวก
ดำเนินรายการโดย พิธีกรอารมณ์ดี หนุ่ย พงษ์สุข หิรัญพฤกษ์ @nuishow และทีมงาน Show NoLimt
19.00 Ignite Talk ช่วงจุดประกายความคิด โดย Igniters ประมาณ 20 ท่าน บรรยายท่านละ 5 นาที ประกอบสไลด์ 20 แผ่น

รายชื่อ Igniters

  • พระศรญาณีโสภณ (ท่านปิยโสภณ วัดพระรามเก้า กาญจนาภิเษก)
  • คุณเดียร์ – ขัตติยา สวัสดิผล
  • ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ
  • คุณประภาส ชลศรานนท์
  • รศ.ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์
  • คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย
  • คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (หนูแก้ว)
  • คุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม)
  • คุณนที สรวารีี
  • คุณโรส – วริศรา (ลี้ธีระกุล) มหากายี
  • คุณพิทยากร ลีลาภัทร์
  • คุณทรงกลด บางยี่ขัน
  • คุณปรัชญา สิงห์โต
  • คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
  • คุณรวิทัต ภู่หลำ

ห้ามพลาดงานดีๆแบบนี้ครับ

ที่มา : https://www.ignite.in.th

เสวนาทางวิชาการ “ทางออกสังคมไทยหลังวิกฤต 19 พฤษภาคม”

แจ้งข่าวสารที่น่าสนใจครับ

เสวนาวิชาการ "ทางออกสังคมไทยหลังวิกฤต 19 พฤษภาคม"

เสวนาทางวิชาการ ประจำปี 2553
เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ของการสถาปนาสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“ทางออกสังคมไทยหลังวิกฤต 19 พฤษภาคม”

จัดโดย
กลุ่มจับกระแสเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันพุธที่ 9 มิถุนายน 2553 เวลา 13.00 – 16.00 น.
ณ ห้องประชุมจุมภฏ – พันธุ์ทิพย์ ตึกประชาธิปก – รำไพพรรณี ชั้น 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลักการและเหตุผล
จากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 และในอีกหลายๆ
ครั้งตลอดช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้สังคมไทยต้องเผชิญกับความขัดแย้งและความแตกแยกของคนใน
สังคมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อย่างไรก็ตาม สังคมไทยยังมีจุดแข็งในหลายเรื่อง อาทิ ความเป็นคนไทยที่มี
จิตใจเอื้อเฟื้อและรักสงบ ความเจริญทางด้านสังคมและเศรษฐกิจซึ่งยังมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรอยู่
มากเมื่อเปรียบเทียบกับนานาประเทศ ดังนั้น ความหวังของสังคมไทยที่จะก้าวพ้นวิกฤตสังคมในครั้งนี้ จึงอยู่ที่
การหันหน้ามาทำความเข้าใจและร่วมกันทั้งคนในเมืองและชนบท กลุ่มจับกระแสเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จึง
ได้จัดการเสวนาทางวิชาการครั้งนี้ เพื่อเป็นอีกเวทีหนึ่ง ที่จะหาทางออกร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ของหลาย
ภาคส่วนจากวิกฤตที่เกิดขึ้น
กำหนดการ
12.30 — 13.00 น. ลงทะเบียน
13.00 — 13.05 น. กล่าวเปิดงาน โดย รศ. ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
13.05 — 15.05 น. เสวนา เรื่อง “ทางออกสังคมไทย หลังวิกฤต 19 พฤษภาคม” โดย

  • พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต (วัดเอราวัณ) ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ
  • นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและอดีตรองนายกรัฐมนตรี
  • รศ. ดร. มารค ตามไท ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยพายัพ
  • พลเอก ไวพจน์ ศรีนวล อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

15.05 – 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 — 16.00 น. เปิดเวทีแสดงความคิดเห็น ดำเนินรายการ โดย รศ. ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์

ที่มา : https://www.chula.ac.th/cuth/cic/oldnews/CU_P007411.html
ดาวน์โหลด : กำหนดการ

ภาพเซ็นทรัลเวิลด์ที่ถูกไฟไหม้ แบบ 3 มิติ

เซ็นทรัลเวิร์ลไฟไหม้

วันนี้ได้มีโอกาสไปเดินถ่ายรูปรอบเมืองกรุงเทพฯ ตามจุดต่างๆที่เกิดไฟไหม้ ตั้งแต่ อนุเสาวรีย์ ดินแดง สยาม และต่อไปที่ Central World ได้รูปมาจำนวนหนึ่ง เป็นรูปร่องรอยของความโกรธ เกลียด ขาดสติ สร้างความสูญเสียและผลกระทบไว้อย่างมาก ตรงจุดราชประสงค์ ห้างดังอย่าง Central World เมื่อเห็นครั้งแรกสลดใจมาก มีหลายคนข้างๆเช็ดน้ำตา

พยายามนึกว่าจะถ่ายรูปออกมายังไงให้คนได้เห็นถึงภาพการสูญเสีย และย้อนกลับไปคิดได้ว่า “ฉันทำได้อย่างไร” จนเกิดความเห็นใจของเพื่อนมนุษย์ในสังคมเดียวกัน ภาพทั้งหมดที่ถ่าย Central World ถูกจับมาสร้างเป็นภาพ 3D ด้วย Photosynth ได้มาภาพดังใจ ทุกมุม ทุกรูปที่ถ่ายมาได้ใช้ประโยชน์

ภาพแบบ 3 มิติ

BEFORE 22 August 2008 By: Ian_Fuller แนะนำโดยคุณ @PolarZen

AFTER 25 May 2010 By: Sarapuk

นี้คือภาพทั้งหมด

ขอให้คนไทยรักกันให้มากขึ้น ขอความสุขจงกลับมา

ปรากฎการณ์วาทะของ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ กับอำเภอบล็อก

สถิติของบล็อก ตั้งแต่วันที่ 1-23 พฤษภาคม 2553

ปกติแล้วอำเภอบล็อก มีคนเข้ามาประมาณวันละ 400-600 UIP ส่วนใหญ่เข้ามาผ่านทางการค้นหาจาก Google เป็นส่วนใหญ่ แต่จากปรากฎการณ์ วาทะของ คุณ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ในงานประกาศผลรางวัลนาฎราช ในคืนวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 ด้วยคำพูดที่กินใจ ผมไม่ได้คิดอะไรมาก เอามาเขียนลงบล็อก และถอดคำพูดออกมาเก็บไว้อ่าน

ด้วยกระแสสังคมที่แรงทำให้ในวันที่สองของการโพส ยอดคนเข้าสูงถึงเกือบ 5,000 UIP กับ 46 คอมเม้นท์ มันอาจจะไม่เยอะเมื่อเทียบกับเว็บดังๆ แต่คิดว่าคงอีกนานกว่าที่บล็อกนี้จะทำลายสถิตินี้ลงได้ เวลาผ่านไปตอนนี้เริ่มกลับมาอยู่ในสภาวะปกติแล้ว อาจจะเป็นกระแสที่น้อยลง และอันดับการค้นหาใน Google หล่นลงมาสู้คนที่เข้าทำ SEO จริงจังไม่ได้

มีอีกอย่างที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น คือโพสที่พูดถึง ทำไมคนอีสานรักทักษิณ ที่คนคลิกเข้าไปอ่านจากดูโพสของคุณอ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ ซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้คนได้รู้จักคนอีสานได้มากขึ้น

คำสอนจากหนังเรื่อง ขงจื้อ

https://www.youtube.com/watch?v=YgiM1ubNCYc

ได้ดูหนังเรื่อง ขงจื้อ[1](Confucius)[2] พบว่ามีคำสอนมากมายในหนังเรื่องนี้ เอาไว้เตือนใจได้ ให้เสียงภาษาไทยโดยพันธมิตร ทำให้คำพูดดูคล้องจอง ฟังแล้วจับใจ ดูไปทวีตไปด้วย สุดท้ายเลยรวมเอามาไว้ในบล็อกเก็บไว้อ่าน และแบ่งปันได้ท่านอื่นที่สนใจได้อ่านบ้าง

  • ถ้าเรานำผู้สัตย์ซื่อมารับราชการ เหล่าคนพาลก็จะหมดสิ้นไป-ขงจื้อ
  • ผู้รักตัวรักครอบครัว ย่อมรักผู้อื่นได้เช่นกัน-ขงจื้อ
  • จงจำสุภาษิต 2 บทนี้ไว้ตลอดชีวิต จงเห็นบ้านเมืองสำคัญกว่าชีวิตเรา และ อุปสรรคมีมากมาย จงสำรวมใจให้เข้มแข็ง-ขงจื้อ
  • ยอมสูญเสียก่อน แล้วจะได้มา-เล่าจื้อ
  • ขงจื้อผู้เป็นอาจารย์ถามศิษย์ตัวเอง “เจ้าลองบอกข้าสิ ข้าผิดพลาดตรงไหนบ้าง”-ขงจื้อ
  • ถ้าเรามิอาจเปลี่ยนโลก ถ้าหากเรามิอาจเปลี่ยนสิ่งที่อยู่รอบตัวเราได้ เราก็ควรกลับมาเปลี่ยนที่ตัวเองจากข้างใน-ขงจื้อ
  • ไม่มีหลักจริยะในการปกครอง บ้านเมืองมีแต่ความวุ่นวาย-ขงจื้อ
  • ข้าไม่เคยพบใครที่นึกถึงเรื่องจริยะ ก่อนเรื่องตัณหาเลย-ขงจื้อ
  • กวี ตำรา จริยะ ดนตรี เราต้องมั่นเรียนรู้-ขงจื้อ
  • ฤดูหนาว ต้นสน ยืนหยัดให้เห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริง-ขงจื้อ
  • ขุนนางนั้นก็แค่ใส่ชุดเป็นขุนนาง นิสัยสะท้อนถึงจิตใจ อย่าลืมเด็ดขาด อย่าชายตามอง หรือฟัง หรือพูด หรือทำสิ่งใดที่ผิด-ขงจื้อ
  • “ผู้กล้า” เมื่อถึงคราวตายต้องตายเยี่ยงบุรุษผู้สง่างาม-ขงจื้อ
  • ข้าต้องการสอนหนังสื้อเท่านั้น ขออย่าให้พวกเขาเอาปัญหาการเมืองมาสุ่มหัวให้ข้าอีก-ขงจื้อ
  • หากโลกจะรู้จักข้า ก็ให้ผ่านบันทึกนี้เทิด หากตำหนิข้าก็ให้เพราะบันทึกเล่มนี้-ขงจื้อ

เสธ.แดง คือวีรบุรุษ จริงหรือ?

ช่วงนี้มีเรื่องเกี่ยวกับ เสธ.แดง หรือ พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เข้ามาเยอะคิดว่าคงจะกระจายไปเยอะบ้างแล้ว ในกรณีที่ @vihok ออกมาบอกว่า เสธ.แดง คือ สายลับที่แอบแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มล้มเจ้า คอยรายงานความเคลื่อนไหวต่างๆให้รัฐบาลได้รู้ เพื่อสู้กับกลุ่มล้มเจ้า เรื่องนี้ยอมรับว่าสะดุดความคิดผม นั่งเปิดดูคลิปเก่าๆ ข่าวๆเก่าเกี่ยวกับเสธ.แดง ขึ้นมาดู มีหลายอย่างที่สนับสนุนข้อมูลดังกล่าว

ข้อที่น่าสนใจ

  • เสธ.แดง เปิดเผยออกสื่อตลอดว่าเป็นผู้จงรักภักดี ในบ้านมีภาพรับกระบี่จากในหลวงตั้งอยู่ ( ดูจากคลิปวีดีโอสัมภาษณ์)
  • ในตอนที่ดูประวัติของ เสธ.แดง พบว่าในตอนแรกได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลายครั้งทั้งเรื่องการฆ่าตัดตอนในสงครามยาเสพติด ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และลูกสาว เสธ.แดง เป็นเสื้อเหลือง
  • ข้อมูลต่างๆของ เสธ.แดงที่ออกมาผ่านทางสื่อ ส่วนใหญ่เป็นการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล และค่อนข้างที่จะเป็นจริงทำให้เป็นที่สนใจของสื่อ บอกจะมีระเบิดก็ระเบิด M79 จะลงไหนบ้าง สื่อเสื้อแดงเป็นใครที่ไหนบ้าง บอกมีความขัดแย้งกันในกลุ่มนปช. แม้จะมีการออกมาปฎิเสธของแกนนำ แต่ค่อนข้างแน่ชัดว่ามีการถอนตัวของแกนนำ
  • หลังจาก เสธ.แดง เสียชีวิตจากการถูกลอบสังหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพระราชทานพระพิธี สวดพระอภิธรรม 3 วัน และพระราชทานเครื่องอิสริยาภรณ์ โกศ 8 เหลี่ยม เครื่องประดับเกียรติยศ ฉัตร ปี่ กลอง ระดับเดียวกับนายกรัฐมนตรี องคมนตรี นายกสมัครก็ได้รับพระราชทานอันเดียวกันนี้ (ผมให้น้ำหนักอันนี้เยอะที่สุด)
  • ทุกอย่างมีข้อโต้งแย้งได้หมด เสธ.แดง อาจจะเป็นวีรบุรุษตัวจริง อย่างเช่น อัศวินรัติกาล (Dark Night) หรือเป็นแค่เรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อโยงเรื่องไปมา
  • เรื่องต่างๆยังคงต้องถกเถียงกันต่อไป คงไม่มีใครตอบได้ในตอนนี้ หรือไม่มีประโยชน์ที่จะตอบ คงต้องให้เวลา หรือจนกว่าผู้ที่รู้ความจริงออกมาเปิดเผย

ใครสนใจตามไปอ่านได้ที่ Facebook

แผนที่จุดที่เกิดเพลิงไหม้ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553

แผนที่จุดที่เกิดเพลิงไหม้ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เริ่มนับตั้งแต่ เวลา 18.30 น.
ไม่ละเอียดและไม่ตรงจุดเป๊ะ แต่พอบอกคร่าวๆได้ว่าเกิดที่ไหนบ้าง แถวไหน รวมทั้งในเขตกรุงเทพฯ และเขตต่างจังหวัด


ดู จุดเกิดเพลิงไหม้ วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ลิงค์แผนที่ใน Google maps
รวบรวมได้ดังนี้
โรงหนังสยาม
Central world
7-11 และ ธนาคารออมสิน ดินแดง
ตึกมาลีนนท์
ปปส.
สยามพารากอน
การไฟฟ้า คลองเตย
ตึกมหาทุนพลาซ่า
ธนาคารกรุงเทพ สาขา อโศก-ดินแดง
โลตัส พระราม 4
ศาลากลาง จ.อุบลราชธานี
ศาลากลาง นนทบุรี
ศาลากลาง จ.ขอนแก่น
ศาลากลาง จ.มุกดาหาร
ศาลากลาง จ.อุดรธานี
ศาลากลาง จ.นครราชสีมา
จวนผู้ว่าเชียงใหม่
ธ.กรุงเทพ สาขาสะพานเหลือง
Center One อนุสาวรีย์
ธนาคารกรุงเทพ สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โรงแรมเซ็นทารา

ณ เวลา 21.12 น. ไฟไหม้ธนาคาร 16 แห่ง (ธ.กรุงเทพ 10 / กรุงไทย 2 /กสิกรไทย 1 / ออมสิน 1 / นคราหลวงไทย 2)

รวบรวมมาจากข่าวสารที่ได้รับจากทั้งในทีวี และ social media
จะพยายามแก้ไข และเพิ่มในส่วนที่ทราบข่าวเพิ่มเติม