บันทึกงาน Ignite Thailand ครั้งที่ 2 ช่วงที่ 2

ตามไปอ่าน บันทึกงาน Ignite Thailand ครั้งที่ 2 ช่วงที่ 1 ก่อนนะครับ

เชื่อว่าทุกคนที่ได้เข้าร่วมงาน Igniter Thailand ++ ครั้งที่ 2 ต้องได้แรงบันดาลใจกลับบ้านมากมาย ผมมีความตั้งใจเขียนบันทึกนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนที่พลาดโอกาส หรืออยู่ต่างจังหวัด ให้คนเหล่านั้นได้มีโอกาสได้สัมผัสสิ่งที่ Igniter แต่ละท่านพยายามจุดประกายให้ และยังเป็นการทบทวนความทรงจำของผมด้วยก่อนที่จะเก็บเข้าห้องบันทึก และพร้อมที่จะดึงออกมาใช้เมื่อถึงคราวจำเป็น

เริ่มเข้าสู่การบันทึก

หลังจากปล่อยให้พักครึ่งแรกราว 15 นาที ก็เริ่มช่วงที่สองต่อ ด้วยเสียงดนตรี

ดร. อาบทิพย์ ธีรวงศ์กิจ หัวข้อ : บทเพลง ความสุข และการแบ่งปัน

Igniter: ดร. อาบทิพย์ ธีรวงศ์กิจ หัวข้อ : บทเพลง ความสุข และการแบ่งปัน

ครูอ้อมคิดว่าคงจำเธอได้คนที่เล่นขิมเป็นเพลงเกาหลีและเพลงอื่นๆอีกมากมาย ดูที่ Youtube เธอใช้การบรรเลงขิมแทนการพูดบนเวที ร่วมกับสไลด์พรีเซ็นที่บอกเล่าถึง บทเพลง ความสุข และการแบ่งบัน มีถ้อยคำดังนี้ (ขออภัยถ้าตกหล่น)

บทเพลง ความสุข และการแบ่งปัน-อาบทิพย์ ธีรวงศ์กิจ
“ความสุขเล็กๆ เกิดขึ้นได้จริง จากการทำในสิ่งที่ตัวเองรัก
แล้วรู้จัก แบ่งปัน ความสุขนั้น ให้แก่คนรอบข้าง
อ้อมเชื่อว่า… ไม่ว่าใคร ก็สามารถเป็น ผู้จุดประกายความสุข ได้ทุกคนค่ะ

เคล็ดลับมีเพียง 3 ข้อคือ
1. ค้นหาสิ่งที่ตัวเองรักและมีความสุขที่ได้ทำ
2.เติมความคิดสร้างสรรค์ ใส่ความเป็นเอกลักษณ์ลงในงาน
3.แล้วแบ่งปันความสุขนั้นให้แก่คนรอบข้าง

อ้อมเชื่อว่าทุกคนมีแง่มุมดีๆ ของตัวเอง
หลายสิ่งที่คนอื่นมี เราอาจไม่มี แต่เราอาจมี ในสิ่งที่หลายคนไม่มี
ลองมองหาสิ่งนั้นแล้วแบ่งปันนะคะ
ลองถามตัวเอง… ว่าเราชอบทำอะไร สามารถทำอะไรได้ดี ทำอะไรแล้วมีความสุข

สำหรับ อ้อม
เมื่อรักที่จะทำอะไร เราจะสนุกกับการค้นหา ไอเดีย ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ
กล้าที่จะคิดออกนอกกรอบ
เราอาจแปลกใจ กับการค้นพบศักยภาพใหม่ๆ
ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำได้
แบบนี้ (solo ขิม)

เพียงแค่ได้ทำสิ่งที่รัก ความสุขก็เกิดขึ้นแล้ว
แต่การได้ แบ่งปัน จะทำให้ความสุขนั้น เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ทวีคูณ
ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน ทำให้การแบ่งปัน ทำได้ง่ายดายในไม่กี่คลิก

click 1 โปรแกรมอัดเสียง&วีดีโอ
Click 2 Upload to Youtube
Click 3 Upload to Blog

และพร้อมถูกส่งต่อ กระจายสู่วงกว้าง ชนิดคาดไม่ถึง Blog follow ,Youtube subscription, Webboard

เครื่องมือเหล่านี้ เป็นทั้งเครื่องกระจายความสุขสู่วงกว้าง และเป็นกระจกสะท้อนความสุขกลับมาสู่เรา
และสิ่งที่เราแบ่งปันในวันนี้ อาจสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ให้แก่คนอื่น และส่งคืนเป็นรอยยิ้มและกำลังใจให้แก่เรา

ดีใจมากที่ได้มีโอกาสแสดง ศักยภาพของดนตรีไทยให้คนไทยได้เห็น
ดีใจที่มีโอกาสได้จุดประกายเล็กๆ ให้สังคมเกิดความสนใจในดนตรีไทยขึ้นใหม่อีกครั้ง แม้เพียงเล็กน้อย

อยากฝากไว้ให้ทุกคน ได้ลองค้นหา ที่ตัวเองรักและคิดว่าเราทำได้ดี
และบวกรวมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ และความอยากที่จะแบ่งปันให้กับสังคม

เลือกใช้เครื่องมือต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย ให้เป็นประโยชน์

ทุกๆคนก็มีโอกาสเป็นผู้จุดประกาย สิ่งดีๆ ให้กับสังคมได้ค่ะ 🙂 ”

คุณวรัตดา ภัทโรดม หัวข้อ : Freedom from Negativity

Igniter: คุณวรัตดา ภัทโรดม  หัวข้อ : Freedom from Negativity

เรามักมีพันธะ ข้อผูกมัดกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เรายึดถือ เชื่อ ไม่ยอมปล่อยตัวออกจากสิ่งนั้น
คุณวรัตดายกคำพูดของอาจารย์เธอมา “สิ่งที่ควรทำมากกว่า การพยายามเปลี่ยนศาสนาของเขา คือ ควรเปลี่ยนแปลงตัวเขา จากความไม่มีความสุขให้มีความสุข เปลี่ยนจากมีพันธะให้เป็นอิสระ เปลี่ยนจากความโหตร้ายทารุณเป็นความเห็นใจ”

ปัจจุบัน สิ่งที่เป็นปัญหาคือ เราต่างก็พยายามจะเปลี่ยนจากแดงให้เป็นเหลือง หรือเปลี่ยนจากเหลืองให้เป็นแดง แต่สิ่งที่เราควรเปลี่ยนคือ ความโกรธ ความเกียดชัง ให้เป็นความรัก ความเห็นอกเห็นใจ เปลี่ยนจากการเผชิญหน้า เป็นการหันหน้าคุยกัน ใช้สันติวิธี

สันติจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าใจเราเองยังมีความโกรธ ความเกลียดอยู่ เราจะกำจัดความโกรธ เกลียดชังได้ยังไง?
คำตอบคือ เริ่มที่ตัวเราเอง ยิ้มให้ตัวเอง เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาก็ยิ้มให้ตัวเองก่อน เมื่อเจอคนอื่นก็ยิ้มให้ คิดบวก ไม่นินทา

ดร. วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ หัวข้อ : สี่พลังมหัศจรรย์ สร้างคนพิการ สร้างสังคมสันติสุข

Igniter: ดร.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ หัวข้อ: สี่พลังมหัศจรรย์ สร้างคนพิการ สร้างสังคมสันติสุข

ดร.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ คือผู้พิการตาบอดที่คว้าตำแหน่งที่ 1 ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับทุน ไปเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จนต้องมีการแก้กฏหมายให้ผู้พิการสามารถรับราชการได้ ดร.วิริยะ สิ่งที่ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จเกิดจาก 4 พลังมหัสจรรย์ นั้นคือ

  • พลังแห่งความเชื่อและศรัทธา เป็นพลังที่ช่วยให้มนุษย์ปลดปล่อย ความสามารถของตนเองได้อย่างเต็มที่
  • พลังแห่งปัญญา
  • พลังแห่งสมาธิ
  • พลังแห่งความรัก เป็นพลังแห่งความสุข เป็นพลังทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกัน อยู่ด้วยกันอย่างสงบและสันติ รักในเพื่อนมนุษย์

ส่วนนี้เป็นประโยคสั้นๆ ที่อยู่ในสไลด์ของ ดร.วิระยะ ผมคัดออกมาให้อ่านดังนี้

  • สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคน
  • ให้ความสำคัญผลของงาน มากกว่าตำแหน่ง หรืออำนาจ
  • สนับสนุนให้คนทำเรื่องที่ท้าทาย และสร้างนวัตกรรมใหม่
  • ทำงานที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ การแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นที่ตัวเราก่อน
  • ไม่ใช่เริ่มต้นจากผู้อื่น ล้มแล้วต้องรู้จักลุก
  • ในความโชคร้ายมักมีโอกาสดีๆ ซ่อนอยู่เสมอ
  • อย่าเก็บงานไว้ทำแต่เพียงผู้เดียว
คุณธนา เธียรอัจฉริยะ หัวข้อ : เกมส์คิดดี

Igniter: คุณธนา เธียรอัจฉริยะ หัวข้อ : เกมส์คิดดี

คุณธนา เจ้าของผลงานโฆษณา Disconnect to Connect -ใช้มือถือแต่พอดี ที่กำลังดังในตอนนี้ เรื่องที่คุณธนามาเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องของเด็กในบริษัท ที่เป็นคนออกพื้นที่ไปขายบัตรเติมเงิน ในพื้นที่กันดาร เดินทางลำบาก แต่มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่คิดเชิงบวกเสมอ เหตุที่เป็นแบบนั้นเพราะตอนเย็นพวกเขาจะมานั่งเล่น เกมส์คิดดี กัน มันเป็นเกมส์ที่เมื่อเราเจอเหตุการณ์ร้ายๆ ให้เราพยายามคิดด้านที่ดีของมัน เช่น

  • ฝนตก ดียังไง น้องๆพนักงานก็จะบอกว่า =>ดี คนอยู่ในบ้าน เมื่อไปขายของ ก็จะเจอชาวบ้านอยู่บ้านแน่นอน เพราะชาวบ้านออกไปไหนไม่ได้
  • ถ้ามีหมาดุ หมาเห่า ดียังไง =>ไม่ต้องตะโกนเรียกชาวบ้าน เขารู้แล้วมีคนมาเดี๋ยวก็ออกมาเอง

คุณธนานำเกมนี้มาเล่นกับลูกของเขาด้วย ถามลูกว่า รถติดดียังไง ลูกตอบว่า “พ่อจะได้หันหน้ามาคุยกับหนู” และเมื่อลูกได้เข้าโรงเรียนมาแตร์ ต้องตื่นแต่เช้ามากเพื่อไปส่งลูกไปโรงเรียน เขาจึงใช้เวลาช่วงที่ตื่นเช้าไปวิ่งที่สวนลุมทำให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ลดน้ำหนักได้ และเพื่อนนักวิ่งมาราธอนที่มาวิ่งด้วยกัน พบว่าลูกเขาก็เรียนที่โรงเรียนมาแตร์เช่นกัน

สรุปโดยรวม เรื่องไหนที่แย่ไม่ชอบ ก็เปลี่ยนแปลงมันซะ แต่ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ ก็ให้เปลี่ยนความคิดของคุณ (คิดดี)

คุณบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ หัวข้อ : ลดโลกเย็นอย่างเป็นธรรม

Igniter: คุณบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ หัวข้อ : ลดโลกเย็นอย่างเป็นธรรม

ภาวะโลกร้อนเริ่มจะลงโทษมนุษย์โลกแล้ว ดูได้จากภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้น มีผลกระทบกับเราทุกคน ทำไมเราต้องควบคุมอุณหภูมิของโลก เพราะถ้าอุณหภูมิของโลกสูงขึ้นอีก 2 องศาเซลเซียส น้ำแข็งที่อาร์คติคจะละลายหมดท่วมโลกแน่นอน

การควบคุมอุณหภูมิโลก 2 องศาเซลเซียส สิ่งที่ต้องทำภายในปี ค.ศ. 2020 คือ

  • ประเทศที่พัมนาแล้ว ต้องลดก๊าซ 25-40% จากระดับปล่อยปี 1990 =>ต้องลดการปล่อยในบ้านตัวเอง แก้ไขปัญหาที่แหล่งกำเนิด
  • ประเทศกำลังพัฒนา ต้องลดก๊าซ 15-30% จากระดับที่ปล่อยอยู่ในปัจจุบัน =>ต้องร่วมแก้ไขปัญหาโดยเป็นพันธกิจแบบสมัครใจ ได้รับการสนับสนุนด้านการเงิน และด้านเทคโนโลยีจากประเทศที่พัฒนาแล้ว

ปัญหาความล่าช้าในการเจรจาความตกลงลดโลกร้อน เพราะแต่ละประเทศมัวแต่บอกให้ประเทศอื่นลดก่อน ตัวเองจึงจะทำตาม

ในระหว่างการเจรจายังไม่ยุติ เราทุกคนควรร่วมมือกัน ปรับประพฤติกรรมต่างๆ ที่สามารถช่วยลดโลกร้อนได้ ทุกคนต้องช่วยกัน

คุณทนงศักดิ์ ศุภการ หัวข้อ : ลบ ลบเป็นบวก

Igniter: คุณทนงศักดิ์ ศุภการ หัวข้อ : ลบ ลบเป็นบวก

คุณทนงศักดิ์ แนะนำเพื่อนของเขา 2 คนให้เรารู้จัก แล้วก็เปิดวีดีโอสองอันนี้ได้ชม

1. เป็นเรื่องของพ่อกับลูก พวกเขาเข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬา หรือที่เรารู้จักในชื่อ คนเหล็ก  ที่มีทั้งการว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และจบด้วยวิ่งมาราธอน การเข้าร่วมการแข่งขันด้วยกันระหว่างพ่อกับลูกถือเป็นเรื่องปกติทั่วไป ถ้าไม่เพราะลูกเขาเป็นคนพิการ

Worlds strongest dad (ผมหาคลิปที่คุณทนงศักดิ์นำมาให้ดูไม่ได้ แต่คลิปด้านล่างเป็นพ่อลูกคู่นั้น)

2. เป็นคลิปของ นิค วูจิซิค เขาเป็น ชาวออสเตรเลีย ที่ไม่มีทั้งแขนและขา แต่การใช้ชีวิตของเขาสร้างกำลังใจให้กับคนที่ท้อแท้ได้มากมายนัก

ผมน้ำตาซึมเลยอ่ะ ตอนที่ได้ดูคลิปสองอันนี้ เชื่อว่าใครที่ได้ดูต้องมีกำลังใจสู้ชีวิตเพิ่มขึ้นแน่นอน

คุณทอดด์ ทองดี หัวข้อ : Thai World: ไท-โลก

Igniter: คุณทอดด์ ทองดี หัวข้อ: Thai World: ไท-โลก

คุณทอดด์ มาเล่าประสบการณ์ชีวิตของเขา  เขาเกิดที่อเมริกา ถูกเลี้ยงในบ้านที่มีเด็กกำพร้า มีน้องสาวเป็นเด็กพิการ เขาได้รับทุนมาทำวิจัยในประเทศไทย ถึง 2 ครั้ง ครั้งที่หนึ่งเรื่องแพทย์พื้นบ้านร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งที่สองเรื่องชาติพันธุ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เขาใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีมาตลอด เคยร่วมวงกับ หงา คาราวาน, สืบ นาคะเสถียร ได้ออกอัลบั๊มเพลงมากกว่า 10 ชุด เขาเล่าว่าเคยไปเสนอเพลงของเขา ให้ค่ายเพลง เขาได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนเพลงเพราะคนไม่ฟังเพลงแนวนี้ แต่เขาบอว่า “เปลี่ยนค่ายเพลงง่ายกว่า” ตอนนี้เขาทำรายการคุณพระช่วย ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว และได้มีโอกาสทำเทศการดนตรีที่ชื่อ จังหวะแผ่นดิน เทศกาลโลก Rhythm of the Earth – World Musiq & World Bar-B-Q  ที่มีการแสดงดนตรีของประเทศต่างๆร่วมกัน จัดที่เซ็นทรัลเวิร์ด

ดร. ประมวล เพ็งจันทร์ หัวข้อ : ความรัก

Igniter: ดร. ประมวล เพ็งจันทร์ หัวข้อ: ความรัก

เรื่องที่ ดร.ประมวล เล่าให้ฟังติดอยู่ในความคิดผมมาตั้งแต่วันนั้น อยากให้ทุกคนได้ฟัง

ดร.ประมวล บอกว่าเรื่องที่จะเล่า ไม่ได้เกี่ยวกับสไลด์เลย เป็นเรื่องของเพื่อนคนหนึ่ง ที่เดินทางมาเที่ยวที่เชียงใหม่ จึงอาสาเป็นคนช่วยเหลือ เพราะเพื่อนคนนี้ ไม่มี แขน และขา ดร.ประมวล พาเขาไปที่เที่ยวที่วัดสุเทพ ตอนนั้นได้ซื้อดอกไม้ ธูปเทียน มาให้เขากราบพระ โดยลืมไปว่าเขาไม่มีแขน แต่เพื่อนคนนั้นได้บอกให้เอา ดอกไม้ไว้ที่ตรงระหว่างคอและไหล่ แล้วเขาก็กราบพระได้

จากนั้น ดร.ประมวลได้ชวนเขา ให้เสี่ยงเซียมซี เช่นเดิมเขาให้เอาเซียมซีไว้ที่ตรงระหว่างคอและไหล่ เขาเขย่าอย่างยากลำบากกว่าที่เซียมซีอันหนึ่งจะหล่นลงมา ดร.ประมวล นำใบทำนายมาให้เขา และเขายิ้มและ บอกว่าเป็นเซียมซีที่ดีมาก ดร.ประมวล ถามเขาว่าอ่านให้ฟังหน่อย เขาตอบ คนได้หมายเลขนี้จะมีคู่

เมื่อลงจากดอยที่ตั้งของวัด ด้านล่าง มีเด็กมาขายกำไล เขาซื้อมาสองอันแม้ว่าจะไม่มีแขนให้ใส่ แต่เขาหยิบกำไลนั้นมา แล้วพยายามสวมเข้าไปในข้อเท้าที่มียื่นออกมาเพียงสั้นๆของเขา แล้วถาม ดร.ประมวล “สวยไหม”

ดร.ประมวล กล่าวชม สวยมาก มันสวยมาก (ตอนพูด ท่านพูดด้วยเสียงสั่นเครือ) สะท้อนให้เห็นว่า เราผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์ ต่างไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมี แม้เพื่อนเขาคนนั้นจะร่างกายบกพร่องขนาดนั้น ยังมองโลกได้สวยงามปานนั้น แล้วเรายังต้องการอะไรอีก

คุณสิริยากร พุกกะเวส (อุ้ม) หัวข้อ : จากบอด... เป็นบวก

Igniter: คุณสิริยากร พุกกะเวส (อุ้ม) หัวข้อ : จากบอด… เป็นบวก

รู้เลยว่าเธอเตรียมตัวมาดีมาก สไลด์สัมพันธ์กับเรื่องที่พูด ใช้เวลาพอดี ลงตัวอย่างเหมาะเจาะ

คุณอุ้มขึ้นเวทีขึ้นมาแล้วให้ทุกคนหลับตา แล้วลองใช้ประสาทสัมผผัสส่วนอื่นๆ ทั้งเสียง กลิ่น กายสัมผัส แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องของเธอ ตอนที่เข้าร่วมในรายการเจาะใจ ได้โจทย์ให้เป็นคนตาบอดนาน 5 วัน ในช่วง 2 วันแรกเป็นเรื่องที่ทรมานมาก ทั้ง กลัว เกลียด เบื่อ ทำอะไรที่เคยทำได้ไม่ได้ ทรมานมาก ร้องไห้ ด้วยความทรมาน จากนั้นเธอจึงเริ่มตั้งสติ เข้าใจ และเรียนรู้สิ่งต่างๆที่เกิดในช่วงที่ตาบอด

ตอนที่เรา ลืมตา เราไม่ได้ลืมแค่ตา แต่เรา ลืม หู จมูก กาย ลิ้นและใจ ไปด้วย

แต่เมื่อเรา หลับตา หูจมูกลิ้นกายใจจะตื่น ใจตื่นคือ เห็นใจคนอื่น เรียกว่า ตาสว่าง (ในขณะที่ตาบอด)

จึงอยากให้เรา หลับตาเสียบาง ใจจะได้สว่าง แล้ว บอด จะเปลี่ยนเป็น บวก

ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

Igniter: ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา หัวข้อ: Ignite

ดร.อาจอง มาเล่าประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เข้าเรียนในแคมป์บริด มหาวิทยาลัยที่ไอเซ็ก นิวตันเลยเรียน แต่ก่อนเป็นคนเกเรมาก ต่อยชาวบ้านไปทั่ว สุดท้ายก็เปลี่ยนตัวเองตั้งใจเรียน นั่งสมาธิ และเป็นคนแรกในรุ่นที่จบปริญญาเอกก่อนเพื่อนร่วมรุ่น จากนั้นก็ได้สมัครเข้าทำงานกับนาซา มีโอกาสได้คิดวิธีลงจอดของยานอวกาศที่จะลงจอกบนดาวอังคาร ตอนที่คิดได้นั้น ได้ออกจากห้องแล็ปไปอยู่บนภูเขา นั่งสมาธิ จึงคิดออกมาได้

จากคำพูดของไอสไตน์  “การหยั่งรู้ไม่ได้มาจากความตั้งใจ หรือมาจากขั้นตอนของการศึกษา แต่มาจากใจโดยตรง”

ดร.อาจอง กล่าวว่า ทุกอย่างในชีวิตประสบความสำเร็จมาหมดแล้ว ทั้งทางการศึกษา วิทยาศาสตร์ ธุรกิจ ตอนนี้จึงมุ่งมั่นกับการสร้างคน ด้วยการก่อตั้งโรงเรียนสัตยาไส ที่ จ.ลพบุรี
……………………

ในส่วน Ignite จบลงแล้ว ด้วย Igniter ทั้งหมด 21 คน ต่อไปเป็นการแสดงของคุณเพชร โอสถานุเคราห์ เริ่มด้วยการกล่าวบทกวี แล้วนำเข้าสู่เพลงสันติภาพ และต่อด้วยเพลง เราเป็นคนไทย

เพลง เราเป็นคนไทย

บนสไลด์ประกอบ มีคาราโอเกะให้ร้องตามได้ด้วย ชอบสาวคนข้างๆมากเลย ขยับโยกหัวตอนเล่นคีย์บอร์ด น่ารักมาก
เพลง เราเป็นคนไทย

และมีการถ่ายรูปร่วมกันของ เหล่า Igniter ทุกท่าน

Igniter

ขอขอบคุณ Igniter ทุกท่าน และทีมงานผู้จัดงาน เพื่อนๆผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน

ขอให้ทุกท่านมีพลังคิดบวก เพื่อสังคมไทยครับ

เผยแพร่โดย

Amphur

Medical Technology, Biomedical Engineering, Research Assistant, Blogger : Biomed.in.th, Amphur.in.th ดูเรื่องทั้งหมดของ Amphur

3 thoughts on “บันทึกงาน Ignite Thailand ครั้งที่ 2 ช่วงที่ 2”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *