ตัวช่วยสายเที่ยว แอพเดียวจบ จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก

ตัวช่วยสายเที่ยว แอพเดียวจบ จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก
Traveloka ตัวช่วยสายเที่ยว แอพเดียวจบ จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก

ก่อนออกเดินทางท่องเที่ยว เราต้องมีการวางแผนการเดินทางกันเสียก่อน เช่น เส้นทาง สถานที่ท่องเที่ยว ตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก ฯลฯ วันนี้ขอแนะนำผู้ช่วย ทั้งจองตั๋วเครื่องบินและจองที่พัก

Traveloka ตัวช่วยจองเที่ยวบินและที่พักออนไลน์ มีให้ใช้ผ่านทั้งบนเว็บ และแอปพลิเคชั่นทั้งใน iOS และ แอนดรอยด์

สามารถดาวน์โหลดได้ที่ Play Store และ  App Store

 

หลังจากดาวน์โหลดและติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะแนะนำวิธีการใช้งานแบบง่ายๆให้ครับ ผมใช้มือถือแอนดรอยด์เป็นหลัก ดังนั้นการแนะนำวิธีการใช้งานก็จะแนะนำผ่านการใช้แอพพลิเคชั่นบนแอนดรอยด์ แต่ดูจาก UI แล้วก็ไม่น่าแตกต่างกันสำหรับคนใช้ iOS ก็ดูได้เหมือน

1. วิธีการใช้งานแอพ Traveloka ค้นหาและจองตั๋วเครื่องบิน

หน้าหลักของแอพ ค่อนข้างเรียบง่าย และมุงไปที่จุดประสงค์ของแอพเลยนั้นคือ การจองตั๋วเครื่องบินและจองโรงแรม

Traveloka หน้าหลัก

เมนูหลักอื่นที่น่าสนใจ ได้แก่ ข่าวสารและโปรโมชั่น การแจ้งเตือนราคาของตั๋วเครื่องบินเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายประหยัด รอโปรโมชั่นและตั๋วราคาถูก รายละเอียดการจองของเรา(e-ticket)

ขั้นตอนที่ 1 ค้นหาเที่ยวบินและเปรียบเทียบราคา

ค้นหาเที่ยวบินและเปรียบเทียบราคา

เมื่อกดเข้าไปในเมนู ค้นหาเที่ยวบิน ก็จะพบช่องใส่รายละเอียดของเที่ยวบินที่เราสนใจ ต้นทาง-ปลายทาง วันเดินทาง จำนวนผู้โดยสาร ชั้นโดยสาร เมื่อใส่รายละเอียดครบถ้วนแล้ว กด ค้นหา 

รอสักพัก แอพจะค้นหาเที่ยวบินจากสายการบินต่างๆมาให้เราได้เลือกและมีเปรียบเทียบราคาให้ โปรดสังเกตครับ จะมีคำว่า “ดีลสำหรับแอป” ซึ่งบอกว่าราคาถูกกว่า ผมตามไปแช็คแล้วว่ามันราคาถูกกว่าจองจากสายบินโดยตรงหรือไม่ คำตอบคือ ถูกกว่าจริงครับ ถึงจะถูกกว่าไม่กี่บาท แต่ก็ถูกกว่าครับ

จุดเด่นที่ขอแนะนำ เมื่อกดที่เมนู “จัดลำดับ” จะสามารถเรียงลำดับผลการค้นหาได้ตาม ราคาต่ำสุด เวลาออกเดินทาง เวลาถึงที่หมาย และระยะเวลาในการเดินทาง หรือถ้าต้องการ “จำกัดการค้นหา” ที่เฉพาะมากขึ้น เช่น บินตรง เฉพาะบางสายการบิน เป็นต้น

อีกฟังก์ชั่นพิเศษ ให้เราสังเกตคำว่า “Smart Combo” ที่จะช่วยจับคู่เที่ยวบินไป-กลับให้เราโดยอัตโนมัติ ทำให้ราคาตั๋วถูกลงอีก

ขั้นตอนที่ 2 จองและชำระเงิน

จองและชำระเงิน

หลังจากเลือกเที่ยวบินได้แล้ว กดใส่รายละเอียดการติดต่อและรายละเอียดผู้โดยสาร จากนั้นตรวจสอบรายละเอียดการจอง กดดำเนินการต่อ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน

อีกหนึ่งข้อดีของ Traveloka คือการมีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย เอาใจคนไทยสุดๆ ด้วย 4 ช่องทางการชำระเงิน ได้แก่ เคาน์เตอร์เพย์เมนต์ (7-11, Big-C, m-Pay, Pay@Post, TOT Just Pay, true money, FamilyMart และ Tesco Lotus), เอทีเอ็ม, บัตรเครดิต/บัตรเดบิต และ อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง น่าจะครอบคลุมทุกอย่างที่มีในไทยแล้ว

2. วิธีการใช้งานแอพ Traveloka ค้นหาและจองโรงแรม

การใช้งานแอพ Traveloka ในการค้นหาและจองโรงแรม มีลักษณะการใช้งานใกล้เคียงกับการค้นหาตั๋วเครื่องบิน ค่อนข้างง่ายและขั้นตอนมีไม่เยอะ

ขั้นตอนที่ 1 ค้นหาโรงแรมและเปรียบเทียบราคา

ค้นหาและจองโรงแรม

เพียงเราใส่รายละเอียดปลายทาง วันเข้าพัก ระยะเวลา จำนวนผู้เข้าพัก และจำนวนห้อง แล้วกด ค้นหา

Traveloka จะค้นหาโรงแรมในพื้นที่ให้ พร้อมรายละเอียด ราคา คะแนน ฯลฯ เมื่อกดเลือกโรงแรมที่เราสนใจ แอพจะแสดงรายละเอียดของโรงแรมมากขึ้น สามารถดูภาพสถานที่ต่างๆของโรงแรม แผนที่สถานที่ตั้งของโรงแรม รวมถึงรีวิวและความคิดเห็นของผู้ที่เคยเข้าพัก (น่าจะเป็นส่วนของข้อมูลที่สำคัญ ที่ผู้ใช้อยากทราบรายละเอียดก่อนจองที่พัก)

เลือกห้องและจองห้อง

เมื่อดูรายละเอียดของโรงแรมโดยรวมเป็นที่พอใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือเข้าดูรายละเอียดของแต่ละห้อง ดูภาพตัวอย่างของพัก จากนั้นกด เลือกห้องพัก ใส่รายละเอียดผู้เข้าพัก ถ้าหากจองให้เพื่อนก็สามารถใส่รายละเอียดของคนเข้าพักได้ จากนั้นเลือก ดำเนินการต่อ เพื่อเข้าสู่ระบบชำระเงิน ซึ่งเราก็สามารถชำระเงินผ่าน 4 ช่องทาง ได้เช่นกัน ได้แก่ เคาน์เตอร์เพย์เมนต์, เอทีเอ็ม, บัตรเครดิต/บัตรเดบิต และ อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง

ข้อดีของการจองโรงแรม เรามักจะเจอค่าอื่นๆอีกตอนจะชำระเงิน แต่ Traveloka รับประกันให้เราว่า ราคาที่แสดงอยู่บนผลลัพธ์การค้นหา คือราคาสุดท้ายที่เราจะต้องจ่ายจริง ไม่มีค่าธรรมเนียมการจอง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใดๆเพิ่มเติม ซึ่งก็รวมทั้งการจองตั๋วเครื่องบินด้วยเช่นกัน (อันนี้ดี)

สรุปโดยรวม

  • ราคาถูกกว่าจองโดยตรงจากสายการบินหรือโรงแรม
  • มีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย แทบจะครอบคลุมทุกระบบในไทย
  • ไม่มีค่าธรรมเนียม เพิ่มเติม ราคาจริงตามผลค้นหา
  • ระบบเปรียบเทียบราคา ระบบจัดเรียงข้อมูล ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจ
  • มีโปรโมชั่นและระบบแจ้งเตือนราคา สำหรับคนรอตั๋วราคาถูก
  • มีบ้างในบางครั้งระบบการจองตั๋วเครื่องบินไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายของสายการบินได้
  • ปัจจุบันยังให้บริการครอบคลุมในบางประเทศ(ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์)

อื่นๆ ที่ควรทราบ

Traveloka มีบริการ 24 ชั่วโมง ผ่านทางโทรศัพท์ 02-118-5400 และผ่าน Live Chat ที่หน้าเว็บไซต์ และบนเฟสบุ๊คเพจ (FB Traveloka)

นอกจากการใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น ยังสามารถเข้าไปใช้งานผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ Traveloka.com

รีวิวหนังสือ จอนนี่ ไอฟฟ์: นักออกแบบอัจฉริยะ เบื้องหลังความสำเร็จของ Apple

หนังสือ จอนนี่ ไอฟฟ์: นักออกแบบอัจฉริยะ เบื้องหลังความสำเร็จของ Apple

หนังสือ จอนนี่ ไอฟฟ์: นักออกแบบอัจฉริยะ เบื้องหลังความสำเร็จของ Apple

ผู้เขียน Leander Kahney (ลีนแอนเดอร์ เคนีย์)

ผู้แปล ณงลักษณ์ จารุวัฒน์

336 หน้า

สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์

ตีพิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2557

หนังสือเล่มนี้อ่านจบไปได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่พึ่งมีโอกาสมาเรียนรีวิวสรุปเนื้อหาและสิ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้เก็บไว้ก่อนที่จะลืมไปก่อน เขียนรีวิวหลังอ่านจบครั้งแรกไว้ใน Goodreads ไว้ดังนี้ครับ

เป็นหนังสือที่อ่านสนุก ถ้าใครเป็นแฟนผลิตภัณฑ์ของ Apple จะอ่านสนุกมากขึ้น ได้รู้ถึงวิวัฒนาการการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงอุสาหกรรมของ Apple แนวความคิด ภาษาการออกแบบ ความใส่ใจถึงขั้นหมกมุ่นของทีมออกแบบ ขั้นตอนการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคขั้นสูงของ Apple ที่น่าทึ่ง เป็นหนังสือที่อ่านสนุกอีกเล่มหนึ่งเลยทีเดียว

รายละเอียดอื่นๆที่เขียนไว้ตอน update status ตาม page ที่อ่านถึง

  • page 23: “จอนนี่เป็นเด็กจากอังกฤษและมีผลการเรียนที่ดีเยี่ยม เลือกเรียนการออกแบบตั้งแต่แรก โดยบุคคลที่สำคัญคอยสนับสนุนเขาตลอดมาคือพ่อของเขาซึ่งเป็นช่างเงินและครูสอนการออกแบบ ดูเหมือนว่าความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบของเขาไม่ได้ถูกบังคับให้รัก แต่ถูกซึบซับมาจากพ่อเองอย่างเป็นธรรมชาติ”
  • page 41: “จอนนี่เรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 พร้อมกับรางวัลจากงานประกวดใหญ่ๆของประเทศอังกฤษ จากรางวัลอันหนึ่งที่ได้รับ เขาได้ไปดูงานที่อเมริกาเขาชอบที่นั้นมาก และมีหลายบริษัทที่อยากจะได้เด็กหนุ่มคนนี้ไปร่วมงานด้วย แต่เขาติดสัญญากับบริษัท RWG ที่เป็นคนให้ทุนเขาในการเรียนในระดับป.ตรี เขาจึงต้องกลับมาทำงานใช้ทุนที่นี้”
  • page 62: “ตอนนี้จอนนี่เข้ามาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของ Tangerine รับงานออกแบบและเป็นที่ปรึกษาออกแบบผลิตภัณฑ์ใฟ้กับบริษัทตั้งแต่เล็กๆจนถึงบริษัทนานาชาติใหญ่ๆ ในงานที่ทำให้ Apple บรันเนอร์ประทับใจมากและชวนจอนนี่เป็นครั้งที่ 3 ให้มาทำงานที่ Apple และเขาก็ตกลง”
  • page 72: “Apple ใช้บริการออกแบบผลิตภัณฑ์จาก studio ข้างนอก บริษัท Frog Design แต่ผู้บริหารก็พยายามที่จะทำเองเหมือนกัน ผู้ที่เป็นผู้บุกเบิกที่ทำ Design Studio ภายใน Apple เองคือ โรเบิร์ต บรันเนอร์ เขาคือผู้ที่ค้นหาและชวนนักออกแบบที่เก่งๆให้เข้ามาทำงานที่ Apple จอนนี่คือหนึ่งในนั้น”
  • page 82: “Newton MessagePad 110 คือ ผลงานแรกๆที่สร้างชื่อให้จอนนี่หลังจากเข้ามาทำงานกับ Apple ได้ไม่นาน ผลงานการออกแบบกดฝาปิดจอลงไปแล้วเด้งฝาเปิดออกมา และการกดปากที่ใช้เขียนจอแล้วเด้งออกมาจากที่เก็บ ปัจจุบันเราอาจจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก่อนหน้านั้นไม่เคยมีอะไรแบบนี้ ผลงานออกแบบชิ้นนี้ทำให้จอนนี่ได้รับรางวัลจากสถานบันออกแบบมากมาย แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยไปรับรางวัลเลยสักอัน”
  • page 108: “นักออกแบบที่สำคัญอย่างมากในการวางรากฐานแนวทางการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ที่ถือว่าเป็นหัวใจและเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก แนวทางของเขาจะใช้ Design นำ Engineer แนวทางของนักออกแบบผู้นี้คือออกแบบผลิตภัณฑ์เสร็จสิ้นแล้วค่อยไปคุยกับฝ่าย Engineer เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นทำงานได้จริง ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ดูโดดเด่นสวยงาม นักออกแบบท่านนี้ คือ “Robert Brunner” ชายผู้จ้าง Johnny Ive เข้ามาทำงานที่ Apple”
  • page 114: “อ่านถึงตรงนี้ กลายเป็นว่า Steve Jobs ต่างหากที่เป็นคนวางรากฐานการใช้การออกแบบขับเคลื่อนองค์กร แต่เมื่อเขาถูกไล่ออกจากบริษัท Apple วิธีคิดแบบเก่าๆก็กลับมา วิศวกรมีอำนาจมากว่า และ Robert Brunner ก็เป็นคนพยายามนำมันกลับมาอีกครั้ง”

ตอนที่อ่านหนังสือจะมีการกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ที่จอนนี่ออกแบบ โดยจะบรรยายลักษณะต่างๆโดยละอียด แต่ถ้าอยากเห็นว่าหน้าตาผลิตภัณฑ์นั้นเป็นอย่างไรให้เปิดไปดูที่ส่วนตรงกลางจะมีภาพประกอบบางส่วนให้ดูประกอบ จะทำให้ได้อรรถรสในการอ่านมากขึ้น แต่ขอแนะนำว่าให้เราอ่านอย่างเดียวก่อน จินตนาการถึงผลิตภัณฑ์นั้น จากนั้นค่อยเปิดดูรูปอีกทีจะได้รู้ว่าสิ่งที่เราจินตการถึงกับรูปจริงเหมือนหรือต่างกันแค่ไหน ทำให้อ่านหนังสือเล่มนี้สนุกมากขึ้นเยอะเลยครับ

ภาพประกอบงานการออกแบบของจอนนี่ ไอฟฟ์

บางตัวไม่มีรูปประกอบ แนะนำให้ค้นหารูปในกูเกิลดูประกอบเลยครับ รวมทั้งวิดีโอสัมภาษณ์ โฆษณา การเปิดตัวสินค้าของ Apple ที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือ ถ้าเราเปิดดูไปด้วยจะทำให้อ่านสนุกขึ้นมากเลยครับ

ตัวอย่างวิดีโอ ที่ดูแล้วจะทำให้อ่านหนังสือ จอนนี่ ไอฟฟ์: นักออกแบบอัจฉริยะ เบื้องหลังความสำเร็จของ Apple สนุกมากขึ้น

วิดีโอที่แนะนำ Unibody Macbook ที่เปลี่ยนการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple ให้ยึดแนวทางนี้กับเกือบจะทุกผลิตภัณฑ์ จอนนี่ ไอฟฟ์ ขึ้นนำเสนอบนเวทีตั้งแต่เวลา 10:30 นาที น้อยครั้งมากๆที่จะเห็นเขาขึ้นนำเสนอผลิตภัณฑ์บนเวที แต่ในวิดีโอโฆษณาจะมาบ่อย

https://youtu.be/-rJRMafcRUU?t=10m30s

วิดีโอนี้จะเห็นขั้นตอนการผลิต Unibody Macbook Pro ซึ่งนำการผลิตแบบนำเทคนิค CNC มาใช้ในระดับอุตสาหกรรม ทำให้ได้งานที่มีคุณภาพสูงและมีรายละเอียดที่แม่นยำ แต่การผลิตสินค้าจำนวนมากด้วยวิธีนี้จะทำให้ผลิตได้ช้าและต้นทุนสูงมาก แต่ Apple สามารถลดต้นทุน ทั้งยังผลิตได้เร็ว ยังเป็นความลับอยู่ว่าทำได้ยังไง แต่ Apple ลงทุนกับโรงงานนี้ด้วยเงินมหาศาลมาก กว้านซื้อเครื่อง CNC จากญี่ปุ่นแทบจะทุกเครื่องที่บริษัทผลิตเครื่อง CNC ผลิตได้เลยทีเดียว

การให้สัมภาษณ์ของจอนนี่ ไอฟฟ์ ที่หลายคนคิดว่าฉากด้านหลังที่เขานั่งอยู่คือห้องออกแบบของบริษัท Apple แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เป็นแค่ห้องช่างธรรมดาที่เขามานั่งให้สัมภาษณ์ ห้อง Studio ออกแบบ ที่จอนนี่ ไอฟฟ์และทีมงานออกแบบของเขาทำงานอยู่ถือเป็นห้องที่ลึกลับมาก มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่สูงมาก มีแค่ไม่กี่คนในบริษัทที่สามารถเข้าออกห้องนั้นได้ การรักษาความลับผลิตภัณฑ์ของ Apple นั้นเข้มงวดมากจะไม่มีใครได้เห็นมันจนกว่าจะมีงานเปิดตัว ส่วนใหญ่ที่เราเห็นข่าวว่ามีภาพหลุดส่วนใหญ่จะมาจากขั้นตอนการผลิตแล้วทั้งสิ้น ซึ่งโรงงานจะอยู่ในประเทศจีนเกือบจะทั้งหมด อย่างเช่น Apple Watch ไม่มีใครเห็นข่าวรั่วของสินค้าเลยจนกระทั้งมันเปิดตัว

คลิปวิดีโอที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือ จอนนี่ ไอฟฟ์กล่าวรำลึกถึงสตีฟ จ๊อบส์ เขาได้เล่าถึงความสนิทสนมของเขากับสตีฟ จ๊อบส์ที่เป็นมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง การถูกหัวเราะทุกครั้งที่ออกเสียง “อะลูมินุม” แบบ British accent

อีกหนึ่งการออกมาให้สัมภาษณ์ของจอนนี่ ไอฟฟ์ เกี่ยวกับเรื่องการรออกแบบ ซึ่งน้อยครั้งมากที่เขาจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแบบถาม-ตอบแบบยาวๆ ในการให้สัมภาษณ์อันนี้ แสดงให้เห็นถึงการทำงานของเขากับทีมงาน ถ้าพูดถึงการออกแบบที่บริษัทเขาจะใช้คำว่า “We” คือ “พวกเรา” แทนการกล่าวถึงตนเอง เป็นการแสดงถึงการให้เกียรติกับเพื่อนร่วมงานที่ช่วยกันในการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมกัน และวิดีโอนี้ยังแสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาของเขาเมื่อต้องพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่ลอกการออกแบบของทีมของเขาไป

วิเคราะห์ความเป็นจอนนี่ ไอฟฟ์

จอนนี่เกิดมาเพื่อจะเป็นนักออกแบบ พ่อของเขามีส่วนกับการปลูกฝั่งในเรื่องการออกแบบอย่างมาก เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่เด็กและฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอด (ถ้าอยากประสบความสำเร็จ ต้องรู้จักตัวเองให้ไวแล้วมุ่งหน้าไปให้สุดแรง) จอนนี่ได้รับรางวัลการออกแบบแทบจะทุกสถาบันแต่ไม่ค่อยจะไปรับรางวัลเลย เขามีแนวทางการออกแบบชัดเจนมาก

แนวทางการออกแบบของจอนนี่ ไอฟฟ์ คือ Minimalism น้อยคือดี ทำให้คนทั่วไปดูแล้วเหมือนไม่มีการออกแบบอยู่ในนั้นเลย ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นทิ้งไป สีขาว ใส่ใจกับทุกรายละเอียด แม้ส่วนที่คนใช้จะมองไม่เห็น ทำต้นแบบจริงหลากหลายแบบออกมาให้ได้สัมผัส งานออกแบบนำงานด้านวิศวกรรมเสมอ

จอนนี่ไม่น่าจะเป็นลูกจ้างใครได้ เขาไม่สามารถทำงานในบริษัทที่รับจ้างออกแบบได้เพราะการออกแบบที่เขาอยากทำกับคนจ้างงานถ้าไม่ตรงกัน ผู้จ้างงานจะเป็นคนตัดสินใจนั้นทำให้เขาอึดอัดใจที่จะทำมัน แต่เมื่อเขาเป็นคนคุมการออกแบบเองอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ตัวเขาเอง ความคิดสร้างสรรค์จึงเบ่งบานได้มากกว่า

หลายคนคิดว่าเขาเป็นคนที่น่าจะขึ้นมาเป็น CEO ของ Apple แทนสตีฟ จ๊อบส์ ด้วยซ้ำไป เพราะดูจากความเข้ากันกับแนวทางการทำงานของสตีฟ จ๊อบส์ และวัฒนธรรมการทำงานของ Apple ด้วย แต่ดูเหมือนเขาไม่อยากยุ่งกับงานบริหารด้านอื่นเลย เขาสนใจแค่เรื่องออกแบบ และคนที่เป็น CEO จะต้องเป็นคนทำให้เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการด้วย และดูเหมือนทิม คุกจทำหน้าทีได้อย่างดีเยี่ยม

เคยมีคนคิดว่าจอนนี่ ไอฟฟ์จะลาออกจาก Apple หรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ยากมากๆ ถ้าจะเกิดขึ้นน่าจะเป็นตอนที่สตีฟ จ๊อบส์ ลงจาก CEO และเสียชีวิตไปในเวลาต่อมา ช่วงนั้นน่าจะมีการแย่งชิงอำนาจของลูกรักลูกชังกันตอนหัวเรือไม่อยู่ แต่กลับเป็นว่าจอนนี่ ไอฟฟ์ได้อำนาจมากขึ้นแทบจะเรียกว่าในบริษัท Apple ทีมงานของเขาดูจะเป็นคนคุมบริษัททั้งหมดอยู่แล้ว โอกาสที่เขาจะไปจาก Apple เหมือนจะผ่านไปแล้ว อีกอย่าง ทิม คุก ก็อยู่ข้างเขาเต็มตัว โอกาสที่จะจาก Apple ไปน่าจะมีน้อยมากๆ นอกเสียจากจะวางมือเอง

จอนนี่ ไอฟฟ์ถูกมองว่าเป็นไอคอนคนใหม่แทนสตีฟ จ๊อบส์ในบริษัท Apple ไปแล้ว ทุกคนดูจะคาดหวังผลงานการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ จากทีมของเขามากกว่าทุกทีมใน Apple และเราก็เชียร์อยู่เช่นกันให้เขาทำมันสำเร็จ

QuizUp เกมแข่งตอบคำถามสำหรับแฟนพันธุ์แท้ (ดาวน์โหลดฟรี)

เกม QuizUp

QuizUp เป็นเกมเล่นตอบคำถามแข่งกันแบบ 1-1 ในหัวข้อเรื่องที่สนใจ ล่าสุดมีคำถามมากว่า 400,000 คำถาม ตามหัวข้อมากกว่า 620 เรื่อง มีระบบ Social network สามารถแชทกันได้ คะแนนจากการแข่งขันจะสะสมเป็น exp แล้วจัดอันดับคะแนนตามหัวข้อเรื่องนั้นๆโดยจัดอันดับตามระดับคะแนนจากผู้เล่นทั่วโลกหรือเลือกจัดอันดับภายในประเทศก็ได้ ประกาศให้ชาวโลกรู้ว่าฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้เรื่องนี้

สามารถที่จะทำ Challenge กับเพื่อนตามหัวข้อที่เลือกได้ ทำให้เแข่งกันในกลุ่มเพื่อนๆที่ชอบเรื่องเดียวกันได้ ในหนึ่งเกมการแข่งขัน จะมีทั้งหมด 7 คำถาม แต่ละคำถามมีตัวเลือก 4 ตัวเลือก มีตอบคำถามเวลา 10 วินาทีต่อหนึ่งข้อ คะแนนเต็มข้อละ 20 คะแนน ถ้าตอบช้าคะแนนจะลดลงเรื่อยๆ ข้อสุดท้ายจะเป็นคะแนนคูณสอง(นำมาดีสุดท้ายคู่แข็งพลิกกลับมาชนะเพราะข้อสุดท้ายซะงั้น) ดังนั้นคะแนนเต็มคือ 160 คะแนน (6×20)+(1×40)

ขอบอกว่าคำถามแต่ละคำถามไม่ง่ายเลยนะ ถ้าไม่ใช่แฟนพันธ์แท้ในเรื่องนั้นจริงๆ เดาได้ยากเลยล่ะ ในการแข่งขันกันตอบคำถาม มีเวลาบีบให้ตอบเร็วๆทำให้เกมตื่นเต้นและสนุกมากขึ้นเยอะเลย และเราก็จะเห็นคะแนนของคู่แข่งที่ตอบปัญหาในข้อเดียวกันนั้นตลอดการแข่งขันด้วย เมื่อจบการแข่งขันจะมีการสรุปผลการแข่งขัน การตอบคำถามแต่ละข้อเป็นอย่างไร คะแนนที่ได้ ค่าคะแนนประสบการณ์ถ้าชนะคู่แข่งจะได้รับโบนัสคูณคะแนนที่ได้จากการตอบคำถามเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ยกตัวอย่างหัวข้อในการแข่งขันที่น่าสนใจ

หัวข้อใน QuizUP
  • Business/ Android/ Apple/ Google/ Microsoft/ Tech
  • Sport/ Soccer/ Man Utd/ Liverpool/ Chelsea/ Arsenal/ Real Madrid/ Bayern Munich/ FC Barcelona
  • Games/ DotA/ Final Fantasy/ Halo/ PlayStation Games/ World of Warcraft
  • Music/ The Beatle/ Coldplay/ Eminem/ Grammys/ Michael Jackson/ Pop/ Kpop
  • Geography/ Asia/ US/ UK
  • Movies/ Batman/ Harry Potter/ LOTR/ James Bond/ Marvel / Pixar/ Oscar/ Star Wars
  • Science/ Biology/ Chemistry/ Computer Science/ Medical
  • Educational/ Math/ Words/ Grammar/ Spelling
  • Nature/ Cats/ Dogs/ Birds

วิธีการเล่น

วิธีการเล่นเกม QuizUP เลือกหัวข้อ>>เลือกเพื่อนที่จะแข่งด้วยหรือสุ่มเอง>>เล่นเกม
  1. ดาวน์โหลดและติดตั้งเกม QuizUP ลงสมาร์ทโฟนมีทั้ง Android และ iOS (ลิงค์โหลดด้านล่าง)
  2. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ล็อกอินเข้าระบบ ใช้บัญชีของ Facebook, Twitter หรือ Google ก็ได้ในการสมัครเล่นเกม
  3. เลือกหัวข้อที่จะเล่นเกมตามความชอบ ความถนัด
  4. เลือกเล่นเกมเลยก็ได้ ระบบจะสุ่มหาเพื่อนที่อยู่ในเกมมาแข่งกับเราโดยอัตโนมัติห รือจะ Challenge กับเพื่อนในเกมก็ได้เช่นกัน
  5. เริ่มเล่นเกม อ่านโจทย์และกดตัวเลือกที่ถูกต้องในเวลาที่กำหนด

บทสรุป

ต้องมีบางเรื่องที่เราสนใจมากๆจนเป็นแฟนตัวยงหรือแฟนพันธุ์แท้อยู่อย่างแน่นอน ลองเลือกดูในหัวข้อนั้นขึ้นมาแล้วให้ระบบสุ่มหาเพื่อนมาแข่งขันกับเรา พยายามเก็บคะแนนให้เราเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องนั้นๆให้ได้ ให้รู้ไปเลยว่าเรื่องนี้ฉันจะเป็นที่หนึ่ง เป็นเกมที่สนุกมากเลยทีเดียว อยากให้ได้ลองเล่นกัน

หัวข้อที่เป็นอันดับหนึ่งในไทย เกม QuizUP

ล่าสุดตอนนี้ผมได้ไปจองตำแหน่งอันดับหนึ่งในเมืองไทยของหัวข้อต่างๆเหล่านี้ไว้แล้ว ใครอยากล้มแชมป์กดเข้าไปเล่นในหัวข้อเหล่านี้ได้เลยครับ

  • Action-Advanture Movies
  • Apple
  • Google
  • Android
  • Microsoft
  • Tech
  • The Internet
  • Batman Movies

ดาวน์โหลดเกม QuizUP

   

Control Center ใน iOS7 มีให้โหลดแล้วใน Android ???

Control Center

Control Center แอพพลิเคชั่นรวมคำสั่งควบคุมการทำงานของเครื่อง เช่น การเปลี่ยนโหมดการทำงาน เปิด-ปิด Wifi ไฟฉาย เพิ่ม-ลดเสียง แสงสว่างหน้าจอ เป็นต้น วิธีการใช้งานเพียงสไลด์ที่หน้าจอจากด้านล่างขึ้นบน ศูนย์ควบคุมก็จะถูกเปิดขึ้นมา เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ของ iOS 7 แต่ความจริงแล้วใน Android มีมานานแล้วและวิธีเปิดทำได้โดยการสไลด์หน้าจอจากด้านบนลงล่าง รวมอยู่กับ Notification แล้วยังไงต่อ ฟีเจอร์ของ iOS 7 มันมาอยู่ใน Android ได้ยังไง ทั้งๆที่ iOS 7 ยังอยู่ใน beta 4 อยู่เลย และยังไม่ได้ปล่อยอัพเดตให้ลูกค้าทั่วไปได้ใช้กันเลย แล้ว Android เอามาใช้ก่อนซะอย่างงั้น

อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือแม้ว่าใน Android จะมีฟีเจอร์นี้มานานแล้ว แต่ใน iOS 7 กลับทำออกมาดูดีกว่าซะงั้น ซึ่งถ้าดูจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านๆมา Apple ก็ทำแบบนี้อยู่เสมอเอาของคนอื่นมาทำต่อ(ลอก,แรงบันดาลใจ)แล้วก็มักจะทำออกมาได้ดีเสียด้วย Control Center น่าจะเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

เอาเป็นว่ามาพูดถึงแอพพลิเคชั่น Control Center สำหรับ Android ที่ไป Copy&Past หน้าตาของ iOS 7 มาซะทุกอย่าง จน Apple ต้องรองขอให้ Google ถอดแอพพลิเคชั่นดังกล่าวออกจาก Play Store ซึ่ง Google ก็ทำตามคำร้องขอโดยถอดแอพพลิเคชั่นดังกล่าวออก แต่ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นก็ไม่หมดความพยายามเปลี่ยนชื่อแล้วส่งขึ้น Play Store ใหม่ ตอนนี้ก็ยังสามารถโหลดได้อยู่นะ ว่าแล้วไปโหลดมาลองเล่นดูได้นะครับ

ดาวน์โหลด Control Center สำหรับ Android ได้ที่ https://play.google.com ต้องรีบนะเดี๋ยวอาจจะถูกถอดออกอีกครั้งก็เป็นได้

Evernote Food แอพช่วยบันทึกเมนูและร้านอาหารที่เคยไปกินมาแล้ว

Evernote Food

เวลาไปกินข้าวที่ร้านอาหารร้านใหม่ที่ไม่เคยไปกินมาก่อน ผมมักชอบจะบันทึกรายละเอียดเบื้องต้นของร้านนั้นไว้ มีประโยชน์สำหรับการเอามาอวดเพื่อนหรือเอาไว้แนะนำบอกต่อถ้ามันอร่อย แอพพลิเคชั่นที่ใช้สำหรับบันทึกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของ Evernote ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “Evernot Food” มีให้โหลดทั้ง Android และ iOS

เคยใช้ตั้งแต่ตอนเล่น iPod Touch ตอนนี้ในมือถือ Android ก็ต้องมีแอพนี้อยู่ การใช้งานค่อนข้างไม่ยุ่งยาก ถ่ายรูปอาหารที่เราสั่งมาทาน หรือสถานที่ร้าน บรรยากาศ ใส่รายละเอียดชื่อร้าน ระบุตำแหน่งลงในแผนที่ ซึ่งข้อมูลบางส่วนจะถูกดึงมาจาก Foursquare ทำให้สะดวกมาขึ้นถ้าต่ออินเทอร์เน็ตตอนบันทึก แต่ไม่มีเน็ตก็ยังบันทึกได้ แล้วเมื่อต่อเน็ตโปรแกรมจะ Sync เข้าไปเก็บใน Evernote ให้อัตโนมัติหรืออัตโนมือก็ได้เช่นกัน โดยใช้บัญชีเดียวกันกับ Evernote เลย

เราก็บันทึกเก็บไว้ตั้งแต่ร้านหรูในห้างไปจนถึงร้านตั้งขายข้างถนน หลังจากที่บันทึกมานานพบว่าเป็นคลังร้านอาหารที่เยอะพอสมควรส่วนใหญ่ก็อยู่ใกล้กับที่ทำงาน ที่พัก สะดวกมากขึ้นตอนหยิบขึ้นมาให้เพื่อนได้ดูว่าร้านนี้อยู่ตรงไหน เคยไปทานมาแล้ว รสชาดอาหารเป็นอย่างไรบ้าง บางครั้งเมื่อทานเสร็จอาจต้องเปิดแอพมาลงความเห็นไว้ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่อันนี้ไม่ค่อยได้ทำเท่าไหร่นัก ทำแค่ถ่ายรูปร้าน เมนูอาหาร อาหารที่สั่ง กินจนอิ่มแต่มักจะลืมให้ความคะแนนบ่อยๆ แต่เมื่อเปิดมาดูภายหลังก็ยังพอจำได้นะว่าอร่อยหรือไม่อย่างไร

Evernote Food for Android

นอกจากนี้ใน Evernote Food ยังมีฟีเจอร์อื่นอีก เช่น การค้นหาร้านอาหารที่ใกล้กับจุดที่เราอยู่(Restaurants) ข้อมูลการทำอาหารเมนูใหม่ๆ(Explore Recipes) ยอมรับว่าไม่ค่อยได้ใช้งานเลย หลักๆมีเพียงบันทึกเมนูอาหารและร้านอาหารที่ไปทานมา(My Meals) เท่านั้น ซึ่ง Evrnote Food ก็ทำหน้าที่ตรงนี้ได้อย่างดีเยี่ยม และแน่นอนว่าเมื่อใช้บัญชีของ Evernote เราก็สามารถเข้าถึงข้อมูลตรงนี้ได้จากหลายๆอุปกรณ์ทั้งมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ นับว่าสะดวกมากๆเลยทีเดียว

สรุปว่าชอบแอพพลิเคชั่นตัวนี้มากครับ เลยเอามาแนะนำเพื่อนๆ ใครที่ชอบถ่ายรูปอาหาร แทนที่จะมีแค่รูปอาหาร ก็บันทึกรายละเอียดของร้านไว้ด้วยเลยด้วยก็ดีนะครับ

ดาวน์โหลด Evernote Food ได้ที่ Google Play Store และ App Store 

แอพ Notes ที่เข้าถึงได้ง่าย ได้เร็ว จากทุกอุปกรณ์พกพา

Notes and Google Keep

แต่ก่อน ผมมีสมุดบันทึกเล่มเล็กๆติดตัวเสมอ เอาไว้จดข้อมูลเล็กๆน้อยๆ รหัส ข้อความสั้นๆ พวกข้อมูลส่วนตัว หรืออะไรอื่นๆที่อยากจะจด ต้องมีข้อมูลที่เข้าถึงได้เร็วเมื่อจำเป็น ถ้าสมุดเล่มเล็กๆนั้นเต็มจะมีเล่มใหม่มาแทน แต่ข้อมูลบางอันก็จะถูกย้ายมาด้วยเสมอ

แม้จะเข้ามาถึงยุคที่เรามีอุปกรณ์พกพาที่ทำอะไรได้หลายอย่าง แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนไปเลยก็คือ การจดบันทึกสั้นๆ ตอนที่ใช้ iPod Touch ก็จะใช้ Notes จดบันทึก แต่เมื่อย้ายมาใช้ Android ก็เปลี่ยนมาใช้ Google Keep สิ่งหนึ่งที่จำเป็นและไม่เปลี่ยนเลยคือ การจดแบบสั้นๆ กับการเข้าถึงได้ง่ายจากทุกที่ที่ต้องการ ถ้าหากอยากได้ข้อมูลเหล่านั้นต้องสามารถ Copy&Pase ได้ หรือแม้แต่การส่งข้อมูลจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่ง(มือถือ<–>คอมฯ) ตัวแอพนี้ต้องรองรับและทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ จึงเป็นสิ่งคัญที่ขาดไม่ได้เสียเลย

สิ่งที่ต้องการจากแอพพลิเคชั่นแบบนี้มีแค่ 2 ข้อ

  1. เน้นเข้าถึงง่าย จดเร็ว จดง่าย Sync ข้อมูลได้เร็ว
  2. เข้าถึงได้จากหลากหลายอุปกรณ์ มือถือ แท็ปเล็ต คอมพิวเตอร์

ถ้าเป็น iOS ก็ต้องแอพ “Notes” ที่ติดมาพร้อมกับเครื่องอยู่แล้ว ส่วน Android ก็ต้องเป็น “Google Keep

แอพพลิเคชั่นลักษณะที่กล่าวถึงนี้จะต่างจากแอพพลิเคชั่นจดบันทึกแบบจริงจังอย่าง Evernote ที่เราก็ใช้อยู่เป็นประจำเหมือนกัน ซึ่งแยกกันอย่างชัดเจน หากบันทึกที่มีรายละเอียดเยอะ มีองค์ประกอบหลายอย่าง มีภาพ มีลิงค์ มีวิดีโอ จะใช้ Evernote เป็นหลัก

ก่อนที่ Google Keep จะเปิดตัว ยอมรับว่าการหาแอพพลิเคชั่นแบบนี้ใน Android แบบตามความต้องการแค่ 2 ข้อนั้นยากมาก แต่หลังจากที่ Google Keep เปิดให้ใช้งานจึงค่อนข้างตอบโจทย์ที่เราต้องการมาก ตอนนี้ถ้าคิดจะซื้ออุปกรณ์พกพาอะไรใหม่ รองรับ Notes ที่เข้าถึงได้จากทุกที่ได้หรือไม่ เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาร่วมด้วยเสมอไป

ใช้งาน Google Keep ได้ที่ https://drive.google.com/keep

Google Keep (Android)

วิธีสั่งซื้อ iPad mini ออนไลน์ พร้อมสลักชื่อไว้ด้านหลัง

วิธีสั่งซื้อ iPad mini ออนไลน์ พร้อมสลักชื่อไว้ด้านหลัง มีสิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนสั่งซื้อ ได้แก่ บัตรเครดิต และ ที่อยู่ของผู้รับ ส่วนขั้นตอนนั้นไม่ยาก Apple Store ออกแบบขั้นตอนการสั่งซื้อไว้ค่อนข้างง่ายไม่สับสน คลิกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว รอรับของที่บ้านได้เลย

ขั้นตอนการสั่งซื้อ iPad mini

  1. เข้าไปที่หน้าสั่งซื้อ iPad mini ของ Apple Store ของประเทศไทย https://store.apple.com/th/buy/home/shop_ipad/family/ipad_mini

    iPad mini ใน Online Store ของ Apple

  2. เลือกสี เลือกโมเดล ตามต้องการ (ผมเลือก iPad mini สีขาว รุ่น Wifi ความจุ 16GB ) เลือกแล้วกด Continue ต่อไป

    เลือกสี เลือกความจุ ของ iPad mini ตามความต้องการ

  3. ขั้นตอนนี้จะเป็นการสั่งให้สลักคำไว้ด้านหลังของเครื่อง ใส่ตัวอักษรได้ประมาณ 30 ตัวอักษรต่อแถว มีสองแถวให้ใส่ จะใส่คำอวยพร ใส่ชื่อตัวเอง หรือคำคมอะไรก็ได้ ตามใจเรา จะทำให้ iPad mini เครืองนี้พิเศษมีเครื่องเดียวในโลก! ตรวจสอบคำถูกต้องให้ดีแล้วกด Add engraving (หากไม่อยากใส่สลักคำไว้ด้านหลังก็กด continue ใต้คำว่า Skip engraving ได้เลยเช่นกัน)

    ใส่ชื่อหรือข้อความตามต้องการ

  4. ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการเลือกอุปกรณ์เสริม หากไม่ต้องการ ก็กด Add to Cart ได้เลย (ค่าเริ่มต้นของการซื้ออุปกรณ์เสริมจะเป็น none อยู่แล้ว)

    เลือก Accessary เพิ่มเติมได้

  5. ตรวจสอบการสั่งซื้ออีกครั้ง เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว กด Check Out Now

    ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

  6. ขั้นตอนต่อไป สังเกตุให้ดีว่าตอนนี้อยู่ในโหมด secure ที่ URL ต้องเป็น https:// ล็อกอิน Apple ID หรือจะเลือกเป็น Guess checkout ก็ได้ ผมมี Apple ID อยู่แล้ว ก็เลยล็อกอินบัญชีของตัวเอง

    ถ้าใครมี Apple ID อยู่แล้วก็ล็อกอินได้เลย

  7. ใส่ที่อยู่ผู้รับ และรายละเอียดส่วนของ Payment (บัตรเครดิต)

    รายละเอียดที่อยู่ของผู้รับ

  8. เสร็จแล้วตรวจสอบ Order รอ iPad mini ที่บ้าน

    เรียบร้อยแล้ว

ในระหว่างรอของเราสามารถเข้าไปแก้ไขรายการได้จนกว่าของจะถูกส่ง เช่น เปลี่ยนคำสลักคำด้านหลัง หรือยกเลิกการสั่งซื้อ และในระหว่างที่ iPad mini ถูกส่งแล้วจะมีอีกอีเมลมาแจ้งเตือน พร้อมทั้งหมายเลข tracking ติดตามดูสถานะได้ตลอด

ตัดข้ามมาอีก 2 สัปดาห์ <–เวลาตรงนี้จะขึ้นอยู่กับสถานะของสิ้นค้าที่เราสั่ง และค่อนข้างตรงเวลาทีเดียว (ของผม 13 วัน) ถ้าของมาส่งแต่ไม่มีผู้รับโดยตรง เขาจะส่งใบแจ้งไว้ให้ ว่าจะให้มาส่งใหม่อีกทีเมื่อไหร่ ภายใน 7 วัน หรือจะไปรับของเองก็ได้ ผมเลือกไปรับของมาเองเพราะไม่ได้ไกลจากที่อยู่มากนัก

กล่องเล็กแต่แข็งแรง

กล่องส่งของมา

แกะดูข้างใน

iPad mini นอนอยู่ในกล่อง
เปิดกล่องออกมา

นี้ไงคำสลักติดอยู่ด้านหลัง ไม่เหมือนใคร

คำสลักติดอยู่ด้านหลัง

เป็นอันจบการรีวิว เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับใครที่อยากซื้อเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษครับ

รวม Artwork รำลึกถึง สตีฟ จ๊อบส์ จากแฟนๆ

รวม Artwork จากแฟนๆทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็น Advertising Agency ที่ทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงการจากไปของสตีฟ จ๊อบส์ ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2011 ด้วยโรคมะเร็งตับ ซึ่งก็ครบรอบ 1 ปีแล้วในวันนี้ ใครอยากรู้จัก สตีฟ จ๊อบส์ มากขึ้น ลองเข้าไปอ่านที่เขียนไว้ตอนอ่านหนังสือชีวประวัติของเขาได้ที่นี้ครับ หนังสืออัตชีวประวัติของ สตีฟ จ็อบส์ โดย วอลเตอร์ ไอแซคสัน

วันนี้จึงหยิบเอา Artwork สวยๆ เหล่านั้นมาให้ชมกันอีกครั้งครับ ส่วนใหญ่เน้น เรียบง่าย และใช้สัญลักษณ์แทนคำพูด ที่มาของภาพทั้งหมดมาจากที่นี้นะครับ https://adsoftheworld.com/blog/steve_jobs_homage_ads/

นอกจากนี้ เราก็ได้เห็นการร่วมมือกันทำคลิปโฆษณาชุด “Think Different” จากกลุ่มเซเล็บแฟนของ สตีฟ จ๊อบส์ ในไทย เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Macthai ครับ ทำได้ซึ้งเลยทีเดียว


Advertising Agency: DDB, Dubai, UAE
Executive Creative Director: Shehzad Yunus
Art Director: Dinesh Gore
Copywriter: Shehzad Yunus


Advertising Agency: Raineri Design, Italy
Art Director: Gigi Pasquinelli


Advertising Agency: Agency4e7, Vienna, Austria
Creative Director: Alex Schönburg
Art Director: André Huber


Advertising Agency: Avrett Free Ginsberg


Advertising Agency: Federico Mauro, Rome, Italy
Creative: Federico Mauro


Creative: Daniel Rehpani


Advertising Agency: Periscope, Minneapolis, Minnesota, USA
Art Director: Brian Boord
Copywriters: Scott Dahl, Rob Peichel
Illustrator: Brian Boord


Creative: Enrique Espinoza


Advertising Agency: Maksim Fulltime, Guayaquil Ecuador
Chief Creative Officers: Jimmy Landaburu, Chuck Vallarino
Art Director: Jimmy Landaburu
Copywriter: Freddy Ordoñez


Advertising Agency: Redlime, Sri Lanka


Advertising Agency: Bang In The Middle, Gurgaon, India
Chief Creative Officer: Prathap Suthan
Art Director / Copywriter: Viral Pandya


Advertising Agency: agenta agenturgruppe, Münster, Hamburg, Berlin
Managing Directors: Oliver Grage, Andre Schmechta, Michael Hartung
Creative Directors: Dominik Heinrich, Christian Broll, Stefan Stumpe
Art Directors: Ulrich Hock, Manfred Teschlade, Bettina Schnake




Advertising Agency: DDB Cairo, Egypt
Creative / Illustrator: Ahmed El Habashy


Advertising Agency: Erwin Penland, USA
Executive Creative Director: Andy Mendelsohn
Associate Creative Directors: Stephen Childress, Rick Bryson


Advertising Agency: The Lab Ideas
Creative Director: Mariano Kalmus


Creative: Odysseas Galinos- Paparounis


Advertising Agency: Euro RSCG 360, Lyon, France
Executive Creative Director: Hugues Pinguet, Stéphane Morel
Art Director: Quentin Delachaux
Copywriter: Stéphane Le Frapper


Creative: Craig Fitzgerald


Eduardo Rodriguez
Copy and Art Director


Advertising Agency: Aayan Communication
Executive Creative Director: Fayyaz
Creative Director: Ali Saeed
Copy Writer: Faiz Ahmed



Advertising Agency: Extra Credit Projects, Grand Rapids, MI USA
Creative Director: Rob Jackson
Art Director: Josh Best
Copywriter: Scott Schermer


Advertising Agency: Mangomedia, Ciudad de Guatemala, Guatemala
Creative Director: Martin Cheren
Art Director: Martin Cheren
Copywriters: Martin Cheren, Massimiliano Ricci


Advertising Agency: San José, Costa Rica
Creative Director: David Carvajal
Art Director / Copywriter: David Carvajal


Advertising Agency: ACTIF Advertising Agency, Costa Rica


Advertising Agency: Publicis, Montreal, Canada
Creative Directors: Nicolas Massey, Carl Robichaud
Art Director: Carl Robichard
Copywriters: Nicolas Massey, Luc Mérineau


Advertising Agency: AUFBRUCH, Düsseldorf, Germany
Art Director: Alexander Gerlings
Junior Art Director: Magnus Siemens
Copywriter: Robert Meißner


Advertising Agency: Evolution Alexandria, Egypt
Art Director: Khaled Soliman


Advertising Agency: vollblutwerber
Creative: Malte C. Bayer


Advertising Agency: Leo Burnett, Sri Lanka


Advertising Agency: dlk estudio, Caracas, Venezuela
Creative: Joel Pallotta


Advertising Agency: Paradigmplus, India, Pune
Creative Director: Nitin Adake
Art Directors: Nitin Adake, Dinesh Sapkale
Copywriter: Nitin Adake
Typography: Nitin Adake, Dinesh Sapkale
Published: Octover 2011


Advertising Agency: Friday Creative
Creative: Milan Vuckovic


Creative: Elmalah Ahmed


Advertising Agency: Leo Burnett Colombia
Copywriter: Marvin Leiva
Art Director: Jorge Valencia


Advertising Agency: DDB, Cairo, Egypt
Creative / Art work : Muhammad Salah


Creative: Ahmed@TheYellowDesigns


Advertising Agency: Bader Rutter, USA
Creative Director: Mike Fredrick
Art Director / Copywriter: James Madsen

 

เปรียบเทียบสเปคและราคา iPhone 5, iPhone 4S, iPhone 4

พอดีว่าอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับสเปคและราคาของ  iPhone 5, iPhone 4S และ iPhone 4 ก็ไปเจอตารางที่ Apple ทำไว้อย่างดี เลยก๊อปมาทั้งดุ้น เผื่อมีคนสนใจ แม้แต่ iPhone 4 ที่เอาไว้ขายในราคาประหยัดเมื่อเทียบกับรุ่นใหม่ ยังราคาตั้ง 14,500 บาท ให้มีตังค์เหลือใช้เยอะๆค่อยว่ากันอีกที

A6 chip

A5 chip

A4 chip

สี

Black and Slate,   White and Silver
Black,   White
Black,  White

ขนาดและน้ำหนัก

  • Height: 123.8 mm (4.87 inches)
  • Width: 58.6 mm (2.31 inches)
  • Depth: 7.6 mm (0.30 inches)
  • Weight: 112 grams (3.95 ounces)
  • Height: 115.2 mm (4.5 inches)
  • Width: 58.6 mm (2.31 inches)
  • Depth: 9.3 mm (0.37 inches)
  • Weight: 140 grams (4.9 ounces)
  • Height: 115.2 mm (4.5 inches)
  • Width: 58.6 mm (2.31 inches)
  • Depth: 9.3 mm (0.37 inches)
  • Weight: 137 grams (4.8 ounces)

จอภาพ

  • 4-inch (diagonal) Retina display
  • 1136×640 resolution
  • 326 ppi
  • 3.5-inch (diagonal) Retina display
  • 960×640 resolution
  • 326 ppi
  • 3.5-inch (diagonal) Retina display
  • 960×640 resolution
  • 326 ppi

3G และ Wireless

  • GSM model: GSM/EDGE
  • UMTS/HSPA+
  • DC-HSDPA
  • CDMA model: CDMA EV-DO Rev. A and Rev. B
  • LTE3
  • Wi-Fi (802.11a/b/g/n; 802.11n on
    2.4GHz and 5GHz)
  • Bluetooth 4.0
  • GPS and GLONASS
  • GSM/EDGE
  • UMTS/HSPA
  • CDMA EV-DO Rev. A2
  • Wi-Fi (802.11b/g/n; 802.11n on
    2.4GHz)
  • Bluetooth 4.0
  • GPS and GLONASS
  • GSM model: GSM/EDGE
  • UMTS/HSDPA
  • CDMA model: CDMA EV-DO Rev. A
  • Wi-Fi 802.11b/g/n (802.11n on
    2.4GHz)
  • Bluetooth 2.1 + EDR
  • GPS

ซิมการ์ด

Nano-SIM
iPhone 5 is not compatible with existing micro-SIM cards.
Micro-SIM Micro-SIM

กล้องหลัง

8 megapixel

  • Autofocus
  • Tap to focus
  • LED flash
  • Backside illumination sensor
  • Five-element lens
  • Face detection
  • Hybrid IR filter
  • ƒ/2.4 aperture
  • Panorama

8 megapixel

  • Autofocus
  • Tap to focus
  • LED flash
  • Backside illumination sensor
  • Five-element lens
  • Face detection
  • Hybrid IR filter
  • ƒ/2.4 aperture
  • Panorama

5 megapixel

  • Autofocus
  • Tap to focus
  • LED flash
  • Backside illumination sensor
  • Four-element lens
  • ƒ/2.8 aperture

กล้องหน้า

1.2MP photos
720p HD video
Backside illumination sensor
VGA-resolution photos
VGA-resolution video
VGA-resolution photos
VGA-resolution video

วีดีโอคอล

FaceTime

  • iPhone 5 to any FaceTime-enabled device over Wi-Fi or 3G
  • Initiate video calls over a mobile network

FaceTime

  • iPhone 4S to any FaceTime-enabled device over Wi-Fi
  • Initiate video calls over a mobile network

FaceTime

  • iPhone 4 to any FaceTime-enabled device over Wi-Fi

บันทึกวีดีโอ

1080p HD video recording

  • 30 fps
  • Tap to focus while recording
  • LED light
  • Improved video stabilisation
  • Take still photos while recording video
  • Face detection

1080p HD video recording

  • 30 fps
  • Tap to focus while recording
  • LED light
  • Video stabilisation

720p HD video recording

  • 30 fps
  • Tap to focus while recording
  • LED light

หูฟัง

Apple EarPods with Remote and MicStorage and travel case Apple Earphones with Remote and Mic Apple Earphones with Remote and Mic

เชื่อมต่อ

Lightning

30-pin

30-pin

แบตเตอรี่

Talk time:
Up to 8 hours on 3GBrowsing time:Up to 8 hours on 3G
Up to 10 hours on Wi-FiStandby time:
Up to 225 hours
Talk time:
Up to 7 hours on 3GBrowsing time:

Up to 6 hours on 3G
Up to 9 hours on Wi-FiStandby time:
Up to 200 hours
Talk time:
Up to 7 hours on 3GBrowsing time:

Up to 6 hours on 3G
Up to 10 hours on Wi-FiStandby time:
Up to 300 hours

ความจุและราคา

16GB ฿ 22,450
32GB ฿ 26,350
64GB ฿ 30,250
16GB ฿ 19,500.00 8GB ฿ 14,500.00

BEST OF APPS แนะนำโปรแกรมที่สุดยอดของทุกแพลตฟอร์ม

BEST OF APPS

ในเว็บไซต์ makeuseof จะมีอยู่หัวข้อหนึ่งชื่อ BEST OF APPS เป็นหน้ารวมโปรแกรมที่ยอดเยี่ยมในหมวดต่างๆของแต่ละแพลตฟอร์มที่ใช้ๆกันอยู่ปัจจุบัน รู้สึกว่าทำได้ดีจังเลย เขาจัดทำมานานแล้วล่ะ หลายโปรแกรม หลายเว็บไซต์เราก็เจอจากหัวข้อนี้ ลองดูว่าเขาจัด BEST OF APPS ของอะไรไว้บ้าง

  • BEST WEBSITE
  • BEST WINDOWS SOFTWARE
  • BEST LINUX SOFTWARE
  • BEST MAC APPS
  • BEST ANDROID APPS
  • BEST IPHONE APPS
  • BEST IPAD APPS
  • BEST CHROME EXTENSIONS
  • BEST FIREFOX ADDONS
  • BEST WORDPRESS PLUGINS
  • BEST PORTABLE APPS
  • BEST LINUX DISTROS

เรียกได้ครบทุกแพลตฟอร์มที่สามารถติดตั้งโปรแกรมหรือส่วนเสริมลงไปได้เลยทีเดียว เมื่อคลิกเข้าไปเราจะพบรายการของ Apps ที่แยกเป็นหมวด เช่น เกี่ยวกับ ภาพ เพลง หนัง เอกสาร ป้องกันไวรัส เป็นต้น ในแต่ละ Apps มีคำอธิบายสั้นๆไว้ให้พร้อมกับลิงค์ไปดูรีวิวแบบเต็มและลิงค์ดาวน์โหลดโปรแกรม ถ้าเพื่อน ได้คอมพิวเตอร์หรือมือถือเครื่องใหม่มา แล้วถามว่า “จะลงโปรแกรมอะไรบ้าง” สามารถแนะนำหน้านี้ให้ได้เลยครับ

ลิงค์ไปที่หน้า BEST OF APPS