50 ปี ของการเดินเครื่อง สทน. เปิดให้บุคคลทั่วไปเยี่ยมชมเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูของจริง!

เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูของไทย

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ สทน. ได้จัดกิจกรรมเปิดบ้าน(Open house) เชิญชวนผู้สนใจเยี่ยมชมเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย ซึ่งเป็น “เครื่องแรกและเครื่องเดียวของไทย”  เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของการเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2505

เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยในไทยนั้นมีกำลังน้อยมากครับ เมื่อเทียบกับเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าในต่างประเทศ จึงมีความปลอดภัยสูงกว่ามาก เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูตั้งอยู่ในกรุงเทพฯของเรานี้เอง

หน้าที่หลักของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูถูกใช้ในงานบริการประชาชน และงานวิจัยในหลายๆด้าน เช่น อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ยารักษาโรค อัญมณี การเกษตร ฯลฯ นับว่าตลอดเวลาที่เริ่มเดินเครื่องจนถึงปัจจุบันได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับงานวิจัยและช่วยพัฒนาประเทศในด้านต่างๆได้มากมาย

ในโอกาสที่เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยมีอายุครบ 50 ปี สทน. จึงจัดกิจกรรมและนิทรรศการต่างๆมากมาย อาทิเช่น การจัดแสดงแกลอรี่ภาพสำคัญๆของ สทน. การจัดแสดงนิทรรศการเครื่องทางวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ที่ใช้ในปฏิบัติงานในอดีต ระบบการควบคุมความปลอดภัย ซุ้มกิจกรรมต่างๆ เกมการละเล่นพร้อมของรางวัล การแสดงบนเวที

พิเศษสุดของงานนี้! คือ การเปิดให้เยี่ยมชมเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยของจริงครับ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสพิเศษอย่างมากที่บุคคลทั่วไปจะเข้าชมเครื่องได้ (รับประกันปลอดภัย แน่นอน!)

เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู เครื่องแรกและเครื่องเดียวของไทย
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) ขอเชิญชวนท่านร่วมงาน ครบรอบ 50ปี การเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย

รายละเอียดของงาน

50 ปี เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย กับความก้าวหน้า เทคโนโลยีนิวเคลียร์ไทย

จัดใน วันที่ 29-30 ตุลาคม 2555 ตั้งแต่เวลา 9.30-16.00น. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

งานจัดขึ้นที่ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) ถ.วิภาวดีรังสิต ติดกับ ม.กษตรศาสตร์ คลิกดูแผนที่

สำหรับผู้ที่สนใจ เดินทางไปด้วยรถสาธารณะ ใช้ BTS หมอชิต แล้วต่อด้วยรถเมย์ที่่วิ่งบนถนนวิภาวดีมุ่งหน้าไปดอนเมือง พ้นแยกงามวงศ์วาม มาประมาณ 2 ป้าย ก็จะถึงที่จัดงาน ซึ่งอยู่ระหว่าง ม.เกษตร กับ โรงงานยาคูลท์ ครับ

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) เบอร์โทร 02-5967600 https://www.tint.or.th

แผนที่สถานที่จัดงาน

[googlemaps https://maps.google.co.th/maps/ms?msa=0&msid=213544067488530788156.0004ccf60f314bb9d6f4a&hl=en&ie=UTF8&t=m&ll=13.854226,100.56608&spn=0.004167,0.006427&z=17&output=embed&w=600&h=400]

เที่ยวพิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติ Art in Paradise ที่พัทยา เมื่อเรากระโดดเข้าไปอยู่ในภาพวาดได้

มีโอกาสได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติ Art in Paradise อยู่ที่พัทยาเหนือ เราไปกับคณะฯ เขาไปสัมมนาที่ชลบุรีและแวะเที่ยวที่นี้ ก่อนหน้านี้ได้ดูตามเว็บไซต์บ้างแล้ว น่าสนใจเลยทีเดียว ค่าเข้าชม 150 บาท ถือว่าคุ้มเลยล่ะ ถ่ายรูปกันสนุกเลย ได้ความรู้ด้วยนะ อาจารย์แนะนำว่า “พวกคุณกำลังอยู่ในรายวิชา Cognitive engineering ” ว่าด้วยขีดจำกัดของการรับรู้ของมนุษย์ มันคือภาพวาดที่อยู่บนผนังสองมิติ สามารถทำให้เป็นสามมิติได้!

ถ้าใครที่ชอบถ่ายรูปแล้วละก็ ที่นี้คือ สวรรค์ของคุณแน่นอน ต่อไปก็เป็นไอเดียของใครของมันล่ะครับ ที่จะออกแบบท่าประกอบยังไงให้สุดเท่

ถ้าจะไปเที่ยวอย่างลืมพกกล้องและเลนส์มุมกว้างๆไปด้วยนะ จะได้ถ่ายสะดวก คนค่อนข้างเยอะเหมือนกันนะ

ภาพประกอบต่อไป ขอขอบคุณ คุณพี่โย กับ คุณพี่เค ที่ถ่ายรูปให้นะครับ

แผนที่สำหรับการเดินทางไปที่ Art in Paradise พัทยา

ดู Art in Paradise ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

Art in Paradise ที่พัทยา

บัตรราคา 150 บาท เปิด 9.00 am. – 09.00 pm.

บัตรเข้าชม 150 บาท

อันนี้ภาพแรกที่อยู่ด้านหน้าทางเข้า

มีแสงเงาทำให้มันดูเหมือนลอยออกมาจากฉาก

เข้าไปข้างในจะเจอกลุ่มภาพที่ทำให้เรารู้ว่าการรับรู้ของเราผ่านทางตามีขีดจำกัด

ยกตัวอย่าง

ภาพนี้สีในวงกลมด้านบนกับด้านล่างคือสีเดียวกันนะ
ภาพนี้คาน ช่องว่างระหว่างคานขนานกันหมดนะ
ภาพนี้เส้นสีแดงกับเส้นสีน้ำเงินยาวเท่ากันนะ

โดยปกติแล้วไม่ค่อยชอบอยู่ในภาพเท่าไหร่ แต่พอเห็นภาพ 3 มิติในพิพิธภัณฑ์นี้ก็อดไม่ได้ที่จะคิดท่าประกอบกับภาพที่มีอยู่ ที่แห่งนี้มีเสน่ห์อย่างหนึ่งคือ ภาพจะทิ้งช่องว่างให้คุณกระโดดเข้าไปอยู่ได้ ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะสร้างสรรค์ท่าออกมาให้สนุกสนานแค่ไหน ไปกันหลายคนจะสนุกมากๆเลย หานางแบบ นายแบบส่วนตัวไปด้วยรับลองว่าจะเพลิดเพลินมากเลยทีเดียว ที่นี้คือสวรรค์ของสาวๆที่ชอบการถ่ายรูปเลยล่ะ!

ต่อไปก็เป็นภาพ 3 มิติสวยๆ ขออภัยกับท่าประกอบที่ติดเรทบ้างในบางภาพของผมนะครับ

Art In Paradise ให้อาหารปลา
หาน้ำให้น้องหมีกิน @Art In Paradise

ตัวเตี้ยเลยต้องเขย่งเท้านิดหน่อย แต่ภาพออกมาก็ฮาดีนะ

ฉลามตัวนี้ทั้งใหญ่ ทั้งสีสันสวยดี ลงทุนให้มันกัดแขนขาดไปเลย @Art in Paradise

เพื่อนบอกว่าอารมณ์ได้เลย

พยายามดึงสู้กับม้าลาย @Art in Paradise
นั่งเล่นบนหินกับชมนก @Art in Paradise

อันนี้ต้องเกร็งตัวสุดๆ

นั่งหันหลังให้แรดตัวใหญ่ @Art in Paradise
มาแย่งน้ำยีราฟกิน @Art in Paradise

ต่อไปจะเป็นกลุ่มของงานศิลปะอีกยุคที่เกี่ยวกับคน

ความจริงเขามีใบไม้ปิดอยู่นะ แต่ช่วยปิดอีกแรง @Art in Paradise
เขาให้ทาเล็บให้เธอนะแต่เราขอจูบแทนแล้วกัน @Art in Paradise
นั่งพิจารณาดูแล้วเธอสวยจริงๆ @Art in Paradise
ท่าดันโลก ท่านี้ทำเอาหลังเคล็ดเลยทีเดียว @Art in Paradise
อยากเป็นสไปเดอร์แมน @Art in Paradise
ดินสออันใหญ่ @Art in Paradise

ประมาณนี้แล้วกันนะครับ สรุปได้ว่าสนุกสนานกันทุกคนเลย ศิลปะทำให้เรามีความสุขได้

เที่ยวกรุงเทพฯ ในหนึ่งวัน วัดระฆัง มิวเซียมสยาม เยาวราช

ไปเที่ยวกับเพื่อนๆที่ทำงาน เอาภาพพร้อมบรรยากาศว่าไปเที่ยวไหนมาบ้าง มาให้ชมกันครับ เราเดินทางไปเที่ยวกันตอนวันเสาร์ที่แล้ว 2 ก.ค. ครับ เริ่มที่สนามหลวง มีการจัดงานเนื่องในวันวิสาขบูชา เดินดูนิทรรศการต่างๆเล็กน้อย

ที่สนามหลวง

จากนั้นเข้าไปรอเพื่อนคนอื่นๆในวัดมหาธาตุข้างถนนพระจันทร์ ร่มรื่นดีครับ วันนั้นแดดไม่แรงมาก แต่ก็ร้อนอบอ้าวพอสมควร แต่ดีที่ตลอดทั้งทริปฝนไม่ตก

นั่งรออยู่ใต้ต้นไม้

เมื่อเพื่อนมากันครบแล้ว ก๋็เดินทางต่อ เนื่องจากตรงท่าพระจันทร์ปิดปรับปรุงเลยต้องไปขึ้นเรือข้ามฝากที่ ท่าวัดมหาธาตุ

ท่าวัดมหาธาตุ กับเรือข้ามฝาก

ค่าโดยสาร 3 บาท ขณะนั่งข้ามฝากก็ถ่ายภาพเล่นไปด้วย เรือเราออกจากท่าอีกรำก็จะเสียบแทนต่อเลย

ท่าวัดมหาธาตุ

ขึ้นฝั่งที่ท่าวังหลัง เข้าไปที่ร้านอาหารสั่งข้าวมากิน ระหว่างรออาหารก็ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ไปพลางๆก่อน เป็นอะไรที่มีเสน่ห์มากเลยนะ

เจ้าพระยา ถ่ายจากฝั่งท่าวังหลัง(คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่)
แม้น้ำเจ้าพระยา (คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่)

สั่งอาหารมารับประทาน เอาแรงก่อนออกเดินทาง

กระเพราเนื้อ

เมื่อิ่มท้องแล้ว ก็ออกเดินเท้าไปที่วัดระฆังโฆสิดารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง) ไม่ไกลมากนัก เดินย่อยอาหารพอดี

เดินทางไปวัดระฆัง

เข้าไปไหว้พระในวัดระฆังฯ

ไหว้พระที่วัดระฆัง

ในโบสต์เย็นสบายดีมาก อยากนอนเล่นให้หายร้อนสักชั่วโมงสองชั่วโมงยิ่งนัก

คนเยอะเหมือนกันนะ

จากนั้นออกมาให้อาหารปลา อาหารนก ที่ท่าเรือ

ให้อาหารนก/ปลา

จากวัดระฆังฯ เราไปเที่ยวกันต่อที่มิวเซียมสยาม นั่งแท็กซี่กลับไปฝั่งพระนคร

มิวเซียมสยาม

ค่าเข้าชมเราไปกัน 6 คน ถือว่าเป็นหมู่คณะ ได้ราคาถูกกว่าเล็กน้อย จ่ายสำหรับคนไทย 50 บาท และชาวต่างชาติ 100 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากเพราะมีอะไรให้เล่นเยอะ แถมเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้เราจับต้อง เล่นได้ จริงๆ

รอชมหนังสั้นแนะนำมิวเซียม

มิวเซียมสยามจะแบ่งเป็นห้องๆ กำหนดเส้นทางให้เราเดินย้ายห้องไปเรื่อยๆ เรื่องราวต่างๆจะผูกระหว่างอดีตกับปัจจุบันเหมือนดั่งเราเดินทางย้อนเวลากลับไป แต่ละห้องมีหนังสั้นอธิบายเรื่องราว ดูสนุก มีมุกฮาๆ ภาพสวย ถ้าเด็กไปน่าจะชอบเพราะมีของให้เล่นเยอะดี

หลุมศพของคนสมัยก่อน
ชาติพันธุ์
จำลองเมืองในอดีต
เรือสำเภาจำลอง ห้องการติดต่อกับนานาประเทศ
เล่นเกมยิงปืนใหญ่
กสิกรรม ทำไร่ ไถนา
ของเล่นจากธรรมชาติ
cafe สมัยโบราณ
เมื่องไทยยุคใหม่

หลังจากสนุกกับมิวเซียมสยามเต็มที่แล้ว ท้องเริ่มหิวอีกแล้ว เลยไปหาอะไรกินกันหน่อยที่ ร้านโรตีมะตะบะ ร้านอยู่ตรงข้ามป้อมพระสุเมรุ

ร้านโรตีมะตะบะ

ร้านค่อนข้างแคบ คนเยอะ มีชั้นสอง แอร์เย็นมาก

โรตี อร่อยดี
มีข้าวหมกไก่ และอาหารที่เป็นมื้อหลักขายเหมือกัน

จากนั้นก็ไปนั่งเล่นที่ สวนสันติชัยปราการ ชมทิวทัศน์ของสะพานพระราม 8 สักพักหนึ่ง

ร่มรื่นดี ที่สวนสันติชัยปราการ

จากนั้นเดินทางต่อไปที่เยาวราช เป้าหมายไปที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

เยาวราช
วัดไตรมิตรฯ

ขึ้นไปไหว้พระบนเจดีย์

เข้าไปไหว้พระ

เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว พวกเราเดินกลับไปที่ถนนเยาวราช ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน ร้านที่เลือกก็คือ ร้านฮั่วเซ่งฮง

ร้านอาหารฮั่วเซ่งฮง

สั่งอาหารมากินกันตามที่ชอบ

ทอดหอยอร่อยมาก
อาหารทะเล น้ำจิ๊มอร่อยมาก

นอกนั้นก็มี ทอดซีโครงหมู ผัดหมี่ เป็ดย่าง ฯลฯ พออิ่มท้องแล้ว ออกจากร้านมาฟ้าก็มืดแล้ว เราก็แยกย้ายกันเดินทางกลับบ้าน จากตรงนั้นเลย

เยาวราชตอนฟ้าเริ่มมืด

เป็นการเที่ยวกรุงเทพฯในวันเดียวที่สนุกดีครับ อาจจะเหนื่อยบ้าง ร้อนบ้าง แต่ก็ประทับใจ บางทีเราก็ไม่ต้องออกจากเมืองไปไกลๆ ในเมื่อในกรุงเทพฯเรายังเที่ยวไม่หมดเลย

สวัสดีครับ เจอกันทริปหน้า

ไปกินมาแล้ว อาจิเซน ราเมน สาขาอนุสาวรีย์ชัยฯ

อาจิเซน ราเมน ต้มยำเห็ดรวมมิตร
อาจิเซน ราเมน แกงกะหรีเนื้อ

เมื่อวานลงรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เจอร้านขายราเมน น่ากิน ชื่อ “อาจิเซน ราเมน” เลยเข้าไปกินพร้อมกับพี่อีกท่านหนึ่ง สั่งกินกันคนละชาม ผมสั่งเป็นราเมน “ต้มยำเห็ดรวมมิตร” ส่วนพี่ที่ไปด้วยกัน สั่ง “แกงกะหรีเนื้อ” เลยถ่ายรูปเก็บไว้ทั้งสองชาม ราคาก็ชามละ 135 บาท+ ไข่(10 บาท)

ดูป้ายที่ร้านพบว่ามีสาขาที่ MBK ชั้น 7 ด้วย แต่นึกไม่ออกว่าอยู่ตรงไหน หรือร้านเพิ่งจะเปิดใหม่อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่า MBK ชั้น 7 ไปแถวนั้นบ่อย

สรุปว่า ราเมนร้านนี้ ชามใหญ่ กินอิ่ม รสชาดถูกปาก อร่อยครับ โอกาสหน้าคงแวะไปกินอีก

แผนที่ร้าน https://maps.google.co.th

บันทึกเที่ยวเกาะล้าน พักที่เกาะหนึ่งคืน

เมื่อวันที่ 3-4 ธ.ค. 2554 ไปเที่ยวเกาะล้านกับพี่ๆที่ทำงานมาครับ เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นช่วงหยุดยาวสามวัน เราเลยหลบไปเที่ยวก่อนชาวบ้านเขา 1 วัน เราจัดทริปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้วางแผนนาน เพราะมีพี่ที่เคยไปเที่ยวแล้ว เราจึงเหมือนมีคนนำทาง พวกเราจองที่พักล่วงหน้า พร้อมทั้งให้ที่รีสอร์ททำอาหารเย็นให้ กับสั่งอาหารทะเลสดให้เรามาย่างกันเอง เป็นบ้านพักหลังใหญ่สำหรับ 8 คน แต่ไปกันแค่ 5 คน เหมือนจะใช้พื้นที่ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ สรุปทริปนี้สั้นๆ “ทะเลใส พายเรือสนุก อาหารอร่อย” เริ่มการบันทึกการเที่ยวเกาะล้านกันเลยนะครับ

ออกเดินทางจาก กทม. โดยรถตู้ ท่ารถอยู่ใต้ BTS สถานีอนุเสาวรีย์ อยู่ข้างโชว์รูมของซูซูกิครับ ราคาคนละ 100 บาท บอกเขาว่าจะไปเกาะล้าน รถออกเรื่อยๆทุก 15-20 นาที

ท่ารถไปเกาะล้าน(ท่าเรือแหลมบาลีฮาย)

ใช้เวลาประมาณ 2 เกือบ 3 ชั่วโมง ก็ถึงพัทยา รถตู้ไปส่งเราที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย ท่าเรือที่มีเรือข้ามไปเกาะล้าน

เดินไปขึ้นเรือไปเกาะล้าน

ต้องเดินลงไปขึ้นเรืออยู่เกือบท้ายๆของท่า ไปจ่ายตังค์ตอนขึ้นเรือคนละ 30 บาท

เรือข้ามไปเกาะล้าน

เรือข้ามไปเกาะล้านมีเวลาออกเรือดังนี้ครับ (ดูในรูป) แต่ที่รีสอร์ตบอกว่ามันออกทุกๆ 1 ชั่วโมงนะครับ

ตารางเวลาเดินเรือเกาะล้าน-พัทยา

นั่งเรือจากพัทยาถึงเกาะล้าน ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีกว่าๆครับ

เกาะครก
เกาะล้าน

บรรยาการศดี น้ำใสกว่าที่คิดมาก

ท่าเรือหน้าบ้าน เกาะล้าน

เมื่อถึงเกาะล้านเราก็โทรไปบอกทางรีสอร์ทว่ามาถึงแล้ว เขาก็ส่งรถมารับ

ที่พักของเราคือ พิกุลรีสอร์ท
ติดทะเล มีหาดส่วนตัว

ที่พักที่เราใช้บริการ คือ พิกุลรีสอร์ท ลองเข้าไปดูรายละเอียดที่ https://www.pikunguesthome.com อยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร ที่พักมีมอเตอร์ไซด์ให้ใช้ฟรี มีหาดส่วนตัว มีเรือให้เล่น เราจองบ้านใหญ่เลยมีกิจกรรมพาไปดูปะการังหรือไปเที่ยวรอบเกาะให้เลือก ซึ่งเราก็เลือกดูปะการัง

ห้องพัก

อาหารมื้อเที่ยงเราออกไปซื้ออาหารตามสั่งมาทานในรีสอร์ท อาหารไม่แพงมากนัก ข้าวผัดทะเลจานละ 40 บาท ต้มยำ 80 บาท ประมาณนี้

อาหารเที่ยง

ลงไปนั่งจิบเบียร์ริมทะเล กับฟังเพลงเพราะๆ บรรยากาศสุดยอด!

ริมทะเล

บ่ายแก่ๆก็ลงไปเล่นน้ำทะเล ช่วงนี้น้ำทะเลลงเยอะ ต้องระวังเรืองหิน เพราะเพื่อนร่วมทางหลายคนได้แผลจากหินบาด ทางรีสอร์ทมีห่วงยาง เสื้อชูชีพ เรือแคนนูบริการ

เล่นพายเรือแคนนู
เล่นพายเรือแคนนู

ช่วงนี้คลื่นค่อนข้างแรง โต้คลื่นมันส์มาก เหนื่อยแต่ก็สนุกมาก มีเรือทั้งแบบ 2 หรือ 3 คน มีอยู่ประมาณ 6 ลำ ถ้ามากรุ๊ปใหญ่จัดแข่งกันเลยน่าจะสนุกไม่ใช่น้อย

ต่อจากนั้นเราไปดำน้ำดูปะการัง ไม่ได้เอากล้องไปด้วยเลยไม่มีรูปให้ดู แต่กว่าจะใช้อุปกรณ์ดำน้ำได้ น้ำทะเลเข้าจมูก เข้าปากไปไม่น้อยเลย แต่พอใช้ได้แล้ว สนุกดีครับ ที่ๆเราไปเขาบอกว่าไม่ค่อยสวยเท่าไหร่เพราะต้องหลบคลื่นลม ถ้ามาช่วงก่อนหน้านี้ 2-3 วัน จะพาไปดูที่ด้านหน้าเกาะจะสวยกว่านี้ แต่ผมว่าแค่นี้ก็โอเคแล้วล่ะ เค็มดี(น้ำทะเล)

อาหารเย็น

ตอนค่ำ อาหารเย็น

พอตะวันลับขอบฟ้า รีสอร์ทเปิดไฟเสริมบรรยากาศ เปิดเพลงคลอเบาๆ บรรยากาศดีมาก

กุ้งสดพร้อมย่าง
ย่างเอง
อาหารทะเลย่างเสร็จแล้วพร้อมกิน

อาหารเย็นของเรา สั่งไว้เยอะเกิน จนเหลือเยอะเลยให้รีสอร์ทเก็บเข้าตู้เย็นไว้กินพรุ่งนี้เช้า ส่วนเราก็นั่งคุยกันฟังเพลงเบาๆ กินเบียร์ไป ของหมดก็ไปซื้อที่ 7-11 ได้ครับ ประมาณ ตี 2 กว่าๆ ผมก็ขอตัวเข้าไปนอนพักแล้ว ที่น่าเสียดายคือปกติแล้วรีสอร์ทมีเบ็ดให้เราตกปลา ตกหมึกครับ แต่น้ำลงเยอะแถมคลื่นแรงไม่เหมาะแก่การตกปลาเลย ที่หาดเขาเปิดไฟไว้ บ้างห้องลงไปนั่งดื่มกันที่ริมหาดโรแมนติกสุดๆ

ตอนเช้ามีกาแฟ และข้าวต้มให้

ข้าวต้มตอนเช้า

แล้วก็ขี่มอเตอร์ไซต์ไปเที่ยวหาดต่างๆนิดหน่อย แต่ถนนไปเที่ยวหาดต่างๆค่อนข้างอันตรายเลยครับ มันชัน แคบ ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวจะใช้มอเตอร์ไซต์กัน ถ้าจะขับมอเตอร์ไซต์เที่ยวต้องระวังอย่างมาก

หาดทองหลาง

กลับมากินอาหารทะเลที่ย่างไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ให้ทางรีสอร์ทเขาอุ่นให้ แล้วเราก็เช็คเอาท์ ตอนประมาณ 11.45 น. ซึ่งกรุ๊ปต่อไปที่จะเข้าพักในบ้านของเรามารอแล้วล่ะ

การเดินทางกลับก็ไปขึ้นเรือกลับที่ท่าหน้าบ้าน(30 บาท) แล้วก็ขึ้นรถตู้กลับอนุสาวรีย์ที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย(100 บาท)

ใช้งบไปประมาณ 2 พันบาท/คน แต่ผมคิดว่าไปอีกครั้งน่าจะถูกกว่านี้ได้ เพราะที่เราจองไปเป็นบริการของ 8 คน แต่ไปกันแค่ 5 คน

ขอจบการบันทึกการเที่ยวเกาะล้านไว้เพียงเท่านี้ครับ ดูรูปทั้งหมดได้ที่ https://picasaweb.google.com/sarapukdee/KohLarn

ชมนิทรรศการผลงานวิจัยของเนคเทคเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี

The NECTEC 's 25th Anniversary

นิทรรศการผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเนคเทคเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี

งานประชุมวิชาการและนิทรรศการของเนคเทคเนื่องในโอกาสครบรอบ ๒๕ ปี
(The NECTEC ‘s 25th Anniversary)

IT in Thailand: NECTEC “25 Years and Beyond”

วันที่ 14-16 กันยายน 2554 , เวลาประมาณ 8.30 น. – 20.00 น.

ณ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว

รายละเอียด https://www.nectec.or.th/ace2011

งานยังเหลืออีก 2 วัน ว่างๆ อยากเชิญให้ไปเที่ยวชมครับ งานจัดที่เซนทรัล ลาดพร้าว เดินทางค่อนข้างสะดวก ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ติน MRT ลงที่สถานีพหลโยธิน เดินอีกนิดก็ถึงแล้ว ขึ้นไปที่ชั้น 5 งานแสดงอยู่ทั้ง Hall เลย มีงานวิจัยที่น่าสนใจมากมาย เข้างานได้ฟรี ผมเอาภาพบางส่วนมาให้ชมครับ

Bangkok Convention Hall

ส่วนนี้จะเป็น การประชุมวิชาการ การสัมมนา และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ดูตารางสัมมนาคลิกลิงค์ครับ

ส่วนนิทรรศการ

นิทรรศการ ด้านหน้าแสดงผลงานวิจัยของในหลวง มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

นิทรรศการแสดงผลงานวิจัย

แบ่งเป็นโซน แสดงผลงานทั้งโปสเตอร์ ร่วมกับโมเดลมีเจ้าหน้าที่อธิบายข้อมูลอย่างละเอียด ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยครับ อยากให้นักเรียน นักศึกษาได้เข้าชมงานเยอะๆครับ

Mobile Application

ส่วนของ Mobile Application จะมีการสลับกันสาธิตการใช้งานโปรแกรมบนมือถือที่เป็นผลงานจากเนคเทคเกือบ 30 ตัว มีทั้ง Android และ iOS มีแบ่งเป็นหมวด Entertainment & Lifestyle, Agriculture, Health & Medication, Logistic & Traffic และอื่นๆ  มีแอพพลิเคชั่นหลายๆตัวที่ผมชอบ และน่าใช้ เดี๋ยวจะอธิบายต่อด้านล่าง

ประเมินรูปร่างโคกระบือ

ระบบประเมินรูปร่างโคกระบือแบบ 3 มิติ แค่จูงควายเข้าไปตรงกลางระบบก็วิเคราะห์ ชนาดรูปร่างออกมาเป็น 3 มิติ ให้เลย เจ๋งไหมล่ะ!

NECTEC Timeline

ลำดับการดำเนินงานของเนคเทคตั้งแต่ปี 2529 จนถึงปัจจุบัน มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นปีไหน มีผลงานอะไรออกมาบ้าง

สถานีวัดอากาศอัตโนมัติ

สถานีตรวจวัดอากาศอัตโนมัติ มีเซนเซอร์หลายอย่างรวมกัน เช่น วัดความชื่น ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ ความเร็วลม ความชื่นของดิน แล้วส่งข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต(GPRS) เราสามารถดูข้อมูลหรือควบคุมการทำงานผ่านทางเว็บบราวเซอร์ได้เลย

พิพิธภัณฑ์แบบภาพ 360 องศา

พิพิธภัณฑ์แสดงภาพแบบ 360 องศาผ่านทางเว็บไซต์ เก็บภาพรอบตัวหมุนได้รอบทิศทาง

ห้องสัมมนา

ผมเข้าๆออกๆจากส่วนแสดงนิทรรศการกับห้องสัมมนาซึ่งจะมี speaker หลายคนขึ้นมาพูดในหัวข้อต่างๆ ที่ได้ฟังก็ผู้บริหารจาก intel, Cisco

กล้องวัดอณหภูมิ

ช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ระบาดกล้องนี้ช่วยในการคัดกรองคนที่มีอุณหภูมิสูงออกจากคนปกติได้อย่างรวดเร็ว ใช้แสงอินฟราเร็ดตรวจจับที่บริเวณหน้า ตอนนี้มีติดตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลบางแห่งแล้วเพื่อช่วยตรวจคัดกรองคนไข้

TangmoChecker

TangmoChecker เป็นแอพพลิเคชั่นบน Android มันจะวิเคราะห์เสียงจากการเคาะลูกแตงโมแล้วบอกว่าลูกไหนสุกพอดี ลูกไหนสุกงอมแล้ว พี่เจ้าหน้าที่สาธิตให้ดูกัน ใช้โปรแกรมวิเคราะห์แล้วผ่าแตงโมให้ดูกันเลย ว่าทำงานได้ดี เท่มาก! ยังมีโปรแกรมอื่นๆที่น่าสนใจ เช่น โปรแกรมค้นหาชื่อยา โปรแกรมดูการจราจร โปรแกรมบันทึกข้อมูลสุขภาพ โปรแกรมวิเคราะห์ธาตุไนโตรเจนในใบข้าว โปรแกรมแนะนำการท่องเที่ยวตามเทศการ โปรแกรมอ่านข่าว โปรแกรมบันทึกการกินอาหารของเรา เป็นต้น

เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์

เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ เอาไปใช้งานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอยู่หลายรุ่นตัดสัญญาณได้ทุกคลื่นความถี่ของไทย รัศมีระยะ 30 เมตร จนถึง 100 เมตร แล้วแต่รุ่น

เครื่องตรวจหาเชื่อไวรัสหรือโปรตีน

ส่วนของเครื่องมือแพทย์ก็มีให้ดูเยอะ เครื่องนี้ใช้หลักการของ SPR(Surface plasmon resonance) ทำงานคล้ายๆตัวนี้ เห็นไหมว่าคนไทยก็ทำได้เหมือนกัน

DeepScan

กล้องคอนโฟคอลแบบพกพา ถ่ายภาพในแนวลึกได้โดยไม่รุกล้ำร่างกาย ใช้ตรวจหามะเร็งที่ชั้นเยื่อบุผิว

ยังมีอีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้ดู เดินวันเดียวอาจจะไม่หมด และมีหลายอันที่ไม่ได้เอามาให้ดูที่นี้ อต่เข้าไปดูภาพวันแรกที่ผมถ่ายไว้ทั้งหมดได้ที่นี้ครับ

รวมภาพงาน The NECTEC ‘s 25th Anniversary

กลับบ้านต่างจังหวัด

ตอนแรกกะจะลองเขียนบล็อกที่บ้าน โดยใช้ EDGE ของ Dtac เจ้าอื่น True แทบจะไม่มีสัญญาณ ส่วน AIS พอๆกับ Dtac สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เพราะการอัพโหลดรูปขึ้นเว็บทำไม่ได้เลยช้ามาก ส่วนตัวอักษรยังพอจะทำได้ ถ้ามี 3G อาจจะได้เห็นผมบล็อกที่บ้านเกิดสักครั้ง บันทึกไว้ดีกว่าว่าการบล็อกครั้งนั้นจะเกิดขึ้นห่างจากตอนนี้นานเท่าไหร่ นับตั้งแต่ วันที่ 18 กันยายน 2553 ณ วันที่พยายามบล็อกที่บ้านเกิด

ครั้งก่อนถ่ายรูปรอบบ้านดูว่าแม่ปลูกผักอะไรไว้บ้าง ครั้งนี้เดินทั่วทั้งหมูบ้าน ถ่ายภาพธรรมชาติ ช่วงนี้ข้าวกำลังเขียว แต่ยังไม่งามมากนักเพราะฝนเพิ่งมา ข้าวเพิ่งปักดำ บรรยากาศที่บ้านมีฝนตกลงมาเป็นระยะ เป็นวันเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน มีทั้งเรื่องดี เรื่องร้ายเกิดขึ้นมากมาย แต่เราจะเลือกจำเฉพาะเรื่องที่น่าจดจำ อย่างน้อยก็รูปสวยๆเหล่านี้ จะอธิบายรายละเอียดเล็กน้อยให้ได้รู้ถึงบรรยากาศช่วงนั้น

กลับมาถึงบ้านตอนเช้า พระมาบิณฑบาตรพอดี ได้เก็บภาพไว้ดู

หลังฝนตก อากาศที่บ้านมันดีเหลือเกิน หายใจได้เต็มปอด

ดอกไม้ หลังโดนฝนมันเบ่งบาน สดชื่น
เจ้าจ๋อ รับจ้างขึ้นมะพร้าว

บริการรับจ้างขึ้นมะพร้าว โดยเจ้าจ๋อ ตระเวนรอบหมู่บ้าน ถ่ายเกือบไม่ทัน

ไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร แต่สวยดี
ดอกโป๊ยเซียน
แมลงเต่าทอง
รถมอเตอร์ไซต์รุ่นเก่า

คันนี้เจ้าของเขาบอกว่าซื้อมาด้วยเงิน 8 พันกว่าบาท เครื่องยังวิ่งได้ดี ดูคลาสสิคดีเลยถ่ายเก็บไว้

หนองโฮง ชื่อเดียวกับชื่อหมู่บ้าน
แมงปอ อาศัยอยู่ข้างริมหนอง
พี่ชายคนนี้ชื่อ นาวิน แกยิ้มมีความสุขดีเลยขอเอามาลงไว้ดูหน่อย
เห็ดขม มันขมสมชื่อของมัน

เห็ดขม มันขมสมชื่อของมัน มีกรรมวิธีทำให้หายขมได้ แต่หลายคนก็เลือกที่จะกินแกงเห็ดขม แบบขมๆ

ตอนเย็นแวะไปเดินตลาดนัด คนคึกคักน่าดู

วันสุดท้ายก่อนเดินทางเข้า กทม. คือ วันเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน

บรรยากาศการเฝ้าดูการนับคะแนน

ลุ้นด้วยใจจดใจจ่อ ผลออกมาก็ต้องมีฝ่ายที่ดีใจ และฝ่ายที่เสียใจ แต่ต้องคิดว่าเราคือ หมู่บ้านเดียวกันต้องสามัคคีร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของตน เลิกแบ่งข้าง หันหน้าเข้าหากัน และเดินหน้าพร้อมกัน

ปล. ไม่ได้บล็อกหลายวัน หงุดหงิดเหมือนกันแฮะ

รวมหนังสั้นชุด สวัสดีบางกอก

หนังสั้น "สวัสดีบางกอก"

“สวัสดีบางกอก” หนังสั้น 9 เรื่อง 9 ผู้กำกับ จบไปแล้ว เผอิญไปเจอ คนอัพโหลดขึ้น Youtube ไว้ด้วย เลยเอามาลงไว้ เผื่อว่า ใครยังไม่ได้ดู หรือดูไม่ครบทุกเรื่องจะได้ตามไปดู ขอบคุณ ladyEdnaMode ที่อัพโหลด คลิก Sawasdee Bangkok Playlist ส่วนตัวผม ชอบทุกเรื่องนะ แต่ละเรื่องมีเอกลักษณ์ในแนวของตัวเองชัดเจน แต่ที่ชอบเป็นพิเศษ คือ หลงแต่ไม่ลืม, Silence และ  Bangkok Blue

พาเที่ยวงาน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปี 2553

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปี 2553 (National Science and Technology Fair 2010) “จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์” วันที่ 7 – 22 สิงหาคม 2553 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ที่จริงไปเฝ้าบูธมาตั้งแต่วันพุธที่แล้ว แอบแวะไปเดินเล่นในงานมา มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ในงานเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ ครู นักเรียน ผู้ใหญ่ทั่วไปก็ควรไปเยี่ยมชมสักครั้งสร้างแรงบันดาลใจ และความรู้ได้มากมาย เอารูปมาให้ดู บรรยายสั้นๆใต้รูปให้พอเข้าใจนะครับ ยังมีเวลาอีก 4 วัน ใครยังไม่ไปควรแวะไปดูหน่อยนะครับ งานเยี่ยมมากๆ

บรรยากาศ งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์

ภาพแรกอยู่ในส่วนของ เทคโนโลยีสำหรับผู้พิการ

น้องเด็กในชั้นประถมกำลังทดลองเล่น กระดาษกราฟอิเล็กทรอนิคสำหรับผู้พิการตาบอด

กระดานกราฟที่ช่วยผู้ตาบอดเรียนคณิตศาสตร์เบื้องต้น ผ่านทางการฟังเสียงและการสัมผัสปุ่ม น้องๆน่ารักมากระหว่างทดลองเครื่องมือ หลับตาด้วยเพื่อให้เข้าใจถึงความรู้สึกว่าถ้าตาบอดการเรียนรู้ทำได้ยากแค่ไหน จะได้เข้าใจและเห็นใจคนตาบอด

ทดลองเขียนอักษรเบล
สัญลักษณ์แทนตัวอักษร
อุปกรณ์ในการเขียนอักษรเบล

ส่วนนี้เป็นการทดลองเขียนอักษรเบล วิธีเขียนลำบากพอควร ที่โต๊ะจะมีบอกว่าอักษรแต่ละตัวเขียนแบบไหน เวลาเขียนจะใช้แท่งกดลงกระดาษบนแท่นพิมพ์ที่เป็นจุด 2×3 และต้องเขียนกลับด้าน เพราะเวลาอ่านจะพลิกกลับอีกด้าน เพื่อใช้นิ้วคล้ำจุดที่นูนขึ้นมา

มหัศจรรย์ดวงตา
มีภาพแปลกๆให้ดู

ภาพที่มองได้หลายมุมมอง มีให้ดูหลายรูป และบางอันเคยเห็นในเว็บบ้างแล้ว

สนามยิงปืนเลเซอร์

ตรงนี้เด็กเข้าคิวเล่นกันเยอะเลย เป็นสนามยิงปืนเลเซอร์ เมื่อยิงจะมีเสียง แล้วผลคะแนน ก็จะปรากฏบนจอทันที

ผลิตภํณฑ์จากฮาร์ดดิสพัง

ฮาร์ดดิสที่พังแล้วเก็บข้อมูลไม่ได้แต่มอเตอร์มันยังหมุนได้ เขาก็เอามาทำอะไรต่างๆได้มากมาย ทำหุ่นเล่นดนตรี เครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ฯลฯ

เครื่องเล่นห่วงกล

เครื่องเล่นห่วงกล กว่าจะเอาออกได้นี้ต้องใช้เวลาพอดูเลย

แผนที่กรุงเทพจากดาวเทียม

ไปหาดูว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหน

ดาราศาสตร์

ส่วนของดาราศาสตร์ ทำความรู้จักดาวต่างๆ ส่วนต่างๆของจรวด ระบบสุริยะ ฯฯ

Augmented reality

ระบบ Augmented reality เชื่อมระหว่างโลกจริงกับโลกเสมือน

พับกระดาษ

พับกระดาษ เพิ่มความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ จะได้รู้ว่ากระดาษ

เรียนรู้เรื่องแสง

เรียนรู้เรื่องแสง มีหลายอย่างให้เรียนรู้ด้านใน การหักเหของแสง การผสมสีของแสง ทางเดินวงกตที่ทำจากกระจกเงา การเดินของแสงใน fiber optic

หนังสามมิติ

มีการอธิบายถึงการทำงานของภาพ 3 มิติ และฉายหนังสั้น 3 มิติ เกี่ยวกับไดโนเสาร์ ดูแล้วสนุกดี เพลินเลยทีเดียว

รถโตโยต้า ผ่าครึ่ง
ภาพรถยนต์

รถยนต์ ที่ผ่าให้เห็นถึงองค์ประกอบภายใน เบาะนั่งแบบต่างๆ

นาโนเทคโนโลยี

อธิบาย และให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยี

ส่วนของ TK Park มี iPad ให้เล่นด้วย

iPad ตรงอุทยานการเรียนรู้ TK Park มีหนังสือภาษาไทยให้ลองอ่านเล่น (พบว่า iPad มี Cydia ด้วย)

ยังมีอีกหลายจุดที่ผมไม่ได้ไป งานใหญ่มาก เดินทั้งวันก็ไม่หมด ถ้าจะให้ดีต้องมาหลายวัน เด็กๆมาแทบจะทั่วประเทศ โดนเด็กตั้งคำตามว่า “พี่ค่ะ อันนี้ตัวแปรต้น คืออะไร” ตอบไม่ถูกเลยทีเดียว

แผนที่ ไบเทค บางนา
ดู ไบเทค บางนา ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.nst2010.com/index.php

ทริปอัมพวา ไหว้พระ เที่ยวตลาดน้ำ ชมหิ่งห้อย ชมวัง

ช่วงหยุดยาวหลายวันที่ผ่านมา ผมกับเพื่อนรวม 4 คนเดินทางไปเที่ยวกัน แบบที่คิดไว้ตอนต้นคือ one day trip ไปเช้ากลับเย็น แต่สุดท้ายก็ค้างหนึ่งคืนก่อนจะเที่ยวอีกวันแล้วค่อยเดินทางกลับ เที่ยวครั้งนี้ต้องยกเครดิตให้เพื่อนผู้เป็นทั้งคนขับรถและไกด์นำเที่ยว (Suradech Visasgan) เราไปกันแบบสบายๆ เดินทางเช้าวันอาทิตย์เวลาราว 7 โมงเช้า มุ่งตรงไปที่สมุทรสาคร ที่แรกที่ไปคือ วัดนักบุญอันนา วันอาทิตย์คนเยอะมาก เราแค่เดินผ่าน และแวะถ่ายรูป

วัดนักบุญอันนา

พื้นที่แถวนั้นวัดเยอะมาก จากนั้นเดินต่อไปที่วัดวัดสุทธิวาตวราราม ที่อยู่ติดกัน เข้าไปกราบพระ

วัดสุทธิวาตวราราม

เดินมาอีกนิดก็จะเจอ อุทยานพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 และวิวสวยๆชมแม่น้ำท่าจีนในมุมโค้ง

อุทยานสมเด็จ พระปิยะมหาราช

จากนั้นเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งจะเจอวัดเจ้าแม่กวนอิม

วัดเจ้าแม่กวนอิม

จากนั้นออกเดินทางต่อไปดูป่าชายเลน

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 อยู่ในเขตสมุทรสงคราม พื้นที่ป่าชายเลนดูอุดมสมบูรณ์ และกำลังมีการปรับปรุงทางเดิน น่าเสียดายที่ขยะในนั้นก็เยอะเช่นกัน น่าจะเป็นขยะที่มาจากทะเล ตอนน้ำขึ้น พอน้ำลงขยะก็ติดอยู่ในป่าชายเลน

ปลาตีน และปูหลากสีมีให้ดูเยอะ

ได้เวลาอาหารเที่ยง เราไปกินอาหารทะเล ที่ร้านริมทะเล แถวบางกระเจ้า บรรยากาศดีมาก ติดทะเล ลมเย็น อาหารอร่อย คนเยอะมาก โชคดีที่เราไปก่อนเที่ยงทำให้พอมีที่นั่ง ตอนออกมามีคนรอคิวยาวเลยทีเดียว ไม่ที่จอดรถกันเลย

ร้านอาหารริมทะเล
อาหารอร่อย ปลาหมึก-กุ้งเผาอร่อยมากครับ

อิ่มนำสำราญ ค่าอาหารหมดไปเฉลี่ยคนละ 250 กว่าบาท ตอนบ่ายเราเข้าไปนั่งทำงานในห้องแอร์ ที่กองก่อสร้างไฟฟ้า นอนพักเอาแรง ประมาณ 4 โมงเย็นกว่าๆ พวกเราก็ออกเดินทางไป ตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม พอไปถึงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า คนก็กำลังหนาแน่น ของกินเยอะ

ตลาดน้ำอัมพวา

เดินไปกินไป ชอบปลาหมึกย่างของยายที่ปากทางเข้า อร่อยมาก สด น้ำจิ้มเผ็ดเปรี้ยวได้ใจ

ป้าขายปลาหมึกย่าง เสียบกันแทบไม่ทัน
ปลาหมึกย่าง

ค่าเสียหาย 6 ไม้ 100 บาท

บรรยากาศตลาดน้ำ เมื่อยามเย็น มองจากบนสะพาน

ยืนกินบรรยากาศ สักพัก ก็หาซื้อของกินไปนั่งกินบริเวณ สวน ร. 2

นั่งกินขนม ที่สนามหญ้า สวน ร.2

นั่งจนถึง 2 ทุ่มกว่า เราเดินกลับเข้าตลาด คนเริ่มน้อยลงแล้ว แวะไปแต่งชุดท่านเจ้าคุณถ่ายรูปกัน ได้รูปมาสิบรูป กับค่าเสียหาย 500 บาท(ไม่กล้าเอามาโชว์ เก็บไว้ดูคนเดียว) เวลาประมาณ 3 ทุ่มเราไปนั่งเรือเที่ยวสุดท้ายไปชมหิ่งห้อย ราคา 60 บาท (ปกติ 80 บาท)

นั่งเรือไปชมหิ่งห้อย

นั่งเรือชมหิ่งห้อย ข้างแม่น้ำเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมมาก

วัดข้างคลอง

เกล็ดความรู้ที่ได้ ระหว่างชมหิ่งห้อย เพื่อนถาม เราจำ
– หิ่งห้อย อยู่เฉพาะต้นลำพู เพราะต้นลำพู เป็นไม่เนื้ออ่อนมีโพรงภายในให้ มันอาศัย
– แสงมีได้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย
– มันจะออกมาตอนหัวค่ำ และตอนดึกจะค่อยๆกลับเข้าโพรง
– หิ่งห้อยกินน้ำค้างเป็นอาหาร วางไข่ที่เลน
– ต้นลำพู โตยาก ปลูกยาก
– การกระพริบของมันมีความถี่ ประมาณ 80 ครั้ง/นาที อันนี้ผมนับเอง delay ประมาณ 600-800 ms
– ข้อมูลนี้จำได้ตอนเรียน กระบวนการนี้เป็น Bioluminescence หิ่งห้อยใช้ เอนไซม์ Luciferase ย่อย Lucifin ได้ผลิตภัณฑ์เป็น oxyluciferin กับแสงที่เราเห็น โดยปฎิกิริยาจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีออกซิเจน จากการหายใจ แสดงว่าการกระพริบที่เราเห็นเป็นไปตามจังหวะการหายใจของมัน

ไม่มีรูปให้ดูครับ อยู่ในความทรงจำล้วนๆ ราคา 60 บาท ถือว่าคุ้มมาก ดูจนเบื่อเลยทีเดียว

เรามาพักค้างคืนที่ เพชรบุรี ตอนเช้าตื่นมากิน อาหารเช้า และไปเที่ยวต่อในเพชรบุรี ที่นั้นคือ  วังบ้านปืน วังของสมเด็จ ร.5

วังบ้านปืน

แล้วก็แวะซื้อ ของฝากก่อนจะเดินทางกลับ ดู Photosyth ของวังบ้านปืน

ขอบคุณเพื่อนสุรเดช เพื่อนยุ กับประสบการณ์การเที่ยว สนุกๆครับ โอกาสครั้งหน้า กำลังวางแผนขึ้นเหนือ หรือไม่ก็ลงใต้ฝั่งอันดามัน