Flickr for Android ดาวน์โหลดไปใช้งานกัน

Flickr for Android
Flickr for Android

แปลกมากที่จะโหลด Flickr ลงมือถือแต่ดันฟ้องขึ้นมาว่าที่ประเทศไทยใช้ไม่ได้ ทำเอางงมากๆ ทำไมยังไม่เปิด Worldwide ทำให้เข้าไปค้นใน Google play ก็ไม่เจอ ต้องเข้าผ่านลิงค์ตรง Flickr for Android เข้าไปก็จะรู้ว่าติดตั้งไม่ได้ ใน iOS ก็ดาวน์โหลดไม่ได้เช่นกันนะ

Flickr ใน Google Play ติดตั้งไม่ได้

Flickr เป็นที่เก็บภาพถ่ายที่ให้พื้นที่ฟรีเยอะมาก 2TB บางครั้งภาพที่ต้องการเก็บแบบเต็มขนาดไฟล์ ใหญ่ๆ ก็จะเข้ามาใช้งาน Flickr บางครั้งก็อยากเข้าใช้งานผ่านมือถือ แต่ติดที่มันไม่ให้บ้านเราดาวน์โหลดผ่านทาง Google play ดังนั้นจึงได้ไปค้นหาไฟล์ APK มาติดตั้งเสียเลย

ค้นจาก Google ได้จากเว็บไซต์นี้ https://www.apk4fun.com ก็ดาวน์โหลดแล้วติดตั้งได้เลย ติดตั้งจากตัว APK ก็ใช้งานได้ดีเลยทีเดียว

ตัว Flickr for Android ก็มีฟีเจอร์ Auto Sync อยู่ด้วยซึ่งต้องระวังเรื่องการใช้ดาต้ากันให้ด้วย สามารถปิดได้ หรือเลือกให้ Sync เฉพาะตอนต่อ Wi-Fi ก็ได้ แต่ที่สำคัญกว่าคือ ค่า Privacy รูปที่ถ่ายจะเป็น Public เป็นค่าเริ่มต้น ควรเข้าไปตั้งค่าให้เหมาะสม เดี๋ยวใครที่ชอบถ่ายภาพแบบลับๆจะโชว์ให้ชาวบ้านเห็นในทันที ระบบ Auto Sync ทำงานได้ดีมาก เร็วทันใจ

Flickr for Android เมนูต่างๆ

ส่วนการใช้งานอื่นๆการถ่ายภาพ แล้วใส่ฟิวเตอร์ทำได้ง่ายและเร็ว แชร์ไปที่ Facebook, Tumblr, Twitter ได้พร้อมกันทันที ตัวแก้ไขภาพก็มีให้ใช้งานอย่างครบครันทั้งปรับสี ตัดภาพ ความสว่าง หมุนภาพ ฯลฯ

ตัวปรับแก้ไขภาพ และตัวเลือกฟิวเตอร์

ส่วนที่ใช้ปรับแต่ง แก้ไขภาพ และส่วนฟิวเตอร์ในแบบต่างๆ และการแชร์ภาพ

การถ่ายภาพ เมนูด้านขวาใส่ฟิวเตอร์ เมนูฝั่งขวาปรับแต่งภาพ และจบด้วยการแชร์ภาพ

Flickr for Android ทำให้เราสามารถเข้าถึงบัญชี Flickr ของเราได้ง่ายชึ้น และยังเป็นแอพที่ใช้ถ่ายภาพ ตกแต่งภาพ ที่ใช้ง่าย สมควรมีติดไว้ในสมาร์ทโฟนของท่านอย่างยิ่ง

ถ้าลิงค์จากด้านบนโหลดไม่ได้ คลิกโหลดจากนี้ได้ครับ Flickr for Android V3.1.3

อยากรู้ว่า รูปสวยๆรูปนั้นถ่ายด้วยกล้องอะไร เลนส์อะไร เรามีตัวช่วย

หลายๆครั้งที่เราเห็นภาพสวยๆบนเว็บไซต์ต่างๆ ก็อยากจะรู้ขั้นตอนการได้มาซึ่งภาพสวยๆอันนั้น สิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้เราเข้าใจการทำงานของช่างภาพได้บ้าง นั้นคือเขาใช้อุปกรณ์อะไรในการถ่ายภาพนั้น(Camera Model, Flash) เลนส์อะไร(Lens Model) ความยาวโฟกัสเท่าไหร่(Focal Length) ความเร็วชัตเตอร์เท่าไหร่(Exposure Time) เปิดรูรับแสงยังไง(F Number) ISO เท่าไหร่ ถ่ายที่ไหน(GPS) เมื่อไหร่(Date, Time) ทำให้เราเข้าใจภาพนั้นมากขึ้น

ค่าต่างๆเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่อยากเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านทางผลงานของช่างภาพที่เราชื่นชอบ ซึ่งค่าต่างๆเหล่านี้จะถูกฝังไว้ในไฟล์ภาพนั้นๆตั้งแต่ที่กดถ่ายภาพอยู่แล้ว รายละเอียดเหล่านี้เรียกกันว่า Exchangeable image file format หรือ EXIF รายละเอียดดูได้ตามลิงค์

โดยปกติในโปรแกรมจัดการกับรูปภาพสามารถแสดงรายละเอียดของ EXIF ได้อยู่แล้ว แม้แต่ในบริการฝากรูป Flickr, Google+Photo ก็แสดงรายละเอียดของ EXIF โดยละเอียดได้ หรือใน OS X เวลากด file info ก็แสดงรายละเอียดได้เช่นกัน

แต่ภาพที่เราจะดูเอามาเป็นแรงบันดาลใจ เอาไว้เรียนรู้ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่บนเว็บไซต์ การใช้งานแบบ offline จึงดูไม่ค่อยสะดวกมากนักเป็นการทำงานหลายขั้นตอนกว่าจะได้เห็นข้อมูล การกดดูแบบออนไลน์ทันที จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า จึงเอา Extension สำหรับ Google Chrome ที่สามารถคลิกดูรายละเอียดของภาพได้โดยละเอียดมาแนะนำครับ ส่วนตัวก็ใช้โดยปกติอยู่แล้ว

Exif viewer extension for Google Chrome

Exif Viewer Extension สำหรับ Google Chrome

สามารถดาวน์โหลด EXIF Viewer สำหรับ Google Chrome มาใช้ได้ตามลิงค์ เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เวลาจะใช้งานเพียงแค่คลิกขวาบนรูปภาพที่ต้องการดูรายละเอียดของ EXIF จะมีเมนู Show EXIF data อยูในรายการ ให้คลิกเมนูนี่เลย

ตัวอย่างภาพจาก https://pantip.com/topic/32715141 รูปสวยดีครับ เลยอยากรู้ว่าถ่ายด้วยกล้องอะไร

คลิกขวาที่ภาพ จะมีเมนู Show Exif Data

เมื่อคลิกเมนูดังกล่าว รายละเอียดต่างๆของ EXIF ก็จะแสดงที่ด้านขวาของจอ บอกรายละเอียดอย่างครบถ้วน

รายละเอียดของ EXIF data ก็จะปรากฏที่ด้านขวาของจอทันที

นับว่ามีประโยชน์สำหรับมือใหม่ มือสมัครเล่น ที่หัดเรียนรู้ว่ามืออาชีพอย่างมาก อย่างไรก็ตามบางทีรูปก็จะไม่มีรายละเอียด EXIF เหมือนกัน ถ้าหากคนถ่ายภาพจะลบข้อมูลตรงนี้ออกไปซึ่งก็ทำได้เหมือนกัน

EXIF Viewer ตัวนี้ช่วยให้ได้เรียนรู้วิธีถ่ายภาพผ่านทางผลงานของมืออาชีพได้เยอะมากครับ นำเอามาประยุกต์ใช้และฝึกฝนตัวเองได้ดีเลยทีเดียว ขอแนะนำให้เพื่อนๆที่อยากฝึกฝนตนเองได้ลองติดตั้งลงเครื่องไว้ใช้งานครับ

ปล. ถ้าไม่อยากกดคลิกเข้าไปในเมนู ขอแนะนำอีกตัว EXIF Reader ตัวนี้เป็น Extension เหมือนกัน แค่วางเมาส์ไว้บนภาพ รายละเอียดเบื้องต้นก็โชว์ออกมาให้เห็นแล้ว แต่รายละเอียดจะน้อยกว่า EXIF Viewer Extension

วิธีดาวน์โหลดทวีตของตัวเองทั้งหมดมาเก็บไว้

ถ้าใครอยากจะ backup ทวีตของตัวเองทั้งหมดจาก Twitter มาเก็บไว้ มีขั้นตอนง่ายๆมาแนะนำครับ

ขั้นตอนการดาวน์โหลดทวีตของตัวเองทั้งหมดมาเก็บไว้

1. ล็อกอินเข้าไปที่เว็บไซต์ twitter.com
2. เข้าไปที่เมนู setting คลิกที่รูป Avatar ของเรา

เมนู setting

3. เลื่อนลงไปที่ส่วนของ Content กดคลิกที่ปุ่ม Request your archive

Request your archive

4.ระบบจะส่งลิงค์สำหรับดาวน์โหลดทวีตไปที่อีเมลอันเดียวกับที่เราใช้สมัคร twitter

แจ้งรายละเอียดการส่งลิงค์ไปที่อีเมล

5. สักครู่เราจะได้รับอีเมลจาก Twitter จะมีลิงค์สำหรับดาวน์โหลด คลิกเลย!

ลิงค์ในอีเมล

6. เมื่อกดลิงค์จะเปิดเข้ามาที่หน้าดาวน์โหลด คลิกปุ่ม Download เลือกตำแหน่งที่จะบันทึกลงในเครื่องตามต้องการ

ลิงค์ดาวน์โหลด

7. ไฟล์ที่โหลดมาจากชื่อ Tweets.zip เมื่อแตกไฟล์ออกมาจะหลายไฟล์อยู่ในนั้น

ไฟล์ที่โหลดลงเครื่องไว้

8. เมื่อคลิกเปิดดูไฟล์ที่ชื่อ index.html ก็จะเห็นทวีตของเราทั้งหมดตั้งแต่ทวีตครั้งแรกจนถึงทวีตล่าสุด เมนูด้านขวาจะแบ่งตามปี เรียงตามเดือน เมื่อคลิกที่แถบก็จะแสดงข้อความที่เราทวีตไว้เมื่อเดือนและปีนั้นๆขึ้น

ทวีตทั้งหมด

ขั้นตอนการดาวน์โหลดทวีตของเราทั้งหมดมาเก็บไว้ก็มีขั้นตอนง่ายเท่านี้ ทดลองโหลดมาเก็บไว้ได้นะครับ เผื่อว่าอยากนำทวีตของตัวเองมาทำอะไรต่อไป เช่น ทำสมุดรวมทวีต เป็นต้น

Evernote เปิดตัว Web Client ตัวใหม่ มันโล่งมาก มีภาพเปรียบเทียบ

The New Evernote web client

ผมใช้งาน Evernote มานานมากและต่อเนื่องมาตลอด ดูจากบล็อกเก่าที่เคยเขียนถึงครั้งแรกตั้งแต่ 2009 “ตอนนี้ใช้ Evernote จนติดงอมแงม” มีหลายอย่างที่ชอบ Evernote เช่น การค้นหาในบันทึกทำได้ง่าย ใช้กับอุปกรณ์ไหนก็ได้ข้อมูล Sync ถึงกันหมดและเร็ว ค่อนข้างใช้ง่าย ทำงานได้เร็ว พื้นที่ที่ให้แบบฟรีต่อเดือนถือว่าเพียงพอ ไม่ต้องสมัครแบบพรีเมี่ยมก็ยังไม่กระทบกับชีวิตมาก มีบ้างเหมือนกันที่ใกล้สิ้นเดือนแล้วพื้นที่จะเต็ม ต้องรอให้มันรีเซ็ตใหม่ในเดือนหน้า แต่เกิดนับครั้งได้

นอกจากความประทับใจด้านบนที่กล่าวมาแล้ว มีอีกอย่างหนึ่งที่ประทับใจใน Evernote คือการปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้งเราสัมผัสได้ว่ามันดีขึ้นทุกครั้ง รวมถึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆที่ออกมาก็ทำให้เราตามติดไปใช้งานด้วย  เช่น Evernote Food, Skitch, Penultimate

วันนี้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ Evernote อีกครั้ง โดย Phil Libin CEO ของ Evernote ได้ออกมาเปิดตัว Web client ตัวใหม่ในงาน EC4 conference ซึ่งมันเปลี่ยนจากเดิมไปเยอะเลยทีเดียว Phil Libin บอกว่า Evernote ที่ใช้งานผ่านเว็บตัวเก่ามันอุ้ยอ้าย “cluncy” เหลือเกิน ตัวใหม่ทุกอย่างจะละลายหายไป “melt away” เหลือแต่พื้นที่ให้คุณเขียนบันทึก อยากรู้แล้วซิมันจะหายไปยังไง?

การออกแบบเป็นแนวแบนๆ เรียบหรู ตามยุคสมัยนี้ หน้าเขียนบันทึกทำให้มีสีขาวสะอาดและโล่งมากๆ ทุกอย่างถูกซ่อนไว้เกือบหมด แต่เครื่องมือที่จำเป็นจะปรากฏออกมาเมื่อเราจะเอาเมาส์ไปวางบนไอคอน ทำให้พื้นที่ในการจดบันทึกโล่ง ให้รู้สึกความคิดได้เปิดกว้างไม่ถูกปิดกั้น ดีขึ้นจริงๆนะ

ตอนนี้ Evernote เวอร์ชั่นใช้งานบนเว็บตัวใหม่ได้ปล่อย beta ออกมาให้ได้ทดลองใช้งานกันแล้ว เข้าไปตอนนี้ระบบจะถามเลยว่าจะทดลองใช้ตัวใหม่หรือไม่ ถ้าเลือกทดลองใช้ตัวใหม่แล้วอยากกลับไปใช้ตัวเก่าเข้าไปตั้งค่ากลับเป็นแบบเดิมได้ที่ Setting

ดูภาพเปรียบเทียบ Evernote เวอร์ชั่นเก่ากับใหม่

Evernote เวอร์ชั่นเก่า

เวอร์ชั่นใหม่

Evernote เวอร์ชั่นใหม่ หน้าแรก
Evernote เวอร์ชั่นใหม่ หน้าเขียนบันทึก โล่งมาก
Evernote เวอร์ชั่นใหม่ หน้าเขียนบันทึก ทดลองเขียนบันทึก

via: techcrunchengadget.com

25+ ฟอนต์แนวลายมือ ฟอนต์เขียนด้วยมือ ดาวน์โหลดฟรี

Free Hand Drawn Fonts

พยายามจะหาฟอนต์ลายมือหรือแนวเหมือนวาดด้วยมือ จะเอามาใช้ในงานออกแบบเล่นๆอันหนึ่งที่ทำอยู่ แต่อยากได้ที่ฟรีและถูกต้อง เอามาใช้ก็ไม่ได้ใช้ในทางการค้าแต่อย่างไร ก็ค้นๆดูตามเว็บออกแบบต่างๆ พบว่ามีหลายฟอนต์ที่น่าสนใจเลยทีเดียว อาจจะได้ใช้ในงานอื่นๆในอนาคตด้วย เลยอยากจะบันทึกเก็บรายการฟอนต์ต่างๆที่เป็นแนวเขียนมือไว้ คัดมาเฉพาะฟอนต์ที่ตัวเองชอบเป็นหลักครับ อยากแชร์ให้คนอื่นได้ดูด้วย ดูตัวอย่างและดาวน์โหลดได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ

รวมฟรีดาวน์โหลด ฟอนต์แนวลายมือ ฟอนต์เขียนมือ

Childs Play Font

Childs Play Font

Grutch Shadedw Font

Grutch Shadedw Font

FFF Tusj Font

FFF Tusj Font

Pointy Font

Pointy Font

Sketch Rockwell Font

Sketch Rockwell Font

Pee Pants Script Font

Pee Pants Script Font

Fh Scribble Font

Fh Scribble Font

Fh Ink Font

Fh Ink Font

Positiv-A Font

Positiv-A Font

Aguzlo Font

Aguzlo Font

Handwerk Font

Handwerk Font

Marker Twins Font

Marker Twins Font

Toms Handwritten Font

Toms Handwritten Font

Barnes Erc Font

Barnes Erc Font

Pen of Truth Font

Pen of Truth Font

Sketchy Font

Sketchy Font

Tire Shop Demo Version

Tire Shop Demo Version

Octember Script Font

Octember Script Font

WC RoughTrad Bta Font

WC RoughTrad Bta Font

McCoy – Hello Lori Font

McCoy – Hello Lori Font

Peixe Frito Font

Peixe Frito Font

Thurston Erc Font

Thurston Erc Font

Karabine Font

Karabine

Tiza Font

Tiza Font

Clementine Sketch Font

Clementine Sketch Font

Oh Ashy Font

Oh Ashy Font

Love Ya Like A Sister Font

Love Ya Like A Sister Font

via: naldzgraphics.netwebdesigntoolslist.com

Wordmark.it เว็บนี้ช่วยคุณเลือกฟอนต์มาใช้งานได้ง่ายขึ้น

Wordmark.it เว็บเลือกฟอนต์ที่ชอบ

Wordmark.it เชื่อว่านักออกแบบต้องชอบเว็บนี้แน่เลย เป็นเว็บที่จะช่วยให้เราเลือกฟอนต์ที่จะนำมาใช้ในงานออกแบบของเราได้ง่ายขึ้นมาก เพียงพิมพ์ข้อความลงไปบนช่องด้านบนของเว็บไซต์ และกดโหลดฟอนต์ “load font” แล้วฟอนต์ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องเราก็จะถูกนำมาแสดงบนเว็บไซต์ ให้เราได้พรีวิวดูก่อนว่าฟอนต์ไหนจะเหมาะกับข้อความที่เราออกแบบไว้

ยังสามารถปรับแต่งข้อความเพิ่มเติมได้จาก เมนูด้านบน ได้แก่ แบบพื้นหลังสีดำตัวอักษรสีขาว พื้นหลังสีขาวตัวอักษรสีดำ รูปแบบตัวอักษร(ตัวเขียน เล็ก ใหญ่) ขนาดของฟอนต์ เป็นต้น เว็บทำงานได้ค่อนข้างเร็วเลย จะโหลดฟอนต์มาบางส่วนถ้าเลื่อนจนสุดแต่ยังไม่ถูกใจก็คลิกโหลดฟอนต์มาแสดงผลเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ

นอกจากนั้นมันใช้กับภาษาไทยได้ด้วยนะครับ ลองพิมพ์ภาษาไทยเข้าไปก็ใช้งานได้ดีเลย

ทดสอบใช้งานภาษาไทยใน Wordmark.it

นับว่าช่วยให้การเลือกฟอนต์ทำได้ง่ายขึ้นมากๆ น่าจะเป็นประโยชน์กับมือใหม่ที่ทำงานด้านออกแบบ ทำเว็บไซต์ ทำสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่แน่ใจว่ามืออาชีพเขามีเครื่องมืออะไรในการเลือกฟอนต์ แต่สำหรับมือสมัครเล่นอย่างเรา เว็บนี้มีประโยชน์มากครับ Bookmark ไว้เลยล่ะ

เข้าไปใช้งานได้ที่ https://wordmark.it

via: https://twitter.com/AdobeMuse/status/514512039788560384

เล่าถึงประสบการณ์การใช้ PAYSBUY MasterCard

PAYSBUY MasterCard

เป็นคนไม่มีบัตรเครดิตใช้ครับ ถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆจะยืมของพี่มาใช้ครับ พอเห็นข่าวที่ PAYSBUY ออกมาเปิดตัวบริการบัตรเครดิตจำลอง Visual MasterCard ก็เลยลองสมัครดู และได้ใช้งานอยู่สองสามครั้ง เลยมาเล่าให้ฟังครับ

ข้อดีอย่างหนึ่งของบัตรเครดิตจำลอง Visual MasterCard ของ PAYSBUY คือ อยากใช้ยอดเท่าไหร่ก็เติมเงินเข้าไปเท่านั้น ช่องทางการเติมเงินก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ ที่ผมใช้ก็กดเข้าไปว่าจะเติมเท่าไหร่ แล้วก็ไปจ่ายที่ 7-11 จะใช้วิธีนี้ได้ต้องส่งไฟล์บัตรประชาชนเข้าไปในระบบด้วย ต่อไปมีประสบการณ์มาเล่าให้ฟังดังนี้ครับ

  1. การจ่ายครั้งแรกกับ PAYSBUY MasterCard ผมใช้จ่ายค่า Coin ใน Line ที่เอามาซื้อ Sticker ครับ ราคา $1.99 คิดเป็นเงินไทย 63.66 บาท ตอนแรกทำเอางงมากเพราะแค่เข้าไปกรอกหมายเลขบัตรใน Google wallet มันก็หักตังค์เราไปแล้ว 40 บาท แต่สักพักมันก็ตัดกลับมาให้ แต่มันดันหักไป 2 ครั้ง แต่คืนกลับมาให้แค่ครั้งเดียว ทำเอางง ตอนแรกคิดว่ามันอาจจะดีเลย์แต่ผ่านไปอีกวันก็ยังไม่คืน เลยอีเมลไปคุยกับ Support ได้ความว่าปกติแล้วระบบของ Google จะเช็คว่าบัตรเครดิตใช้งานได้หรือปล่าวโดยการเรียกหักเงิน 40 บาท และจะคืนมาให้ภายหลัง อันนี้เราเข้าใจ แต่อันที่หักไป 2 ครั้ง แต่คืนมา 1 ครั้ง อันนี้ไม่ถูกต้อง ก็คุยกับ Support ไปมาสุดท้ายเขาให้เรากรอกข้อมูลในไฟล์ PDF แล้วส่งกลับเพื่อยืนยันว่าเราไม่ได้รับบริการใดๆจากเงิน 40 บาท ที่ถูกหักไป T_T ผ่านไป 4 วันเราก็ได้เงิน 40 บาทเราคืนมา ฮาเลย ต่อสู้เพื่อเงิน 40 บาท แต่อย่างไรก็ตาม Support เขาก็บริการดีนะ ตอบคำถามที่เราสงสัยและก็ดำเนินการจนเราได้เงินคืนมา และอีกอย่างเราก็ซื้อ Sticker “คนอะไรเป็นแฟนหมี” ได้ด้วยบัตรนี้ล่ะ
  2. พอผ่านอันแรกมาได้ เราค่อนข้างมั่นใจระดับหนึ่งแล้วว่ามันก็โอเครดีนะ ใช้แทนบัตรเครดิตได้จริงๆ ก็เลยเล็งที่จะซื้อสมุดเสก็ตรูปของ Moleskine ที่อยากได้มานานแล้ว อันที่อยากได้หาซื้อในไทยไม่ได้ด้วย แหล่งที่จะซื้อคือ bookdepository.com ครับ เคยเห็นเพื่อนเคยสั่งซื้อมาแล้ว จัดการเข้าไปหยิบอันที่อยากได้ไว้ในตะกร้าก่อนคลิกดูราคา แล้วก็ไปเติมเงินให้ PAYSBUY MasterCard เอาแบบเกินไปเยอะเกือบเท่าตัวเลย เผื่อมีค่าอื่นๆที่ไม่คาดคิด แล้วก็กลับมาดำเนินการขั้นตอนจ่ายเงินต่อ ปรากฏว่าระบบของ bookdepository.com ใส่หมายบัตร รหัส CVC เข้าไปยังไงก็ไม่ผ่าน ใส่หลายครั้งก็ไม่ผ่าน ทำวันหลังก็ไม่ผ่าน อีเมลไปคุยกับ Support ของ bookdepository ก็แก้ไขตามข้อแนะนำ เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนบราวเซอร์ สรุปคือใช้ไม่ได้กับ bookdepository.com ครับ อันนี้เศร้าเลยครับ
  3. จากเหตุการณ์ด้านบนทำเอาผิดหวังนิดๆ แสดงว่าไม่ใช่จะทุกเว็บไซต์ที่บอกว่าใช้ MasterCard ได้แล้ว PAYSBUY MasterCard จะใช้ได้ด้วย เลยคิดตัดใจไม่เป็นไรเอาตังค์ไว้ซื้อ App ก็ได้ เพราะเงินที่เติมเข้าไปมันถอนไม่ได้นะครับ เลยจะเอาหมายบัตรไปใส่ไว้ในระบบของ Apple เผื่อซื้อเพลง ซื้อ App เข้าไปกรอกหมายเลขบัตร รหัส ปรากฏว่าใช้ไม่ได้เหมือนกันครับ

สรุปดังนี้ครับ ระบบมันก็สะดวกดีครับ Support ก็โอเครในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่เว็บช้อปปิ้งออนไลน์ทุกที่ที่บอกว่ารองรับ MasterCard แล้ว PAYSBUY MasterCard จะใช้งานได้

ถ้ามีใครเคยใช้แล้วเป็นยังไงบ้างเอาแชร์กันบ้างนะครับ อยากรู้ว่าเว็บไหนใช้ได้ไม่ได้บ้าง ผมก็จะเอามาอัพเดตเรื่อยๆ

รายชื่อแหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใช้กับ PAYSBUY MasterCard ได้/ไม่ได้

  1. Google Play ใช้ได้
  2. Bookdepository.com ใช้ไม่ได้
  3. Apple App Store ใช้ไม่ได้
  4. Lazada.co.th ใช้ได้

MyPermissions ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของเราถูกใครดึงไปใช้งานบ้าง

MyPermissions เว็บไซต์ช่วยตรวจสอบบริการต่างๆดึงข้อมูลอะไรที่เป็นส่วนตัวของเราไปใช้บ้าง

หลายๆครั้งที่เราสมัครเข้าใช้งานเว็บไซต์ เกมส์ หรือบริการออนไลน์ตัวใหม่ๆ ด้วยบัญชีของ Facebook หรือ Twitter ตามแต่เจ้าของบริการจะเปิดให้เราเข้าใช้งานโดยการดึงข้อมูลของเราจาก social network ของเราเองมาใช้ ทำให้คนใช้งานก็สะดวก คนให้บริการก็ได้สมาชิกมากขึ้นจากความสะดวกนั้น จนหลายๆครั้งเราคนใช้งานไม่ได้ตรวจสอบดูเลยว่าในแต่ละครั้งบริการเหล่านั้นขอข้อมูลส่วนตัวอะไรของเราบ้าง และบางอันที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ก็ควรหยุดให้เขาเข้ามาดึงข้อมูลของเราไปใช้ (ข้อมูลส่วนตัวของฉันนะ)

ความเป็นส่วนตัว(permission) ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือผู้ให้บริการจะแนะนำบริการต่างๆได้ตรงตามความต้องการของเราเพราะเราให้ข้อมูลที่ละเอียด ส่วนข้อเสียก็คือบางเรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆเราก็ไม่อยากให้ใครได้ข้อมูลเหล่านั้นไป มันอาจจะหมายถึงความปลอดภัยทั้งทรัพย์สินและร่างกายของเรา ต้องระวังในการเปิดเผย ควรให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ถ้าเป็นคนที่ชอบท่องโลกอินเตอร์เน็ต ลองเล่นโน่นนี้นั้นไปเรื่อย ยากที่จะตามไปดูว่าให้ข้อมูลส่วนตัวของเราที่อยู่ใน social network ให้ใครไปบ้างและเขาได้ข้อมูลอะไรไปบ้าง ก็เป็นเรื่องน่ากังวลอยู่ไม่น้อย แล้วก็มาเจอเว็บไซต์นี้ครับ ตัวช่วยตรวจสอบ permission ให้เรา

เว็บไซต์ MyPermissions จะช่วยตรวจสอบให้เราว่าข้อมูลของเราใน social network เช่น Facebook, Twitter, Google+,Instagram ฯลฯ ถูกนำไปใช้ที่ไหนบ้าง และขอใช้ข้อมูลอะไรบ้าง เช่น location, contact list, photo เป็นต้น เยี่ยมมากๆ

ตัวอย่าง เข้าไปดูรายละเอียดการอนุญาติให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว สามารถเพิกถอนการเข้าถึงได้

เมื่อตรวจดูแล้วบ้างอันที่เราไม่ได้ใช้งานแล้วก็ควรหยุดการให้เข้าถึงข้อมูลของเรา ซึ่งเราสามารถเข้าไปแก้ไขและเพิกถอนสิทธิ์(revoke)การเข้าถึงข้อมูลของแต่ละเว็บไซต์หรือบริการต่างๆที่ดึงไปใช้งานได้ ถ้าเราติดตั้งเป็น extension ของ MyPermission ใน browser ของเราก็จะมีการแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการขอใช้ข้อมูลส่วนตัวของเรา ถือว่ามีประโยชน์มากๆครับ

เข้าไปใช้งาน MyPermissions ได้ที่เว็บไซต์ https://mypermissions.com

เล่าเรื่องพื้นที่เก็บภาพแบบฟรีของ Google+Photo

เราใช้ Google+Photo เป็นที่เก็บภาพมาตั้งแต่ที่ยังเรียกกันว่า Picasa Album ดีอย่างหนึ่งคือให้เก็บฟรีที่ความละเอียดภาพไม่เกิน 2048×2048 pixel แต่ถ้าเกินก็อัพโหลดได้แต่จะไปกินเนื้อที่ส่วนอื่น เราใช้ package ต่ำสุดของการจ่ายเงินเพื่อเพิ่มพื้นที่ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากคือ 20GB 5$/year รวมกับโบนัสอื่นอีกที่ได้มา 16GB รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมด 36GB ถือว่าเยอะพอสมควร แต่เมื่อวานตอนจะอัพโหลดภาพใหม่ขึ้น ระบบก็แจ้งเตือนว่าพื้นที่ใกล้หมด ทำเอางง? เพราะคิดว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะใช้ 36GB หมด ส่วนใหญ่ที่ใช้ก็มี Google Drive, Gmail เป็นหลักสองส่วนนี้ไม่น่าจะกินพื้นที่มาก ส่วนรูปภาพก็อัพกว้างไม่เกิน 2048pixel อยู่แล้ว แล้วอยู่ๆมันเกิดเต็มขึ้นมาได้ยังไง (ไม่ค่อยได้เช็คดูเท่าไหร่นัก) จึงเข้าไปตรวจสอบที่ละจุดว่าเกิดอะไรขึ้น ดูรายละเอียดการใช้พื้นที่ได้ที่ https://www.google.com/settings/storage?hl=en พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่หมดไปกับการเก็บภาพ ใช้ไปประมาณ 22GB ไหนว่าฟรีที่ความกว้างไม่เกิน 2048pixel?

จึงเข้าไปดูโปรไฟล์ของรูปที่เราอัพโหลดขึ้นไปจึงได้รู้ว่า ปรกติการทำรูปของเราจะใช้ LR เป็นตัว export รูปออกมาที่ความกว้าง 2048px (ตั้งค่าไว้แค่ตัวเดียว) จากนั้นใช้ Picasa อัพโหลดขึ้นไปแบบภาพต้นฉบับเลย มันเกิดปัญหาขนาดภาพใหญ่เกินโควต้าเมื่อภาพที่ export ออกมาเป็นแนวตั้งครับ ปรกติเราถ่ายภาพที่อัตราส่วน 4:3 จะได้ภาพที่ความละเอียด 2048x1365px แต่ถ้าเป็นภาพแนวตั้งจะได้ภาพขนาด 2048x3072px (เพราะมันถูก fix ค่าเฉพาะแนวกว้างไว้) ซึ่งภาพเหล่านี้เองที่ทำให้กินพื้นที่ที่ละเล็กทีละน้อยมาจนทำให้เยอะจนกินพื้นที่ไปกว่า 22GB

ภาพในแนวตั้งมีประมาณ 1 ใน 5 ของภาพทั้งหมด ขนาดราว 4-5MB แสดงว่ามีภาพแนวตั้งที่เราต้องแก้ไขให้ขนาดไม่เกินโควต้าอยู่ราว 4-5พันรูปเลยครับ หนักใจเหมือนกัน เลยลองมาคิดความคุ้มทุนที่อัพเกรดพื้นที่เป็น 100GB ดีหรือเปล่า ซึ่งราคาก็อัพขึ้นมาพอสมควรกับสิ่งที่ได้มาใช้ไม่มากนัก จึงเริ่มปันใจจะแก้ไขภาพบางส่วนให้ได้พื้นที่กลับมาสัก 10GB แล้วแบ่งภาพไปเก็บที่ Flickr ที่ให้พื้นที่ตั้ง 1TB หรือไม่ครั้งหน้าระวังเรื่องการอัพโหลดรูปให้มีขนาดตามโควต้าซึ่งอันนี้ไม่ยากแค่ตอนอัพโหลดใน Picasa ให้ตั้งค่า Image size เป็น Best for web sharing การตั้งค่านี้จะย่อรูปแนวตั้งของเราอัตโนมัติ

คิดไปคิดมาลดพื้นที่เก็บภาพลงมาดีกว่า จึงเริ่มปฏิบัติการโหลดภาพจาก Google+Photo ทีละอัลบั้มลงเครื่องไว้ก่อน จากนั้นก็ลบภาพบนเน็ตทิ้ง แล้วก็อัพโหลดขึ้นไปใหม่ให้ขนาดไม่เกินโควต้าซึ่งทำไปสักพักก็ได้พื้นที่กลับมาแล้วราว 2 GB แต่ก็เหนื่อยพอสมควร เน็ตต้องแรงทั้งขาอัพโหลด-ดาวน์โหลด อีกอย่างที่ต้องชมคือระบบของ Google+Photo ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ใช้งานง่ายดีทีเดียว ทำให้ทำได้ค่อนเร็ว

พื้นที่ว่างกลับมาบ้างแล้ว

Tinkercad โปรแกรมออกแบบงาน 3D อย่างง่าย ใช้งานออนไลน์ผ่านหน้าเว็บ

Tinkercad

Tinkercad เป็นโปรแกรมออกแบบงานทางด้าน 3 มิติ ใช้งานผ่านทางเว็บบราวเซอร์ เป็นของบริษัท Autodesk บริษัทที่ทำโปรแกรม 3 มิติที่ดังๆอย่าง 3ds Max, Maya, AutoCAD นั้นแหละ

Tinkercad เป็นโปรแกรมออนไลน์ที่ใช้ได้ฟรี ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว โปรแกรมจะมีรูปทรง 3 มิติพื้นฐานบางส่วนมาให้ เราสามารถสร้างรูปร่างที่ซับซ้อนจากการประกอบรูปทรงพื้นฐานเหล่านี้ได้ จากรูปทรงพื้นฐานที่ธรรมดาๆ บวกกับความคิดสร้างสรรค์ก็สามารถประกอบรูปร่างให้มันเป็นรูปทรง 3 มิติที่น่าทึ่งได้เช่นกัน ลักษณะเหมือนต่อเลโก้ นอกจากนี้โปรแกรมยังมีความยืดหยุ่นสูง โดยอนุญาติให้ผู้ใช้สามารถสร้างรูปทรงจากโค้ด JavaScript ได้อีกด้วย(แนวคิดเดียวกับ Minecraft) ตัวอย่างเจ๋งๆที่มีคนทำไว้ เช่น Godzillaรถแข่ง, เรือ+ปราสาท ลองเข้าไปดูตัวอย่างอื่นๆได้ที่ Discover

นอกจากนี้ ตัวอัพเดตล่าสุดของ Tinkercad เราสามารถ Export โครงสร้าง 3 มิติเข้าไปในเกม Minecraft ได้อีกด้วย ต้องถูกใจขาเกมแน่นอน เท่าที่เข้าไปเปิดดูใน Discover ที่แชร์ในเว็บไซต์มีหลายคนสร้างปราสาทเพื่อนำเข้า Minecraft เยอะพอสมควรเลย เรียกได้ว่าเป็นส่วนเสริมเกม Minecraft อีกตัวหนึ่งก็คงได้

Download for Minecraft

ดูตัวอย่างการ Export ปราสาทที่สร้างใน Tinkercad แล้วนำเข้าไปในเกม Minecraft ได้ในคลิป

https://www.youtube.com/watch?v=LnT1ZGQ0Abo

เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมออนไลน์ที่ใช้ได้ฟรี คนที่อยากลองสร้างผลงาน 3 มิติไม่ควรพลาด จะทำแบบง่ายๆไปจนถึงสุดล้ำก็น่าลองทั้งนั้น

เข้าไปเล่น Tinkercad ได้ที่ https://tinkercad.com

via: Polygon